wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สารานุกรมไทย 18.4_กฎหมายกับสังคมไทย

Total questions: 33

Worksheet time: 33mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือกฎหมายสูงสุดของสังคมไทย

a)

รัฐธรรมนูญ

b)

พระราชบัญญัติ

c)

ประมวลกฎหมายอาญา

d)

พระราชกำหนด

2.

กฎหมายในข้อใดเป็นกฎหมายที่กำหนดสิทธิหน้าที่ของประชาชน

a)

รัฐธรรมนูญ

b)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

c)

ประมวลกฎหมายอาญา

d)

ถูกทุกข้อ

3.

ข้อใดไม่ใช่ชั้นศาล

a)

ศาลชั้นต้น

b)

ศาลอุทธรณ์

c)

ศาลฎีกา

d)

ศาลรัฐธรรมนูญ

4.

ศาลในข้อใดเป็นผู้พิจารณาคดีขั้นแรก

a)

ศาลชั้นต้น

b)

ศาลอุทธรณ์

c)

ศาลฎีกา

d)

ไม่มีข้อใดถูก

5.

หากคู่ความไม่พอใจการพิพากษาของศาลชั้นต้น อาจขอให้ศาลใดพิจารณา พิพากษาต่อไป

a)

ศาลชั้นต้น

b)

ศาลอุทธรณ์

c)

ศาลฎีกา

d)

ไม่มีข้อใดถูก

6.

ศาลในข้อใดพิพากษาตัดสินเป็นขั้นสุดท้าย

a)

ศาลชั้นต้น

b)

ศาลอุทธรณ์

c)

ศาลฎีกา

d)

ไม่มีข้อใดถูก

7.

"Ubi societas, ibijus" เป็นภาษาลาตินที่มีความหมายว่าอย่างไร

a)

ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นมีกฎระเบียบ

b)

ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นมีกฎหมาย

c)

ที่ไหนมีมนุษย์ ที่นั่นมีกฎระเบียบ

d)

ที่ไหนมีมนุษย์ ที่นั่นมีกฎหมาย

8.

กฎหมายไทยมีช่วงการปรับเปลี่ยนที่สำคัญ เพื่อให้เหมาะสมสอดคลองกับสังคมกี่ช่วง

a)

๒ ช่วง

b)

๓ ช่วง

c)

๔ ช่วง

d)

๕ ช่วง

9.

กฎหมายในช่วงสมัยสุโขทัยมีลักษณะอย่างไร

a)

เป็นกฎเกณฑ์ที่มาจากจารีตประเพณีดั้งเดิม นับว่า เป็นกฎหมายของไทยแท้ๆ

b)

มีกฎหมาย ๒ ลักษณะ คือ "คัมภีร์พระธรรมศาสตร์" และ "ราชศาสตร์"

c)

พระมหากษัตริย์ทรงปรับปรุงระบบกฎหมายให้ทันสมัย โดยอาศัยแบบอย่างจากตะวันตก

d)

ช่วงที่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครอง และมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญซึ่งถือเป็นกฎหมายแม่บทของไทยมาจนถึงทุกวันนี้

10.

กฎหมายในช่วงสมัยสมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีลักษณะอย่างไร

a)

เป็นกฎเกณฑ์ที่มาจากจารีตประเพณีดั้งเดิม นับว่า เป็นกฎหมายของไทยแท้ๆ

b)

มีกฎหมาย ๒ ลักษณะ คือ "คัมภีร์พระธรรมศาสตร์" และ "ราชศาสตร์"

c)

พระมหากษัตริย์ทรงปรับปรุงระบบกฎหมายให้ทันสมัย โดยอาศัยแบบอย่างจากตะวันตก

d)

ช่วงที่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครอง และมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญซึ่งถือเป็นกฎหมายแม่บทของไทยมาจนถึงทุกวันนี้

11.

กฎหมายในช่วงที่ ๓ มีลักษณะอย่างไร

a)

เป็นกฎเกณฑ์ที่มาจากจารีตประเพณีดั้งเดิม นับว่า เป็นกฎหมายของไทยแท้ๆ

b)

มีกฎหมาย ๒ ลักษณะ คือ "คัมภีร์พระธรรมศาสตร์" และ "ราชศาสตร์"

c)

พระมหากษัตริย์ทรงปรับปรุงระบบกฎหมายให้ทันสมัย โดยอาศัยแบบอย่างจากตะวันตก

d)

ช่วงที่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครอง และมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญซึ่งถือเป็นกฎหมายแม่บทของไทยมาจนถึงทุกวันนี้

12.

