wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

รหัสวิชา 383 ภาษาบาลี ชุดที่ 7

Total questions: 100

Worksheet time: 5hrs 0mins

Name
Class
Date
1.

ความหมายของภาษาบาลีตามรูปวิเคราะห์ว่า พุทฺธวจนํ ปาเลตีติ ปาลี (ภาษา) ตรงกับข้อใด

a)

ภาษาชาวมคธ

b)

ภาษาชาวอินเดีย

c)

ภาษาที่เป็นแบบแผน

d)

ภาษาที่รักษาพุทธพจน์

2.

นามศัพท์ในข้อใดได้ชื่อว่าเป็นคุณนาม

a)

มนุษย์

b)

บัณฑิต

c)

เทวดา

d)

พระเจ้าพิมพิสาร

3.

คุณนามชั้นวิเสสมีลักษณะตามข้อใด

a)

ใหญ่ที่สุด

b)

เป็นบัณฑิต

c)

เป็นบาปกว่า

d)

เลวที่สุด

4.

ความหมายของสาธารณนามคืออะไร

a)

นามที่ทั่วไป

b)

นามที่ไม่ทั่วไป

c)

นามที่ใช้นามกับนาม

d)

นามที่แสดงลักษณะของนามนาม

5.

ปเทโส (ประเทศ) จัดเป็นลิงค์ประเภทใด

a)

ปุงลิงค์

b)

อิตถีลิงค์

c)

นปุงสกลิงค์

d)

เป็นได้ทั้ง 2 ลิงค์ คือปุลิงค์และนปุงสกลิงค์

6.

ลิงค์ตามกำเนิดตรงกับศัพท์ใด

a)

ปุริโส = ชาย

b)

ทาโร = เมีย

c)

ปเทโส = ประเทศ

d)

ภูมิ = แผ่นดิน

7.

ศัพท์ใดเป็นเอกวจนะอย่างเดียว

a)

อรหนฺตา

b)

ภควนฺตา

c)

ปุริสา

d)

อตฺตา

8.

ข้อใดคือความหมายของอายตนิบาต

a)

คำบอกให้รู้จำนวนของนามนาม

b)

คำที่แสดงคุณลักษณะของนามนาม

c)

คำที่เชื่อมต่อนามกับกริยาให้เนื่องกัน

d)

คำที่ใช้แทนคำนามเพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำซาก

9.

ข้อใดเป็นคำแปลของ “เสฏฺฐินํ

a)

อ.เศรษฐี

b)

ซึ่งเศรษฐี

c)

แก่เศรษฐี

d)

แห่งเศรษฐี

10.

ภิกษุ 5 รูป ตรงกับสังขยาข้อใด

a)

เทฺว ภิกฺขู

b)

ตโย ภิกฺขู

c)

จตุโร ภิกฺขู

d)

ปญฺจ ภิกขู

11.

อ.พระสาวก ท. 80” เขียนบาลีว่าอย่างไร

a)

วีสติ สาวกา

b)

สตฺตติ สาวกา

c)

อสีติ สาวกา

d)

นวุติ สาวกา

12.

เอกูนสตํ ตรงกับจำนวนสังขยาข้อใด

a)

69

b)

79

c)

89

d)

99

13.

นิบาตในอัพยยศัพท์มีวิธีใช้อย่างไร

a)

ลงท้ายนามศัพท์

b)

ประกอบหลังนามศัพท์

c)

ลงในระหว่างนามศัพท์

d)

นำหน้านามและกริยาให้วิเสสขึ้น

14.

ศัพท์ว่า ปจฺจาคจฺฉติ ย่อมกลับมา ลงอุปสัคตามข้อใด

a)

b)

ปฏิ

c)

ปรา

d)

ปริ

15.

อนิจฺจา วต สฺงขารา อุปฺปาทวยธมฺมิโน ศัพท์ใดเป็นนิบาต

a)

อนิจฺจา

b)

วต

c)

สงฺขารา

d)

อุปฺปาทวยธมฺมิโน

16.

