NEW
Font size
Worksheetsระยะที่ 1 ของการคลอด
Total questions: 15
Worksheet time: 9mins
ควรรับผู้คลอดรายใดไว้ดูแลต่อในโรงพยาบาล
GA 38 wk มาฝากครรภ์ตามนัด กังวลเกี่ยวกับลูกดิ้นน้อยลงเหลือ 20 ครั้ง/วัน
GA 37 wk มีอาการปวดเอว ท้องตึงเป็นพัก ๆ เปลี่ยนท่าแล้วอาการดีขึ้น
GA 34 wk มีสิ่งคัดหลั่งลักษณะเป็นตกขาว ไม่มีกลิ่น ไม่คัน
GA 39 wk เจ็บครรภ์และมีน้ำเดิน
ผู้คลอดรายใดที่สามารถตรวจภายในเมื่อแรกรับได้ตามปกติ
GA 38 wk มีอาการเจ็บครรภ์ ปวดร้าวไปหน้าขา มีรกเกาะต่ำแบบบางส่วน
GA 37 wk เจ็บครรภ์ก่อนมา 2 ชม. และมีน้ำเดินเมื่อ 30 นาทีที่แล้ว
GA 34 wk มีอาการท้องแข็งตึงและมีมูกเลือดออกทางช่องคลอด
GA 39 wk มีเลือดสด ๆ ออกทางช่องคลอดชุ่มผ้าอนามัย 2 ผืนและมีท้องแข็งเกร็งตลอดเวลา
การเปลี่ยนแปลงใดในระยะคลอดที่เป็นไปตามปกติ
Cardiac output ลดลง
Blood pressure และ pulse เพิ่มขึ้น
ไตทำงานลดลง อัตราการกรองลดลง ปัสสาวะออกน้อย
มักจะเหนื่อยง่ายและการหายใจช้าลง
การเปลี่ยนแปลงใดที่เป็นสัญญาณอันตรายในระยะคลอด
ครรภ์แรก อายุ 20 ปี กลัวและวิตกกังวลในการคลอด และพยายามผ่อนคลายตลอดการคลอด
อายุ 37 ปี BP 130/80 mmHg ขณะมดลูกคลายตัว
FHS 128-152 bpm และมีสีน้ำคร่ำขาวขุ่น
มดลูกหดรัดตัวนาน พบรอยคอดบริเวณหน้าท้องแบบ Bandl's ring
ผู้คลอด G1P0 อายุครรภ์ 38 สัปดาห์ มาโรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บครรภ์ มีมูกปนเลือดและมีน้ำเดิน 2 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล ขณะรับใหม่ ผู้คลอดบอก “รู้สึกอยากเบ่ง” พยาบาลควรปฏิบัติอย่างไรเป็นอันดับแรก
โกนขนอวัยวะสืบพันธุ์เพื่อเตรียมคลอด
ย้ายผู้คลอดเข้าห้องคลอดเพื่อเตรียมคลอด
ตรวจครรภ์เพื่อประเมินท่าของทารกในครรภ์
ตรวจภายในเพื่อประเมินการเปิดขยายของปากมดลูก
ผู้คลอด G4P3 อายุครรภ์ 41 สัปดาห์ มาโรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บครรภ์และมีน้ำเดิน 2 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล ขณะรับใหม่ ผู้คลอดบอก “รู้สึกอยากเบ่ง” เมื่อตรวจภายในพบ Cx. dilate 8 cms. Eff 100% station +2 MR พยาบาลควรปฏิบัติอย่างไรเป็นอันดับแรก
โกนขนอวัยวะสืบพันธุ์เพื่อเตรียมคลอด
ย้ายผู้คลอดเข้าห้องคลอดเพื่อเตรียมทำคลอด
ติดเครื่อง EFM เพื่อประเมินสภาพทารกในครรภ์
ดูแลให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา
ผู้คลอดอายุครรภ์ครบกำหนด ตรวจภายในพบ Cx. dilate 3 cms. eff 100% Station -1 ต่อมาอีก 2 ชั่วโมง ถุงน้ำคร่ำแตกและน้ำคร่ำมีสีเขียวจาง ๆ การพยาบาลอันดับแรกคือข้อใด
รายงานแพทย์เพื่อพิจารณาช่วยคลอดอย่างเร่งด่วน
ใส่ผ้าอนามัยเพื่อความสะอาดและประเมินสีน้ำคร่ำต่อไป
ตรวจภายในและฟังเสียงหัวใจทารกทันทีเพื่อประเมินสภาวะทารกในครรภ์
ให้ O2 cannula 5 LPM เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจน
นางน้อยหน่า อายุ 22 ปี G2P1 เวลา 09.00 น. ตรวจพบ Cx. dilate 6 cms. eff 80% station-1 MR ได้รับยาเร่งคลอด เจ็บครรภ์มาก ดิ้นไปมาตลอดเวลาที่มดลูกบีบตัว ร้องไห้และขอผ่าตัดคลอด ริมฝีปากแห้ง ท่าทางอิดโรย ตรวจภายในซ้ำเวลา 11.00 น. พบ Cx. dilate 7 cms. eff 80% station 0 MR น้ำคร่ำสีเขียวเข้ม การหดรัดตัวของมดลูก I=3' D=50" S=+++ , FHS = 118-120 bpm ปัญหาการพยาบาลในข้อใด เร่งด่วนและสำคัญที่สุด
มีภาวะขาดน้ำ
กลัวการคลอด
ความก้าวหน้าของการคลอดล่าช้า
ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อภาวะพร่องออกซิเจน
นางน้อยหน่า อายุ 22 ปี G2P1 เวลา 09.00 น. ตรวจพบ Cx. dilate 6 cms. eff 80% station-1 MR ได้รับยาเร่งคลอด เจ็บครรภ์มาก ดิ้นไปมาตลอดเวลาที่มดลูกบีบตัว ร้องไห้และขอผ่าตัดคลอด ริมฝีปากแห้ง ท่าทางอิดโรย ตรวจภายในซ้ำเวลา 11.00 น. พบ Cx. dilate 7 cms. eff 80% station 0 MR น้ำคร่ำสีเขียวเข้ม การหดรัดตัวของมดลูก I=3' D=50" S=+++ , FHS = 118-120 bpm ควรให้การพยาบาลในข้อใด เป็นอันดับแรก
รายงานแพทย์และเตรียมผ่าตัดคลอด
อธิบายและให้กำลังใจในการเผชิญการคลอด
ดูแลให้ออกซิเจนและจัดท่านอนตะแคงซ้ายศีรษะสูง
กระตุ้นให้ปัสสาวะ
การดูแลผู้คลอดในระยะปากมดลูกเปิดช้า (Latent phase) ข้อใดเหมาะสม
ตรวจภายใน (PV) ทุก 1 ชม.
ให้งดน้ำและอาหาร เผื่อต้อง C/S ด่วน
ประเมิน UC และ FHS ทุก 1 ชม.
ดูแลให้พักผ่อน งดการอธิบายและให้ข้อมูลน้อยที่สุด
ผู้คลอดครรภ์แรก Cx.dilate 5 cm. eff 100% station -2 MR (thin meconium) FHS 110-120 bpm คาดคะเนน้ำหนักทารก 4,000 กรัม การพยาบาลข้อใดเหมาะสม
ตรวจภายใน (PV) ทุก 4 ชม.
ให้งดน้ำและอาหาร เผื่อต้อง C/S ด่วน
ประเมิน UC และ FHS ทุก 1 ชม.
กระตุ้นให้ลุกเดินให้เกิด Ferguson's reflex
ควรย้ายผู้คลอดครรภ์แรกเข้าเตียงคลอด หรือ เพื่อเบ่งคลอดเมื่อใดจึงจะเหมาะสม
เมื่อ Cx.dilate 8 cm.
เมื่อ Cx.dilate 10 cm.
เมื่อ Cx.dilate 6 cm.
เมื่อผู้คลอดปวดอยากเบ่ง
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ WHO partograph
X ใช้แทนการเคลื่อนต่ำของส่วนนำทารก
O ใช้แทนการเปิดขยายของปากมดลูก
Alert line เป็นเส้นที่บ่งชี้ถึงสัญญาณการคลอดล่าช้าที่ต้องลงมือปฏิบัติการแก้ไข เช่น ผ่าตัดคลอด
Action line เป็นเส้นที่บ่งชี้ถึงสัญญาณการคลอดล่าช้าที่ต้องลงมือปฏิบัติการแก้ไข เช่น ให้ยาเร่งคลอด หรือ เตรียม C/S
ผู้คลอด Cx. dilate 4 cms. eff 100% station +1 MR (clear) ควรให้การพยาบาลอย่างไร
ฟัง FHS ทุก 2 ชั่วโมงเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของทารก
ตรวจภายในทุก 1 ชั่วโมงเพื่อประเมินความก้าวหน้าของการคลอด
กระตุ้นให้ปัสสาวะทุก 2 ชั่วโมงเพื่อลดการขัดขวางการหดรัดตัวของมดลูก
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูกทุก 2 ชั่วโมงเพื่อติดตามความเหมาะสมในการคลอด
การดูแลอย่างต่อเนื่อง มีความใส่ใจ และคอยให้ความช่วยเหลือใกล้ชิด สอดคล้องกับข้อใด
เป็นการลดความวิตกกังวล เพิ่มความอบอุ่นใจและความมั่นใจให้แก่ผู้คลอดได้
ไม่ควร เพราะจะทำให้ผู้คลอดคอยพึ่งพาพยาบาลตลอดเวลา
เป็นการเพิ่ม adrenaline และลด endorphine
ไม่สามารถทำได้เพราะอัตรากำลังของพยาบาลมีไม่เพียงพอ
