wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบเก็บคะแนนชีวภาพ1 (ก่อนปลายภาค)

Total questions: 30

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

1. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

เหงื่อช่วยระบายความร้อนและขับโซเดียมออกจากร่างกาย

b)

เซลล์เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

c)

อวัยวะที่ทำหน้าที่กำจัดของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมในร่างกาย คือ ไต

d)

ร่างกายกำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมโดยการหายใจออก

e)

การผลิตวัคซีนทำโดยการใช้เชื้อโรคที่อ่อนกำลังลงหรือตายแล้วมาฉีดกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน

2.

หลอดเลือดที่นำเลือดออกจากไต ตรงกับข้อใด

a)

หลอดเลือดแดง

b)

รีนัลอาร์เตอรี

c)

รีนัลเวน

d)

โกลเมอรูลัส

e)

โบว์แมนแคปซูล

3.

หลอดเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนและยูเรียสูง ตรงกับข้อใด

a)

หลอดเลือดแดง

b)

รีนัลอาร์เตอรี

c)

รีนัลเวน

d)

โกลเมอรูลัส

e)

โบว์แมนแคปซูล

4.

องค์ประกอบในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ reabsorption

a)

proximal convoluted tubule

b)

Distal convoluted tubule

c)

Ascending limb

d)

Descending limb

e)

glomerulus

5.

องค์ประกอบในข้อใด ดูดกลับ H2O เพียงอย่างเดียว

a)

proximal convoluted tubule

b)

Distal convoluted tubule

c)

Ascending limb

d)

Descending limb

e)

collecting duct

6.

แอลโดสเตอโรนถูกหลั่งออกมาจากบริเวณใด

a)

ท่อหน่วยไตตอนต้น

b)

ต่อมหมวกไต

c)

ต่อมใต้สมอง

d)

โกลเมอรูลัส

e)

ไฮโพทาลามัส

7.

มนุษย์มีการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิร่างกายอย่างไรเมื่ออยู่ในที่หนาวเย็น

a)

หลอดเลือดรอบนอกขยายตัว มีการขับเหงื่อ

b)

หลอดเลือดรอบนอกขยายตัว ทำให้เกิดอาการสั่น

c)

หลอดเลือดรอบนอกหดตัว มีการขับเหงื่อ

d)

หลอดเลือดรอบนอกหดตัว ทำให้เกิดอาการสั่น

e)

หลอดเลือดรอบนอกหดตัว ไม่มีการขับเหงื่อ

8.

ข้อใดไม่สัมพันธ์กัน

a)

ไต = kidney

b)

ท่อไต = urethra

c)

หน่วยไต = nephron

d)

กรวยไต = pelvis

e)

กระเพาะปัสสาวะ = urinary bladder

9.

แอนติไดยูเรติกถูกหลั่งออกมาจากบริเวณใด

a)

ท่อหน่วยไตตอนต้น

b)

ต่อมหมวกไต

c)

ต่อมใต้สมอง

d)

โกลเมอรูลัส

e)

ไฮโพทาลามัส

10.

สมองที่ควบคุมการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิ ตรงกับข้อใด

a)

ซีรีบรัม

b)

ไฮโพทามัส

c)

ทาลามัส

d)

พอนส์

e)

เมดัลลา

11.

ร่างกายคนจะมีปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย โดยจะสร้างสารใดมาต่อสู้

a)

ซีรุ่ม

b)

ทอกซอยด์

c)

แอนติเจน

d)

แอนติบอดิ

e)

เกล็ดเลือด

12.

อวัยวะที่ทำหน้าที่สร้างและพัฒนาเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่ม lymphocyte ตรงกับข้อใด

a)

ม้าม

b)

ต่อมน้ำเหลือง

c)

ไขกระดูก

d)

หลอดน้ำเหลือง

e)

ต่อมไทรอยด์

13.

ข้อใดไม่จัดเป็นกลไกการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ

a)

ผิวหนัง

b)

ท่อลม

c)

ฟาโกไซต์

d)

การอักเสบ

e)

ลิมโฟไซต์

14.

ข้อใดไม่สัมพันธ์กัน

a)

ขี้หู ดักจับฝุ่นละอองและแมลง

b)

น้ำตา มีไลโซไซม์ ย่อยผนังเซลล์ของแบคทีเรีย

c)

ท่อลม หลั่งเมือกดักจับฝุ่นละอองและจุลินทรีย์แล้วถูกซิเลียโบกพัดด้วยการไอหรือจาม

d)

กระเพาะปัสสาวะ หลั่งกรดและเอนไซม์เพื่อยับยั้งการเจริญของเชื้อโรคและจุลินทรีย์

e)

เหงื่อจากต่อมเหงื่อและน้ำมันจากต่อมไขมัน ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบางชนิด

15.

จากภาพ C สอดคล้องกับข้อใด

a)

ฟาโกไซต์เข้ากินเชื้อโรคและเนื้อเยื่อที่เสียหาย

b)

หลอดเลือดฝอยขยายตัว ฟาโกไซต์แทรกตัวออกจากหลอดเลือด

c)

ฟาโกไซต์เข้ากินแอนติบอดีเชื้อโรคและเนื้อเยื่อที่เสียหาย

d)

เนื้อเยื่อที่เสียหายและเชื้อโรคส่งสัญญาณทางเคมีไปดึงดูดให้ฟาโกไซต์มารวมตัวกันมากขึ้น

e)

เนื้อเยื่อที่เสียหายและเชื้อโรคส่งสัญญาณทางเคมีไปดึงดูดให้พิโนไซโทซิสมารวมตัวกันมากขึ้น

16.

