wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

3.ข้อสอบกลางภาค วิชาการจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียน

Total questions: 120

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือความหมายของการจัดการเรียนรู้

a)

การวางแผนการจัดการเรียนรู้เป็นเรื่องจำเป็นในกระบวนการ

b)

วิธีการ ลำดับ ขั้นตอน หรือ กระบวนการที่มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน

c)

.การฝึกให้ผู้เรียนได้มองกว้างและไกล

d)

ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความหมายและมีคุณค่าอย่างยิ่ง

2.

ฮูและดันแคน (Hough & Duncan) ให้ความหมายของการจัดการเรียนรู้ไว้กี่ด้าน อะไรบ้าง

a)

1.ด้าน มี ด้านหลักสูตร (Curriculum)

b)

2.ด้าน มี ด้านหลักสูตร (Curriculum) ด้านการจัดการเรียนรู้ (Instruction)

c)

3.ด้าน มี ด้านหลักสูตร (Curriculum) ด้านการจัดการเรียนรู้ (Instruction) ด้านการวัดผล (Measuring)

d)

4.ด้าน มี ด้านหลักสูตร (Curriculum) ด้านการจัดการเรียนรู้ (Instruction) ด้านการวัดผล (Measuring)

ด้านการประเมินผลการจัดการเรียนรู้ (Evaluating)

3.

ข้อใดคือความสำคัญของการจัดการเรียนรู้

a)

การเรียนรู้เป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนรักการเรียน ความสําเร็จในชีวิตนั้นยอมขึ้นอยู่กับการจัดการเรียนรู้ที่ดีของผู้สอน ผู้เรียนมีความรู้และความเข้าใจในเนื้อหาวิชา

b)

การจัดการเรียนรู้และการเรียนรู้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด

c)

การจัดการเรียนรู้ช่วยให้จุดมุ่งหมายการจัดการศึกษาบรรลุผล จุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาต้องการให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข

d)

การจัดการเรียนรู้เป็นการสร้างแบบอย่างให้กับผู้เรียนในการคิดและการปฏิบัติ

4.

.“การจัดการเรียนรู้และการเรียนรู้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ต้องอาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกันโดยการจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการนำหลักสูตรเข้าสู่ชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามที่หลักสูตรกำหนดไว้” ขัอความนี้ คืออะไร

a)

ความสำคัญของการศึกษา

b)

ความหมายของการศึกษา

c)

ความสำคัญของการจัดการเรียนรู้

d)

ความหมายของการจัดการเรียนรู้

5.

ลักษณะของการจัดการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือข้อใด

a)

ศึกษาหลักสูตรให้กระจ่าง

b)

วิธีสอนหลายหลากมากชนิด

c)

ต้องพัฒนาอารมณ์ขัน

d)

ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิดอยู่เสมอ

6.

อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบ่งออกได้กี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

3 ประเภท คือ 1.อิทธิพลทางด้านเทคโนโลยี

2.อิทธิพลทางด้านกฎหมาย

3.อิทธิพลทางด้านการเมือง

b)

4 ประเภท คือ 1.อิทธิพลทางด้านเทคโนโลยี

2.อิทธิพลทางด้านกฎหมาย

3.อิทธิพลทางด้านการเมือง

4.อิทธิพลทางด้านนิเวศวิทยา

c)

5 ประเภท คือ 1.อิทธิพลทางด้านเทคโนโลยี

2.อิทธิพลทางด้านกฎหมาย

3.อิทธิพลทางด้านการเมือง

4.อิทธิพลทางด้านนิเวศวิทยา

5.อิทธิพลทางด้านประชากร

d)

6 ประเภท คือ 1.อิทธิพลทางด้านเทคโนโลยี

2.อิทธิพลทางด้านกฎหมาย

3.อิทธิพลทางด้านการเมือง

4.อิทธิพลทางด้านนิเวศวิทยา

5.อิทธิพลทางด้านประชากร

6. อิทธิพลด้านวัฒนธรรม

7.

นักการศึกษานำอิทธิพลด้านใดมาแก้ไขการศึกษา

a)

อิทธิพลทางด้านประชากร

b)

อิทธิพลทางด้านเทคโนโลยี

c)

อิทธิพลทางด้านนิเวศวิทยา

d)

อิทธิพลทางด้านกฎหมาย

8.

เครื่องมือที่ใช้ในการเพื่อประหยัดเวลาและแรงงานในการเรียนการสอนคือข้อใด

a)

สื่อการเรียน

b)

หนังสือนิทาน

c)

คอมพิวเตอร์และโทรทัศน์

d)

คอมพิวเตอร์

9.

ข้อใดคือความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการเรียนรู้และการเรียนรู้ที่ถูกต้องที่สุด

a)

การจัดการเรียนรู้และการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่จะแยกจากกันไม่ได้ เมื่อมีการจัดการ เรียนรู้ก็ต้องมีการเรียนรู้ควบคู่กันไป

b)

การจัดการเรียนรู้และการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่จะแยกจากกันได้

c)

การจัดการเรียนรู้และการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่จะแยกจากกันไม่ได้

d)

เมื่อมีการจัดการ เรียนรู้ก็ต้องมีการเรียนรู้ควบคู่กันไป

10.

ข้อใดคือความหมายของสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้

a)

ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายนอกสถานศึกษา

b)

สภาวะใด ๆ ที่มีผลต่อการเรียนรู้ของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม

c)

สิ่งแวดล้อมทางด้านจิตวิทยาก็คือบรรยากาศของชั้นเรียนซึ่งเปรียบเสมือนกลุ่มของสังคมที่มีอิทธิพลต่อสิ่งที่ผู้เรียนเรียนรู้

d)

สิ่งแวดล้อมภายใน คือ ปัจจัยต่าง ๆ ที่อยู่ใน องค์การและสามารถควบคุมได้

11.

ข้อใดให้ความหมายของสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ได้ถูกที่สุด

a)

สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ มีความสําคัญต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนมาก

b)

สิ่งแวดล้อมที่มีผล ต่อพฤติกรรมของมนุษย์

c)

สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อความอยากรู้อยากเห็นและการค้นพบของนักเรียน

d)

สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตัวผู้เรียนทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมส่งผลต่อผู้เรียนทั้งทางบวกและทางลบที่มีผลกระทบต่อ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลการเรียนรู้ของผู้เรียน


12.

สิ่งแวดล้อมในข้อใดที่มีอิทธิพลใน การสร้างและพัฒนาอารมณ์บุคลิกภาพ ความเชื่อ เจตคติ ได้มากที่สุด

a)

สิ่งแวดล้อมในสถานบัน

b)

สิ่งแวดล้อมภายในครอบครัว

c)

สิ่งแวดล้อมภายในสังคม

d)

สิ่งแวดล้อมภายในชุมชน

13.