เสียงก็ดี ตัวหนังสือก็ดี มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

อนุสาร

b)

นิคคหิต

c)

พยัญชนะ

d)

อักขระ

17.

สระที่มีเสียงหนักคือข้อใด

a)

ทีฆะ

b)

ครุ

c)

ลหุ

d)

รัสสะ

18.

ข้อใดเป็นรัสสะเสียงสั้นทั้งหมด

a)

อ อา

b)

อุ อู

c)

อ อิ อุ

d)

อา อิ อู

19.

ข้อใดเป็นพยัญชนะ อวรรค

a)

ก ข ค ฆ ง

b)

จ ฉ ช ฌ ญ

c)

ต ถ ท ธ น

d)

ย ร ล ว ส

20.

อุ อู ป ผ พ ภ ม เกิดที่ฐานที่ใด

a)

คอ

b)

ฟัน

c)

เพดาน

d)

ริมฝีปาก

21.

พยัญชนะคือ ต ถ ท ธ น ล ส จัดเป็นกรณ์ใด

a)

ปลายลิ้น

b)

ท่ามกลางลิ้น

c)

ฐานของตน

d)

ถัดปลายลิ้นออกมา

22.

ข้อใดมีเสียงมาตราเดียว

a)

สระสั้น

b)

สระยาว

c)

พยัญชนะ

d)

พยัญชนะสังโยค

23.

พยัญชนะใดเป็น โฆสาโฆสวิมุตติ

a)

b)

c)

d)

อํ

24.

ข้อใดเป็นการซ้อนของพยัญชนะที่ 1 ซ้อนหน้าพยัญชนะที่ 1 และที่ 2 ในวรรคของตน

a)

ทุกฺโข

b)

สมุทโย

c)

นิโรโธ

d)

มคฺโค

25.

คำว่า “อนุกมฺปโก” เป็นการซ้อนพยัญชนะในวรรคใด

a)

ก วรรค

b)

จ วรรค

c)

ต วรรค

d)

ป วรรค

26.

การย่อศัพท์ให้น้อยลงตรงตามความหมายข้อใด

a)

สมาส.

b)

สนธิ

c)

อาขยาต

d)

ตัทธิต

27.

วิเคราะห์ใดเป็นลุตตสมาส

a)

อุรสิ โลโม = อุรสิโลโม

b)

กฐินสฺส ทุสฺสํ = กฐินทุสฺสํ

c)

ปญฺจ ผลานิ = ปญฺจผลานิ

d)

ทูเร นิทานํ = ทูเรนิทานํ

28.

วิเสสโนปมบท สังเกตอย่างไร

a)

มีบทวิเสสนะเป็นอุปมา

b)

มีบทวิเสสนะอยู่หลัง ประธานอยู่หน้า

c)

มีบทวิเสสอยู่หน้า ประธานอยู่หลัง

d)

มีบทวิเสสนะอยู่หน้าและหลัง

29.

พหุพพิหิสมาส มีหลักสังเกตอย่างไร

a)

สมาสที่ย่อนาม 2 บทขึ้นไป

b)

สมาสที่มีบทอื่นเป็นประธาน

c)

สมาสที่มีสังขยาอยู่หน้า

d)

สมาสที่มีอุปสัคและนิบาตในรูปวิเคราะห์

30.

สมถวิปสฺสนํ (สมถะด้วย วิปัสสนาด้วย ชื่อสมถะและวิปัสสนา) เป็นสมาสชนิดใด

a)

พหุพพิหิสมาส

b)

อัพยยีภาวนาสมาส

c)

สมาหารทวันทวสมาส

d)

อสมาหารทวันทวสมาส

31.

กัมมธารยสมาสมีหลักสังเกตอย่างไร

a)

มีบทอื่นเป็นประธาน

b)

มีวจนะและวิภัตตะเสมอกัน

c)

มีอุปสัคและนิบาตอยู่หน้า

d)

มีสังขยานามอยู่ข้างหน้า

32.

