wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ม.4

Total questions: 45

Worksheet time: 2hrs 31mins

Name
Class
Date
1.

คำจำกัดความของคำว่า “ภาษา” ในความหมายใดถูกต้องที่สุด

a)

ก. เครื่องมือที่มนุษย์ใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน

b)

ข. การสื่อความหมายโดยใช้ภาพและการขีดเขียน

c)

ค. เสียงแทนเครื่องหมายในการสื่อสารระหว่างมนุษย์

d)

ง. คำพูดของมนุษย์ในแต่ละชนชาติ ซึ่งแตกต่างกัน

แต่เข้าใจตรงกัน

2.

เหตุการณ์ใดเป็นการสื่อสารโดยใช้อวัจนภาษาเพียงอย่างเดียว

a)

ก. ไฟเขียวตลอดเส้นทาง ไม่มีไฟแดงเลย

b)

ข. กดปุ่มมิเตอร์ หน้าจอขึ้นตัวเลข 35 บาท

c)

ค. โบกมือเรียกรถแท็กซี่ ไปสาธุประดิษฐ์ค่ะ

d)

ง. ประตูรถหนีบมือ โอ๊ย นิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

3.

สิ่งใดสำคัญที่สุดในการสื่อสารโดยใช้วัจนภาษา

a)

ก. การเลือกสรรถ้อยคำ

b)

ข. การเรียงคำเข้าประโยค

c)

ค. การใช้ภาษาอย่างมีมารยาท

d)

ง. การสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้รับสาร

4.

ข้อใดเป็น “ภาษาในความหมายแคบ”

a)

ก. รูปปั้นหลวงพ่อคูณ

b)

ข. ซากมัมมี่ในประเทศอียิปต์

c)

ค. ปาฐกถาของนายกรัฐมนตรี

d)

ง. พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

5.

การที่นักร้อง นักแสดงไทยหลายคนที่เกิดและเติบโตในต่างประเทศ และพูดภาษาไทยได้ไม่ชัดเจน แสดงให้เห็นถึงลักษณะและธรรมชาติของภาษาตามข้อใด

a)

ก. ภาษาเป็นวัฒนธรรมของสังคม

b)

ข. ภาษาย่อมแตกต่างกันตามเชื้อชาติ

c)

ค. ภาษามักจะสะท้อนภาพของสังคมนั้นๆ

d)

ง. ภาษาเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อม

6.

การนำคำมาเรียงเป็นประโยคให้ถูกต้องตามระเบียบ แบบแผน จะต้องมีความรู้ในเรื่องใด

a)

ก. ชนิดของคำ

b)

ข. ชนิดของประโยค

c)

ค. ความหมายของคำ

d)

ง. องค์ประกอบของประโยค

7.

ประโยคใดเป็นประโยคบอกเล่า

a)

ก. ไม่มีใครไป

b)

ข. ใครจะไปให้ยกมือขึ้น

c)

ค. ใครจะไปร่วมงานนี้บ้าง

d)

ง. ใครๆ ก็ไม่ให้ความร่วมมือ

8.

ข้อใดเป็นภาษาที่เกิดจากการเลียนเสียงธรรมชาติทุกคำ

a)

ก. ออด กริ่ง หวูด

b)

ข. ตุ๊กแก กาเหว่า นกยูง

c)

ค. รถตุ๊กๆ รถซาเล้ง อีกา

d)

ง. นกหวีด ไฟฉาย ภูกระดึง

9.

คำใดเกิดจากการกร่อนเสียง

a)

ก. อย่างนี้ - ยังงี้

b)

ข. สะพาน - ตะพาน

c)

ค. หมากขาม - มะขาม

d)

ง. กระดุกกระดิก - ดุกดิก

10.