ข้อใดคือ ความสําคัญของสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษา

a)

พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงจากด้าน สิ่งแวดล้อมนามธรรมส่งผลต่อการเรียน ทําให้สมองมีการพัฒนาทําให้การเรียน การสอนมีประสิทธิภาพขึ้น

b)

สิ่งแวดล้อมทางการเรียนมีผล กระทบโดยตรงและมีผลสนับสนุนช่วยเหลือผู้เรียน ผลกระทบโดยตรงของสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบโดย ตรงต่อการกระทํากิจกรรของผู้เรียน

c)

การศึกษาถึงเรี่องพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม ทำให้ทราบว่านอก เหนือจากลักษณะต่าง ๆ ที่คนได้รับการถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม ที่ทําให้คนแตกต่างกัน

d)

สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ให้อยากทํางานหรือเกิดความ เบื่อหน่ายในการทํางานได้

14.

องค์ประกอบของการจัดการเรียนรู้ดำเนินไปได้ด้วยดี จะทำให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ได้อย่างไรดี ควรมีองค์ประกอบหลักๆ มีกี่ประการ อะไรบ้าง

a)

1 ประการ คือ ผู้เรียน

b)

2 ประการ คือ ผู้เรียน ผู้สอน

c)

3 ประการ คือ ผู้เรียน ผู้สอน สิ่งแวดล้อม

d)

4 ประการคือ ผู้เรียน ผู้สอน สิ่งแวดล้อม การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

15.

ในการจัดการเรียนรู้จึงจำเป็นต้องจัดให้สอดคล้องกับความถนัด ความสนใจและพัฒนาการของผู้เรียน ต้องเน้นฝึกทักษะกระบวนใด

a)

ทักษะกระบวนการสร้างค่านิยม

b)

ทักษะกระบวนการทางเจตคติ

c)

ทักษะกระบวนการสื่อสาร

d)

ทักษะกระบวนการคิด

16.

การจัดการศึกษาต้องยึดหลักอะไรเป็นสำคัญ

a)

เน้นผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด

b)

เพื่อมุ่งเน้นประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ

c)

เน้นการเรียนการสอนเป็นสำคัญ

d)

เพื่อให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข

17.

สาระสำคัญที่มุ่งเน้นการจัดการศึกษาเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ควรมีอะไรบ้าง

a)

ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ความรู้

b)

ปัญญา คุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม มีความรู้

c)

จิตใจ ร่างกาย จิตใจ สังคม ความรู้ คุณธรรม

d)

ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม จริยธรรมและมีวัฒนธรรมที่ดีในการดำเนินชีวิต

18.

ข้อใดเป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไง

a)

สอนจากตัวอย่างไปหากฎเกณฑ์ผู้สอนควรให้ตัวอย่างหลาย ๆ ตัวอย่างแล้วช่วยกันสรุปตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมา

b)

ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเจริญงอกงามในทุกด้านทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

c)

สอนจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวออกไป หาสิ่งที่อยู่ไกลตัวผู้เรียนมักจะคุ้นเคยกับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว

d)

สอนจากสิ่งที่ง่ายไปหาสิ่งที่ยากผู้สอนจะต้องพิจารณาเลือกเรื่องจากง่ายไปหายาก

19.

ข้อใดคือสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนที่เหมาะสม

a)

เป็นห้องที่มีแสงสว่างเย็นตา

b)

.เป็นห้องที่มีแสงสว่างจ้า

c)

เป็นห้องที่มีแสงงสว่างเพียงพอไม่จ้าจนเกินไป

d)

เป็นห้องที่มีแสงจากไฟจากโคมไฟทุกจุดในห้องเรียน

20.

บริเวณกลางแจ้งแบ่งออกเป็นกี่ส่วนอะไรบ้าง

a)

1 ส่วน คือ ส่วนที่ติดกับอาคารเรียน

b)

2 ส่วน คือ ส่วนที่ติดกับอาคารเรียน และส่วนที่ห่างจากอาคารเรียน

c)

3 ส่วน คือ ส่วนที่ห่างจากอาคารเรียน ส่วนที่เป็นทางผ่านอาคารเรียนและส่วนที่ติดกับอาคารเรียน

d)

3 ส่วน คือ ส่วนที่ห่างจากอาคารเรียน ส่วนที่ยื่นจากอาคารเรียน และส่วนที่ติดกับอาคารเรียน

21.

ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ภายในห้องเรียน

a)

อ่างล้างมือขนาดใหญ่

b)

ตู้ขนาดใหญ่

c)

ชั้นวางอุปกรณ์และของเล่น

d)

บ้านเด็กเล่น

22.

ข้อใดคืออุปกรณ์กลางแจ้ง

a)

บ่อทราย

b)

อ่างล้างมือ

c)

โต๊ะสำหรับทำกิจกรรม

d)

ม้านั่งสูง

23.

การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อความสุนทรียะ คำว่า สุนทรียะ หมายถึงข้อใด

a)

สภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่มีความสวยงาม

b)

สภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่มีความทันสมัย

c)

สภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่มีความหรูหรา

d)

สภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่มีความเจริญ

24.

ความหมายของทฤษฎีการเรียนรู้คือข้อใด

a)

แนวความคิด ความเชื่อ หลักการรวมทั้งกระบวน การเรียนรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า การลงมือปฏิบัติและทดลองจนเป็นที่ยอมรับของนักการศึกษาโดยทั่วไป

b)

แนวความคิด ความเชื่อทางจริยธรรมและคุณธรรม

c)

การอธิบายและการทำนายถึงลักษณะของการเกิดการเรียนรู้ หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้จนเป็นที่ยอมรับของนักการศึกษา

d)

ความเชื่อ ทฤษฎี ของนักวิชาการ และนำมาใช้ได้

25.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของทฤษฎีการเรียนรู้

a)

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพื้นฐานและการประยุกต์สู่การสอน

b)

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยม (Cognitivism)

c)

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มชิวิตมนุษย์

d)

ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม (SocialLearning Theory)

26.

ความคิดพื้นฐานในการใช้ทฤษฎีนักจิตวิยา อยู่ในรูปแบบใด

a)

พุทธินิยม

b)

พุทธิพิสัย

c)

ปฏิรูปนิยม

d)

สัจนิยม

27.