นโร สีโห อิว = นรสีโห เป็นวิเคราะห์ของสมาสอะไร

a)

อุปมาบุพพบท

b)

อุปมานุตตรบท

c)

สัมภาวนบุพพบท

d)

อวธารบุพพบท

33.

ทิคุสมาส มีหลักสังเกตอย่างไร

a)

มีวิภัตติและวจนะตรงกัน

b)

มีสังขยาอยู่ข้างหน้า

c)

มีอุปสัคหรือนิบาตอยู่หน้า

d)

มีบทอื่นเป็นประธาน

34.

ตัปปุริสสมาส มีหลักสังเกตอย่างไร

a)

มีสังขยาอยู่หน้า

b)

มีสำเนียงวิภัตติทั้ง 7

c)

มีอุปสัคหรือนิบาตอยู่หน้า

d)

มีวิภัตติวจนะเสมอกัน

35.

สุขํ ปตฺโต = สุขปฺปตฺโต (ปุริโส) เป็นรูปวิเคราะห์ตามข้อใด

a)

ทุติยาสัปปุริสมาส

b)

ตติยาตัปปุริสมาส

c)

จตุตถีตัปปุริสมาส

d)

ปัญจมีตัปปุริสมาส

36.

คำว่า “กฐินทุสฺสํ (ผ้าเพื่อกฐิน)” มีลักษณะรูปวิเคราะห์ตามข้อใด

a)

ทุติยาตัปปุริสสมาส

b)

ตติตาตัปปุริสสมาส

c)

จตุตถีตัปปุริสสมาส

d)

ปัญจมีตัปปุริสสมาส

37.

คำว่า จนฺทิมา จ สุริโย จ = จนฺทิมสุริยา เป็นรูปวิเคราะห์ในข้อใด

a)

สมาหารทิคุสมาส

b)

อสมาหารทิคุสมาส

c)

สมาหารทวันทวสมาส

d)

อสมาหารทวันทวสมาส

38.

คำว่า ปณฺณญฺจ ปุปฺผญฺจ ผลญฺจ = ปณฺณปุปฺผผลานิ จัดเป็นสมาสอะไร

a)

สมาหารทิคุ

b)

อสมาหารทิคุ

c)

สมหารทวันทวะ

d)

อสมาหารทวันทวะ

39.

อัพยยีภาวสามาส คือสมาสเช่นไร

a)

มีอุปสัคหรือนิบาตอยู่ข้างหลัง

b)

มีอุปสัคหรือนิบาตอยู่หน้า

c)

มีอุปสัคหรือนิบาตเป็นวิเสสนะ

d)

มีอุปสัคหรือนิบาตเป็นอัญญบท

40.

คำว่า นครสฺส พหิ = พหินครํ เป็นรูปวิเคราะห์ในข้อใด

a)

อุปสัคปุพพกะ

b)

นิบาตปุพพกะ

c)

สมาหารทวันทวสมาส

d)

อสมาหารทวันทวสมาส

41.

คำว่า กตํ ปุญฺญํ เยน โส = กตปุญฺโญ (ปุริโส) เป็นสมาสใด

a)

ทุติยาพหุพพิหิสมาส

b)

ตติยาพหุพพิหิสมาส

c)

จตุตถีพหุพพิหิสมาส

d)

ปัญจมีพหุพพิหิสมาส

42.

ข้อใดเป็นรูปวิเคราะห์ น บุพฺพบท พหุพพิหิสมาส

a)

น วสโล อวสโล

b)

นตฺถิ ตสฺส สโมติ อสโม

c)

สห ปุตฺเตน โย วตฺตตี ติ สปุตฺโต

d)

สุวณฺณสฺส วณฺโณ อิว วณฺโณ ยสฺส โส สุวณฺณวณโณ

43.

คำว่า นีลํ อุปฺปลํ = นีลุปฺปลํ จัดเป็นกัมมธารยสมาสประเภทใด

a)

วิเสสนบุพพบท

b)

วิเสสนุตตรบท

c)

วิเสสโนภยบท

d)

วิเสสโนปมบท

44.

