wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวนเนื้อหาลิลิตตะเลงพ่าย

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

พระองค์เจ้าวาสุกรี เป็นพระนามเดิมของใคร

a)

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

b)

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

c)

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

d)

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

2.

ลิลิตตะเลงพ่าย ประพันธ์ขึ้นเพื่ออะไร

a)

พระราชทานพระกฐินที่วัดพระเชตุพน

b)

สดุดีวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

c)

ทรงสถาปนางานประพันธ์ของไทย

d)

ทรงสักการะบูชาบรรพบุรุษ

3.

พระองค์เจ้าวาสุกรี ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อมีพระชันษาได้กี่ปี

a)

๑๒ ปี

b)

๑๓ ปี

c)

๑๔ ปี

d)

๑๕ ปี

4.

คำประพันธ์ที่ทรงใช้ในการนิพนธ์ เป็นลิลิตสุภาพ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

โคลงสุภาพและโคลงกระทู้

b)

โคลงสุภาพและร่ายสุภาพ

c)

โคลงสี่สุภาพและกาพย์ยานี ๑๑

d)

ร้อยแก้วที่มีคำประพันธ์ครบทั้งหมด

5.

ลิลิตตะเลงพ่ายมีจำนวนทั้งหมดกี่บท

a)

๔๒๙ บท

b)

๔๓๙ บท

c)

๔๔๙ บท

d)

๔๕๙ บท

6.

สงครามยุทธหัตถี หมายถึงข้อใด

a)

การรบด้วยคนสมัยก่อน

b)

การรบด้วยหอก ดาบ

c)

การรบที่ใช้กำลังคนมากมาย

d)

การต่อสู้กันด้วยอาวุธบนหลังช้าง

7.

บนหลังช้างจะมีคนนั่งอยู่กี่คน

a)

๑ คน

b)

๒ คน

c)

๓ คน

d)

๔ คน

8.

พระเจ้าพี่เรา จะยืนอยู่ใยในร่มไม้เล่า เชิญออกมาทำยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด ต่อจากเราสองคนคงไม่มีอีกแล้ว เป็นคำกล่าวของใคร

a)

พระเจ้านันทบุเรง

b)

พระนเรศวร

c)

พระมหาอุปราชา

d)

สมเด็จพระเอกาทศรถ

9.

เหตุการณ์ตอนทำศึกสงครามให้ถ้อยคำที่แสดงความรู้สึกอย่างไร

a)

ประมาทหวาดหวั่น

b)

กล้าหาญและมีไหวพริบ

c)

หวาดกลัวและวิตกกังวล

d)

ฮึกเหิมและต่อสู้กันอย่างห้าวหาญ

10.

วรรณคดีเรื่องลิลิตตะเลงพ่ายเป็นตัวอย่างที่ดีของวรรณคดีที่ปลุกกระแสความรักชาติให้แก่คนในสังคมดังตัวอย่างในข้อใด

a)

วรรณคดีที่มีผู้นิยมศึกษาวิจัยกันอย่างกว้างขวาง

b)

เป็นแบบอย่างในการสร้างวีรกรรมเพื่อชาติต่อไป

c)

การนำวรรณคดีเรื่องนี้ไปสอนบรรดาทหารหาญและให้เยาวชน

d)

ลิลิตตะเลงพ่ายเป็นเพชรเม็ดงามที่ประดับวงการวรรณคดีของไทย

11.

ฉันทลักษณ์ข้างต้นเป็นลักษณะของคำประพันธ์ชนิดใด

a)

โคลงสองสุภาพ

b)

กาพย์ยานี ๑๑

c)

ร่ายสุภาพ

d)

โคลงสี่สุภาพ

12.

พระผาดผายสู่ห้อง หาอนุชนวลน้อง

หนุ่มเหน้าพระสนม

จากบทประพันธ์ข้างต้นเป็นลักษณะของคำประพันธ์ชนิดใด

a)

กาพย์ยานี ๑๑

b)

โคลงสองสุภาพ

c)

โคลงสามสุภาพ

d)

โคลงสี่สุภาพ

13.

อุรารานร้าวแยก ยลสลบ

เอนพระองค์ลงทบ ท่าวดิ้น

เหนือคอคชซอนซบ สังเวช

วายชิวาตม์สุดสิ้น สู่ฟ้าเสวยสวรรค์

โคลงบทนี้ความรู้สึกใด

a)

หดหู่

b)

ฮึกเหิม

c)

ยินดีปรีดา

d)

กระวนกระวาย

14.

สลัดไดใดสลัดน้อง แหนงนอน ไพรฤๅ

เพราะเพื่อมาราญรอน เศิกไสร้

สละสละสมร เสมอชื่อ ไม้นา

นึกระกำนามไม้ แม่นแม้นทรวงเรียม

โคลงบทนี้มีศิลปะการประพันธ์เด่นในเรื่องใด

a)

ใช้ชื่อไม้แทนชื่อนางที่รัก

b)

เปรียบเทียบดอกไม้กับนางที่รัก

c)

ใช้ชื่อไม้ประกอบการพรรณนาความรู้สึก

d)

มีโวหารเปรียบเทียบแบบอุปมาและอุปลักษณ์

15.