ลักษณะอย่างไร ที่แสดงให้เห็นว่าภาษาไทยมีระดับ

a)

ก. ภาษาไทยเป็นภาษาเรียงคำ

b)

ข. มีการใช้คำพูดให้เหมาะกับฐานะของบุคคล

c)

ค. คำไทยคำเดียวมีหลายความหมายและหลายหน้าที่

d)

ง. คำไทยใช้วรรณยุกต์ทำให้ระดับเสียงและความหมายเปลี่ยน

11.

เหตุใดจึงเรียกเสียงสระว่า เสียงแท้

a)

ก. เพราะเป็นเสียงที่ผ่านมาจากกะบังลมโดยตรง

b)

ข. เพราะเป็นเสียงที่ไม่ถูกกักผ่านมาจากลำคอโดยตรง

c)

ค. เพราะเป็นเสียงที่ผ่านมาจากกะบังลมโดยตรงแล้วมากักไว้ที่ริมฝีปาก

d)

ง. เพราะเป็นเสียงที่ผ่านมาจากลำคอโดยตรงแล้วมากักไว้ที่ปุ่มเหงือกและไรฟัน

12.

ข้อใดกล่าวถึงเสียงสระได้ถูกต้อง

a)

ก. สระไทยมี 12 คู่ ประกอบด้วย สระแท้ 9 คู่ สระเลื่อน 3 คู่

b)

ข. สระไทยมี 21 คู่ ประกอบด้วย สระแท้ 18 คู่ สระเลื่อน 3 คู่

c)

ค. สระไทยมี 12 คู่ ประกอบด้วย สระแท้ 3 คู่ สระเลื่อน 9 คู่

d)

ง. สระไทยมี 21 คู่ ประกอบด้วย สระแท้ 3 คู่ สระเลื่อน 18 คู่

13.

ข้อใดกล่าวถึงพยัญชนะได้ถูกต้อง

a)

ก. พยัญชนะไทยมี 21 รูป 44 เสียง

b)

ข. พยัญชนะไทยมี 44 รูป 44 เสียง

c)

ค. พยัญชนะไทยมีพยัญชนะต้น 21 เสียง พยัญชนะท้าย 8 เสียง

d)

ง. พยัญชนะไทยมีพยัญชนะต้น 8 เสียง พยัญชนะท้าย 21 เสียง

14.

ภาษาที่มีวรรณยุกต์ มีลักษณะอย่างไร

a)

ก. มีเสียงสูงๆ ต่ำๆ ในการพูด

b)

ข. ไม่มีความแตกต่างไปตามเสียงสูงต่ำ

c)

ค. มีการเน้นเสียงตามรูปวรรณยุกต์ที่กำกับ

d)

ง. มีการเปลี่ยนระดับเสียงของคำทำให้ความหมายเปลี่ยนไป

15.

เสียงในภาษาไทยแบ่งได้อย่างไร

a)

ก. เสียงในภาษาไทยมีเสียงพยัญชนะ 44 เสียง สระ 24 เสียง วรรณยุกต์ 5 เสียง

b)

ข. เสียงในภาษาไทยมีเสียงพยัญชนะ 44 เสียง สระ 21 เสียง วรรณยุกต์ 4 เสียง

c)

ค. เสียงในภาษาไทยมีเสียงพยัญชนะ 21 เสียง สระ 24 เสียง วรรณยุกต์ 5 เสียง

d)

ง. เสียงในภาษาไทยมีเสียงพยัญชนะ 21 เสียง สระ 21 เสียง วรรณยุกต์ 4 เสียง

16.

คำใดมีจำนวนพยางค์มากที่สุด

a)

ก. นฤบดี

b)

ข. ไอศวรรย์

c)

ค. โภคทรัพย์

d)

ง. ธรรมชาติ

17.

คำมีลักษณะอย่างไร

a)

ก. คำคือรูปสระ พยัญชนะ

b)

ข. พยางค์เป็นส่วนประกอบของคำ

c)

ค. คำประกอบด้วยพยางค์ 1 พยางค์

d)

ง. คำต้องมีเสียงและมีความหมาย

18.