จิตวิทยาพุทธินิยม มีกี่ข้อ อะไรบ้าง

a)

มี 2 ข้อ คือ 1. การเรียนรู้สิ่งใดก็ตามผู้เรียนสามารถควบคุมอัตราความเร็วของการเรียนรู้และขั้นตอนการเรียนรู้ได้

2.การเรียนรู้เป็นการเปลี่ยนแปลงความรู้ของผู้เรียนทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ

b)

มี 3 ข้อ คือ1.การเรียนรู้สิ่งใดก็ตามผู้เรียนสามารถควบคุมอัตราความเร็วของการเรียนรู้และขั้นตอนการเรียนรู้ได้

2.การเรียนรู้เป็นการไม่เปลี่ยนแปลงความรู้ของผู้เรียนทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ 3.การเปลี่ยนพฤติกรรม

c)

มี 1 ข้อ คือ1.การเรียนรู้สิ่งใดก็ตามผู้เรียนสามารถควบคุมอัตราความเร็วของการเรียนรู้และขั้นตอนการเรียนรู้ได้

d)

มี 1 ข้อ คือ1.การเรียนรู้เป็นการเปลี่ยนแปลงความรู้ของผู้เรียนทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ

28.

ข้อใด คือ ความหมายกระบวนการประมวลข้อมูลสารสนเทศ

a)

เป็นกระบวนการทางสมองในการเก็บข้อมูลข่าวสารผ่านการรับรู้เข้ามาในสมองนำไปเข้ารหัสข้อมูลจัดข้อมูลเป็นหมวดหมู่ แล้วเก็บบันทึกไว้ในสมองซึ่งสามารถเรียกกลับมาใช้ใหม่ได้

b)

แนวความคิด ความเชื่อ หลักการรวมทั้งกระบวน การเรียนรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า การลงมือปฏิบัติและทดลองจนสามารถบรรยาย อธิบายและการทำนายถึงลักษณะของการเกิดการเรียนรู้

c)

เป็นการประยุกต์ใช้หลักการในการจัดการเรียนการสอน ครูกับนักเรียนควรมีการกำหนดข้อตกลงที่เป็นแนวปฏิบัติร่วมกัน เน้นการมีวินัย ความรับผิดชอบในการเรียน

d)

เป็นการประยุกต์ใช้หลักการในการจัดการเรียนการสอน เน้นการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของนักเรียน

29.

ทฤษฏีกระบวนการประมวลข้อมูลเป็นทฤษฎีที่อยู่ในกลุ่มใด

a)

กลุ่มพุทธิปัญญานิยม


b)

กลุ่มพุทธินิยม

c)

กลุ่มมนุษยนิยม

d)

กลุ่มพฤติกรรมนิยมและปัญญานิยม

30.

กระบวนการประมวลข้อมูลสารสนเทศแบ่งออกเป็นกี่รูปแบบ มีอะไรบ้าง

a)

2 รูปแบบ คือ 1.ความจำระยะสั้น 2.ความจำระยะยาว

b)

2 รูปแบบ คือ 1. ความจำจากการสัมผัส 2.ความจำระยะยาว

c)

3 รูปแบบ คือ 1. ความจำจากการสัมผัส 2.ความจำระยะสั้น 3.ความจำระยะยาว

d)

3 รูปแบบ คือ 1. ความจำจากการสัมผัส 2.ความจำระยะสั้น 3.ความจำการนำมาใช้

31.

ความจำระยะสั้น มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งเรียกว่าอะไร

a)

ความจำคงที่

b)

ความจำปฏิบัติการ

c)

ความจำนำมาใช้

d)

ความจำจากการสัมผัส

32.

ข้อมูลความจำจากการสัมผัสเป็นข้อมูลอยู่ในระยะสั้นจะอยู่ได้เพียงกี่วินาที

a)

1-3 วินาที

b)

3-4 วินาที

c)

4-5 วินาที

d)

6-7 วินาที

33.

สารสนเทศที่ดี ควรมีลักษณะอย่างไร

a)

สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้

b)

เก็บข้อมูลเพียงบางส่วนอย่างเพียงพอ

c)

เป็นข้อมูลเก่าที่นำมาประมวลผลใหม่

d)

มีการจัดเก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลสำรอง

34.

ขั้นตอนการประมวลข้อมูลสารสนเทศมีกี่ขั้นตอนอะไรบ้าง

a)

3ขั้นตอน ได้แก่

1.ขั้นการเข้ารหัส

2.ขั้นเก็บรหัส

3.ขั้นการถอดรหัส

b)

2 ขั้นตอน ได้แก่

1.ขั้นการเข้ารหัส

2.ขั้นเก็บรหัส

c)

1ขั้นตอน ได้แก่

1.ขั้นการเข้ารหัส

d)

4 ขั้นตอน ได้แก่

1.ขั้นการเข้ารหัส

2.ขั้นเก็บรหัส

3.ขั้นการถอดรหัส

4.ขั้นการแปรข้อมูล

35.

ขั้นการถอดรหัสหมายถึงข้อใด

a)

เป็นการบันทึกข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงในรหัสเรียบร้อยไว้ในความจำระยะสั้น

b)

รับข้อมูลที่จำแล้วผ่านข้อมูลที่รับรู้ไปยังสมอง

c)

การคิดค้นหรือการคืนมาของข้อมูลที่บันทึกเอาไว้ในความจำระยะยาวกลับเข้ามาสู่ความจำระยะสั้น

d)

การจัดหมวดหมู่ของข้อมูลที่บันทึก

36.

องค์ประกอบของกระบวนการประมวลข้อมูลสารสนเทศมีกี่ประการ อะไรบ้าง

a)

2ประการ ได้แก่

1.การใส่ใจ

2.การทำซ้ำ

b)

3ประการ ได้แก่

1.การใส่ใจ

2.การรับรู้

3.การทำซ้ำ

c)

1ประการ ได้แก่

1.การรับรู้

d)

4 ประการ ได้แก่

1.การใส่ใจ

2.การรับรู้

3.การทำซ้ำ

4.การแปรข้อมูล

37.

ข้อใดคือความหมายของการใส่ใจ

a)

ความใส่ใจเป็นปัจจัยในการรับข้อมูลเพื่อเข้ารหัสเก็บไว้ในความจำระยะสั้น

b)

ผู้เรียนจะให้ความสนใจเฉพาะสิ่งที่เขามีความคิด

c)

แม้สิ่งเร้าจะมีมากมายแต่เราจะให้ความใส่ใจเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น

d)

ความใส่ใจเป็นปัจจัยต่อผู้เรียน

38.

การเข้ารหัส (Encoding) คืออะไร

a)

การนำข้อมูลนั้นเข้าสู่ความจำระยะยาว (LTM) และเชื่อมโยงเข้ากับสิ่งที่มีอยู่แล้วในความจำระยะยาวการเรียนรู้อย่างมีความหมายก็จะเกิด

b)

การนำข้อมูลจากระยะสั้นเข้าในระยะยาว

c)

การนำข้อมูลนั้นเข้าสู่ความจำระยะสั้น (ATM) และเชื่อมโยงเข้ากับสิ่งที่มีอยู่แล้วในความจำระยะสั้น

d)

การเข้าระบบเพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ความจำระยะยาว

39.

