wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวนความรู้ก่อนสอบ4-6

Total questions: 40

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.

ปัจจัยในกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืชข้อใดที่ทำให้เกิด ปฏิกิริยาเคมีระหว่างแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ

a)

แสง

b)

แก๊สออกซิเจน

c)

แก๊สคาร์บอนไดร์ออกไซด์

d)

น้ำ

2.

ข้อใดคือผลผลิตที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

น้ำและแก๊สออกซิเจน

b)

น้ำตาลกลูโคสและแก๊สออกซิเจน

c)

น้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

d)

น้ำตาลกลูโคสและแก๊สคาร์บอนไออกไซด์

3.

ข้อใดเป็นสารสังเคราะห์ประเภทสารประกอบทุติยภูมิ

a)

เลซิทิน

b)

อัลจีนิก

c)

แทกซอล

d)

เดกซ์ทริน

4.

การเจริญเติบโตของพืช ประกอบด้วยกี่กระบวนการ

a)

2 กระบวนการ

b)

3 กระบวนการ

c)

4 กระบวนการ

d)

5 กระบวนการ

5.

ข้อใดเป็นวัตถุดิบในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

แสงและน้ำ

b)

น้ำและแก๊สออกซิเจน

c)

น้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

d)

แก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

6.

ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ประกอยด้วยกี่ปัจจัย

a)

3 ปัจจัย

b)

4 ปัจจัย

c)

5 ปัจจัย

d)

6 ปัจจัย

7.

พืชมีอาการใบเหลืองซีด มีสาเหตุมาจากการขาดธาตุอาหารใด

a)

แมกนีเซียม

b)

ฟอสฟอรัส

c)

แคลเซียม

d)

โพแทสเซียม

8.

ฮอร์โมนพืชในข้อใดที่มีบทบาทช่วยกระตุ้นการสุกของผลไม้

a)

ออกซิน

b)

จิบเบอเรลลิน

c)

เอทิลีน

d)

ไซโตไคนิน

9.

ข้อใดคือบทบาทของฮอร์โมน "ออกซิน"

a)

กระตุ้นการสุกของผลไม้

b)

ยับยั้งการเจริญและการยืดตัวของเซลล์

c)

กระตุ้นการเจริญของยอด ราก ผล และตาข้าง

d)

กระตุ้นการเจริญของลำต้นและราก

10.

ข้อใดคือแหล่งสร้างของฮอร์โมน "ไซโตไคนิน"

a)

ปลายยอด ปลายราก

b)

เมล็ด

c)

เนื้อเยื่อเจริญปลายราก

d)

เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด

11.

ข้อใดคือฮอร์โมนพืชที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นเพื่อนำมาใช้เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร

a)

ออกซินสังเคราะห์และไซโตไคนินสังเคราะห์

b)

เอทิลีนสังเคราะห์และออกซินสังเคราะห์

c)

จิบเบอเรลลินสังเคราะห์และไซโตไคนินสังเคราะห์

d)

เอทิลีนสังเคราะห์และจิบเบอเรลลินสังเคราะห์

12.

"กรดแนฟทาลีนแอซีติก"เป็นสารที่พบในฮอร์โมนสังเคราะห์ชนิดใด

a)

เอทิลีนสังเคราะห์

b)

ออกซินสังเคราะห์

c)

ไซโตไคนินสังเคราะห์

d)

จิบเบอเรลลินสังเคราะห์

13.

การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารระหว่างเซลล์ประกอบด้วยกี่ส่วน

a)

2 ส่วน

b)

3 ส่วน

c)

4 ส่วน

d)

5 ส่วน

14.

ข้อใดเป็นการเคลื่อนไหวของพืชที่ตอบสนองแบบ"แนสติกมูฟเมนต์"

a)

การเกี่ยวพันมือเกาะของต้นตำลึง

b)

การเลื้อยพันกิ่งของต้นฟักทอง

c)

การชูใบของพืชเพื่อรับแสง

d)

การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของใบกาบหอยแครง

15.

การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช แบ่งออกเป็นกี่รูปแบบ

a)

2 รูปแบบ

b)

3 รูปแบบ

c)

4 รูปแบบ

d)

5 รูปแบบ

16.

ข้อใดคือความหมายของการเคลื่อนไหวแบบ"ทรอปิกมูฟเมนต์"

a)

การเคลื่อนไหวของพืชที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง

b)

การเคลื่อนไหวของพืชที่เกิดจากแรงดันเต่งภายในเซลล์

c)

การเคลื่อนไหวของพืชที่ไม่มีทิศทางแน่นอน

d)

การเคลื่อนไหวของพืชที่มีทิศทาง

17.

ภายในนิวเคลียสของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะมีสารพันธุกรรม ที่เรียกว่า?

a)

อาร์เอ็นเอ

b)

ดีเอ็นเอ

c)

ยีน

d)

โครโมโซม

18.

ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตถูกควบคุมด้วยสิ่งใด

a)

ดีเอ็นเอ

b)

โครโมโซม

c)

ยีน

d)

นิวเคลียส

19.

AA Aa aa อักษรภาษาอังกฤษนี้แทนชื่อเรียกว่า?

a)

จีโนไทป์

b)

ฟีโนไทป์

c)

แอลลีลเด่น

d)

แอลลีลด้อย

20.

