NEW
Font size
Worksheetsสอบกลางภาคเรียนที่ 1 มัธยมศึกษาปีที่ 5
Total questions: 20
Worksheet time: 11mins
๑. คำในข้อใดใช้สระเหมือนกับเสียงสระของคำว่า “ ก้อง ”
ก. เกี่ยว
ข. ร้อง
ค. รับ
ง.แรง
“เกิดเป็นไทยใจงามสร้างสำนึก” จากคำประพันธ์ข้างต้นข้อใดเป็นสัมผัสสระ
ก. งาม - สร้าง
ข. สร้าง – สิ่ง
ค. ไทย – ใจ
ง. สำ – นึก
ข้อใดเป็นคำสัมผัสสระทั้งหมด
ก. เทิด – ทูน , เก่า – ก่อน
ข. จอง – หอง , ใจ – ไหม
ค. ร่ำ – รวย , ขื่น – ขม
ง. เก็บ – กด , ขม – ขื่น
ข้อใดมีสัมผัสพยัญชนะเหมือนคำว่า“ ร่องรอย ”
ก. ทีท่า
ข. รับช่วง
ค. รีบเร่ง
ง. ร้ายกาจ
ข้อใดมีคำสัมผัสสระมากที่สุด
ก. ไม้ดอกออกดอกแย้ม พฤกษาแต้มแซมไสว
ข. เมืองไทยในแผ่นดิน เพราะสูญสิ้นสามัคคี
ค. ในน้ำมีหมู่ปลา ว่ายไปมาหลากสีสัน
ง. สายลมพร่างพรมพลิ้ว เป็นแนวทิวริมหาดขาว
กลุ่มคำในข้อใดเป็นคำสัมผัสพยัญชนะทุกคำ
ก. ทดแทนทอดน่อง
ข. บอกบุญเบิกบาน
ค. บัวบานในบ่อ
ง. แย่แก่แน่แท้
“ ร่มรื่นเรียงเรียงมาเคียงกัน ”คำที่ขีดเส้นใต้มีลักษณะตรงตามข้อใด
ก. คำคล้องจอง
ข. สัมผัสอักษร
ค. สัมผัสนอก
ง. สัมผัสสระ
ข้อใดเป็นคำสัมผัสพยัญชนะทั้งหมด
ก. กีด – ขวาง , อ่อน – แอ
ข. ร่อง – รอย , สี – สุก
ค. ผิว – ผ่อง , ใฝ่ – พัน
ง. รา – ชา , สูญ – เสีย
ข้อใดมีสัมผัสพยัญชนะมากที่สุด
ก. เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง นกบินเฉียงไปทั้งหมู่
ข. สนธยาจะใกล้ค่ำ คำนึงหน้าเจ้าตาตรู
ค. ดูหนูสู่รูงู งูสุดสู้หนูสู้งู
ง. ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ รสพิเศษใส่ลูกเอ็น
"เพชรน้ําค้างค้างหล่นบนพรมหญ้า"กวีใช้ภาพพจน์ชนิดใดมากที่สุดในคําประพันธ์ข้างต้น
ก. อุปมา
ข. อุปลักษณ์
ค. บุคลาธิษฐาน
ง. อติพจน์
“เท้าหนอเท้าทั้งล้ายังกล้าก้าว
ทําหน้าที่ของเท้เพื่อเจ้าของ
เจ้าของเท้าทั้งทุกข์สุดร่ําร้อง
มิประคองร่างขึ้นใหม่ก็อายเท้า” คําประพันธ์ข้างต้นมีลักษณะเด่นในข้อใด
ก. เล่นสัมผัสสระและอักษร
ข. เล่นคําเล่นความหมาย
ค. ใช้ถ้อยทําที่ทําให้เกิดภาพ
ง. ซ้ำคําย้ำความหมาย
"นวลจันทร์เป็นนวลจริง
เจ้างามพริ้งยิ่งนวลปลา
คางเบือนเบือนหน้ามา
ไม่งามเท่าเจ้าเบือนชาย"
คำประพันธ์ข้างต้นมีลักษณะเด่นตามข้อได
ก. เล่นคำ
ข. ซ้ำคำ
ค. อุปมาโวหาร
ง. อติพจน์โวหาร
"นวลจันทร์เป็นนวลจริง
เจ้างามพริ้งยิ่งนวลปลา
คางเบือนเบือนหน้ามา
ไม่งามเท่าเจ้าเบือนชาย
เพียนทองงามดั่งทอง
ไม่เหมือนน้องห่มตาดพราย
กระแหแหห่างชาย
