wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Introduction and Initial Procedures

Total questions: 27

Worksheet time: 14mins

Name
Class
Date
1.

ขั้นตอนแรกของการเตรียมอุปกรณ์ก่อนการหมักที่ปลอดภัยคืออะไร

a)

ล้างด้วยน้ำอุ่นผสมสารลดแรงตึงผิว

b)

ต้มฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิสูงคงที่

c)

อบแห้งในตู้อุณหภูมิต่ำต่อเนื่อง

d)

เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ความเข้มต่ำ

e)

อังไอน้ำร้อนสลับกับน้ำเย็น

2.

อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการฆ่าเชื้อภาชนะเพื่อการหมักเบื้องต้นคือข้อใด

a)

ประมาณ 75°C ต่อ 10 นาที

b)

คงที่ 85°C ต่อ 15 นาที

c)

สูงถึง 95°C ประมาณ 5 นาที

d)

มากกว่า 100°C ต่อ 1 นาที

e)

ต่ำกว่า 65°C ต่อ 20 นาที

3.

หลังฆ่าเชื้อภาชนะ ขั้นตอนการทำให้เย็นเบื้องต้นควรตั้งเป้าอุณหภูมิใดก่อนการผสมเชื้อ

a)

ประมาณ 43°C เพื่อเสถียรภาพเชื้อ

b)

ประมาณ 50°C เพื่อความเร็วปฏิกิริยา

c)

ประมาณ 60°C เพื่อลดการปนเปื้อน

d)

ต่ำกว่า 30°C เพื่อยับยั้งเอนไซม์

e)

เท่ากับ 70°C เพื่อคงสภาพ

4.

ช่วงอุณหภูมิการบ่มหลังใส่เชื้อ lactic acid bacteria ให้เกิดกรดแลกติกสม่ำเสมอควรอยู่ที่ใด

a)

18–22°C ระยะ 12–14 ชั่วโมง

b)

28–32°C ระยะ 10–12 ชั่วโมง

c)

36–40°C ระยะ 6–8 ชั่วโมง

d)

50°C คงที่ ระยะ 2–3 ชั่วโมง

e)

43°C คงที่ ระยะ 4–6 ชั่วโมง

5.

ข้อใดคือเหตุผลหลักที่ต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์อย่างเข้มงวดก่อนหมัก

a)

ลดการปนเปื้อนจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการ

b)

ลดการสูญเสียความชื้นของส่วนผสม

c)

เพิ่มความหนืดของระบบของเหลว

d)

ทำให้การเติมอากาศมีประสิทธิภาพขึ้น

e)

ปรับสมดุลไอออนในสารละลาย

6.

อัตราส่วนการผสมเชื้อเริ่มต้นกับฐานอาหารสำหรับการหมักแลกติกควรเป็นอย่างไร

a)

ประมาณ 1:10 โดยปริมาตร

b)

ประมาณ 1:5 โดยปริมาตร

c)

ประมาณ 1:100 โดยน้ำหนัก

d)

ประมาณ 1:20 โดยน้ำหนัก

e)

ประมาณ 1:50 โดยปริมาตร

7.

เลือกทุกข้อที่เป็นอุณหภูมิเป้าหมายสำคัญในกระบวนการเตรียมก่อนหมัก

a)

60°C สำหรับพักเชื้อชั่วคราว

b)

95°C สำหรับฆ่าเชื้อสั้นเวลา

c)

30°C สำหรับการล้างภาชนะ

d)

45°C สำหรับเย็นเตรียมใส่เชื้อ

e)

43°C สำหรับเริ่มบ่มอย่างสม่ำเสมอ

8.

หากบ่มที่ 36–40°C เป็นเวลา 6–8 ชั่วโมง ผลกระทบที่คาดได้คืออะไร

a)

การเจริญของเชื้อไม่สม่ำเสมอ

b)

โปรตีนไม่ย่อยและตกตะกอนสูง

c)

การเกิดกรดแลกติกเร็วและสมดุล

d)

กลิ่นรสเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงทันที

e)

ความเป็นกรดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ

9.