ข้อใดคือความหมายของการการเรียกคืน (Retrieval)

a)

การนำข้อมูลที่มีอยู่แล้วออกกลับมาใช้

b)

การนำข้อมูลที่อยู่ในความจำระยะสั้นออกมาใช้เพื่อให้เกิดการจำได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ

c)

การเรียกคืนข้อมูลที่จำไว้ในความจำระยะยาว เพื่อนำออกมาใช้มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการเข้ารหัสหากเข้ารหัสทำให้เกิดการเก็บจำได้ดีมีประสิทธิภาพการเรียกคืนก็จะมีประสิทธิ์ภาพตามไปด้วย

d)

การค้นหาสื่อสารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ ที่เราต้องการซึ่งถูกจัดเก็บอยู่ในห้องสมุด ไม่ว่าจะเป็น หนังสือ วารสาร สื่อโสตทัศนวัสดุ หรือ วิทยานิพนธ์ ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์

40.

ข้อดีของทฤษฎีประมวลสารสนเทศคืออะไร

a)

ความจำระยะยาวจะอยู่ได้นานถาวร

b)

เป็นทฤษฎีการเรียนรู้ที่สำคัญทางด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ ซึ่งมีคุณค่าอย่างยิ่งในการพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียน

c)

ความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลที่รับเข้ามาในสมองส่วนความจำระยะยาวซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของการเรียนรู้ทุกชนิด

d)

เป็นกระบวนการทางสมองในการจัดการเก็บข้อมูลข่าวสารที่เป็นสิ่งแวดล้อมภายนอกตัวบุคคล

41.

ข้อใดไม่ใช่จุดอ่อนของทฤษฎีประมวลผล

a)

ความจำระยะยาว (LTM) ไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิตอาจจะถูกแทนที่ด้วยข้อมูลอื่น

b)

ความจำระยะยาวเป็นสิ่งที่ถาวรหลังจากข้อมูลเข้าไปเก็บในความจำระยาว

c)

เมื่อข้อมูลเข้าไปเก็บไว้ที่ความจำระยะยาวแล้วข้อมูลจะอยู่ได้นาน

d)

จัดข้อมูลเป็นหมวดหมู่ แล้วเก็บบันทึกไว้ในสมอง ซึ่งสามารถเรียกกลับมาใช้ใหม่ได้ เรียกว่าเป็นกระบวนการประมวลข้อมูลสารสนเทศ

42.

ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับความรู้จากทฤษฎีการเรียนรู้

a)

ความรู้ (Acquire)

b)

สะสมความรู้ (Store)

c)

ระลึกได้ (Recall)

d)

การเข้ารหัส (Encoding)

43.

วิธีสอนที่ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีที่สุด ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

การเรียนรู้โดยการถ่ายทอดของครู

b)

การเรียนรู้ด้วยการค้นพบด้วยตนเอง

c)

การเรียนรู้จากการได้ลงมือปฏิบัติจริง

d)

การเรียนรู้โดยการแก้ปัญหา

44.

องค์ประกอบของการสร้างองค์ความรู้ มีกี่องค์ประกอบ อะไรบ้าง

a)

3 องค์ประกอบ 1โครงสร้างทางปัญญา 2กระบวนการทางปัญญา 3ข้อมูลใหม่หรือประสบการณ์ใหม่

b)

2 องค์ประกอบ 1 ความจำระยะยาว 2ความจำระยะสั้น

c)

1 องค์ประกอบ 1 กระบวนการประมวลข้อมูลสารสนเทศ

d)

4 องค์ประกอบ 1 การรับรู้ 2การใส่ใจ 3 การทำซ้ำ 4การเข้ารหัส

45.

แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ คือข้อใด

a)

เห็นคุณค่าของความคิดเห็นของผู้เรียน

b)

เห็นคุณค่าการเรียนรู้เป็นการเปลี่ยนแปลงความรู้ของผู้เรียน

c)

ใช้ความคิดพื้นฐานในการประมวลผล

d)

ใช้กระบวนการทางปัญญา

46.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของกิจกรรมการเรียนรู้

a)

มีคำถามมากมาย

b)

ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์

c)

กิจกรรมการสร้างทักษะทางสังคม

d)

มีการท้าท้าย

47.

แนวคิดทฤษฎีพหุปัญญาคือข้อใด

a)

ให้ความสนใจกับธรรมชาติของผู้เรียน

b)

สติปัญญาของมนุษย์มีหลายด้านที่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะโดดเด่นด้านไหนบ้าง

c)

การเรียนรู้เป็นการเปลี่ยนแปลงความรู้ของผู้เรียนทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพ

d)

การทำงานของสมองมีความคล้ายคลึงกับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์

48.

พหุปัญญา ตามแนวคิดนี้ในปัจจุบัน มีทั้งหมดกี่ด้าน อะไรบ้าง?

a)

7ด้าน 1.ด้านภาษา 2.ด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ 3.ด้านมิติสัมพันธ์

4.ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว 5.ด้านสติปัญญา 6.ด้านดนตรี 7.ด้านการเข้าใจตนเอง

b)

8 ด้าน 1.ด้านภาษา 2.ด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ 3.ด้านมิติสัมพันธ์ 4.ด้านมนุษยสัมพันธ์

5.ด้านสติปัญญา 6. .ด้านดนตรี 7.ด้านธรรมชาติวิทยา 8.ด้านการเข้าใจตนเอง

c)

8 ด้าน 1.ด้านภาษา 2.ด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ 3.ด้านมิติสัมพันธ์ 4.ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว 5. ด้านดนตรี 6. ด้านการเข้าใจตนเอง 7. ด้านธรรมชาติวิทยา 8.ด้านมนุษยสัมพันธ์

d)

9 ด้าน 1.ด้านภาษา 2.ด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ 3. ด้านมิติสัมพันธ์ 4.ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว 5.ด้านดนตรี 6.ด้านมนุษยสัมพันธ์ 7.ด้านการเข้าใจตนเอง 8.ด้านธรรมชาติวิทยา 9.ด้านเข้าใจความเป็นอยู่

49.

การประเมินทางพหุปัญญามี อะไรบ้าง เรียงตามลำดับ

a)

1.การวินิจฉัย 2.การสังเกต 3การบันทึก

b)

1.การวินิจฉัย 2.การสังเกต 3.การสำรวจรายการ 4.การบันทึก

c)

1.การวินิจฉัย 2.การสังเกต 3.การสำรวจรายการ 4.การบันทึก 5.แฟ้มสะสมผลงาน 6.การสะท้อนความคิด 7.การปฏิบัติ

d)

1.การวินิจฉัย 2.การสังเกต 3.การสำรวจรายการ 4.การบันทึก 5.แฟ้มสะสมผลงาน 6.การสะท้อนความคิด 7.การแปลความ

50.

ทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรู้มีอะไรบ้าง ยกตัวอย่างมา 3 หลัก

a)

การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ,การเรียนรู้สติปัญญา, การเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง,

b)

การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน,การเรียนรู้จากประสบการณ์,การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม

c)

การสังเกต,การเรียนรู้แบบร่วมมือ,การเรียนรู้จากการปฏิบัติ

d)

การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน,การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม,การวินิจฉัยภายใน

51.

ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

ทฤษฎีการเรียนรู้เป็นการอธิบายเกี่ยวกับกระบวนการเรียนต่างๆของมนุษย์

b)

ทฤษฎีการเรียนรู้มีอิทธิพลต่อการจัดการเรียนการสอนมากเพราะเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน

c)

ทฤษฎีการเรียนรู้เป็นการอธิบายเกี่ยวกับกระบวนการวิธีการและเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ และมีอิทธิพลต่อการจัดการเรียนการสอน

d)

เป็นวิธีและเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้มากในระดับหนึ่ง ต่อมนุษย์

52.

วิธีสอนที่ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มี 3 วิธี ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

การเรียนรู้โดยการถ่ายทอดของครู, การเรียนรู้ผ่านผู้ปกครอง, การเรียนรู้ผ่านการเล่น

b)

การเรียนรู้โดยการถ่ายทอดของครู, การเรียนรู้ด้วยการค้นพบด้วยตนเอง ,การเรียนรู้ด้วยตนเอง

c)

การเรียนรู้โดยการถ่ายทอดของครู,การเรียนรู้โดยการแก้ปัญหา, , การเรียนรู้ด้วยการค้นพบด้วยตนเอง

d)

การเรียนรู้โดยการถ่ายทอดของครู, , การเรียนรู้ผ่านการเล่น, การเรียนรู้ผ่านการสอน

53.

ข้อใดคือความหมายของรูปแบบการเรียนรู้

a)

องค์ประกอบของการจัดการเรียนการสอนที่ได้รับการจัดลำดับไว้รูปแบบการจัดการเรียนรู้

b)

เป็นรูปการเรียนรู้ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

c)

ใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ และคำตอบต่างๆที่ตนต้องการ

d)

การเรียนรู้ที่ผู้เรียนค้นพบด้วยตนเอง มีส่วนทำให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และจดจำได้ดี

54.

รูปแบบการเรียนตามแนวคิดของกาเย่ มีกี่ส่วน

a)

1 ส่วน คือ ผลการเรียนรู้หรือความสามารถด้านต่างๆ

b)

2 ส่วน คือ ผลการเรียนรู้หรือความสามารถด้านต่างๆของมนุษย์ กระบวนการเรียนรู้และจดจำของมนุษย์

c)

3 ส่วน คือ ผลการเรียนรู้หรือความสามารถด้านต่างๆของมนุษย์ กระบวนการเรียนรู้และจดจำของมนุษย์ เป็นรูปการเรียนรู้ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

d)

4 ส่วน คือ กระบวนการเรียนการสอน รูปแบบการเรียนรู้ กระบวนการเปรียบเทียบ การเรียนรู้ด้วยตนเอง

55.

รูปแบบการคิดรวบยอด หมายถึงอะไร

a)

ขั้นตอนการสอนก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนความคิดรวบยอด

b)

การอภิปรายแนวคิดและสมมติฐานการคิดรวบยอด

c)

ลักษณะการสอนความคิดรวบยอด เป็นการสอนที่ผู้สอนยังไม่บอกความคิดรวบยอดให้

d)

ลักษณะของการเปรียบเทียบขั้นตอนของความคิดรวบยอด

56.

รูปแบบการสอนความคิดรวบยอด ขั้นที่1 มีอะไรบ้าง

a)

ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างคำที่เป็นคำนามเพิ่มเติม เช่น รองเท้า เก้าอี้ ครู พระ นักศึกษา ดินสอ ไม้บรรทัด ช้าง ม้า วัว ควาย ฯลฯ

b)

นักเรียนตั้งสมมติฐานไว้ในใจแล้วทดสอบสมมติฐานนั้น โดยพยายามตอบ ครูว่าใช่หรือไม่ใช่

c)

ครูย้ายสมมติฐานว่าถูกต้อง

d)

ครูให้ตัวอย่างเพิ่มแล้วนักเรียนจำแนกว่าตัวอย่างเหล่านั้นเป็น

57.

บวกและลบในขั้นตอนการสอนรูปแบบการสอนความคิดรวบยอดหมายถึงอะไร

a)

นักเรียนสรุปลักษณะเฉพาะที่รวมกันของตัวอย่างที่เป็น

b)

ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างคำที่เป็นคำนามเพิ่มเติม

c)

เป็นการสอนที่ผู้สอนยังไม่บอกความคิดรวบยอด ให้ แต่จะเริ่มด้วยการให้ผู้เรียนได้เปรียบเทียบตัวอย่างของสิ่งที่เป็น

d)

ตัวอย่างที่ไม่ใช่ ให้นักเรียนบอกว่าตัวอย่างใดเป็น

58.

ผลการเรียนรู้หรือความสามารถด้านต่างๆของมนุษย์ มีอยู่กี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

2 ประเภท เป็นรูปแบบที่มุ่งช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระ ทักษะทางปัญญา

b)

3 ประเภท การพิจารณาเลือกจัดกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การส่งเสริมหรือการยับยั้งการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น กระบวนการจัดกระทำข้อมูลในสมองมนุษย์

c)

4 ประเภท การสร้างกระบวนการหรือกฎชั้นสูง การจำแนกแยกแยะการสร้างความคิดรวบ การยกตัวอย่าง การสรุป

d)

5ประเภท การสร้างกฎ กลวิธีในการเรียนรู้ ภาษาหรือคำพูด ทักษะการเคลื่อนไหว เจตคติ

59.

ความหมายของรูปแบบการจัดการเรียนการสอนด้านทักษะพิสัยที่ถูกต้องคือข้อใด

a)

เป็นรูปแบบที่มุ่งช่วยพัฒนาความสามารถของผู้เรียนด้านการปฏิบัติการกระทำหรือการแสดงออก

b)

เป็นรูปแบบที่มุ่งช่วยพัฒนาผู้เรียนให้เกิด ความรู้สึก เจตคติ ค่านิยม คุณธรรม และจริยธรรมที่พึงประสงค์

c)

เป็นรูปแบบที่มุ่งช่วยพัฒนาผู้เรียนให้เกิด คุณธรรม และจริยธรรมที่พึงประสงค์

d)

เป็นรูปแบบที่มุ่งช่วยเกี่ยวกับการเรียนรู้ทางด้านสติปัญญา คือความรู้ ความเข้าใจ การใช้ความคิด

60.