ดั่งสายสวาทคลาดจากสม" จากคำประพันธ์ข้างต้นมีปลากี่ชนิด
ก. 1 ชนิด
ข. 2 ชนิด
ค. 3 ชนิด
ง. 4 ชนิด
ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ด้วยวิธีการอุปลักษณ์
ก. ลมระเริงลู่หวิวพลิ้วระลอก
สัพยอกยอดไม้ไปลิ่วล่อง
ข. เพลินฟังวังเวงเพลงเรไร
พิณพาทย์ไพรกล่อมขับสำหรับดง
ค. โอ้โอ๋อกพระชนกชนนีนี้จะแตกครากสักเจ็ดภาคภินทนาการ
ง. มีทั้งว่านยาสารพันอุดมดับโรคาพยาธิดุจทิพยโอสถปรากฏคุณประสิทธิ์ประสาทสุพรรณนา
“อกนางพระธรณีจะแยะแยกแตกกระจายอยู่รอนๆ”
คำประพันธ์ข้างต้นใช้โวหารภาพพจน์ใด
ก. อติพจน์
ข. อุปลักษณ์
ค. สัญลักษณ์
ง. บุคลาธิษฐาน
ข้อใดมีการซ้ำคำที่มีความหมายเหมือนกันทุกคำ
ก. ทั้งหนาวลมหนาวพรมน้ำค้างพราว
ไหนจะหนาวซากผาศิลาเย็น
ข. เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา
แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง
ค. ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน
ระกำย่านนี่ก็ยาวนะอกเอ๋ย
ง. ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ
เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง
(1) เป็นกลุ่มกลุ่มกลุ้มกายเหมือนทรายซัด
ต้องนั่งปัดแปะไปมิได้นอน
(2) ครั้นยามเย็นเห็นเหมือนหนึ่งเมฆพลุ่ง
เป็นควันฟุ้งราวกับไฟไกลหนักหนา
(3) ดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่
หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผี
(4) เราเป็นมนุษย์สุดรักต้องลักพา
เหมือนอินทราตรึงส์ตรัยเป็นไรมี ข้อใดใช้ภาพพจน์ชนิดอุปลักษณ์
ก. ข้อ ๑
ข. ข้อ ๒
ค. ข้อ ๓
ง. ข้อ ๔
(1) เป็นกลุ่มกลุ่มกลุ้มกายเหมือนทรายซัด
ต้องนั่งปัดแปะไปมิได้นอน
(2) ครั้นยามเย็นเห็นเหมือนหนึ่งเมฆพลุ่ง
เป็นควันฟุ้งราวกับไฟไกลหนักหนา
(3) ดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่
หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผี
(4) เราเป็นมนุษย์สุดรักต้องลักพา
เหมือนอินทราตรึงส์ตรัยเป็นไรมี ข้อใดใช้ภาพพจน์ชนิดอุปมา
ก. ข้อ ๑
ข. ข้อ ๒
ค. ข้อ ๓
ง. ข้อ ๔
ข้อใดมีการเล่นคำ
ก. เบญจวรรณวันจากเจ้า
กำสรดเศร้าแทบวายวาง
ข. นามแก้วดอกแก้วคือ
แก้วเนตรพี่นี้ใช่ใคร
ค. งามทรงวงดังวาด
งามมารยาทนาดกรกราย
ง. นางแย้มดุจเรียมยล
น้องแย้มยิ้มพริ้มพรายงาม
ข้อใดไม่แสดงจินตภาพการเคลื่อนไหว
ก . อุกคลุกพลุกเงยงัด คอคช เศิกแฮ
ข . บัดราชฟาดแสงพล พ่ายฟ้อน
ค . สารทรงราชรามัญ ลงล่าง แลนา
ง . หน่อนเรนทรทิศ ตกด้าว
