wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบเก็บคะแนนก่อนปลายภาคเพิ่มเติม1

Total questions: 40

Worksheet time: 21mins

Name
Class
Date
1.

พันธะที่จับระหว่าง H และ O ตรงกับพันธะใด

a)

พันธะไฮโดรเจน

b)

พันธะเพปไทด์

c)

พันธะไกลโคซิดิก

d)

พันธะโควาเลนต์

e)

พันธะซัลไฟด์

2.

พันธะที่จับระหว่าง H2O และ H2O ตรงกับพันธะใด

a)

พันธะไฮโดรเจน

b)

พันธะเพปไทด์

c)

พันธะไกลโคซิดิก

d)

พันธะโควาเลนต์

e)

พันธะซัลไฟด์

3.

ข้อใดจัดเป็นสารที่มีขั้วที่มีสมบัติเป็น hydrophilic

a)

น้ำมันพืช

b)

น้ำมันสัตว์

c)

ขี้ผึ้ง

d)

คอเลสเตอรอล

e)

ซูโครส

4.

มอโนเมอร์ของดีเอนเอ สอดคล้องกับข้อใด

a)

กรดอะมิโน

b)

โปรตีน

c)

นิวคลีโอไทด์

d)

อะไมโลส

e)

ไกลโคเจน

5.

มอโนเมอร์ของโปรตีน สอดคล้องกับข้อใด

a)

กรดอะมิโน

b)

กลูโคส

c)

นิวคลีโอไทด์

d)

อะไมโลส

e)

ไกลโคเจน

6.

ข้อใดเป็นน้ำตาลในกลุ่มเฮกโซส (hexose sugar)

a)

ไรโบส

b)

ไรบูโลส

c)

มอลโทส

d)

ฟรักโทส

e)

แล็กโทส

7.

ข้อใดเป็นโพลิแซ็กคาไรด์

a)

ไรโบส

b)

ไรบูโลส

c)

ดีออกซีไรโบส

d)

กรดนิวคลีอิก

e)

ไคทิน

8.

ข้อใดกล่าวถึงประโยชน์ของน้ำไม่ถูกต้อง

a)

เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมี

b)

เป็น universal solvent

c)

ช่วยลำเลียงสารต่าง ๆ ในร่างกาย

d)

ควบคุมสมดุลน้ำให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม

e)

ช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย

9.

ข้อใดจัดเป็นหน้าที่ของโพแทสเซียม

a)

เป็นองค์ประกอบของนิวคลีโอโปรตีน

b)

เป็นองค์ประกอบของกรดอะมิโน

c)

เป็นโคแฟกเตอร์ของเอนไซม์

d)

เป็นองค์ประกอบในการสร้างแผ่นกั้นเซลล์

e)

เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์

10.

ไฮโดรเจนที่พบในร่างกายมนุษย์มีอยู่ร้อยละกี่เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวของมนุษย์

a)

65

b)

18.5

c)

9.5

d)

3.3

e)

1.5

11.

สูตรโมเลกุลของน้ำตาลดีออกซีไรโบส สอดคล้องกับข้อใด

a)

C5H1005

b)

C5H1004

c)

C5H10010

d)

C5H1205

e)

C5H1204

12.

สูตรโมเลกุลของน้ำตาลโมเลกุลคู่ สอดคล้องกับข้อใด

a)

C5H1005

b)

C5H1004

c)

C12H22011

d)

C6H1206

e)

C3H603

13.

ข้อใดจัดเป็นหน่วยย่อยของไคทิน

a)

glucose

b)

cellulose

c)

glycogen

d)

amylopectin

e)

N-acetylglucosamine

14.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ Starch

a)

พบสะสมที่ตับและกล้ามเนื้อ

b)

เกิดจากกลูโคสหลาย ๆ โมเลกุล

c)

เป็นพอลีแซ็คคาไรด์สะสมในเซลล์พืช

d)

ประกอบด้วยอะไมโลสไม่มีการแตกแขนง

e)

ประกอบด้วยอะไมโลเพคตินที่มีการแตกแขนง

15.