รูปแบบด้านทักษะพิสัยมีทักษะของใครบ้างที่ถูกต้องที่สุดคือข้อใด

a)

ทักษะของ ซิมพ์ซัน ทักษะของแฮร์โรว์ ทักษะของมาเซีย

b)

ทักษะของแครทโวลบลูม ทักษะของมาเซีย ทักษะของแฮร์โรว์

c)

ทักษะของซิมพ์ซัน ทักษะของแฮร์โรว์ ทักษะของเดวีส์

d)

ทักษะของแฮร์โรว์ ทักษะของแครทโวลบลูม

61.

ทักษะปฏิบัติของเดวีส์ มีกี่ขั้นอะไรบ้าง

a)

มี 2 ขั้น ขั้นการรับรู้ ขั้นการคิดริเริ่ม

b)

มี 3 ขั้น ขั้นเตรียมความพร้อม ขั้นการคิดริเริ่ม ขั้นให้เทคนิควิธีการ

c)

มี 4 ขั้น ขั้นการรับรู้ ขั้นการเตรียมความพร้อม ขั้นการเลียนแบบ ขั้นให้เทคนิควิธีการ

d)

มี 5 ขั้น ขั้นสาธิตทักษะหรือการกระทำ ขั้นสาธิตและให้ผู้เรียนปฏิบัติทักษะย่อย ขั้นให้ผู้เรียนปฏิบัติทักษะย่อย ขั้นให้เทคนิควิธีการ ขั้นให้ผู้เรียนเชื่อมโยงทักษะย่อย

62.

ความหมายของรูปแบบการจัดการเรียนการสอนด้านจิตพิสัยที่ถูกต้องคือข้อใด

a)

เป็นรูปแบบที่มุ่งช่วยพัฒนาผู้เรียนให้เกิด ความรู้สึก เจตคติ ค่านิยม คุณธรรม และจริยธรรมที่พึงประสงค์

b)

เป็นรูปแบบที่มุ่งช่วยพัฒนาความสามารถของผู้เรียนด้านการปฏิบัติการกระทำหรือการแสดงออก

c)

เป็นรูปแบบที่มุ่งช่วยเกี่ยวกับการเรียนรู้ทางด้านสติปัญญา คือความรู้ ความเข้าใจ การใช้ความคิด

d)

เป็นรูปแบบที่มุ่งช่วยพัฒนาผู้เรียนให้เกิด คุณธรรม และจริยธรรมที่พึงประสงค์

63.

ทฤษฎี หลักการ แนวคิด ของรูปแบบ บลูม (Bloom) ได้จำแนกจุดมุ่งหมายทางการศึกษาออกเป็นด้านความรู้ด้านอะไรบ้าง

a)

ด้านเจตคติ ด้านความรู้สึก และด้านทักษะ

b)

ด้านการแสดงออก ด้านสติปัญญา

c)

ด้านความรู้ ด้านความเข้าใจ ด้าน ความคิด

d)

ด้านคุณธรรม ด้านจริยธรรม

64.

ข้อใดเป็นความหมายของรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นการบูรณาการ (Integration)

a)

เป็นรูปแบบที่พยายามพัฒนาการเรียนรู้ด้านต่างๆ ของ ผู้เรียนไปพร้อมๆกัน โดยใช้การบูรณาการทั้งทางด้านเนื้อหาสาระละวิธีการ

b)

เป็นรูปแบบที่ครูยังมีบทบาทเป็นผู้เตรียมเนื้อหาวัสดุ อุปกรณ์และสื่อการเรียนทั้งหมด

c)

รูปแบบนี้ครูจะลดบทบาทลงโดยทำหน้าที่เป็นผู้ กระตุ้นหรือมอบหมายให้ผู้เรียนค้นคว้าเนื้อหาของเรื่องที่จะเรียน

d)

เป็นรูปแบบที่ผู้เรียนเป็น อิสระจากชั้นเรียน ผู้เรียนสามารถเลือกศึกษาจากสิ่งที่จัดไว้ในห้องเรียนศูนย์การเรียนด้วยตนเอง

65.

ตัวอย่างรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นการบูรณาการ คือข้อใด

a)

รูปแบบการเรียนการสอนแบบอิสระ

b)

รูปแบบการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

c)

รูปแบบการเรียนการสอนของการเรียนรู้แบบร่วมมือ

d)

รูปแบบการเรียนการสอนของการเรียนรู้แบบคอมเพล็กซ์

66.

รูปแบบการเรียนการสอนของการเรียนรู้แบบร่วมมือเป็นอย่างไร

a)

. เป็นรูปแบบที่ผู้เรียนเป็น อิสระจากชั้นเรียน ผู้เรียนสามารถเลือกศึกษาจากสิ่งที่จัดไว้ในห้องเรียนศูนย์การเรียนด้วยตนเอง

b)

เป็นรูปแบบที่ครูยังมีบทบาทเป็นผู้เตรียมเนื้อหาวัสดุ อุปกรณ์และสื่อการเรียนทั้งหมด

c)

รูปแบบนี้ครูจะลดบทบาทลงโดยทำหน้าที่เป็นผู้ กระตุ้นหรือมอบหมายให้ผู้เรียนค้นคว้า

d)

รูปแบบนี้มุ่งช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เนื้อหาสาระต่างๆ ด้วยตนเองและด้วยความ ร่วมมือ

67.

รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบ่งได้เป็นกี่รูปแบบอะไรบ้าง

a)

4 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบ Integration ,Student-centred class , Learner-based teaching และ Learner independence or Self-directed learning

b)

3 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบ Student-centred class ,Learner-based teaching และ Learner independence or Self-directed learning

c)

2 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบ Student-centred class และ Learner-based teaching

d)

1 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบ Learner independence or Self-directed learning

68.

รูปแบบ Student-centred class คืออะไร

a)

เป็นรูปแบบที่ครูยังมีบทบาทเป็นผู้เตรียมเนื้อหาวัสดุ อุปกรณ์และสื่อการเรียนทั้งหมด

b)

. รูปแบบนี้ครูจะลดบทบาทลงโดยท าหน้าที่เป็นผู้ กระตุ้นหรือมอบหมายให้ผู้เรียนค้นคว้าเนื้อหาของเรื่องที่จะเรียน

c)

เป็นรูปแบบที่ผู้เรียนเป็น อิสระจากชั้นเรียน ผู้เรียนสามารถเลือกศึกษาจากสิ่งที่จัดไว้ในห้องเรียนศูนย์การเรียนด้วยตนเอง

d)

รูปแบบนี้มุ่งช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เนื้อหาสาระต่างๆ ด้วยตนเองและด้วยความ ร่วมมือและความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ

69.

