wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โครงสร้างและการทำงานของพืชดอก

Total questions: 25

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

ในลำต้นของอ้อยจะพบน้ำตาลอยู่ในกลุ่มเซลล์ใดบ้าง

a)

ซิฟทิวบ์เมมเบอร์, โฟลเอมพาเรนไคมา

b)

เวสเซล, คอมพาเนียนเซลล์

c)

เทรขีด, แคมเบียม

d)

ซีฟทิวบ์เมมเบอร์

2.

โครงสร้างใดไม่เกี่ยวข้องกับการคายน้ำของพืช

a)

ไฮดาโธด

b)

เซลล์คุม

c)

เลนติเซล

d)

ไฮโพเดอร์มิส

3.

1 = เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด

2, 3 = ใบอ่อนที่ยังไม่แผ่กางเต็มที่มีสีเขียวอ่อน

4, 5, 6, 7 = ใบที่โตเต็มที่มีอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงสูง

8, 9 = ใบแก่เริ่มเหลือง อาหารสะสมและคลอโรฟิลล์เริ่มสลายตัว

10 = รากสะสมอาหาร

จากรูปที่แสดง ข้อสรุปเกี่ยวกับการลำเลียงทางโฟลเอมข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

มีการลำเลียงน้ำตาลจาก 4, 5, 6, 7 ไปยัง 1 และ 10

b)

มีการลำเลียงน้ำตาลจาก 1, 2, 3 ไปยัง 8 และ 9

c)

มีการลำเลียงอิออนของแมกนีเซียมจาก 8 และ 9 ไปยัง 1, 2 และ 3

d)

เซลล์ของใบ 4, 5, 6 และ 7 มีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงกว่าเซลล์ของ 1 และ 10

4.

กระบวนการที่มีส่วนสำคัญที่สุดสำหรับการลำเลียงน้ำจากรากไปในท่อไซเลมสู่ส่วนต่าง ๆ ของพืชที่อยู่สูงมาก ๆ ได้แก่

a)

กัตเตชัน

b)

โคฮีชัน

c)

ทรานสปิเรชันพูลหรือแรงดึงจากการคายน้ำ

d)

แรงดันราก

5.

ถ้าพืชขาดธาตุ Mg พืชจะดึง Mg จากแหล่งที่มีมาก ไปยังแหล่งที่ต้องการใช้ทางใด

a)

ไซเลม

b)

โฟลเอม

c)

เทรคีด

d)

ไฟเบอร์

6.

แรงดันราก (Root pressure) มีประโยชน์ต่อพืชในแง่ใดมากที่สุด

a)

ช่วยดันน้ำจากรากขึ้นไปยังยอดพืชที่อยู่สูง ๆ ได้

b)

ช่วยในการคายน้ำของพืช

c)

ทำให้เกิดปรากฏการณ์กัตเตชัน

d)

ช่วยซ่อมแซมสายน้ำที่ขาดตอนในท่อไซเลม ในช่วงที่พืชคายน้ำมากกว่าดูดน้ำ

7.

เซลล์คู่ใดต่อไปนี้ที่ต้องทำงานร่วมกัน ขาดเซลล์ใดเซลล์หนึ่งไม่ได้

a)

เอปิเดอร์มิส - คอร์เทกซ์

b)

เอนโดเดอร์มิส - เพอริไซเคิล

c)

เทรคีด - เวสเซล

d)

ซีฟทิวบ์ - เซลล์คอมพาเนียน

8.

เซลล์ใดต่อไปนี้สามารถทำงานได้ ถึงแม้ว่าตายไปแล้ว

a)

เทรคีด

b)

ซีฟทิวบ์

c)

เซลล์คอมพาเนียน

d)

เซลล์พาเรนไคมา

9.

โดยเฉลี่ยแล้ว อัตราการลำเลียงสารทางโฟลเอมเมื่อเทียบกับการลำเลียงสารในไซเลมจะมีอัตรา

a)

เร็วกว่า 1 เท่า

b)

เร็วกว่า 10 เท่า

c)

เท่ากัน

d)

ช้ากว่า

10.

ธาตุใดที่พืชต้องการในปริมาณมาก และพืชทั่วไปได้ธาตุเหล่านี้จากน้ำและอากาศ

a)

คาร์บอน ไนโตรเจน ออกซิเจน

b)

ไนโตรเจน ไฮโดรเจน คาร์บอน

c)

ออกซิเจน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน

d)

คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน

11.