ลักษณะที่เป็นผลของยีนหรือลักษณะที่แสดงออกมา เรียกว่า?

a)

ลักษณะเด่น

b)

แอลลีลเด่น

c)

จีโนไทป์

d)

ฟีโนไทป์

21.

ข้อใดคือลักษณะทางพันธุกรรมแบบแปรผันไม่ต่อเนื่อง

a)

การมีติ่งหู

b)

ความสูง

c)

ระดับสติปัญญา

d)

สีผิว

22.

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่มีความผิดปกติ แบ่งได้กี่ประเภท

a)

2 ประเภท

b)

3 ประเภท

c)

4 ประเภท

d)

5 ประเภท

23.

ข้อใดคือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของแอลลีลเด่นบนโครโมโซมร่างกาย

a)

โรคผิวเผือก

b)

โรคนิ้วเกิน

c)

โรคธาลัสซีเมีย

d)

โรคตาบอดสี

24.

ข้อใดคือโรคที่เกิดจากความผิดปกติที่ถูกควบคุมด้วยแอลลีลด้อยบนโครโมโซม X

a)

โรคนิ้วเกิน โรคตาบอดสี

b)

โรคธาลัสซีเมีย โรคผิวเผือก

c)

โรคฮีโมฟีเลีย โรคตาบอดสี

d)

โรคฮีโมฟีเลีย โรคนิ้วเกิน

25.

ข้อใดคือโรคที่เกิดจากมิวเทชันระดับยีน

a)

กลุ่มอาการคริดูซาต์

b)

โรคผิวเผือก

c)

โรคตาบอดสี

d)

โรคเลือดจางจากเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

26.

โครโมโซมคู่ที่ 5 มีส่วนหนึ่งขาดหายไป

a)

กลุ่มอาการดาวน์

b)

กลุ่มอาการคริดูชาต์

c)

กลุ่มอาการพาทัว

d)

กลุ่มอาการเทเนอร์

27.

โครโมโซมคคู่ที่ 13 เกินมา 1 โครโมโซม

a)

กลุ่มอาการคริดูชาต์

b)

กลุ่มอาการดาวน์

c)

กลุ่มอาการพาทัว

d)

กลุ่มอาการเทเนอร์

28.

การพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ต้นพุธรักษา ทำได้โดยวิธีการใด

a)

นำส่วนของเนื้อเยื่อมาฉายรังสีแกมมา

b)

นำส่วนของเนื้อเยื่อมาฉายรังสีบีตา

c)

นำส่วนของเนื้อเยื่อมาฉายรังสีแอลฟา

d)

นำส่วนของเนื้อเยื่อมาฉายรังสียูวี

29.

เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีกี่วิธี

a)

2 วิธี

b)

3 วิธี

c)

4 วิธี

d)

5 วิธี

30.

แยกเซลล์ไข่จากสิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่เป็นผู้รับ และนำนิวเคลียสออกจากเซลล์ไข่ คือขั้นตอนใดในการโคลน

a)

ขั้นตอนที่ 1

b)

ขั้นตอนที่ 2

c)

ขั้นตอนที่ 3

d)

ขั้นตอนที่ 4

31.

การสร้างดีเอ็นเอสายผสม มีกี่กระบวนการ

a)

3 กระบวนการ

b)

4 กระบวนการ

c)

5 กระบวนการ

d)

6 กระบวนการ

32.

การตรวจสอบความสัมพันธ์ทางสายเลือด เป็นเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอที่ถูกนำไปประยุกต์ในด้านใด

a)

ด้านการแพทย์

b)

ด้านการเกษตร

c)

ด้านนิติวิทยาศาสตร์

d)

ด้านสังคม

33.

สิ่งมีชีวิตต่างๆถูกนำจัดหมวดหมู่ได้กี่อาณาจักร

a)

3 อาณาจักร

b)

4 อาณาจักร

c)

5 อาณาจักร

d)

6 อาณาจักร

34.

ใครเป็นผู้เสนอ “ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ”

a)

เกเกอร์ โยฮัน เมลเดล

b)

อริสโตเติล

c)

ชาลส์ ดาร์วิน

d)

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

35.

แบคทีเรียชนิดใดที่ถูกนำไปตัดยีนเข้าสู่ฝ้ายและข้าวโพด

a)

Clostridium botulinum

b)

Bacillus thuringiensis

c)

Escherichia coli

d)

Pseudomonas aeruginosa

36.

พารามีเซียม เป็นสิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในอาณาจักรใด

a)

มอเนอรา

b)

สัตว์

c)

ฟังไจ

d)

โพรทิสตา

37.

สิ่งมีชีวิตใดที่ไม่มีเยื่อหุ้มสารพันธุกรรม

a)

แบคทีเรีย

b)

อะมีบา

c)

พารามีเซียม

d)

ยูกลีนา

38.

ชาลส์ ดาร์วิน พบความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใดในหมู่เกาะกาลาปากอส

a)

นกฟินซ์

b)

ยีราฟ

c)

ผีเสื้อ

d)

นกกระจอก

39.

นักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ศึกษาแนวคิดการเกิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต คือใคร

a)

ชาลส์ ดาร์วิน

b)

ฌอง ลามาร์ก

c)

เกเกอร์ โยฮัน เมนเดล

d)

กาลิเลโอ

40.

สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่มีวิวัฒนาการจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติผ่านกลไกทางพันธุกรรม

a)

หอย

b)

ผีเสื้อกลางคืน

c)

กิ้งก่า

d)

หนอนใยผัก