ข้อใดบอกความหมายของคำราชาศัพท์ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ก. คำสุภาพที่ใช้กับบุคคลที่มีฐานะต่างกัน

b)

ข. คำที่ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์และพระภิกษุ

c)

ค. คำสุภาพที่ใช้ให้เหมาะสมกับฐานะของบุคคล

d)

ง. คำที่ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์

19.

การกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 ว่าอย่างไร

a)

ก. หม่อมฉัน

b)

ข. กระหม่อม

c)

ค. เกล้ากระหม่อม

d)

ง. ข้าพระพุทธเจ้า

20.

พระปรอท หมายความว่าอย่างไร

a)

ก. ไข้

b)

ข. ร้อน

c)

ค. ปวด

d)

ง. แสบ

21.

พระปัปผาสะ หมายความว่าอย่างไร

a)

ก. อก

b)

ข. ปอด

c)

ค. ม้าม

d)

ง. ลำไส้

22.

ถึงแก่อสัญกรรม ถึงแก่อนิจกรรม ถึงแก่กรรม มีความหมายเหมือนกัน แต่วิธีใช้ต่างกัน ข้อใดเป็น เครื่องกำหนดวิธีใช้คำทั้งสามคำนี้

a)

ก. บรรดาศักดิ์

b)

ข. ตำแหน่งหน้าที่

c)

ค. การปฏิบัติหน้าที่ในขณะที่ตาย

d)

ง. เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ

23.

ประพันธ์ต่อไปนี้ ถ้าเรียงให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ ข้อใดไม่เป็นโคลงสี่สุภาพ

a)

ก. ถึงตระนาวตระหน่ำซ้ำสงสารอรเอย

b)

ข. เดือนดำหนิวงกลางต่ายแต้ม

c)

ค. ตายระดับทับกันดังฟอนฟาง

d)

ง. เสนาะสนั่นดินครวญครุ่นฟ้า

24.

คำประพันธ์ต่อไปนี้ ถ้าเรียงให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์

ข้อใดไม่เป็นกาพย์ยานี

a)

ก. โอชาหน้าไก่แกงแคลงของแขกแปลกกลิ่นอาย

b)

ข. ขนมจีบเจ้าจีบห่องามสมส่อประพิมพ์ประพาย

c)

ค. เหลือรู้หมูป่าต้มแกงคั่วส้มใส่ระกำ

d)

ง. โขดเขินสิงขรเขา ณ ลำเนาพนาลัย

25.

โคลงบทนี้มีการใช้คำตายแทนคำเอกกี่แห่ง

นานาประเทศล้วน นับถือ

คนที่รู้หนังสือ แต่งได้

ใครเกลียดอักษรคือ คนป่า

ใครเยาะกวีไซร้ แน่แท้คนดง

a)

ก. 3 แห่ง

b)

ข. 4 แห่ง

c)

ค. 5 แห่ง

d)

ง. 6 แห่ง

26.

ข้อใดไม่ใช่คำสร้อยทุกคำ

a)

ก. ไทยอยู่ ได้ฤา

b)

ข. อยู่ยั้ง ยืนยง

c)

ค. ยอมสละ สิ้นแล

d)

ง. ตาต่อ กันนา

27.

โคลงบาทนี้มีการใช้คำโทโทษอยู่ที่บาทใด

เชิงฉันท์กลอนกาพย์ข้อง ขัดขวาง

อายจิตคิดระคาง ครั่นคร้าม

วานใครช่วยคิดขนาง บ่ทราบ ความแฮ

จนจิตจำงุ่มหง้าม แต่งหล้าตามแกน

a)

ก. บาทที่ 1

b)

ข. บาทที่ 2

c)

ค. บาทที่ 3

d)

ง. บาทที่ 4

28.

