Worksheetsเก็บคะแนนกาพย์ห่อโคลง
Total questions: 20
Worksheet time: 19mins
๑. กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดงเป็นผลงานของของใคร
ก. เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร
ข. พระยาอุปกิตศิลปสาร
ค. พระองค์เจ้าวรวรรณากร
ง. เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
๒. ข้อใดกล่าวถึงลักษณะการแต่งกาพย์ห่อโคลงไม่ถูกต้อง
ก. แต่งด้วยกาพย์ยานี ๑๑ หนึ่งบท สลับกับโคลงสี่สุภาพหนึ่งบท
ข. กำหนดให้คำต้นบทของโคลงตรงกับคำต้นบทของกาพย์
ค. เนื้อความในโคลงควรแต่งล้อรับกับกาพย์ด้วย
ง. ขึ้นต้นด้วยโคลงสี่สุภาพ ตามด้วยกาพย์ยานี
๓. กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง คำว่า “ธารทองแดง” เป็นชื่อของอะไร
ก. ป่าไม้
ข. ลำน้ำ
ค. ภูเขา
ง. อุทยานแห่งชาติ
๔. ลักษณะเด่นของกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดงคือข้อใด
ก. ให้ความรู้เรื่องพืช
ข. ให้ความรู้เรื่องสัตว์
ค. ให้ความรู้เรื่องการท่องเที่ยว
ง. ให้ความรู้เรื่องธรรมชาติศึกษา
๕. ข้อใดเป็นคำ “เอกโทษ”
ก. แสนสนุกปลุกใจหวัง วิ่งหรี้
ข. กระจงกระจิดหน้า เอ็นดู
ค. มีเคี่ยวขาวน้อยช้อย แนบข้างเคียงสอง
ง. ลางลิงหูลิงลิง หลอกขู้
๖. ข้อใดมีทั้งสัมผัสพยัญชนะและสัมผัสสระ
ก. หัวลิงหมากลางลิง
ข. ต้นลางลิงแลหูลิง
ค. ลิงไต่กระไดลิง
ง. ลิงโลดคว้าประสาลิง
๗. ข้อใด ไม่มี สัมผัสพยัญชนะ
ก. นกแก้วแจ้วรี่ร้อง เร่หา
ข. ใกล้คู่หมู่สาลิกา แวดเคล้า
ค. นกตั้วผัวเมียมา สมสู่
ง. สัตวาฝ่าแขกเต้า พวกพ้องโนรี
๘. ข้อใด ไม่มี สัมผัสสระ
ก. ฝูงลิงใหญ่น้อยกระจุ้ย
ข. ชะนีอุ่ยอุ้ยร้องหา
ค. ฝูงค่างหว่างพฤกษา
ง. ค่างโจนไล่ไขว่ปลายยาง
๙. ข้อใดสัมผัสพยัญชนะมากที่สุด
ก. ยูงทองย่องเยื้องย่าง รำฉวาง
ข. รายร่ายฟ่ายเฟื่องหาง เฉิดหน้า
ค. ปากหงอนอ่อนสำอาง ลายเลิศ
ง. รำเล่นเต้นงามหง้า ปีกป้องเป็นเพลง
๑๐. “หัวร่อรื่นชื่นชี้ ส่องนิ้วชวนแล” คำว่า “ส่องนิ้ว” มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. ดูนิ้ว
ข. ชี้นิ้ว
ค. ยกนิ้ว
ง. ชื่นชม
๑๑. ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะของเลียงผา
ก. มีหนวดงาม
