wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางประวัติศาสตร์ไทย

Total questions: 25

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

วิธีการทางประวัติศาสตร์มีความสำคัญเพราะเหตุใด

a)

ทำให้ได้รับการยกย่องจากผู้อื่น

b)

ทำให้รู้จักวิธีการทำงานร่วมกับผู้อื่น

c)

ทำให้มีความรู้ทางประวัติศาสตร์ดีกว่าผู้อื่น

d)

ทำให้ได้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง

2.

การศึกษาของบุคคลใดจัดอยู่ในขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

สำอางค้นคว้าเอกสารเกี่ยวกับการสร้างทางรถไฟหลวงในประเทศไทย

b)

สะอิ้งนำเสนอผลการศึกษาการสร้างทางรถไฟหลวงแห่งแรกในประเทศไทย

c)

สมพงษ์สงสัยว่าเพราะเหตุใดรัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดให้สร้างทางรถไฟหลวงสายแรก

d)

สมรเชื่อว่า่รัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดให้สร้างทางรถไฟหลวงเพื่อความมั่นคงของอาณาจักร

3.

"ประไพสนใจศึกษาบทบาทของไทยในสงครามโลกครั้งที่ ๒ จึงได้สอบถามคุณตาบุญช่วยซึ่งเคยเป็นทหารเข้าร่วมรบในสงครามดังกล่าว โดยคุณตาได้เล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ พร้อมทั้งยังได้นำภาพถ่ายเมื่อครั้งเป็นทหารให้ดูอีกด้วย"


การกระทำของประไพอยู่ในขั้นตอนใดของวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การรวบรวมหลักฐาน

b)

การกำหนดประเด็นศึกษา

c)

การประเมินคุณค่าของหลักฐาน

d)

การสรุปและเชื่อมโยงข้อเท็จจริง

4.

"ประไพสนใจศึกษาบทบาทของไทยในสงครามโลกครั้งที่ ๒ จึงได้สอบถามคุณตาบุญช่วยซึ่งเคยเป็นทหารเข้าร่วมรบในสงครามดังกล่าว โดยคุณตาได้เล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ พร้อมทั้งยังได้นำภาพถ่ายเมื่อครั้งเป็นทหารให้ดูอีกด้วย"


หลักฐานที่ประไพใช้ประกอบการศึกษาจัดเป็นหลักฐานประเภทใด

a)

หลักฐานชั้นรอง

b)

หลักฐานชั้นทุติยภูมิ

c)

หลักฐานปฐมภูมิ

d)

หลักฐานตติยภูมิ

5.

เพราะเหตุใดการแยกแยะข้อมูลจึงช่วยในการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์

a)

ช่วยให้เห็นปริมาณของข้อมูล

b)

ช่วยให้เรื่องราวมีความสมบูรณ์

c)

ช่วยให้พบความซ้ำซ้อนของข้อมูล

d)

ช่วยให้พบความสอดคล้องหรือความขัดแย้งของหลักฐานแต่ละชิ้น

6.

"ส้มโอสนใจศึกษาเรื่องผลกระทบจากกรณีวิกฤตกาณณ์ ร.ศ. ๑๑๒ โดยได้รวบรวมหลักฐานที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น พระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หนังสือการต่างประเทศกับเอกราชและอธิปไตยของไทย หนังสือกรณีพิพาทระหว่างประเทศไทยกับฝรั่งเศสและการรบที่ปากน้ำเจ้าพระยาและนำข้อมูลที่ได้มาสรุปและเชื่อมโยงข้อเท็จจริง แล้วเสนอด้วยการตอบประเด็นคำถามที่ตั้งไว้"


จากข้อความข้างต้น ข้อใดจัดเป็นหลักฐานปฐมภูมิ

a)

หนังสือการต่างประเทศกับเอกราชและอธิปไตยของไทย

b)

พระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

หลักฐานทุกชิ้นที่ปรากฎในข้อความล้วนเป็นหลักฐานปฐมภูมิทั้งสิ้น

d)

ไม่ปรากฎการใช้หลักฐานชั้นปฐมภูมิประกอบในการศึกษาเรื่องดังกล่าว

7.