รูปแบบ Learner-based teaching คืออะไร

a)

เป็นรูปแบบที่ครูยังมีบทบาทเป็นผู้เตรียมเนื้อหาวัสดุ อุปกรณ์และสื่อการเรียนทั้งหมด

b)

รูปแบบนี้ครูจะลดบทบาทลงโดยทำหน้าที่เป็นผู้ กระตุ้นหรือมอบหมายให้ผู้เรียนค้นคว้าเนื้อหาของเรื่องที่จะเรียน

c)

learning เป็นรูปแบบที่ผู้เรียนเป็น อิสระจากชั้นเรียน

d)

รูปแบบนี้มุ่งช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เนื้อหาสาระต่างๆ ด้วยตนเองและด้วยความ ร่วมมือและความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ

70.

รูปแบบ Learner independence or Self-directed learning คืออะไร

a)

เป็นรูปแบบที่ครูยังมีบทบาทเป็นผู้เตรียมเนื้อหาวัสดุ อุปกรณ์และสื่อการเรียนทั้งหมด

b)

รูปแบบนี้ครูจะลดบทบาทลงโดยท าหน้าที่เป็นผู้ กระตุ้นหรือมอบหมายให้ผู้เรียนค้นคว้าเนื้อหาของเรื่องที่จะเรียน

c)

เป็นรูปแบบที่ผู้เรียนเป็น อิสระจากชั้นเรียน ผู้เรียนสามารถเลือกศึกษาจากสิ่งที่จัดไว้ในห้องเรียนศูนย์การเรียนด้วยตนเอง

d)

รูปแบบนี้มุ่งช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เนื้อหาสาระต่างๆ ด้วยตนเองและด้วยความ ร่วมมือและความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ

71.

ข้อใดคือทักษะ 3R

a)

Reading (อ่านออก), W(R)iting (เขียนได้), และ A(R)ithemetics (คิดเลขเป็น)

b)

.3R= Reading (อ่านออก), (W)Riting (เขียนได้),และ realize = เข้าใจ, ตระหนัก, รู้, สำนึก

c)

3R=(W)Riting (เขียนได้),และ realize = เข้าใจ, ตระหนัก, รู้, สำนึก และreassure = ทำให้มั่นใจใหม่

d)

realize = เข้าใจ, ตระหนัก, รู้, สำนึกและreassure = ทำให้มั่นใจใหม่ และ Reading (อ่านออก)

72.

ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่21 มีอะไรบ้าง

a)

1.Reading (อ่านออก),

2.(W)Riting (เขียนได้)

3. realize = เข้าใจ, ตระหนัก, รู้, สำนึก

b)

1.ความรู้เกี่ยวกับโลก (Global Awareness)

2.ความรู้เกี่ยวกับการเงิน เศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ และการเป็นผู้ประกอบการ

3.ความรู้ด้านการเป็นพลเมืองที่ดี (Civic Literacy)

4.ความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy)

5.ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Literacy)

c)

1.สมาธิจดจ่อ (Sustain

Focus)2.อดทนรอคอย (Self-regulation)3. realize = เข้าใจ, ตระหนัก, รู้, สำนึก

d)

1. การสังเกต (Observing) 2. การลงความเห็นจากข้อมูล

(Inferring) 3. การจำแนก

(Classifying)

73.

ข้อใดคือการประเมินทักษะในศตวรรษที่21

ได้ถูกต้อง

a)

A. 1.การประเมินผลการปฎิบัติงาน (Performance Evaluation)

2.การประเมินสมรรถนะ (Competency Evaluation)

3.การประเมินผลทางเจตคติ (Attitude Evaluation)

b)

B. 1สร้างความสมดุลในการประเมิน

ผลเชิงคุณภาพโดยการใช้แบบทดสอบ

มาตรฐานสาหรับการทดสอบย่อย

และทดสอบรวมสาหรับการประเมินผล

ในชั้นเรียน

2.เน้นการนำประโยชน์ของผลสะท้อน

จากการปฏิบัติของผู้เรียนมาปรับปรุงแก้ไขงาน

3.ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการทดสอบวัด

และประเมินผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

4. สร้างและพัฒนาระบบแฟ้มสะสมงาน (Portfolios) ของผู้เรียนให้เป็นมาตรฐานและมีคุณภาพ

c)

C. 1.การประเมินสมรรถนะ

2.การประเมินผลทางเจตคติ

3.เน้นการนำประโยชน์ของผลสะท้อน

จากการปฏิบัติของผู้เรียนมาปรับปรุงแก้ไขงาน

d)

1.เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการทดสอบวัดและประเมินผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

2.สร้างและพัฒนาระบบแฟ้มสะสมงาน (Portfolios) ของผู้เรียนให้เป็นมาตรฐานและมีคุณภาพ

3.เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการทดสอบวัด

และประเมินผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

74.

ระบบส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่21มี 5 ระบบอะไรบ้าง

a)

การประเมินสมรรถนะ ในศตวรรษที่ 21

การประเมินผลทางเจตคติ ในศตวรรษที่ 21

เน้นการนำประโยชน์ของผลสะท้อนในศตวรรษที่ 21

จากการปฏิบัติของผู้เรียนมาปรับปรุงแก้ไขงาน ในศตวรรษที่

b)

มาตรฐานการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

การประเมินผลทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

หลักสูตรและวิธีการสอนในศตวรรษที่ 21

การพัฒนาวิชาชีพในศตวรรษที่ 21

c)

บรรยากาศการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

เน้นการนำประโยชน์ของผลสะท้อนในศตวรรษที่ 21

จากการปฏิบัติของผู้เรียนมาปรับปรุงแก้ไขงาน ในศตวรรษที่ 21

มาตรฐานการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

การประเมินผลทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

การพัฒนาวิชาชีพในศตวรรษที่ 21

d)

ความรู้เกี่ยวกับโลก ในศตวรรษที่ 21

ความรู้เกี่ยวกับการเงิน เศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ และการเป็นผู้ประกอบการในศตวรรษที่ 21

ความรู้ด้านการเป็นพลเมืองที่ดี ในศตวรรษที่ 21

ความรู้ด้านสุขภาพ ในศตวรรษที่ 21

ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ในศตวรรษที่ 21

75.

ทักษะที่ต้องการในศตวรรษที่ 21 มีอะไรบ้าง

a)

3D 8G

b)

8R7C

c)

2R5C

d)

3R7C

76.