เมื่อพืชแก่ลง จะมีการขนย้ายสารอาหารบางชนิดออกจากใบแก่นี้ ส่งไปยังใบอ่อนโดยผ่านทางใด

a)

ไซเลม

b)

เวสเซล

c)

เทรคีด

d)

โฟลเอม

12.

น้ำสามารถแพร่จากดินเข้าสู่รากได้ เนื่องจาก

a)

ค่าของวอเตอร์โพเทนเชียลของน้ำในราก สูงกว่าของน้ำในดิน

b)

ค่าของวอเตอร์โพเทนเชียลของน้ำในราก ต่ำกว่าของน้ำในดิน

c)

ค่าของวอเตอร์โพเทนเชียลของน้ำในราก เท่ากันกับของน้ำในดิน

d)

เกิดจากกระบวนการอิมบิบิชันของราก

13.

พืชจะดูดน้ำเข้าสู่รากได้มาก ถ้า

a)

มีรากขนาดใหญ่

b)

มีปริมาณน้ำในดินมาก

c)

มีอัตราการคายน้ำสูง

d)

ดินร่วนปนทราย

14.

การที่พืชที่มีขนาดใหญ่สูง 40-50 เมตร สามารถที่จะดูดน้ำขึ้นสู่ลำต้นได้ เนื่องจากแรงใด

a)

แรงดันราก

b)

โคฮีชัน

c)

ทรานสปิเรชันพูลหรือการคายน้ำ

d)

ถูกทุกข้อ

15.

ข้อใดเป็นเซลล์ที่มีการแบ่งตัวตลอดเวลา

a)

เทรคีด

b)

ไฟเบอร์

c)

พาเรนไคมา

d)

วาสคิวลาร์ แคมเบียม

16.

ถ้าพืชขาดธาตุไนโตรเจนจะเป็นอย่างไร

a)

ใบเหลืองทั่งใบ จากใบแก่ก่อน

b)

ขอบใบไหม้

c)

ใบอ่อนหงิกงอ

d)

ขอบใบเหี่ยว

17.

ถ้าได้รับธาตุกำมะถันมากเกินไปพืชจะเป็นอย่างไร

a)

ใบเหลือง

b)

เกิดจุดแดงบนใบ

c)

ยับยั้งการสังเคราะห์แสง

d)

แห้งตาย

18.

พืชมีการลำเลียงธาตุอาหารเข้าสู่รากกี่วิธี

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

19.

การลำเลียงธาตุอาหารโดยแพร่จากนออกเซลล์ที่เข้มข้นสูงไปความเข้มข้นต่ำ เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

แบบใช้พลังงาน

b)

แบบไม่ใช้พลังงาน

c)

แบบมีตัวพา

d)

ไม่มีข้อถูก

20.

ข้อใดไม่ใช่ธาตุอาหารที่ต้องการปริมาณมาก

a)

คาร์บอน

b)

แคลเซียม

c)

เหล็ก

d)

โพแทสเซียม

21.

ข้อใด คือ การลำเลียงน้ำของพืชมีท่อโดยการผ่านพลาสโมเดสมาตา

a)

การเคลื่อนที่ของน้ำแบบอโพพลาสตร์

b)

การเคลื่อนที่แบบการคายน้ำ

c)

การเคลื่อนที่แบบซิมพลาสต์

d)

การเลื่อนที่แบบใช้พลังงาน

22.

การเคลื่อนของน้ำแบบอโพพลาสต์ไม่สามารถผ่านส่วนใดของรากได้

a)

เอนโดเดอร์มิส

b)

อีพิเดอร์มิส

c)

พาเรงไคมา

d)

คอร์เทค

23.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเปิดปากใบ

a)

เซลล์คุมมีปริมาณโพแทสเซียมไอออนมากขึ้น

b)

น้ำแพร่เข้าสู่เซลล์คุม

c)

น้ำแพร่ออกจากเซลล์คุม

d)

เซลล์คุมเตง

24.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยในการคายน้ำ

a)

อุณหภูมิ

b)

ลม

c)

ความเข้มแสง

d)

ปริมาณใบ

25.

ข้อใดคือเนื้อเยื่อชั้นมีโซฟิลล์

a)

เอพิเดอร์มิส

b)

แพลิเซดมีโซฟิลล์

c)

ไซเลม

d)

สปันจีมีโซฟิลล์