wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

TEST บท 5-6

Total questions: 30

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

แป้งฝุ่นโรยตัวมีองค์ประกอบจากทรัพยากรธรณีอะไร และประเภทใด

a)

ยิปซั่ม เป็นทรัพยากรแร่

b)

ทัลก์ เป็นทรัพยากรแร่

c)

ไททาเนียม เป็นทรัพยากรหิน

d)

ไดออไรด์ เป็นทรัพยากรหิน

2.

ภาชนะบรรจุของแป้งฝุ่น มีส่วนประกอบจากทรัพยากรธรณีใด

a)

ทรัพยากรปิโตรเลียม

b)

ทรัพยากรแร่

c)

ทรัพยากรหิน

d)

ทรัพยากรถ่านหิน

3.

ข้อใดกล่าวถึงแร่ไม่ถูกต้อง

a)

แร่มีลักษณะเป็นของแข็งที่อยู่ในรูปของธาตุ

b)

แร่มีลักษณะเป็นสารประกอบอินทรีย์

c)

แร่มีโครงสร้างภายในเป็นระเบียบมีสูตรเคมีที่แน่นอน

d)

แร่มีสมบัติทางกายภาพเฉพาะที่แตกต่างกัน

4.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการคำนวณหาความถ่วงจำเพาะของแร่

a)

หามวลของแร่ โดยนำแร่ไปชั่งบนเครื่องชั่ง

b)

หาปริมาตรของแร่ โดยนำแร่ไปชั่งบนเครื่องชั่ง

c)

นำแร่ไปแทนที่น้ำในถ้วยยูรีกา

d)

คำนวณหาความหนาแน่นของแร่

5.

ข้อใดเป็นสมบัติทางกายภาพในการระบุชนิดของแร่

a)

สี สีผง

b)

ความโปร่งแสง ความวาว

c)

ความแข็ง และความถ่วงจำเพาะ

d)

ถูกทุกข้อ

6.

การเกิดผลึกของสารส้มเปรียบเทียบได้กับกระบวนการเกิดหินอัคนีอย่างไร

a)

การเกิดหินอัคนีในธรรมชาติซึ่งเกิดการเย็นตัวเร็วบนผิวโลก

b)

การเกิดหินอัคนีในธรรมชาติซึ่งเกิดการเย็นตัวช้าภายใต้ผิวโลก

c)

การเกิดหินอัคนีในธรรมชาติซึ่งเกิดการเย็นตัวของแมกมาบนผิวโลกหรือลาวาใต้ผิวโลก

d)

การเกิดหินอัคนีในธรรมชาติซึ่งเกิดการเย็นตัวของแมกมาภายใต้ผิวโลกหรือลาวาบนผิวโลก

7.

หินอัคนีแทรกซอน และหินอัคนีพุมีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร

a)

หินอัคนีแทรกซอนประกอบด้วยผลึกแร่ขนาดเล็ก ส่วนหินอัคนีพุประกอบด้วยผลึกแร่ขนาดใหญ่

b)

หินอัคนีแทรกซอนประกอบด้วยผลึกแร่ขนาดใหญ่ ส่วนหินอัคนีพุประกอบด้วยผลึกแร่ขนาดเล็ก

c)

หินอัคนีแทรกซอนประกอบด้วยหินขนาดใหญ่ ส่วนหินอัคนีพุประกอบด้วยหินขนาดเล็ก

d)

หินอัคนีแทรกซอนประกอบด้วยหินขนาดเล็ก ส่วนหินอัคนีพุประกอบด้วยหินขนาดใหญ่

8.

ข้อใดเป็นกระบวนการเกิดหินตะกอนชนิดเนื้อประสมในธรรมชาติ

a)

เกิดจากการสะสมตัวและอัดตัวกันแน่นของเม็ดตะกอนและมีสารเชื่อมประสาน

b)

เกิดจากการตกตะกอนจากปฏิกิริยาทางเคมีของสารละลาย

c)

เกิดจากการรวมตัวกันแน่นของเม็ดตะกอนและมีสารเชื่อมประสาน

d)

เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนจากปฏิกิริยาทางเคมีของสารละลาย

9.