จากภาพเป็นภาพที่สอดคล้องกับข้อใด

a)

glycolipid

b)

lipoprotein

c)

oil

d)

glycolipid

e)

steroid

16.

ข้อใดเป็นกรดอะมิโนจำเป็นในวัยเด็ก

a)

asparagine

b)

alanine

c)

arginine

d)

glycine

e)

thyrosine

17.

ข้อใดไม่จัดเป็นกรดอะมิโนจำเป็น

a)

lysine

b)

valine

c)

methionine

d)

proline

e)

phenylalanine

18.

โครงสร้างของโปรตีนที่พบในใยแมงมุม ที่สอดคล้องกับข้อใด

a)

primary structure

b)

secondary structure

c)

Tertiary structure

d)

quaternary structure

e)

Polypeptide structure

19.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

เบสไทมีนพบเฉพาะในดีเอ็นเอ

b)

เบสยูราซิลพบเฉพาะในอาร์เอ็นเอ

c)

เบสอะดีนีนอยู่ในกลุ่มของไพริมิดีน

d)

เบสไทมีนอยู่ในกลุ่มของไพริมิดีน

e)

เบสไซโทซีนอยู่ในกลุ่มของไพริมิดีน

20.

แร่ธาตุที่ทำหน้าที่ป้องกันโรคเหน็บชา และการทำงานของระบบประสาท พบในเนื้อหมู ตับ ข้าว ยีสต์ เป็นการทำงานของวิตามินชนิดใด

a)

ไทอะมีน

b)

ไรโบเฟลวิน

c)

ไนอะซิน

d)

โคบาลามิน

e)

กรดแอสคอร์บิก

21.

การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสในระยะใดมีโอกาสทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมสูงที่สุด

a)

โพรเฟส I

b)

โพรเฟส II

c)

เมทาเฟส I

d)

เมทาเฟส II

e)

เทโลเฟส I

22.

ข้อใดกล่าวถึงการแบ่งไซโทพลาสซึมไม่ถูกต้อง

a)

การแบ่งไซโทพลาสซึมในเซลล์สัตว์เกิดรอยคอดเว้าเรียกว่า furrow type

b)

การแบ่งไซโทพลาสซึมในเซลล์พืชเกิดแผ่นกั้นเซลล์ที่เรียกว่า cell plate

c)

การแบ่งไซโทพลาสซึมในเซลล์พืชเกิดจากการทำงานของ karyokinesis

d)

การแบ่งไซโทพลาสซึมในเซลล์พืชเกิดจากการทำงานของ golgi body

e)

การแบ่งไซโทพลาสซึมในเซลล์สัตว์เกิดจากการทำงานของ actin microfilament

23.

ระยะที่มีการสังเคราะห์โครโมโซม และโปรตีนเพิ่มเป็น 2 เท่า ตรงกับระยะใด

a)

G phase

b)

S phase

c)

M phase

d)

anaphase

e)

Telophase I

24.

ระยะโครโมโซมเรียงตัวกันในแนวกลางเซลล์ เซนตริโอลสร้าง Spindle fiber ตรงกับการแบ่งเซลล์ระยะใด

a)

โพรเฟส

b)

เมตาเฟส

c)

แอนาเฟส

d)

เทโลเฟส

e)

อินเตอร์เฟส

25.

ระยะของ Spindle fiber ดึงแยกโครโมโซมออกจากกันไปยังแต่ละขั้วของเซลล์ ตรงกับการแบ่งเซลล์ระยะใด

a)

โพรเฟส

b)

เมตาเฟส

c)

แอนาเฟส

d)

เทโลเฟส

e)

อินเตอร์เฟส

26.

ข้อใดเป็นลักษณะการแบ่งแยกระหว่างการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส I และไมโอซิส II

a)

Heterozgus chromosome & sister chromatids

b)

Homologus chromosome & sister chromatids

c)

sister chromatids & Homologus chromosome

d)

sister chromatids & Heterozgus chromosome

e)

Homologus chromosome & non-sister chromatids

27.