หากนักเรียนเป็นส้มโอจะนำเสนอผลการศึกษาข้างต้นอย่างไร

a)

วิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ทำให้ไทยเป็นพันธมิตรกับตะวันตก

b)

วิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ เป็นกรณีพิพาทระหว่างไทยกับตะวันตก

c)

วิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ทำให้ไทยต้องเสียดินแดนบางส่วนให้แก่ฝรั่งเศส

d)

วิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของราชอาณาจักร

8.

ข้อใดคือหลักฐานที่ทำให้การศึกษาเรื่องอาณาจักรต่างๆ ในดินแดนไทยมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด

a)

จารึก

b)

ตำนาน

c)

เอกสารจีน

d)

จดหมายเหตุ

9.

วิธีการในข้อใดที่เป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ให้เป็นเรื่องราว

a)

การค้นคว้า และการตีความ

b)

การวิเคราะห์ และการตีความ

c)

การวิเคราะห์ และการสังเคราะห์

d)

การเรียบเรียง และการนำเสนอข้อมูล

10.

การใช้หลักฐานที่บันทึกโดยชาวต่างชาติในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยมีข้อจำกัดในเรื่องใด

a)

มีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันของชาติที่บันทึก

b)

ความรู้ความเข้าใจลักษณะทางสังคมของผู้บันทึก

c)

มีความเห็นที่น่าสนใจจากผู้บันทึกที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน

d)

เป็นการบันทึกเรื่องราวในลักษณะตำนานหรือนิทานของตะวันตก

11.

เหตุใดจึงต้องใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์

a)

เข้าใจขั้นตอนในการศึกษาประวัติศาสตร์

b)

หาความจริงจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

c)

จัดหมวดหมู่ข้อมูลจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์

d)

หาจุดประสงค์ของผู้สร้างหลักฐานทางประวัติศาสตร์

12.

หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรมีความสำคัญอย่างไรในการศึกษาประวัติศาสตร์

a)

เป็นหลักฐานหลักที่ให่้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์

b)

เป็นหลักฐานที่ให้ข้อมูลซึ่่งเข้าใตง่ายกว่าหลักฐานอื่น

c)

เป็นหลักฐานที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก สะดวกในการรวบรวม

d)

เป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือที่สุดเมื่อเทียบกับหลักบาานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

13.

การกำหนดหัวข้อเรื่องมีประโยชน์อย่างไรต่อวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

เพื่อระบุความสนใจของผู้ที่จะศึกษา

b)

เพื่อป้องกันไม่ให้ไปศึกษาซ้ำกับผู้อื่น

c)

ทำให้ทราบขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษา

d)

ทำให้ทราบแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์

14.

การกำหนดหัวเรื่องที่ดีควรทำอย่างไร

a)

กำหนดประเด็น ช่วงเวลาและพื้นที่ที่จะศึกษาให้ชัดเจน

b)

กำหนดหัวเรื่องอย่างกว้างๆ เพื่อที่จะศึกษาได้หลายประเด็น

c)

กำหนดหัวเรื่องที่มีคนศึกษาอยู่ก่อนแล้วจากหนังสือและบทความต่าง ๆ

d)

กำหนดหัวเรื่องอย่างแคบๆ เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลาหนังสือหลายเล่ม

15.

การรวบรวมหลักฐานมีความสัมพันธ์กับการกำหนดหัวเรื่องอย่างไร

a)

ไม่มีความสัมพันธ์กัน

b)

จะกำหนดหัวเรื่องจากหลักฐานที่รวบรวมได้

c)

จะตรวจสอบความเหมาะสมของหัวเรื่องจากหลักฐานที่รวบรวมได้

d)

รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องที่มีการกำหนดประเด็นในการศึกษาได้

16.