ข้อใดเป็นมาตรการลดความเสี่ยงการปนเปื้อนหลังการฆ่าเชื้ออุปกรณ์

a)

วางในที่ชื้นเพื่อคงความร้อน

b)

เขย่าแรงเพื่อไล่อากาศ

c)

เติมอากาศเข้าไปต่อเนื่อง

d)

ใช้ฝาปิดทันทีหลังทำให้เย็น

e)

เปิดฝาภาชนะเพื่อระบายไอน้ำ

10.

ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องตั้งแต่พาสเจอไรซ์จนเริ่มบ่มคือข้อใด

a)

เติมเชื้อ → พาสเจอไรซ์ → ทำให้เย็น 45°C → บ่ม 43°C

b)

พาสเจอไรซ์ → ทำให้เย็น 45°C → เติมเชื้อ → บ่ม 36–40°C

c)

ทำให้เย็น 45°C → เติมเชื้อ → พาสเจอไรซ์ → บ่ม 36–40°C

d)

ทำให้เย็น 30°C → เติมเชื้อ → บ่ม 50°C → พาสเจอไรซ์

e)

พาสเจอไรซ์ → บ่มที่ 43°C → ทำให้เย็น 45°C → เติมเชื้อ

11.

การควบคุมอัตราส่วนผสมและอุณหภูมิอย่างแม่นยำช่วยให้เกิดผลลัพธ์ใด

a)

การยับยั้งเชื้อทั้งหมดในระบบ

b)

การเกิดฟองและออกซิเดชันเพิ่ม

c)

ความหนืดคงที่โดยไม่เกิดกรด

d)

การหมักสม่ำเสมอและคุณภาพคงที่

e)

การใช้พลังงานสูงกว่าปกติ

12.

เป้าหมายหลักของการใส่เชื้อแบคทีเรียกรดแลกติกลงในนมคืออะไร

a)

ทำให้นมมีค่า pH เป็นกลาง

b)

ลดน้ำตาลทั้งหมดให้เป็นเอทานอล

c)

สร้างกรดแลกติกเพื่อจับโปรตีน

d)

เพิ่มแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในนม

e)

หยุดการทำงานของเอนไซม์ย่อยแลคโตส

13.

อุณหภูมิฟักตัวมาตรฐานสำหรับการหมักกรดแลกติกในโยเกิร์ตอยู่ประมาณเท่าใด

a)

4 องศาเซลเซียส

b)

60 องศาเซลเซียส

c)

43 องศาเซลเซียส

d)

25 องศาเซลเซียส

14.

ระยะเวลาการหมักโดยทั่วไปจนได้ความเป็นกรดและเนื้อสัมผัสที่ต้องการมักอยู่ในช่วงใด

a)

3–5 วัน

b)

24–36 ชั่วโมง

c)

15–20 นาที

d)

2–6 ชั่วโมง

15.

ปัจจัยใดส่งผลโดยตรงต่ออัตราการสร้างกรดแลกติกของเชื้อ

a)

การฉายรังสีอัลตราไวโอเลต

b)

อุณหภูมิฟักตัว

c)

ความเข้มข้นเชื้อเริ่มต้น

d)

แหล่งคาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่

e)

การกวนต่อเนื่องแรง

16.

ข้อใดเป็นดัชนีควบคุมคุณภาพในผลิตภัณฑ์หมักกรดแลกติก

a)

ปริมาณฟองอากาศถาวร

b)

ค่า pH เป้าหมาย

c)

ความสม่ำเสมอของเนื้อสัมผัส

d)

ปริมาณกรดแลกติก

e)

ความเข้มสีผิวภาชนะ

17.

ถ้าอุณหภูมิฟักตัวต่ำกว่ามาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญ ผลที่น่าจะเกิดขึ้นคืออะไร

a)

การหมักเร็วผิดปกติ

b)

การหมักช้าลงและกรดต่ำ

c)

ผลิตแก๊สมากผิดปกติ

d)

โปรตีนตกตะกอนทันที

18.

การตั้งค่าเวลาและอุณหภูมิที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงใดมากที่สุด

a)

การตกตะกอนของแร่ธาตุ

b)

การเกิดออกซิเดชันของไขมัน

c)

การสูญเสียกลิ่นรสผลไม้

d)

การปนเปื้อนจุลินทรีย์ไม่พึงประสงค์

19.