กฎหมายในช่วงสุดท้าย (ช่วงที่ ๔) มีลักษณะอย่างไร

a)

เป็นกฎเกณฑ์ที่มาจากจารีตประเพณีดั้งเดิม นับว่า เป็นกฎหมายของไทยแท้ๆ

b)

มีกฎหมาย ๒ ลักษณะ คือ "คัมภีร์พระธรรมศาสตร์" และ "ราชศาสตร์"

c)

พระมหากษัตริย์ทรงปรับปรุงระบบกฎหมายให้ทันสมัย โดยอาศัยแบบอย่างจากตะวันตก

d)

ช่วงที่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครอง และมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญซึ่งถือเป็นกฎหมายแม่บทของไทยมาจนถึงทุกวันนี้

13.

ข้อใดหมายถึงกฎหมายแม่บทที่เรารับมาจากอินเดียผ่านทางมอญ

a)

คัมภีร์พระธรรมศาสตร์

b)

ราชศาสตร์

c)

ประมวลกฎหมายตามระบบซีวิลลอว์ (CIVIL LAW)

d)

รัฐธรรมนูญ

14.

ข้อใดไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

a)

กระทรวงยุติธรรม

b)

โรงเรียนกฎหมาย

c)

ร่างประมวลกฎหมายตามระบบซีวิลลอว์ (CIVIL LAW)

d)

รัฐธรรมนูญ

15.

ข้อใดไม่ใช่การจำแนกอำนาจการปกครองตามหลักพื้นฐานของกฎหมายรัฐธรรมนูญ

a)

อำนาจนิติบัญญัติ

b)

อำนาจบริหาร

c)

อำนาจตุลาการ

d)

อำนาจรัฐสภา

16.

รัฐสภาเป็นผู้ใช้อำนาจใด

a)

อำนาจนิติบัญญัติ

b)

อำนาจบริหาร

c)

อำนาจตุลาการ

d)

อำนาจรัฐสภา

17.

คณะรัฐมนตรีเป็นผู้ใช้เป็นผู้ใช้อำนาจใด

a)

อำนาจนิติบัญญัติ

b)

อำนาจบริหาร

c)

อำนาจตุลาการ

d)

อำนาจรัฐสภา

18.

ศาลเป็นผู้ใช้เป็นผู้ใช้อำนาจใด

a)

อำนาจนิติบัญญัติ

b)

อำนาจบริหาร

c)

อำนาจตุลาการ

d)

อำนาจรัฐสภา

19.

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ตรารัฐธรรมนูญ โดยคำแนะนำ และยินยอมของใคร

a)

สภาผู้แทนราษฎร

b)

วุฒิสภา

c)

รัฐสภา

d)

ไม่มีข้อใดถูก

20.

ข้อใดเรียงลำดับชั้นของกฎหมายได้ถูกต้อง

a)

รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด

b)

พระราชบัญญัติ รัฐธรรมนูญ พระราชกำหนด

c)

พระราชกำหนด พระราชบัญญัติ รัฐธรรมนูญ

d)

รัฐธรรมนูญ พระราชกำหนด พระราชบัญญัติ

21.

ข้อใดคือกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติ หรือรัฐสภา ผู้ที่มีอำนาจเสนอพระราชบัญญัติให้รัฐสภาพิจารณา คือ คณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเสนอผ่านพรรคการเมืองที่สมาชิกผู้นั้นสังกัด

a)

รัฐธรรมนูญ

b)

พระราชบัญญัติ

c)

พระราชกำหนด

d)

ถูกทุกข้อ

22.

ข้อใดคือกฎหมายที่ออกเป็นกรณีพิเศษ โดยฝ่ายบริหาร

a)

รัฐธรรมนูญ

b)

พระราชบัญญัติ

c)

พระราชกำหนด

d)

ถูกทุกข้อ

23.