รูปแบบของงานเขียนประเภทร้อยแก้ว แบ่งได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

ก. 2 ประเภท คือ คัมภีร์ และนิยาย

b)

ข. 2 ประเภท คือ สารคดี และนวนิยาย

c)

ค. 2 ประเภท คือ บันเทิงคดี และสารคดี

d)

ง. 2 ประเภท คือ สารคดี และความเรียง

29.

บุคคลใดไม่ปฏิบัติตนตามหลักการอ่านบทร้อยแก้ว

a)

ก. ข้าวสวยอ่านบทความด้วยความมั่นใจ

b)

ข. ข้าวปั้นอ่านข่าวให้เพื่อนฟังด้วยน้ำเสียงที่ดังเกินไป

c)

ค. ข้าวปุ้นศึกษานิทานให้เข้าใจก่อนจะอ่านให้น้องฟัง

d)

ง. ข้าวเหนียวอ่านเรื่องสั้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นธรรมชาติ เน้นเสียงหนัก เบา

30.

การอ่านให้ถูกต้องตามอักขรวิธี จะต้องอาศัยหลักการอ่านจากแหล่งใดเป็นสำคัญ

a)

ก. เพื่อน

b)

ข. สารคดี

c)

ค. อินเทอร์เน็ต

d)

ง. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542

31.

คำประพันธ์ที่เก่าแก่ที่สุดของไทย คือคำประพันธ์ชนิดใด

a)

ก. ร่าย

b)

ข. โคลง

c)

ค. กาพย์

d)

ง. ฉันท์

32.

ข้อใดไม่ได้เป็นวิธีการเพิ่มความไพเราะของการอ่านทำนองเสนาะ

a)

ก. การครั่นเสียง

b)

ข. การเปิดเสียง

c)

ค. การหลบเสียง

d)

ง. การครวญเสียง

33.

“มืดตื้อกระพือพิรุณพรม และฤเราจะแยแส”

บทร้อยกรองนี้อ่านออกเสียงว่าอย่างไร

a)

ก. มืด – ตื้อ – กระ – พือ – พิ – รุน – พรม – และ – รึ – เรา – จะ – แย – แส

b)

ข. มืด – ตื้อ – กระ – พือ – พิ – รุ – นบ – พรม – และ – ลึ – เรา – จะ – แย – แส

c)

ค. มืด – ตื้อ – กระ – พือ – พิ – รุน – นะ – พรม – และ – รึ – เรา – จะ – แย – แส

d)

ง. มืด – ตื้อ – กะ – ระ – พือ – พิ – รุ – นะ – พรม – และ – ลึ – เรา – จะ – แย – แส

34.

การแปลความมีวิธีการอย่างไร

a)

ก. การถอดความให้ได้ความหมาย

b)

ข. การสรุปความให้มีความหมายตรงตัว

c)

ค. การแปลความโดยสรุปใจความสำคัญ

d)

ง. การแปลตามตัวอักษรโดยถือความหมายเป็นสำคัญ

35.

ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน สำนวนนี้แปลความว่าอย่างไร

a)

ก. ทำอะไรที่เป็นเหตุให้อันตรายมาถึงตัว

b)

ข. พูดจาหว่านล้อมก่อนเข้าสู่จุดประสงค์

c)

ค. กำลังจะได้หรือกำลังจะเสียอยู่ในระยะก้ำกึ่งกัน

d)

ง. มีเรื่องเดือดร้อนเกิดขึ้นยังไม่ทันแก้ไขก็มีเรื่องใหม่ เกิดซ้ำ

36.

การตีความได้ดีนั้นต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องใด มากที่สุด

a)

ก. ความหมายตรง

b)

ข. ความหมายหลัก

c)

ค. ความหมายโดยนัย

d)

ง. ความหมายตามตัวอักษร

37.

การตีความหมายของคำหรือสำนวนต้องพิจารณาสิ่งใดเป็นสำคัญ

a)

ก. บริบทของข้อความ

b)

ข. หน้าที่ของข้อความ

c)

ค. รูปแบบของข้อความ

d)

ง. องค์ประกอบของข้อความ

38.