เมื่อ pH ลดลงถึงระดับเป้าหมาย ขั้นตอนต่อไปที่เหมาะสมคืออะไร

a)

กวนแรงเพื่อเพิ่มฟอง

b)

เพิ่มความร้อนเพื่อทำให้กรดละลาย

c)

เพิ่มน้ำตาลเพื่อเร่งหมัก

d)

หยุดการหมักและทำให้เย็นลง

20.

การใส่เชื้อแบคทีเรียกรดแลกติกในระดับ 1–2% โดยปริมาตรมีผลอย่างไรต่อกระบวนการ

a)

ทำให้โปรตีนไม่เกิดเจล

b)

เพิ่มการเกิดแอลกอฮอล์ปริมาณสูง

c)

หยุดการเจริญของแบคทีเรียทั้งหมด

d)

ลดอุณหภูมิที่ต้องใช้ในการฟัก

e)

เร่งการสร้างกรดให้สม่ำเสมอ

21.

ข้อใดเป็นการตีความผลการตรวจคุณภาพอย่างมีหลักฐาน

a)

ปริมาณฟองเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

b)

กลิ่นเปรี้ยวตรงตามมาตรฐานรุ่นก่อน

c)

เนื้อสัมผัสข้นสม่ำเสมอไม่แยกชั้น

d)

ค่า pH 4.5 และความเป็นกรดไตเตรตเพิ่ม

e)

สีภาชนะสว่างขึ้นเล็กน้อย

22.

ถ้าผลิตภัณฑ์เกิดการแยกชั้นเวย์อย่างชัดเจน สาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดคืออะไร

a)

การใช้ภาชนะโลหะสแตนเลส

b)

การเติมโปรตีนเข้มข้นสูงเกินไป

c)

การตั้งอุณหภูมิหรือเวลาหมักไม่เหมาะสม

d)

การทำให้เย็นเร็วเกินไปอย่างหนึ่ง

e)

การบดส่วนผสมก่อนหมัก

23.

เลือกชุดขั้นตอนที่เป็นลำดับงานพื้นฐานในการผลิตโยเกิร์ตกรดแลกติก

a)

อบแห้งที่ 100°C เป็นชั่วโมง

b)

หยุดหมักเมื่อถึง pH เป้าหมาย

c)

ฟักตัวที่ประมาณ 43°C

d)

พาสเจอไรซ์นมแล้วทำให้เย็น

e)

ใส่เชื้อแบคทีเรียกรดแลกติก

24.

เหตุใดการควบคุมอุณหภูมิ 43°C จึงสำคัญต่อคุณภาพเนื้อสัมผัส

a)

ช่วยให้โปรตีนสร้างเจลสม่ำเสมอ

b)

ทำให้ไขมันละลายจนใส

c)

เพิ่มการระเหิดของน้ำ

d)

ลดการเกิดกลูโคสในระบบ

e)

ทำให้ยีสต์เติบโตเร็วขึ้น

25.

สัญญาณใดบ่งชี้ว่าการหมักอาจสิ้นสุดตามเป้าหมาย

a)

เกิดฟองคงตัวหนาแน่น

b)

อุณหภูมิภายนอกห้องลดลง

c)

ไม่มีการเพิ่มความหนืดอีกต่อเนื่อง

d)

ความเป็นกรดไตเตรตถึงค่ามาตรฐาน

e)

ค่า pH อยู่ช่วง 4.4–4.6

26.

หากต้องเพิ่มความสม่ำเสมอระหว่างแบทช์ การปรับใดเหมาะสมที่สุด

a)

เพิ่มเวลาพาสเจอไรซ์สองเท่า

b)

เปลี่ยนชนิดภาชนะทุกครั้ง

c)

ปรับปริมาณเชื้อเริ่มต้นให้คงที่

d)

ลดการวัดค่า pH ออกไป

27.

กลยุทธ์ใดช่วยลดโอกาสปนเปื้อนในช่วงใส่เชื้อ

a)

เติมเกลือปริมาณสูงทันที

b)

เพิ่มอุณหภูมิฟักเกิน 60°C

c)

ลดการเปิดภาชนะนานเกินจำเป็น

d)

ทำงานในสภาพแวดล้อมสะอาด

e)

ใช้เครื่องมือปลอดเชื้อ