Font size
WorksheetsIntroduction and Initial Procedures
Total questions: 27
Worksheet time: 14mins
ขั้นตอนแรกของการเตรียมอุปกรณ์ก่อนการหมักที่ปลอดภัยคืออะไร
ล้างด้วยน้ำอุ่นผสมสารลดแรงตึงผิว
ต้มฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิสูงคงที่
อบแห้งในตู้อุณหภูมิต่ำต่อเนื่อง
เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ความเข้มต่ำ
อังไอน้ำร้อนสลับกับน้ำเย็น
อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการฆ่าเชื้อภาชนะเพื่อการหมักเบื้องต้นคือข้อใด
ประมาณ 75°C ต่อ 10 นาที
คงที่ 85°C ต่อ 15 นาที
สูงถึง 95°C ประมาณ 5 นาที
มากกว่า 100°C ต่อ 1 นาที
ต่ำกว่า 65°C ต่อ 20 นาที
หลังฆ่าเชื้อภาชนะ ขั้นตอนการทำให้เย็นเบื้องต้นควรตั้งเป้าอุณหภูมิใดก่อนการผสมเชื้อ
ประมาณ 43°C เพื่อเสถียรภาพเชื้อ
ประมาณ 50°C เพื่อความเร็วปฏิกิริยา
ประมาณ 60°C เพื่อลดการปนเปื้อน
ต่ำกว่า 30°C เพื่อยับยั้งเอนไซม์
เท่ากับ 70°C เพื่อคงสภาพ
ช่วงอุณหภูมิการบ่มหลังใส่เชื้อ lactic acid bacteria ให้เกิดกรดแลกติกสม่ำเสมอควรอยู่ที่ใด
18–22°C ระยะ 12–14 ชั่วโมง
28–32°C ระยะ 10–12 ชั่วโมง
36–40°C ระยะ 6–8 ชั่วโมง
50°C คงที่ ระยะ 2–3 ชั่วโมง
43°C คงที่ ระยะ 4–6 ชั่วโมง
ข้อใดคือเหตุผลหลักที่ต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์อย่างเข้มงวดก่อนหมัก
ลดการปนเปื้อนจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการ
ลดการสูญเสียความชื้นของส่วนผสม
เพิ่มความหนืดของระบบของเหลว
ทำให้การเติมอากาศมีประสิทธิภาพขึ้น
ปรับสมดุลไอออนในสารละลาย
อัตราส่วนการผสมเชื้อเริ่มต้นกับฐานอาหารสำหรับการหมักแลกติกควรเป็นอย่างไร
ประมาณ 1:10 โดยปริมาตร
ประมาณ 1:5 โดยปริมาตร
ประมาณ 1:100 โดยน้ำหนัก
ประมาณ 1:20 โดยน้ำหนัก
ประมาณ 1:50 โดยปริมาตร
เลือกทุกข้อที่เป็นอุณหภูมิเป้าหมายสำคัญในกระบวนการเตรียมก่อนหมัก
60°C สำหรับพักเชื้อชั่วคราว
95°C สำหรับฆ่าเชื้อสั้นเวลา
30°C สำหรับการล้างภาชนะ
45°C สำหรับเย็นเตรียมใส่เชื้อ
43°C สำหรับเริ่มบ่มอย่างสม่ำเสมอ
หากบ่มที่ 36–40°C เป็นเวลา 6–8 ชั่วโมง ผลกระทบที่คาดได้คืออะไร
การเจริญของเชื้อไม่สม่ำเสมอ
โปรตีนไม่ย่อยและตกตะกอนสูง
การเกิดกรดแลกติกเร็วและสมดุล
กลิ่นรสเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงทันที
ความเป็นกรดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ
ข้อใดเป็นมาตรการลดความเสี่ยงการปนเปื้อนหลังการฆ่าเชื้ออุปกรณ์
วางในที่ชื้นเพื่อคงความร้อน
เขย่าแรงเพื่อไล่อากาศ
เติมอากาศเข้าไปต่อเนื่อง
ใช้ฝาปิดทันทีหลังทำให้เย็น
เปิดฝาภาชนะเพื่อระบายไอน้ำ
ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องตั้งแต่พาสเจอไรซ์จนเริ่มบ่มคือข้อใด
เติมเชื้อ → พาสเจอไรซ์ → ทำให้เย็น 45°C → บ่ม 43°C
พาสเจอไรซ์ → ทำให้เย็น 45°C → เติมเชื้อ → บ่ม 36–40°C
ทำให้เย็น 45°C → เติมเชื้อ → พาสเจอไรซ์ → บ่ม 36–40°C
ทำให้เย็น 30°C → เติมเชื้อ → บ่ม 50°C → พาสเจอไรซ์
พาสเจอไรซ์ → บ่มที่ 43°C → ทำให้เย็น 45°C → เติมเชื้อ
การควบคุมอัตราส่วนผสมและอุณหภูมิอย่างแม่นยำช่วยให้เกิดผลลัพธ์ใด
การยับยั้งเชื้อทั้งหมดในระบบ
การเกิดฟองและออกซิเดชันเพิ่ม
ความหนืดคงที่โดยไม่เกิดกรด
การหมักสม่ำเสมอและคุณภาพคงที่
การใช้พลังงานสูงกว่าปกติ
เป้าหมายหลักของการใส่เชื้อแบคทีเรียกรดแลกติกลงในนมคืออะไร
ทำให้นมมีค่า pH เป็นกลาง
ลดน้ำตาลทั้งหมดให้เป็นเอทานอล