เรื่องใดสำคัญที่สุดในการอ่านตีความ

a)

ก. การสรุปความ

b)

ข. การแปลความ

c)

ค. การจับใจความ

d)

ง. การเรียบเรียงข้อความ

39.

บุคคลในข้อใดมีพฤติกรรมเป็นผู้สรุปความที่ดี

a)

ก. ดวงดาว ทำความเข้าใจกับเรื่องที่ฟังแล้วสรุปประเด็นสำคัญของเรื่องด้วยสำนวนตนเอง

b)

ข. ดวงเดือน ฟังเรื่องแล้ววิเคราะห์แหล่งที่มา สรุปแนวคิดสำคัญของเรื่องโดยใช้ภาษาเขียน

c)

ค. ดวงจันทร์ เลือกฟังเรื่องที่ชอบแล้วสรุปประเด็นสำคัญเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

d)

ง. ดวงดารา ตั้งใจฟังสื่อทุกชนิดแล้วเขียนสาระสำคัญ ของเรื่องเพื่อนำความรู้ไปเผยแพร่

40.

การฟังเรื่องให้เข้าใจ มีวิธีการอย่างไรในขณะที่ฟัง

a)

ก. ฟังแล้วตั้งคำถาม

b)

ข. ฟังแล้วนำมาคิดตาม

c)

ค. แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่ฟัง

d)

ง. จับใจความสำคัญของเรื่องที่ฟังเป็นตอนๆ

41.

ภาษาที่ใช้ในการสรุปความจากการฟังและการดูมีลักษณะอย่างไร

a)

ก. เขียนสั้นๆ ไม่เยิ่นเย้อ

b)

ข. เขียนกะทัดรัด มีความไพเราะ สวยงาม

c)

ค. เขียนกระชับ ครอบคลุมเนื้อความ มีความหมาย

d)

ง. เขียนสั้นๆ เท่าที่มีความจำเป็น ไม่เล่นสำนวนโวหาร

42.

การตั้งคำถามจากเรื่องที่ฟังและดู เป็นผลดีอย่างไร

a)

ก. เป็นการสรุปความคิด

b)

ข. เป็นการทดสอบความเข้าใจ

c)

ค. เป็นการเก็บใจความสำคัญ

d)

ง. เป็นการสังเคราะห์ข้อความ

43.

มารยาทในการฟังและการดู มีความสัมพันธ์กับเรื่องใด มากที่สุด

a)

ก. สื่อที่ใช้

b)

ข. เรื่องที่ดูและฟัง

c)

ค. สถานที่ที่ฟังและดู

d)

ง. ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมไทย

44.

การเขียนอธิบายมีจุดมุ่งหมายในการเขียนอย่างไร

a)

ก. ให้ผู้อ่านมีวิจารณญาณในการอ่าน

b)

ข. ให้ผู้อ่านมีจินตนาการอย่างกว้างไกล

c)

ค. ให้ผู้อ่านมีความรู้ความคิดอย่างลึกซึ้ง

d)

ง. ให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวต่างๆ อย่างถูกต้องชัดเจน

45.

กฎบัตรอาเซียนจัดทำขึ้นเพื่อรับรองการเป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 ตามข้อตกลงของผู้นำอาเซียนในการสร้างให้อาเซียนเป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพ เป็นการรวมกลุ่ม ที่มี “กฎ” เป็นฐานสำคัญ สมาชิกทั้ง 10 ประเทศ จะต้องปฏิบัติตามพันธะข้อตกลง และสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

ข้อความนี้เป็นการเขียนอธิบายแบบใด

a)

ก. การเขียนอธิบายคำนำ

b)

ข. การเขียนอธิบายเชิงอรรถ

c)

ค. การเขียนอธิบายคำจำกัดความ

d)

ง. การเขียนอธิบายความรู้หรือวิชาการ