ข้อใดจัดเป็นภูมิคุ้มกันแบบรับมา

a)

ซีรุ่ม

b)

วัคซีน

c)

แอนติเจน

d)

แอนติบอดิ

e)

เกล็ดเลือด

17.

ข้อใดจัดเป็นภูมิคุ้มกันแบบก่อเอง

a)

ซีรุ่ม

b)

วัคซีน

c)

แอนติเจน

d)

แอนติบอดิ

e)

เกล็ดเลือด

18.

โรคเอดส์เกิดจากการติดเชื้อ HIV ซึ่งสอดคล้องกับข้อใด

a)

human Immune Virus

b)

human Immunodeficiency Virus

c)

hepatic Immune Virus

d)

hepatic Immunodeficiency Virus

e)

human Immunization Virus

19.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับแอนติบอดี (antibody)

a)

แอนดิบอดีถูกสร้างขึ้นโดยแอนติเจนที่อยู่ในร่างกาย

b)

แอนติบอดีถูกสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านแบคที่เรียและไวรัสที่เข้าสู่ร่างกาย

c)

แอนติบอดีร่วมกับเม็ดเลือดขาวเพื่อสร้างเซลล์ที่ต่อต้านสารแปลกปลอม

d)

แอนติบอดีร่วมกับเม็ดเลือดแดงเพื่อสร้างเซลล์ที่ต่อต้านสารแปลกปลอม

e)

รวมกับแอนติเจนเพื่อสร้างสารประกอบเพื่อป้องกันร่างกายจากแบคทีเรียหรือไวรัส

20.

ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของโรค allergen ไม่ถูกต้อง

a)

ร่างกายจะเพิ่มจำนวนเซลล์ทีผู้ช่วย

b)

เซลล์บีจะสร้างแอนติบอดีที่จำเพาะ

c)

กระตุ้นให้เซลล์แมสต์หลั่งฮีสตามีน

d)

มีอาการไอ จาม คันตา คันจมูก หรือน้ำตาไหล

e)

การแพ้เกสรดอกไม้ ฝุ่น สารบางชนิดในอาหาร

21.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

คาร์โบไฮเดรตเป็นสารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช

b)

กรดนิวคลีอิกเป็นสารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช

c)

น้ำยางมะละกอป้องกันแมลงไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช

d)

ดอกไม้มีสีเพื่อล่อแมลงเป็นสารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช

e)

คาเฟอีนในกาแฟยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช

22.

ข้อใดเป็นธาตุอาหารที่พืชต้องการในปริมาณมาก

a)

Mg

b)

Zn

c)

Fe

d)

Mo

e)

Cl

23.

ลักษณะของต้นไม้ที่ใบอ่อนเกิดใหม่มีสีเหลืองซีด เป็นเพราะขาดแร่ธาตุใด

a)

N

b)

P

c)

Fe

d)

K

e)

Cl

24.

ลักษณะของต้นไม้ที่ใบทุกใบมีสีเหลืองซีด ต้นเล็กกว่าปกติ เป็นเพราะขาดแร่ธาตุใด

a)

N

b)

P

c)

Fe

d)

K

e)

Cl

25.

ฮอร์โมนที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการยืดตัวของเซลล์ ส่งเสริมการเจริญของราก ชะลอการหลุดร่วงของใบ สอดคล้องกับข้อใด

a)

ไซโทไคนิน

b)

จิบเบอเรลลิน

c)

กรดแอบไซซิค

d)

เอทิลีน

e)

ออกซิน

26.

ฮอร์โมนที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นให้เซลล์ลำต้นมีการยืดตัว และแบ่งเซลล์มากขึ้น ทำให้ต้นสูงขึ้น สอดคล้องกับข้อใด

a)

ไซโทไคนิน

b)

จิบเบอเรลลิน

c)

กรดแอบไซซิค

d)

เอทิลีน

e)

ออกซิน

27.

สารสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับเอทิลีนคือข้อใด

a)

BA

b)

TDZ

c)

GA3

d)

IBA

e)

Calcium carbide

28.

สารสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติในการเร่งการเกิดราก ใช้กระตุ้นให้พืชติดผล ตรงข้อใด

a)

BA

b)

TDZ

c)

GA3

d)

IBA

e)

Calcium carbide

29.

สารสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติทำให้ช่อองุ่นยาว ขนาดใหญ่ขึ้น ตรงข้อใด

a)

BA

b)

ethephon

c)

GA3

d)

IBA

e)

Calcium carbide

30.

ในส่วนลำต้นของพืชที่ได้รับแสงน้อยจะมีฮอร์โมนตัวใดสะสมอยู่มาก

a)

ไซโทไคนิน

b)

จิบเบอเรลลิน

c)

กรดแอบไซซิค

d)

เอทิลีน

e)

ออกซิน