ข้อใดไม่ใช่คติจากลิลิตตะเลงพ่าย

a)

ความกตัญญู

b)

ความกล้าหาญ

c)

การู้จักให้อภัย

d)

ความเสมอภาคและสิทธิส่วนบุคคล

16.

ลิลิตตะเลงพ่ายมีคุณค่าในด้านใดบ้าง

a)

ภาษา

b)

สติปัญญา

c)

อารมณ์

d)

ถูกทุกข้อ

17.

สงครามครานี้หนัก ใจเจ็บ ใจนา

เรียมเร่งแหนงหนาวเหน็บ อกโอ้

ลูกตายฤใครเก็บ ผีปาก พระเอย

ผีจักเท้งที่โพล้ ที่เพล้ใครเผา

จากคำประพันธ์ข้างต้น ลักษณะทางวรรณศิลป์ข้อใดไม่ปรากฎในคำประพันธ์

a)

การซ้ำคำ

b)

การเล่นเสียง

c)

การใช้ภาพพจน์

d)

การสร้างอารมณ์สะเทือนใจ

18.

พลมอญเมิลมืดท้อง รัถยา

อเนกนิกรอาชา ชาติช้าง

ทวนทองเถือกทอตา เปลือยปลาบ

เทียวธวัชแลสล้าง เฟื่องฟ้าปลิวปลาย

ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของคำประพันธ์ข้างต้น

a)

เสียงสัมผัส

b)

แสดงภาพพจน์

c)

ให้อารมณ์สะเทือนใจ

d)

ให้ความเปรียบเทียบลึกซึ้ง

19.

พระเปรมปราโมทย์ไซร้ ซึ้งบดินทร์ดาลได้

สดับเบื้องบอกรงค์

โคลงข้างต้นแสดงอุปนิสัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอย่างไร

a)

ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด

b)

อาจหาญเริงร่าที่จะได้ทำศึก

c)

สนใจต่อข่าวสารของบ้านเมือง

d)

ยินดีที่โกรธแล้วระงับความโกรธได้

20.

ข้อใดสะท้อนอัจริฉภาพด้านการศึกสงครามครั้งนี้ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เด่นชัดที่สุด

a)

ความรอบคอบในการจัดทัพ

b)

ความรอบรู้ในยุทธวิธีการศึก

c)

ความรับผิดชอบในการสงคราม

d)

ความเข้าใจลักษณะผู้นำของแม่ทัพ

21.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการสมาสคำ

a)

กาละเทศะ

b)

รัฐศาสตร์

c)

เกษตรกรรม

d)

มนุษยศาสตร์

22.

คำในข้อ มีวิธีการสนธิแบบ สระอะหรือสระอา สนธิกับสระอะหรืออา ด้วยกันจะรวมเป็นสระอะหรืออา

a)

คทาวุธ

b)

มไหศวรรย์

c)

พุทโธวาท

d)

อเนก

23.

ข้อใดไม่ใช่คำสมาส

a)

เทพเจ้า

b)

ประวัติศาสตร์

c)

จิตรกรรม

d)

วาตภัย

24.

ข้อใดอ่านออกเสียงถูกต้องตามหลักการอ่านคำสมาส

a)

ประวัติศาสตร์ ( ประ - หวัด - สาด )

b)

ไทยธรรม (ไท - ทำ )

c)

อุทกศาสตร์ ( อุ - ทก - กะ - สาด )

d)

นิจศีล (นิด - สีน )

25.

ข้อใดจัดเป็นคำสมาสที่มีพยัญชนะสนธิ

a)

พุทธานุภาพ

b)

มหรรณพ

c)

ทุรชน

d)

มัคคุเทศก์

26.

ข้อใดแยกคำสมาสแบบสนธิได้ไม่ถูกต้อง

a)

สุโขทัย = สุข + อุทัย

b)

ธนาคาร = ธนา + คาร

c)

เทวาลัย = เทวา + อาลัย

d)

คณาจารย์ = คณะ + อาจารย์

27.

ข้อใดเป็นการสร้างคำสมาสแบบสนธิ

a)

ศึกษาภัณฑ์ วิทยาจารย์

b)

สตางค์ โภชนาหาร

c)

ศึกษาธิการ มัจจุราช

d)

ปัญญาชน วิทยากร

28.

ข้อใดเป็นลักษณะของคำสมาส

a)

คำไทยประสมกันตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไป

b)

คำประสมที่มาจากภาษาบาลีและคำไทย

c)

คำที่ประสมคำบาลีกับคำภาษาอื่น

d)

คำที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต

29.

ข้อใดไม่ใช่คำสมาส

a)

พระสลา พระเขนย

b)

พระขรรค์ พระจันทร์

c)

พระเนตร พระพักตร์

d)

พระบาท พระชงฆ์

30.

"วาทศิลป์" แปลตามหลักคำสมาสว่าอย่างไร

a)

ศิลปะและวาทะ

b)

วาทะและศิลปะ

c)

ถ้อยคำที่เป็นศิลปะ

d)

ศิลปะแห่งถ้อยคำ