สร้างกรดแลกติกเพื่อจับโปรตีน
เพิ่มแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในนม
หยุดการทำงานของเอนไซม์ย่อยแลคโตส
อุณหภูมิฟักตัวมาตรฐานสำหรับการหมักกรดแลกติกในโยเกิร์ตอยู่ประมาณเท่าใด
4 องศาเซลเซียส
60 องศาเซลเซียส
43 องศาเซลเซียส
25 องศาเซลเซียส
ระยะเวลาการหมักโดยทั่วไปจนได้ความเป็นกรดและเนื้อสัมผัสที่ต้องการมักอยู่ในช่วงใด
3–5 วัน
24–36 ชั่วโมง
15–20 นาที
2–6 ชั่วโมง
ปัจจัยใดส่งผลโดยตรงต่ออัตราการสร้างกรดแลกติกของเชื้อ
การฉายรังสีอัลตราไวโอเลต
อุณหภูมิฟักตัว
ความเข้มข้นเชื้อเริ่มต้น
แหล่งคาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่
การกวนต่อเนื่องแรง
ข้อใดเป็นดัชนีควบคุมคุณภาพในผลิตภัณฑ์หมักกรดแลกติก
ปริมาณฟองอากาศถาวร
ค่า pH เป้าหมาย
ความสม่ำเสมอของเนื้อสัมผัส
ปริมาณกรดแลกติก
ความเข้มสีผิวภาชนะ
ถ้าอุณหภูมิฟักตัวต่ำกว่ามาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญ ผลที่น่าจะเกิดขึ้นคืออะไร
การหมักเร็วผิดปกติ
การหมักช้าลงและกรดต่ำ
ผลิตแก๊สมากผิดปกติ
โปรตีนตกตะกอนทันที
การตั้งค่าเวลาและอุณหภูมิที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงใดมากที่สุด
การตกตะกอนของแร่ธาตุ
การเกิดออกซิเดชันของไขมัน
การสูญเสียกลิ่นรสผลไม้
การปนเปื้อนจุลินทรีย์ไม่พึงประสงค์
เมื่อ pH ลดลงถึงระดับเป้าหมาย ขั้นตอนต่อไปที่เหมาะสมคืออะไร
กวนแรงเพื่อเพิ่มฟอง
เพิ่มความร้อนเพื่อทำให้กรดละลาย
เพิ่มน้ำตาลเพื่อเร่งหมัก
หยุดการหมักและทำให้เย็นลง
การใส่เชื้อแบคทีเรียกรดแลกติกในระดับ 1–2% โดยปริมาตรมีผลอย่างไรต่อกระบวนการ
ทำให้โปรตีนไม่เกิดเจล
เพิ่มการเกิดแอลกอฮอล์ปริมาณสูง
หยุดการเจริญของแบคทีเรียทั้งหมด
ลดอุณหภูมิที่ต้องใช้ในการฟัก
เร่งการสร้างกรดให้สม่ำเสมอ
ข้อใดเป็นการตีความผลการตรวจคุณภาพอย่างมีหลักฐาน
ปริมาณฟองเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
กลิ่นเปรี้ยวตรงตามมาตรฐานรุ่นก่อน
เนื้อสัมผัสข้นสม่ำเสมอไม่แยกชั้น
ค่า pH 4.5 และความเป็นกรดไตเตรตเพิ่ม
สีภาชนะสว่างขึ้นเล็กน้อย
ถ้าผลิตภัณฑ์เกิดการแยกชั้นเวย์อย่างชัดเจน สาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดคืออะไร
การใช้ภาชนะโลหะสแตนเลส
การเติมโปรตีนเข้มข้นสูงเกินไป
การตั้งอุณหภูมิหรือเวลาหมักไม่เหมาะสม
การทำให้เย็นเร็วเกินไปอย่างหนึ่ง
การบดส่วนผสมก่อนหมัก
เลือกชุดขั้นตอนที่เป็นลำดับงานพื้นฐานในการผลิตโยเกิร์ตกรดแลกติก
อบแห้งที่ 100°C เป็นชั่วโมง
หยุดหมักเมื่อถึง pH เป้าหมาย
ฟักตัวที่ประมาณ 43°C
พาสเจอไรซ์นมแล้วทำให้เย็น
ใส่เชื้อแบคทีเรียกรดแลกติก
เหตุใดการควบคุมอุณหภูมิ 43°C จึงสำคัญต่อคุณภาพเนื้อสัมผัส
ช่วยให้โปรตีนสร้างเจลสม่ำเสมอ
ทำให้ไขมันละลายจนใส
เพิ่มการระเหิดของน้ำ
ลดการเกิดกลูโคสในระบบ
ทำให้ยีสต์เติบโตเร็วขึ้น
สัญญาณใดบ่งชี้ว่าการหมักอาจสิ้นสุดตามเป้าหมาย
เกิดฟองคงตัวหนาแน่น
อุณหภูมิภายนอกห้องลดลง
ไม่มีการเพิ่มความหนืดอีกต่อเนื่อง
ความเป็นกรดไตเตรตถึงค่ามาตรฐาน
ค่า pH อยู่ช่วง 4.4–4.6
หากต้องเพิ่มความสม่ำเสมอระหว่างแบทช์ การปรับใดเหมาะสมที่สุด
เพิ่มเวลาพาสเจอไรซ์สองเท่า
เปลี่ยนชนิดภาชนะทุกครั้ง
ปรับปริมาณเชื้อเริ่มต้นให้คงที่
ลดการวัดค่า pH ออกไป
กลยุทธ์ใดช่วยลดโอกาสปนเปื้อนในช่วงใส่เชื้อ
เติมเกลือปริมาณสูงทันที
เพิ่มอุณหภูมิฟักเกิน 60°C
ลดการเปิดภาชนะนานเกินจำเป็น
ทำงานในสภาพแวดล้อมสะอาด
ใช้เครื่องมือปลอดเชื้อ