ข้อใดเป็นกระบวนการเกิดหินตะกอนชนิดเนื้อประสานในธรรมชาติ

a)

เกิดจากการสะสมตัวและอัดตัวกันแน่นของเม็ดตะกอนและมีสารเชื่อมประสาน

b)

เกิดจากการตกตะกอนจากปฏิกิริยาทางเคมีของสารละลาย

c)

เกิดจากการรวมตัวกันแน่นของเม็ดตะกอนและมีสารเชื่อมประสาน

d)

เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนจากปฏิกิริยาทางเคมีของสารละลาย

10.

หินตะกอนเนื้อประสมมีลักษณะเป็นอย่างไร

a)

มีลักษณะเนื้อหินเห็นเป็นเม็ดตะกอนชัดเจน

b)

เกิดจากการรวมกันแน่นของเม็ดตะกอน

c)

มีลักษณะเนื้อหินที่ละเอียดไม่เห็นเม็ดตะกอน

d)

เกิดจากการตกตะกอนจากปฏิกิริยาทางเคมีของสารละลาย

11.

ข้อมูลใดเป็นเกณฑ์การจำแนกประเภทของหินแปร

a)

หินแปรแบบไม่มีริ้วขนานจำแนกตามแร่ประกอบหิน

b)

หินแปรแบบมีริ้วขนานจำแนกตามลักษณะเนื้อหิน

c)

แปรสภาพจากการกระทำของความร้อน

d)

ถูกทุกข้อ

12.

ข้อใดไม่เป็นทรัพยากรปิโตรเลียม

a)

น้ำมันดิบ

b)

แก๊สธรรมชาติเหลว

c)

แก๊สธรรมชาติ

d)

ถ่านหิน

13.

ข้อใดลำดับขั้นตอนของกระบวนการเกิดปิโตรเลียมในธรรมชาติได้ถูกต้อง

1) เมื่อตะกอนสะสมตัวเป็นเวลานานทำให้เกิดเป็นชั้นหนา

2) การสะสมตัวของซากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก พืช รวมกับตะกอนทรายแป้งและเคลย์บริเวณพื้นท้องทะเล

3) น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทำให้ชั้นตะกอนจมตัวลง

4) สารอนินทรีย์ในหินต้นกำเนิดจะเปลี่ยนเป็นเคอโรเจนและกลายเป็นปิโตรเลียม

5) เกิดการอัดตัวกันแน่นทำให้ความดันและอุณหภูมิเพิ่มขึ้น

a)

1,2,3,4,5

b)

2,1,3,5,4

c)

3,4,5,1,2

d)

4,5,1,2,3

14.

ปิโตรเลียมเกิดขึ้นในหินประเภทใด

a)

หินอัคนี ชนิดหินดินดาน

b)

หินตะกอน ชนิดหินดินดาน

c)

หินดินดาน ชนิดหินชนวน

d)

หินแปร ชนิดหินดินดาน

15.

ประกอบด้วยแร่ขนาดเล็กมาก แร่มีการเรียงตัวกันจนเกิดแนวแตกตามรอยริ้วขนาน มีการแตกกระเทาะเป็นแผ่นไปตามแนวแตก” ข้อมูลข้างต้นเป็นคุณสมบัติของหินชนิดใด

a)

หินดินดาน

b)

หินไนส์

c)

หินชนวน

d)

หินปูน

16.

ผลต่างของระดับความสูงระหว่างจุด C กับจุด D มีค่าเท่าใด

a)

250 เมตร

b)

500 เมตร

c)

750 เมตร

d)

1,000 เมตร

17.