ข้อใดคือกฎหมายที่กำหนดมีผลบังคับเพียงชั่วคราวเฉพาะเรื่องเท่านั้น

a)

รัฐธรรมนูญ

b)

พระราชบัญญัติ

c)

พระราชกำหนด

d)

ถูกทุกข้อ

24.

ข้อใดคือกฎหมายที่ออกในกรณีฉุกเฉิน เพื่อรักษาความปลอดภัย และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือในกรณีที่มีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากร หรือเงินตรา ซึ่งจะต้องพิจารณากันเป็นเรื่องด่วนและลับ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน

a)

รัฐธรรมนูญ

b)

พระราชบัญญัติ

c)

พระราชกำหนด

d)

ถูกทุกข้อ

25.

ข้อใดคือกฎหมายที่กำหนดให้แจ้งเกิดภายใน ๑๕ วัน / แจ้งตายภายใน ๒๔ ชั่วโมง / แจ้งย้ายเข้า-ออกภายใน ๑๕ วัน

a)

พระราชบัญญัติทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. ๒๔๙๙

b)

พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖

c)

พระราชบัญญัติการรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗

d)

ไม่มีข้อใดถูก

26.

พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖ กำหนดให้บุคคลที่มีสัญชาติไทยต้องมีบัตรประชาชนในช่วงอายุเท่าใด

a)

12-70 ปี

b)

15-70 ปี

c)

16-70 ปี

d)

18-70 ปี

27.

พระราชบัญญัติการรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ กำหนดให้ชายไทยทุกคนต้องไปแสดงตน เพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน เมื่ออายุเท่าใด

a)

เมื่ออายุย่างเข้า ๑๘ ปี

b)

เมื่ออายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์

c)

เมื่ออายุย่างเข้า ๒๑ ปี

d)

เมื่ออายุ ๒๑ ปีบริบูรณ์

28.

พระราชบัญญัติการรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ กำหนดชายไทยต้องไปแสดงตน เพื่อรับหมายเรียกที่อำเภอท้องที่ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของตน เมื่ออายุเท่าใด

a)

เมื่ออายุย่างเข้า ๑๘ ปี

b)

เมื่ออายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์

c)

เมื่ออายุย่างเข้า ๒๑ ปี

d)

เมื่ออายุ ๒๑ ปี

29.

บุคคลใดได้รับยกเว้นไม่ต้องไปแสดงตัว เพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน

a)

สามเณรซึ่งสอบเปรียญได้แล้ว

b)

ผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างการควบคุม หรือคุมขังของเจ้าพนักงาน

c)

ถูกทุกข้อ

30.

บุคคลใดได้รับการยกเว้นไม่ถูกเรียก แม้ว่าจะไปลงบัญชีทหารกองเกินไว้แล้วก็ตาม

a)

พระภิกษุสามเณร นักบวช

b)

ผู้ที่อยู่ระหว่างการฝึกวิชาทหาร

c)

ครู

d)

บุคคลที่แปลงสัญชาติเป็นไทย

e)

ถูกทุกข้อ

31.

ข้อใดเป็นการประกาศใช้กฎหมายลายลักษณ์อักษร ที่เมื่อประกาศใช้แล้ว ถือเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนต้องรับรู้ จะอ้างว่าไม่ทราบว่ามีกฎหมายนั้นอยู่ไม่ได้

a)

ราชกิจจานุเบกษา

b)

ประกาศสำนักพระราชวัง

c)

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี

d)

ไม่มีข้อใดถูก

32.

ผู้ได้รับความเสียหายจะต้องนำคดีไปฟ้องร้องต่อศาลชั้นต้นภายในอายุความที่กฎหมายกำหนด เป็นการดำเนินคดีใด

a)

คดีแพ่ง

b)

คดีอาญา

c)

ไม่มีข้อใดถูก

33.

ผู้ได้รับความเสียหายอาจดำเนินคดีได้ ๒ ทาง คือ ฟ้องต่อศาลโดยตรง หรือไปร้องทุกข์ผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในอายุความที่กฎหมายกำหนด เป็นการดำเนินคดีใด

a)

คดีแพ่ง

b)

คดีอาญา

c)

ไม่มีข้อใดถูก