วิเสสโนปมบท มีหลักกการสังเกตอย่างไร

a)

มีบทวิเสสนะอยู่หน้า บทประธานอยู่หลัง

b)

มีบทวิเสสนะอยู่หลัง บทประธานอยู่หน้า

c)

มีบทวิเสสนะเป็นอุปมาจัดเป็น 2 ตามวิเสสนะอยู่หน้าและหลัง

d)

มีบททั้ง 2 เป็นวิเสสนะ มีบทอื่นเป็นประธาน

45.

คำว่า จตฺตาโร มคฺคา = จตุมคฺคา เป็นรูปวิเคราะห์ตามข้อใด

a)

สมาหารทิคุสมาส

b)

อสมาหารทิคุสมาส

c)

ทุติยาตัปปุริสมาส

d)

ตติยาตัปปุริสมาส

46.

สํสาเร ทุกขํ = สํสารทุกขํ เป็นรูปวิเคราะห์ของสมาสใด

a)

จตุตถีตัปปุริสสมาส

b)

ปัญจมีตัปปุริสสมาส

c)

ฉฏฺฐีตัปปุริสสมาส

d)

สัตตมีตัปปุริสสมาส

47.

คำว่า สมโณ จ พฺราหฺมโณ จ = สมณฺพราหฺมณา เป็นรูปวิเคราะห์สมาสใด

a)

อสมาหารทวันทวสมาส

b)

สมาหารทวันทวสมาส

c)

อสมาสหารทิคุสมาส

d)

สมาหารทิคุสมาส

48.

ข้อใดเป็น อุปสคฺคปุพพกะ อัพยยีภาวนาสมาส

a)

ปาการสฺส ติโร = ติโรปการํ

b)

สุขสฺส ยตฺตโก ปริจฺเฉโท = ยาวสุขํ

c)

พสสฺส ปฏิปาฏิ = ยถาพลํ

d)

ทรถสฺส อภาโว = นิทฺทรถํ

49.

รูปวิเคราะห์ใดจัดเป็น ฉัฏฐีพหุพพิหิสมาส

a)

หตฺถา ฉินฺนา เยน โส หตฺถฉินฺโน (ปุริโส)

b)

หตฺถา ฉินฺนา ยสฺมา โส หตฺถฉินฺโน (ปุริโส)

c)

หตฺถา ฉินฺนา ยสฺส โส หตฺถฉินฺโน (ปุริโส)

d)

หตฺถา ฉินฺนา ยสฺมึ โส หตฺถฉินฺนโน (ปุริโส)

50.

คำว่า ตัทธิต คือปัจจัยหมู่หนึ่งเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่เนื้อความย่อยสำหรับแทนอะไร

a)

ศัพท์

b)

ธาตุ

c)

วาจก

d)

วิภัตติ

51.

ข้อใด ไม่ จัดอยู่ในประเภทของสามัญญตัทธิต

a)

ภาวตัทธิต

b)

โคตตตัทธิต

c)

ชาตาทิตัทธิต

d)

ราคาทิตัทธิต

52.

คำว่า โมคฺคลฺลายโน ลงปัจจัยอะไร

a)

ณ ปัจจัย

b)

ณว ปัจจัย

c)

ณาน ปัจจัย

d)

ณายน ปัจจัย

53.

ตัทธิตที่ใช้ในปัจจัยแทนศัพท์ทั่วไปทั้งนามนาม คุณนามและกริยา หมายถึงข้อใด

a)

ภาวตัทธิต

b)

อัพยยตัทธิต

c)

สามัญญตัทธิต

d)

ตทัสสัตถิตัทธิต

54.

คำว่า ปุเร ชาโต - ปุริโม (ชโน) เป็นตัทธิตอะไร

a)

ชาตาทิตัทธิต

b)

ราคาทิตัทธิต

c)

สามัญญตัทธิต

d)

ตทัสสัตถิตัทธิต

55.

มนุสฺสานํ สมุโห - มานุโส (หมู่แห่งมนุษย์) เป็นตัทธิตอะไร

a)

สมุหตัทธิต

b)

ราคาทิตัทธิต

c)

ชาตาทิตัทธิต

d)

ตรัตยาทิตัทธิต

56.