ระดับความสูงที่สูงที่สุด ที่จะเป็นไปได้ของจุด E มีค่าเท่าใด

a)

1,000 เมตร

b)

1,550 เมตร

c)

1,599 เมตร

d)

1,650 เมตร

18.

จุดใดบนแผนที่ที่มีระดับความสูงเท่ากัน

a)

A และ B

b)

A และ C

c)

A และ D

d)

B และ C

19.

ระดับความสูงที่สูงที่สุด และตํ่าที่สุดในแผนที่ภูมิประเทศนี้มีค่าเท่าใด

a)

400 เมตร และ 200 เมตร

b)

360 เมตร และ 250 เมตร

c)

350 เมตร และ 230 เมตร

d)

340 เมตร และ 220 เมตร

20.

ลักษณะภูมิประเทศบริเวณจุด C ถึงจุด D เป็นแบบใด

a)

เทือกเขา

b)

ทางนํ้า

c)

หน้าผา

d)

ยอดเขา

21.

เส้นสมมติบนผิวโลกที่ลากเป็นแนวตั้งจากขั้วโลกเหนือไปขั้วโลกใต้ คือเส้นใด

a)

เส้นละติจูด

b)

เส้นลองจิจูด

c)

เส้นระบบพิกัด

d)

เส้นชั้นความสูง

22.

ข้อใดเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้สมบัติทางกายภาพและทางเคมีของถ่านหินแต่ละชนิดแตกต่างกัน

a)

ชนิดของพืช ปริมาณสารอนินทรีย์

b)

ชนิดของพืช การเน่าเปื่อย ปริมาณสารอนินทรีย์

c)

ชนิดของพืช การเน่าเปื่อย ปริมาณสารอนินทรีย์ อุณหภูมิและความดัน

d)

การเน่าเปื่อย ปริมาณสารอนินทรีย์ อุณหภูมิและความดัน

23.

ข้อใดเรียงลําดับความแข็งของแร่ตามหลักของโมห์จากน้อยไปหามากได้ถูกต้อง

a)

ทัลก์ ควอตซ์ อะพาไทต์

b)

ฟลูออไรต์ ยิปซัม โทแพซ

c)

ยิปซัม ฟลูออไรต์ แคลไซต์

d)

ออร์โทเคลส คอรันดัม เพชร

24.

ข้อใดไม่ใช่สมบัติทางกายภาพของแร่

a)

รอยแตก แนวแตกเรียบ

b)

ความวาว สมบัติทางไฟฟ้า

c)

ความแข็ง การหลอมละลาย

d)

ความเหนียว การละลายในกรด

25.

เมื่อนําแร่ชนิดหนึ่งมาทําปฏิกิริยากับกรด พบว่ามีฟองแก๊สเกิดขึ้น แร่นั้นควรเป็นแร่ชนิดใด

a)

เหล็ก

b)

ทองแดง

c)

แคลไซต์

d)

สฟาเลอไรต์

26.

หินชนิดใดมีโอกาสเกิดได้จากทั้งหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร

a)

หินอัคนี

b)

หินแปร

c)

หินตะกอน

d)

หินอัคนีพุ

27.

ข้อใดกล่าวถึงการเกิดหินตะกอนชีวภาพได้ถูกต้อง

a)

เกิดจากการแปรสภาพของหินอัคนี

b)

เกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์

c)

เกิดจากการสะสมตัวของเศษหิน เศษแร์

d)

เกิดจาการตกตะกอนโดยกรรมวิธีทางเคมี

28.

บริเวณใดของประเทศไทยที่มีการทําเหมืองถ่านหินมากที่สุด

a)

ภาคเหนือ

b)

ภาคกลาง

c)

ภาคตะวันตก

d)

ภาคตะวันออก

29.

หินชนิดใดเป็นหินแปรมีริ้วขนาน

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

30.

หินชนิดใดเป็นหินอัคนีแทรกซอน

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D