ข. ปลายเขาโค้งไปข้างหน้า
ค. ขนหยาบมีกลิ่นเหม็นสาบ
ง. มีรูปร่างคล้ายแพะ
๑๒. ข้อใดกล่าวถึงกระจง ไม่ถูกต้อง
ก. กระจงเป็นสัตว์ที่มีตัวขนาดเล็ก
ข. กระจงมีตาหูและตีนกีบเหมือนกวาง
ค. กระจงมีเขี้ยวเล็กๆสองข้างที่โค้งออกมา
ง. กระจงมีเขาเหมือนกวาง
๑๓. ข้อใดสื่อจินตภาพความเคลื่อนไหว
ก. เที่ยวเล่นเป็นเกษมสุข แสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง
ข. เลียงผาอยู่ภูเขา หนวดพรายเพราเขาแปล้ปลาย
ค. ไก่ฟ้าอ้าอดแสง หัวสุกแดงแทงเดือยแนม
ง. ลิงไต่กระไดลิง ลิงโลดคว้าประสาลิง
๑๔. ข้อใดเป็นการประสานศิลปะในการเล่นเสียงสระ พยัญชนะ วรรณยุกต์และเล่นคำซ้ำได้อย่างกลมกลืน
ก. หัวลิงหมากลางลิง ต้นลางลิงแลหูลิง
ลิงไต่กระไดลิง ลิงโลดคว้าประสาลิง
ข. ดูหนูสู่รูงู งูสุดสู้หนูสู้งู
หนูงูสู้ดูอยู่ รูปงูทู่หนูมูทู
ค. นกแก้วแจ้วเสียงใส คลอไคล้คู่หมู่สาลิกา
นกตั้วผัวเมียคลา ฝ่าแขกเต้าเหล่าโนรี
ง. งูเขียวรัดตุ๊กแก ตุ๊กแกแก่คางแข็งขยัน
กัดงูงูยิ่งพัน อ้าปากง่วงล้วงตับกิน
๑๕. ข้อใดมีคำเลียนเสียงธรรมชาติ
ก. ฝูงลิงใหญ่น้อยกระจุ้ย ชะนีอุ่ยอุ้ยร้องหา
ข. กระจงกระจิดเตี้ย วิ่งเรี่ยเรี่ยน่าเอ็นดู
ค. ยูงทองย่องเยื้องย่าง รำรางชางช่างฟ่ายหาง
ง. กระจายสยายซร้องนาง ผ้าสไบบางนางสีดา
๑๖. ข้อใดบรรยายให้เห็นธรรมชาติของพืชได้ดีที่สุด
ก. จอกสร่ายกินไคลคลา เชยหมู่
ตามคู่มาคล้ายคล้าย ผุดให้เห็นตัว
ข. ยื่นเลื้อยเฟื้อยลงมา โบยโบก
แต่ค่าไม้ใหญ่น้อย แกว่งเยื้องไปมา
ค. ปากหงอนอ่อนสำอาง ลายเลิศ
รำเล่นเต้นงามหง้า ปีกป้องเป็นเพลง
ง. รูปร่างอย่างแพะเอา มาเปรียบ
ขนเหม็นสาบหยาบร้าย กลิ่นกล้าเหมือนกัน
๑๗. ข้อใด ไม่ใช่ เป็นชื่อพันธุ์ไม้
ก. โนรี
ข. ลางลิง
ค. ช้องนางคลี่
ง. สไบนางสีดา
๑๘. ข้อใดเป็นชื่อพันธุ์ไม้
ก. สัตวา
ข. แขกเต้า
ค. หัวลิง
ง. สาลิกา
๑๙. “ยูงทองย่องเยื้องย่าง รำรางชางช่างฟ่ายหาง” ข้อใด ไม่ใช่ ความหมายของคำว่า “รางชาง”
ก. งาม
ข. สวย
ค. เด่น
ง. เรียบร้อย
๒๐. บาทแรกของโคลงสี่สุภาพในข้อใดมีเอกโทถูกต้องตามลักษณะบังคับ
ก. เลียงผาอยู่พ่างพื้น ภูเขา
ข. งูเขียวแลเหลื้อมพ่น พิษพลัน
ค. ดูงูขู่ฝูดฝู้ พรูพรู
ง. กระจายสยายคลี่ซร้อง นงพะงา