ในวิภาคตัทธิตลงปัจจัยอะไร

a)

ติย ถ

b)

ตฺต ณ

c)

ธา โส

d)

ถา ถํ

57.

ข้อใดเป็นวิเคราะห์สมุหตัทธิต

a)

มคเธ ชาโต มาคโธ (ชาโน)

b)

ปุเร ชาโต ปุริโม (ชโน)

c)

ปจฺฉา ชาโต ปจฺฉิโม (ชโน)

d)

มนุสฺสานํ สมุโห มานุสโก

58.

ข้อใดเป็นปัจจัยของฐานตัทธิต

a)

อีย

b)

ตม

c)

อาลุ

d)

มนฺตุ

59.

ในโคตตตัทธิตใช้ศัพท์ใดแทนปัจจัย

a)

ชาต

b)

ตรติ

c)

นิสฺสิต

d)

อปจฺจ

60.

ข้อใดเป็นรูปวิเคราะห์ของภาวตัทธิต

a)

จนฺทสฺส ภาโว = จนฺทตฺตํ

b)

ปเทน วิภาเคน = ปทโส

c)

ทฺวินฺนํ ปูรโณ = ทุติโย

d)

อยสา ปกตํ = อโยมยํ

61.

ข้อใดคือปัจจัยในภาวตัทธิต

a)

ติย,ถ,ฐ

b)

ตฺต,ณฺย

c)

ตร,ตม

d)

วี,ส,สี

62.

สหายสฺส ภาโว - สหายตา ลงปัจจัยในตัทธิตามข้อใด

a)

ตา ปัจจัยในสมุหตัทธิต

b)

ตม ปัจจัยในเสฏฐตัทธิต

c)

ตา ปัจจัยในภาวตัทธิต

d)

วนฺตุ ปัจจัยในตทัสสัตถิตัทธิต

63.

ข้อใดเป็นรูปวิเคราะห์ของอัพยยตัทธิต

a)

เยน ปกาเรน ยถา

b)

สมณสฺส ภาโว สามญฺญํ

c)

ปุริสสฺส ภาโว โปริสฺสํ

d)

พนฺธนสฺส ฐานํ พนฺธนียํ

64.

ข้อตกลง “ถา” ปัจจัยที่ประกอบเป็นตติยาวิภัตติ

a)

ตํ ปการํ = ยถา

b)

เตน ปกาเรน = ตถา

c)

ตสฺมา ปการเรน = ตถา

d)

ตสฺมึ ปกาเรน = ตถา

65.

โย ปกาโร = ยถา เป็นตัทธิตใด

a)

ปูรณตัทธิต

b)

วิภาคตัทธิต

c)

ภาวตัทธิต

d)

อัพยยตัทธิต

66.

ในสังขยาตัทธิตลงปัจจัยอะไร

a)

b)

c)

อีย

d)

อาลุ

67.

ในตรัตยาทิตัทธิตลงปัจจัยอะไร

a)

มย ปัจจัย

b)

ติย ปัจจัย

c)

อิก ปัจจัย

d)

ณิก ปัจจัย

68.

ภาวตัทธิต มีปัจจัยที่มาใช้แทน ภาว ศัพท์ซึ่งมีคำแปลว่าอย่างไร

a)

ประชุมแห่ง

b)

โดยส่วน

c)

เป็นวิการ

d)

ความเป็น

69.

ภาวตัทธิต ในรูปวิเคราะห์บทหน้าต้องประกอยด้วยวิภัตติใด

a)

ปฐมา

b)

ตติยา

c)

ฉัฏฐี

d)

สัตตมี

70.

ยถา วาริวหา ปูรา ปริปูเรนฺติ สาครํ ฯลฯ คำขีดเส้นใต้เป็นตัทธิตอะไร

a)

ชาตาทิตัทธิต

b)

ราคาทิตัทธิต

c)

อัพยยตัทธิต

d)

ตรัตยาทิตัทธิต

71.

