wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางประวัติศาสตร์สากล

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

กระบวนการศึกษาค้นคว้าเพื่อหาความรู้ใหม่และความจริงทางประวัติศาสตร์ หมายถึงข้อใด

a)

หลักฐานทางประวัติศาสตร์

b)

วิธีการทางประวัติศาสตร์

c)

วิพากษ์วิธีทางประวัติศาสตร์

d)

องค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์

2.

การกำหนดหัวข้อเรื่องที่จะศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สากลช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เป็นวิธีการทางประวัติศาสตร์ขั้นใด

a)

กำหนดหัวข้อเรื่อง

b)

ขั้นรวบรวมหลักฐาน

c)

ขั้นตรวจสอบหลักฐาน

d)

ขั้นตีความหมายหลักฐาน

3.

ข้อใด คือวิธีการทางประวัติศาสตร์ขั้นที่สอง

a)

วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากหนังสือ

b)

ประเมินความน่าเชื่อถือของหนังสือ

c)

ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้เขียนหนังสือ

d)

ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากหนังสือ

4.

วิธีการทางประวัติศาสตร์ขั้นที่สาม คือข้อใด

a)

รวบรวมรายชื่่อหลักฐานชั้นต้น

b)

เรียบเรียงนำเสนอเป็นบทความ

c)

วิเคราะห์และตีความหมายหลักฐาน

d)

ตรวจสอบและประเมินคุณค่าของหลักฐาน

5.

วิพากษ์วิธีทางประวัติศาสตร์ หมายถึงข้อใด

a)

ตีความหมายหลักฐาน

b)

วิจารณ์ติชมผลงานของผู้อื่น

c)

ประเมินคุณค่าของหลักฐาน

d)

อภิปรายและเขียนเป็นรายงาน

6.

วิพากษ์วิธีภายนอก คือการตรวจสอบหลักฐานเพื่อให้ทราบข้อใด

a)

ใครเป็นผู้จัดทำ

b)

น่าเชื่อถือหรือไม่

c)

วัตถุประสงค์ในการจัดทำ

d)

เป็นของจริงหรือทำเลียนแบบ

7.

การนำหนังสืออัตชีวประวัติของบุคคลสำคัญมาตรวจสอบว่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เขียนขึ้น เชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด เป็นขั้นตอนใดของวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

วิพากษ์วิธีภายใน

b)

วิพากษ์วิธีภายนอก

c)

ตีความหมายหลักฐาน

d)

จัดลำดับความสำคัญ

8.

การประเมินคุณค่าภายในของหลักฐาน เน้นตรวจสอบความน่าเชื่อถือของหลักฐานด้านใด

a)

การอธิบายให้เหตุผล

b)

ผู้เขียนและผู้อยู่ในเหตุการณ์

c)

ด้านเวลา สถานที่ และบุคคล

d)

เวลาและสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์

9.

ข้อใด เป็นวิธีการทางประวัติศาสตร์ขั้นที่ 4

a)

เขียนสรุปข้อเท็จจริงที่ค้นพบ

b)

พิจารณาว่าเป็นหลักฐานชั้นต้นหรือชั้นรอง

c)

จัดเรียบข้อมูลว่าจะใช้เรื่องใดก่อนหรือหลัง

d)

วิเคราะห์สาระสำคัญของสนธิสัญญาแวณ์ซาย ค.ศ. 1919

10.

ข้อใด ไม่ใช่ ขั้นที่ 5 ของวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

จำทำเป็นเอกสารรายงาน

b)

จัดอภิปรายความรู้ใหม่ที่ค้นพบ

c)

เลือกใช้ข้อมูลที่ตรงกับหัวข้อเรื่อง

d)

เขียนเรียบเรียงให้น่าอ่านตามข้อเท็จจริง

11.

ข้อใด เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ประเภททุติยภูมิ

a)

โคลอสเซียม

b)

วิหารพาร์เธนอน

c)

ประมวลกฎหมายฮัมมูราบี

d)

วิทยานิพนธ์เรื่องยุโรปสมัยกลาง

12.

ประมวลกฎหมายฮัมมูราบี เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สากลสมัยโบราณของแหล่งอารยธรรมใด และบันทึกด้วยตัวอักษรใด

a)

อารยธรรมกรีก โรมานซ์

b)

จักรวรรดิโรมัน ละติน

c)

เมโสโปเตเมีย คูนิฟอร์ม

d)

อียิปโบราณ เฮียโรกลิฟิก

13.

นักประวัติศาสตร์กรีกคนใด เป็นผู้ริเริ่มใช้วิธีการทางประวััติศาตร์เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามระหว่างกรีกกับเปอร์เซีย

a)

ลีวี

b)

โฮเมอร์

c)

เฮโรโดตุส

d)

จูเลียส ซีซาร์

14.

หลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยกลาง ซึ่งมีคุณค่าทางด้านการเมืองการปกครองของอังกฤษในคริสต์ศตวรรษที่ 13 คือข้อใด

a)

เทวนคร

b)

แมกนา คาร์ตา

c)

บันทึกสงครามกอล

d)

ประวัติศาตร์ของพวกแฟรงก์

15.

ข้อใด เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ตะวันตกสมัยปัจจุบัน

a)

สนธิสัญญาแวร์ซายส์

b)

กฎบัตรสหประชาชาติ

c)

คำประกาศอิสรภาพอเมริกา

d)

รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา

16.

หลักฐานชั้นต้นมีคุณค่าด้านใดมากที่สุด

a)

มีเนื้อหาเฉพาะเรื่อง

b)

บันทึกด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย

c)

สะท้อนแนวคิด ค่านิยมในยุคนั้นๆ

d)

มีเนื้อหาครบถ้วนครอบคลุมทุกประเด็น

17.

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น

a)

รูปปั้นเดวิด

b)

กำแพงเมืองจีน

c)

ประมวลกฎหมายฮัมมูราบี

d)

หนังสือเรื่องรัฐในวัฒนธรรมฮินดูแห่งอินโดจีนและอินโดนีเซีย

18.

"หลักฐานทางประวัติศาสตร์มีทั้งที่น่าเชื่อถือและไม่น่าเชื่อถือ" ข้อความนี้ สอดคล้องกับวิธีการทางประวัติศาสตร์ขั้นตอนใดมากที่สุด

a)

การรวบรวมหลักฐาน

b)

การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา

c)

การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ

d)

การประเมินคุณค่าของหลักฐาน

19.

หากนายโชคต้องการศึกษาเรื่องการก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา ควรเลือกใช้หลักฐานในข้อใด

a)

คำประกาศหลักการมอนโร

b)

รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา

c)

คำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา

d)

อนุสรณ์สถานเรือรบ ยู.เอส.เอส

20.

สิ่งใดที่จำเป็นในการวิเคราะห์หลักฐานมากที่สุด

a)

วิเคราะห์อย่างเป็นกลาง

b)

วิเคราะห์ให้ได้เนื่อหามากๆ

c)

วิเคราะห์ให้สอดคล้องกับปัจจุบัน

d)

วิเคราะห์สนับสนุนแนวคิดของตน