wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แนวคิดเกี่ยวกับวิชาชีพสอบบัญชี

Total questions: 20

Worksheet time: 7mins

Name
Class
Date
1.

กฎหมายฉบับใดกำหนดให้มีสภาวิชาชีพ

a)

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543

b)

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2547

c)

พระราชบัญญัติวิชาชีพสอบบัญชี พ.ศ.2547

d)

พระราชบัญญัติวิชาชีพสอบบัญชี พ.ศ.2547

2.

ข้อใดเป็นงานบริการที่ผู้สอบบัญชีไม่ให้ความเชื่อมั่นใดๆ

a)

การสอบทานงบการเงิน

b)

การตรวจสอบข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวกับอนาคต

c)

การตรวจสอบงบการเงินเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ

d)

การปฏิบัติงานตามวิธีการที่ตกลงร่วมกันที่เกี่ยวกับงบการเงิน

e)

งานที่ให้ความเชื่อมั่นต่อการควบคุมขององค์กรที่ให้บริการ

3.

องค์กรใดมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินกิจการของสภาวิชาชีพบัญชี

a)

กระทรวงพาณิชย์

b)

กระทรวงมหาดไทย

c)

คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี

d)

คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพบัญชี

e)

คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี

4.

ตามกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 กิจการประเภทใดได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการครวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

a)

กิจการร่วมค้า

b)

ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล

c)

ห้างหุ้นส่วนจำกัด

d)

ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีทุนจดทะเบียนและสินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท

e)

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท

5.

ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องผ่านการฝึกหัดงานเป็นเวลาต่อเนื่องไม่น้อยกว่ากี่ปี และมีเวลารวมในการฝึกหัดงานไม่น้อยกว่ากี่ชั่วโมง

a)

1 ปีบริบูรณ์ 2,000 ชั่วโมง

b)

2 ปีบริบูรณ์ 2,000 ชั่วโมง

c)

3 ปีบริบูรณ์ 2,000 ชั่วโมง

d)

3 ปีบริบูรณ์ 3,000 ชั่วโมง

e)

3 ปีบริบูรณ์ 3,500 ชั่วโมง

6.

ข้อใดเป็นจรรยาบรรณของผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีในเรื่องความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน

a)

ปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชีด้วยความเที่ยงธรรม

b)

ไม่ละทิ้งการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชีที่รับไว้แล้ว โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

c)

ไม่ลงลายมือชื่อรับรองในรายงานของกิจการที่ตนมิได้ปฏิบัติงานตรวจสอบ

d)

ไม่รับรองบัญชีที่ตนเป็นผู้จัดทำขึ้นเองหรือช่วยเหลือ

e)

ไม่ตรวจสอบและรับรองบัญชีเกินกว่าที่ได้รับมอบหมายจากผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีอื่นเว้นแต่จะได้รับอนุญาตแล้ว

7.

. ในแต่ละปีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชีได้ไม่เกินกี่ราย ไม่ว่าจะเป็นงบการเงินของรอบปีใดก็ตาม

a)

100 ราย

b)

200 ราย

c)

300 ราย

d)

400 ราย

e)

500 ราย

8.

การปฏิบัติงานการรวบรวมข้อมูลทางการเงิน ผู้สอบบัญชีต้องปฏิบัติตามมาตรฐานในข้อใด

a)

มาตรฐานงานสอบทาน

b)

มาตรฐานงานที่ให้ความเชื่อมั่น

c)

มาตรฐานการดำเนินงานต่อเนื่อง

d)

มาตรฐานงานบริการเกี่ยวเนื่อง

e)

มาตรฐานงานที่ให้ความเชื่อมั่นนอกเหนือจากการตรวจสอบ

9.

ข้อใดเป็นลักษณะของการทุจริตที่ผู้สอบบัญชีต้องคำนึงถึง

a)

การใช้สินทรัพย์ของกิจการในการค้ำประกันเงินกู้ยืมส่วนตัว

b)

การนำข้อมูลทางเทคนิคหรือสูตรการผลิตที่สำคัญไปขายให้แก่คู่แข่งทางการค้า

c)

การใช้นโยบายการบัญชีที่ไม่เหมาะสมกับรายการบัญชีที่เกิดขึ้น

d)

ผิดทั้งหมด

e)

ถูกต้องทั้งหมด

10.

หากผู้สอบบัญชีสงสัยว่าผู้บริหารของกิจการที่ตนรับสอบบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้สอบบัญชีควรปฏิบัติอย่างไร

a)

แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไข

b)

แสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้อง

c)

ไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน

d)

สื่อสารให้แก่คณะกรรมการตรวจสอบทราบ

e)

ทำหนังสือถึงผู้ถือหุ้นให้ทราบ

11.