เพราะเหตุใดจึงควรรวบรวมข้อมูลจากหลักฐานชั้นรองก่อน

a)

ไม่ต้องเสียเวลาในการตีความข้อมูล

b)

รวบรวมข้อมูลได้สะดวกรวดเร็วกว่า

c)

ให้ข้อมูลที่เข้าใจง่ายกว่าหลักฐานชั้นต้น

d)

ผ่านการพิจารณาความน่าเชื่อถือมาแล้ว

17.

นักเรียนควรทำอย่งไรหากพบความขัดแย้งของข้อมูลจากหลักฐานต่างชิ้นกัน

a)

ถือว่าเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือทั้งคู่

b)

ตรวจสอบเปรียบเทียบกับหลักฐานอื่นต่อไป

c)

ถือว่าข้อมูลถูกต้องแต่ต่างกันกับความเห็นของผู้สร้าง

d)

ตรวจสอบดูว่าหลักฐานใดสร้างก่อนหลักฐานนั้นน่าเชื่่อถือ

18.

การประเมินคุณค่าของหลักฐานควรพิจารณาจากสิ่งใดมากที่สุด

a)

ผู้สร้างหลักฐาน

b)

เวลาสร้างหลักฐาน

c)

ที่มาของหลักฐาน

d)

สถานที่พบหลักฐาน

19.

เพราะเหตุใดจึงต้องนำข้อมูลมาจัดหมวดหมู่

a)

สะดวกในการนำเสนอข้อมูล

b)

เพื่อเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบ

c)

สะดวกในการพิจารณาข้อมูล

d)

เพื่อหาความน่าเชื่อถือของข้อมูล

20.

เพราะเหตุใดข้อมูลเดียวกันจึงถูกตีความต่างกัน

a)

ถูกตีความในพื้นที่ที่ต่างกัน

b)

ถูกตีความในช่วงเวลาที่ต่างกัน

c)

ถูกตีความจากทฤษฎีต่างกัน

d)

ถูกตีความจากผู้ศึกษาที่ต่างกัน

21.

หลักเกณฑ์ในข้อใดใช้การแบ่งหลักฐานชั้นต้นกับหลักฐานชั้นรอง

a)

ลำดับการสร้างก่อน - หลัง

b)

ความสัมพันธ์ของผู้สร้างกับเหตุการณ์

c)

เจตนาของผู้สร้างในการสร้างหลักฐาน

d)

ช่วงเวลาที่สร้างหลักฐานกับเหตุการณ์

22.

ผลงานด้านสถาปัตยกรรมจัดเป็นหลักฐานประเภทใด

a)

ไม่สามารถจัดประเภทได้

b)

หลักฐานทางโบราณคดี

c)

หลักฐานชั้นต้นที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

d)

หลักฐานชั้นรองที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

23.

เพราะเหตุใดเราจึงควรศึกษาจากหลักฐานชั้นรองก่อนหลักฐานชั้นต้น

a)

เสียเวลาในการศึกษาน้อยกว่า

b)

ทำความเข้าใจข้อมูลง่ายกว่า

c)

ได้ทราบว่าหลักฐานชั้นต้นชิ้นใดน่าเชื่อถือ

d)

หากได้ข้อมูลแล้วอาจไม่ต้องใช้หลักฐานชั้นต้น

24.

ข้อใดคือหลักฐานชั้นต้น

a)

บทความในหนังสือพิมพ์

b)

งานวิจัยเรื่อง "คนไทยมาจากไหน"

c)

บันทึกรายการค่าใช่้จ่ายประจำวัน

d)

หนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไทย

25.

หลักฐานชั้นต้นน่าเชื่อถือเพราะสร้างจากผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์แต่ควรระวังในเรื่องใด

a)

การนำเสนอข้อมูลด้านเดียว

b)

การนำเสนอข้อมูลไม่ครบถ้วน

c)

ผู้สร้างไม่เจตนาบันทึกข้อมูล

d)

ผู้สร้างอาจสร้างหลักฐานปลอม