ในประโยคว่า “สามิเกน สูเทน โอทโน ปาจาปิยเต” คำใดจัดเป็นประธานของประโยค

a)

สามิแกน

b)

สูแทน

c)

โอทโน

d)

ปาจาปิยเต

72.

ประโยคว่า ธมฺมจารี สุขํ เสติ ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข เหตุใดจึงเป็นกัตตุวาจก

a)

เพราะบ่งผู้ทำยกขึ้นเป็นประธานในประโยค

b)

เพราะบ่งผู้ถูกทำยกขึ้นเป็นประธานในประโยค

c)

เพราะบ่งเพียงความมีความเป็น

d)

เพราะบ่งผู้ใช้ให้ทำยกขึ้นเป็นประธานในประโยค

73.

บ่งผู้ถูกทำ ยกขึ้นเป็นประธานในประโยคจัดเป็นวาจกใด

a)

กัตตุวาจก

b)

กัมมวาจก

c)

เหตุกัตตุวาจก

d)

เหตุกัมมวาจก

74.

ผู้ที่บังคับผู้อื่นให้ทำและกิริยาก็เป็นของผู้ใช้ให้ทำเป็นวาจกในข้อใด

a)

กัตตุวาจก

b)

เหตุกัตตุวาจก

c)

กัมมวาจก

d)

เหตุกัมมวาจก

75.

คำว่า กัตตา (ผู้ทำ) ในประโยคที่เป็นภาววาจกประกอบด้วยวิภัตติหมวดใด

a)

ตติยาวิภัตติ

b)

ปฐมาวิภัตติ

c)

จตุตถีวิภัตติ

d)

ปัญจมีวิภัตติ

76.

ข้อใดเป็นโครงสร้างของประโยคกัมมวาจก

a)

ประธาน + อนภิหิกัตตา + กิริยา

b)

ประธาน + การิตกัมม + กิริยา

c)

ประธาน + กรรม + กิริยา

d)

อนภิหิตกัตตา + กิริยา

77.

โครงสร้างว่า ประธาน + กรรม + กิริยา + เป็นวาจกในข้อใด

a)

กัมมวาจก

b)

กัตตุวาจก

c)

เหตุกัมมวาจก

d)

เหตุกัตตุวาจก

78.

คำว่า “อนภิหิตกัตตา (อัน)” จัดอยู่ในโครงสร้างข้อใด

a)

กัตตุวาจก เหตุกัตตุวาจก

b)

กัมมวาจก เหตุกัมมวาจก

c)

เหตุกัตตุวาจก

d)

กัตตุวาจกเท่านั้น

79.

ณาปย ปัจจัย ลงในวาจกข้อใด

a)

กัตตุวาจก

b)

กัมมวาจก

c)

ภาววาจก

d)

เหตุกัตตุวาจก

80.

กริยเต ทำอยู่ บอกให้รู้วาจกใด

a)

กัตตุวาจก

b)

กัมมวาจก

c)

เหตุกัตตุวาจก

d)

เหตุกัมมวาจก

81.

คำว่า สกฺโกติ (ย่อมอาจ) ลงปัจจัยอะไร

a)

b)

โอ

c)

เณ

d)

82.

ประโยคว่า “ลุทฺทโก หตฺถึ มาเรติ นายพราน ยังช้าง ให้ตายอยู่” คำที่ขีดเส้นใต้ลงปัจจัยตัวใด

a)

เณ

b)

ณย

c)

ณาเป

d)

ณาปย

83.

ประโยคใด ลง ย ปัจจัยในกัมมวาจก

a)

สามเณรโร มุยฺหติ

b)

สทฺโท วิสาขาย สุยฺยติ

c)

โสโก เปเมน ชายติ

d)

เสฏฺฐี วิหารํ การาปยติ

84.

ทิพฺพติ แยกศัพท์ได้อย่างไร

a)

ทิว + ย = พฺพ + ติ

b)

ทิว + ย = พฺพ + เต

c)

ทิว + ย = พฺพ + ณาเป + ติ

d)

ทิว + ย = พฺพ + ณาปย + เต

85.