ข้อใดจัดเป็นงานที่ให้ความเชื่อมั่นในงานบริการของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

a)

งานสอบทานงบการเงิน

b)

การตรวจสอบงบการเงินเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ

c)

งานการรวบรวมข้อมูลทางการเงิน

d)

งานการปฏิบัติงานตามวิธีการที่ตกลงร่วมกัน

e)

งานการประเมินระบบการควบคุมภายในของกิจการ

12.

งบการเงินของกิจการใดได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวงไม่ต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

a)

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน

b)

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท

c)

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีสินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท

d)

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท

e)

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทโดยพิจารณาทุกรายการ

13.

กฎหมายฉบับใดให้ยกเลิกพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505

a)

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543

b)

พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ.2543

c)

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2547

d)

พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547

e)

พระราชบัญญัติวิชาชีพสอบบัญชี พ.ศ.2547

14.

บุคคลใดสามารถเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีตามประมวลรัษฏากรได้

a)

ผู้สอบบัญชีภาษีอากร

b)

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

c)

ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.บช.

d)

ผู้สอบบัญชีภาษีอากร, ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

e)

ผู้สอบบัญชีภาษีอากร, ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ,ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.บช

15.

ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องผ่านการทดลอบความรู้รวมกี่วิชา

a)

3 วิชา

b)

4 วิชา

c)

5 วิชา

d)

6 วิชา

e)

8 วิชา

16.

ข้อใดเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี

a)

กำหนดมาตรฐานการสอบบัญชี

b)

กำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี

c)

รับคำขอแจ้งการฝึกหัดงานสอบบัญชี

d)

รับขึ้นทะเบียนการประกอบวิชาชีพด้านการสอบบัญชี

e)

พิจารณาคำอุธรณ์ของผู้ที่ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แต่ไม่ได้รับใบอนุญาต

17.

ผู้สอบบัญชีต้องประกอบวิชาชีพให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องเป็นจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในหมวดใด

a)

ความเป็นอิสระ

b)

ความเที่ยงธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต

c)

ความรู้ความสามารถและมาตรฐานในการปฏิบัติงาน

d)

ความรับผิดชอบต่อผู้รับบริการ

e)

ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นหรือนิติบุคคลที่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีปฏิบัติหน้าที่ให้

18.

การปฏิบัติงานในข้อใดต่อไปนี้ที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องปฏิบัติตามมาตรฐานงานที่ให้ความเชื่อมั่น

a)

การสอบทานงบการเงิน

b)

การตรวจสอบงบการเงิน

c)

การสอบทานข้อมูลทางการเงินระหว่างกาล

d)

การตรวจสอบข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวกับอนาคต

e)

การปฏิบัติงานตามวิธีการที่ตกลงร่วมกันที่เกี่ยวกับข้อมูลงบการเงิน

19.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับหลักพื้นฐานในการตรวจสอบงบการเงินตามมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 200 เรื่องวัตถุประสงค์โดยรวมของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและการปฏิบัติงานตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบบัญชี

a)

ผู้สอบบัญชีต้องได้มาซึ่งความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผล

b)

ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลเป็นความเชื่อมั่นในระดับสูงสุด

c)

ผู้สอบบัญชีต้องรวบรวมหลักฐานการสอบบัญชีให้มากที่สุด เพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงิน

d)

ผู้สอบบัญชีต้องได้มาซึ่งความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลและเป็นความเชื่อมั่นในระดับสูงสุด

e)

ผู้สอบบัญชีต้องได้มาซึ่งความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลที่เป็นความเชื่อมั่นในระดับสูงสุดและต้องรวบรวมหลักฐานการสอบบัญชีให้มากที่สุด เพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงิน

20.

ลักษณะการทุจริตที่ผู้สอบบัญชีต้องคำนึงถึงมีอยู่ 2 ประเภทคือข้อใด

a)

การตกแต่งตัวเลข และการบิดเบือนรายการบัญชี

b)

การตั้งใจละเลยการบันทึกรายการบัญชีและการใช้นโยบายการบัญชีที่ไม่เหมาะสม

c)

การจัดทำรายงานทางการเงินที่ทุจริตและการใช้สินทรัพย์ในทางที่ไม่เหมาะสม

d)

การปกปิดข้อเท็จจริงที่สินทรัพย์สูญหายและการใช้นโยบายการบัญชีที่ไม่เหมาะสม

e)

การตั้งใจละเลยการบันทึกรายการบัญชี และการขโมยสินทรัพย์ของกิจการ