ระยะใดของการแบ่งเซลล์เกิดกระบวนการ Crossing over

a)

โพรเฟส I

b)

โพรเฟส II

c)

เมทาเฟส I

d)

เมทาเฟส II

e)

เทโลเฟส I

28.

เซลล์มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีมากที่สุด หรือมีเมทาบอลิซึมสูงมาก จึงเรียก Metabolic stage ใช้เวลานานที่สุด ตรงกับการแบ่งเซลล์ระยะใด

a)

โพรเฟส

b)

เมตาเฟส

c)

แอนาเฟส

d)

เทโลเฟส

e)

อินเตอร์เฟส

29.

ระยะใดในการแบ่งเซลล์แบบ Meiosis ที่ทำให้ชุดของโครโมโชมลดลงครึ่งหนึ่ง

a)

Prophase I

b)

Prophase II

c)

Prophase I และ Prophase I

d)

Anaphase I

e)

Anaphase Il

30.

เซลล์ที่มีการแบ่งแบบไมโอซิส จะพบในอวัยวะใด

a)

อัณฑะ

b)

ตับ

c)

ช่องคลอด

d)

สมอง

e)

กระดูก

31.

ข้อใดไม่จัดเป็นการสลายสารแบบใช้ออกซิเจน

a)

ไกลโคไลซีส

b)

การสร้างอะซีติลโคเอ

c)

วัฏจักรเครบส์

d)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอน

e)

การหมัก

32.

ไกลโคไลซีสเกิดในบริเวณใดของเซลล์

a)

ไซโทซอล

b)

ไมโทคอนเดรีย

c)

คลอโรพลาสต์

d)

เอนโดพลาสซึม

e)

กอลจิคอมเพล็กซ์

33.

การสร้าง ATP ในกระบวนการไกลโคไลซิส ตรงกับข้อใด

a)

oxidative phosphorylation

b)

oxygentive phosphorylation

c)

substrate level phosphorylation

d)

substrate acetyl phosphorylation

e)

substrate transport phosphorylation

34.

การสร้าง ATP ในกระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอน ตรงกับข้อใด

a)

oxidative phosphorylation

b)

oxygentive phosphorylation

c)

substrate level phosphorylation

d)

substrate acetyl phosphorylation

e)

substrate transport phosphorylation

35.

ข้อใดเป็นสารผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการไกลโคไลซีส

a)

2 ATP

b)

2 NADH

c)

2 ATP, 2 NADH

d)

1 FADH2

e)

2 NADH, 1 FADH2

36.

ข้อใดเป็นสารผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการสร้างอะซีติลโคเอ

a)

2 ATP

b)

2 NADH

c)

2 ATP, 2 NADH

d)

1 FADH2

e)

2 NADH, 1 FADH2

37.

ข้อใดเรียงลำดับวัฏจักรเครบส์ได้ถูกต้อง

a)

C6 --> C5 --> C4

b)

C3 --> C4 --> C5

c)

C2 --> C3 --> C4

d)

C1 --> C2 --> C3

e)

C6 --> C3 --> C4

38.

ข้อใดจัดเป็นสารที่มีคาร์บอน 4 อะตอม

a)

Isocitric acid

b)

Citric acid

c)

Ketoglutaric acid

d)

oxalosuccinic acid

e)

oxaloacetic acid

39.

NADH จำนวน 5 โมเลกุล สามารถสังเคราะห์ ATP ได้กี่โมเลกุล

a)

10 โมเลกุล

b)

15 โมเลกุล

c)

20 โมเลกุล

d)

25 โมเลกุล

e)

30 โมเลกุล

40.

FADH2 จำนวน 10 โมเลกุล สามารถสังเคราะห์ ATP ได้กี่โมเลกุล

a)

10 โมเลกุล

b)

15 โมเลกุล

c)

20 โมเลกุล

d)

25 โมเลกุล

e)

30 โมเลกุล