ศัพท์ใดใช้เป็นคำกิริยาในระหว่าง

a)

คนฺตฺวา

b)

กโรติ

c)

ปสฺสามิ

d)

กตฺตพฺพํ

86.

สตฺถา ภตฺตกิจฺจํ กโรนฺโต เชตวนํ อคมาสิ ศัพท์ใดทำหน้าที่บทขยายกิริยาในระหว่าง

a)

ภตฺตกิจฺจํ

b)

เชตวนํ

c)

กโรนฺโต

d)

อคมาสิ

87.

บทที่แปลและสัมพันธ์เข้ากับกิริยาในระหว่าง หมายถึงบทใด

a)

กิริยาในระหว่าง

b)

บทขยายกิริยาในระหว่าง

c)

บทกิริยาคุมพากย์

d)

บทขยายกิริยาคุมพากย์

88.

ปัจจัยใดต่อไปนี้ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์ได้

a)

มาน

b)

c)

ตูน

d)

อนฺต

89.

ประโยคว่า เอวํ สตฺถา เตสํ ธมฺมํ เทเสสิ. คำที่ขีดเส้นใต้ทำหน้าที่ใดในประโยค

a)

บทขยายสัตตมี

b)

บทขยายประธาน

c)

บทขยายกิริยาในระหว่าง

d)

บทขยายกิริยาคุมพากย์

90.

สูโท โอทนํ ปจติ เป็นวาจกอะไร

a)

กัตตุวาจก

b)

กัมมาวาจก

c)

ภาววาจก

d)

เหตุกัตตุวาจก

91.

ลภิยเต จัดเป็นกิริยาของวาจกใด

a)

กัตตุวาจก

b)

กัมมาวาจก

c)

ภาววาจก

d)

เหตุกัตตุวาจก

92.

ประโยคใดเป็นภาววาจก

a)

สูโท โอทนํ ปจติ

b)

สูเทน โอทโน ปจิยเต

c)

เตน ภูยเต

d)

สามิโก สูทํ โอทนํ ปาเจติ

93.

วาจกที่บ่งถึงผู้ใช้ให้ทำ หมายถึงวาจกอะไร

a)

กัตตุวาจก

b)

กัมมาวาจก

c)

เหตุกัตตุวาจก

d)

เหตุกัมมาวาจก

94.

ข้อใดลงปัจจัยในเหตุกัมมาวาจก

a)

ภูยเต

b)

โจเรติ

c)

ขียติ

d)

ปาจาปิยเต

95.

ประโยคแทรกมีสำเนียงการแปลตามข้อใด

a)

ซึ่ง

b)

แก่

c)

เมื่อ

d)

ใน

96.

ข้อใดจัดเป็นประโยคอนาทร

a)

สตฺถุโน ภตฺตํ อทาสิ

b)

รญฺโญ สาสนํ เปเสสิ

c)

ภิกฺขุ คามํ ปวิฏฺโฐ

d)

เถรสฺส นิทฺทํ อโนกฺกมนฺตสฺส

97.

สัตตมีวิภัตติที่ใช้เป็นประธานในประโยค เรียกว่าอะไร

a)

ลักขณะ

b)

อนาทร

c)

กัตตา

d)

กัมมะ

98.

ประโยคอนาทร ประกอบด้วยวิภัตติหมวดใด

a)

จตุตถีวิภัตติ

b)

ปัญจมีวิภัตติ

c)

ฉัฏฐีวิภัตติ

d)

สัตตมีวิภัตติ

99.

ปุณฺโณ “อหํ ปพฺพชิสฺสามีติ” จินฺเตสิ คำที่ขีดเส้นใต้เป็นประโยคอะไร

a)

เลขนอก

b)

เลขใน

c)

อนาทร

d)

ลักขณะ

100.

ภิกฺขุ “คามํ ปิณฺฑาย คมิสฺสาสมีติ” จินฺเตสิฯ ข้อความที่ขีดเส้นใต้ จัดเป็นประโยคอะไร

a)

อนาทร

b)

ลักขณะ

c)

เลขใน

d)

เลขนอก