หลักสูตรและการสอนในศตวรรษที่ 21 มุ้งเน้นสอนเกี่ยวกับอะไร

a)

มุ่งเน้นสหวิทยาการ สร้างนวัตกรรมวิธีการเรียนรู้ อีกทั้งสร้างโอกาสที่จะประยุกต์ทักษะเชิงบูรณ

าการข้ามสาระเนื้อหาละสร้างระบบการเรียนรู้ที่เน้น สมรรถนะ เป็นฐาน

b)

มุ้งเน้นการเรียนรู้เป็นฐานแต่ละฐานบูรณาการเข้ากับเนื้อหา

c)

มุ้งเน้นการคิด การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุการณ์จริง และนำมาสุปเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง

d)

มุ่งเน้นทักษะการใช้ในชีวิตประจำวัน และนำมาสุปในชั้นเรียนเพื่อเกิดการเรียนรู้

77.

3 Rs หมายถึง

a)

การอ่าน การฟัง การเขียน

b)

การอ่าน การเขียน การสาธิต

c)

การอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์

d)

การเขียน การคิด การอธิบาย

78.

ข้อใด ไม่ใช่ ทักษะการเรียนรู้ และนวัตกรรม

a)

ใส่ใจนวัตกรรม

b)

สื่อสารดี

c)

ฉลาดสื่อสาร

d)

เต็มใจร่วมมือ

79.

ข้อใด ไม่ใช่ คุณค่าหลักของกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

a)

การจัดการความสัมพันธ์

b)

สิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้

c)

รับผิดชอบในการตัดสินใจ

d)

การตระหนักรู้ทางสังคม

80.

ความรู้เกี่ยวกับโลก เงิน เศรษฐศาสตร์ พลเมือง สุขภาพ สิ่งแวดล้อม อยู่นเป้าหมายด้านใด

a)

เนื้อหา

b)

คุณลักษณะ

c)

ทักษะ

d)

ความรู้

81.

ข้อใด ไม่ใช่ ทักษะในศตวรรษที่ 21

a)

ทักษะการเคลื่อนไหวร่างกาย

b)

ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม

c)

ทักษะชีวิตและอาชีพ

d)

ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี

82.

การสอนเพื่อให้เกิดทักษะควรมี 3 ครั้งตอนดังนี้ได้แก่อะไรบ้าง

a)

ให้ความรู้ ให้ความเข้าใจ ให้ความสามารถ

b)

ให้ความทดสอดความถูกต้อง ให้ความรู้ ให้ความมั่นใจ

c)

ให้ความรู้ ให้ลงมือปฏิบัติ ให้ทดสอบความถูกต้องอย่างรวดเร็ว

d)

ให้ความเข้าใจ ให้ความรู้ ให้ลงมือปฏิบัติ

83.

การสอนให้เกิดทักษะควรเน้นในการสอนวิชาใดมากที่สุด

a)

อังกฤษ

b)

คณิตศาสตร์

c)

ภาษาไทย

d)

พลศึกษา

84.

สำหรับการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดความคิดรวบยอดจำเป็นต้องใช้กี่วิชา

a)

ทุกวิชา

b)

วิชาเดียว

c)

สองวิชา

d)

สามวิชาขึ้นไป

85.

การทดสอบความรวดเร็วและความถูกต้องเพื่อทดสอบสิ่งใด

a)

ฝึกความสามารถ

b)

ฝึกความอดทน

c)

ฝึกความคิด

d)

ฝึกความมั่นใจ

86.

พื้นฐานในการสร้างและเกิดทักษะมีอะไรบ้าง

a)

ความคิดและความคิดรวบยอด

b)

ความเข้าใจและความรู้

c)

ความรู้และความจำ

d)

ความจำและความเข้าใจ

87.

ข้อใดไม่ใช่รูปแบบที่เน้นจิตพิสัย

a)

Krathwohl's Model

b)

Jurisprudentail Model

c)

Role Playing Model

d)

Storyling Model

88.

ข้อใดคือรูปแบบที่เน้นบูรณาการ

a)

Ggne' Model

b)

Memory' Model

c)

4 MAT Model

d)

Harrow's Model

89.

ข้อใดคือรูปแบบที่เน้นทักษะกระบวนการ

a)

Group Investigation Model

b)

Harrow's Model

c)

Harrow's Model

d)

Role Playing Model

90.

Role Playing Model อยู่ในรูปแบบใด

a)

รูปแบบที่เน้นทักษะกระบวนการ

b)

รูปแบบที่เน้นบูรณาการ

c)

รูปแบบที่เน้นด้านพุทธพิสัย

d)

รูปแบบที่เน้นจิตพิสัย

91.

ข้อใดคือความหมายการศึกษาแบบเรียนร่วม

a)

การศึกษาสำหรับทุกคนโดยรับเข้ามาเรียนรวมกัน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษาและจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล

b)

เป็นกระบวนการที่เกี่ยวพันและตอบสนองต่อความหลากหลายของผู้เรียนที่มีลักษณะของความต้องการที่แตกต่างกันของผู้เรียน

c)

การจัดการเรียนการสอนที่ยึดปรัชญาของการอยู่รวมกัน

d)

การที่ครูจะต้องสอนผู้เรียนในเนื้อหาที่แตกต่างกัน เนื้อหานั้นจะต้องเหมาะกับเด็กแต่ละคน

92.

ข้อใดคือความหมายการศึกษาแบบรวม

a)

การศึกษาสำหรับทุกคนโดยรับเข้ามาเรียนรวมกัน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษาและจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล

b)

แนวคิดการศึกษาที่สถานศึกษาจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนโดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเด็กปกติหรือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

c)

การจัดการศึกษาให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษได้เรียนร่วมกับเด็กปกติ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคล ความบกพร่องทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา

d)

เป็นกระบวนการที่เน้นให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลักสูตรหรือเนื้อหาที่จะนำมาใช้สอนเด็ก

93.

การศึกษาแบบเรียนร่วม เป็นกระบวนการที่เกี่ยวพันและตอบสนองต่อความหลากหลายของผู้เรียนที่มีลักษณะของความต้องการที่แตกต่างกันของผู้เรียนเป็นแนวคิดของใคร

a)

สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ

b)

ไคลเวอร์

c)

ยูเนสโก

d)

ภูฟ้า เสวกพันธ์

94.

ความหมายการศึกษาแบบร่วมตรงกับข้อใด

a)

การที่เด็กที่มีความต้องการพิเศษได้รับโอกาสเข้าเรียนร่วมกับเด็กทั่วไปโดยได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากบุคลากรในโรงเรียน

b)

การที่ครูจะต้องสอนผู้เรียนในเนื้อหาที่แตกต่างกัน เนื้อหานั้นจะต้องเหมาะกับเด็กแต่ละคน

c)

การจัดการศึกษาให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษได้เรียนร่วมกับเด็กปกติ

d)

การให้บริการทางการศึกษากับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษประเภทต่าง ๆ

95.

เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หมายถึง เด็กที่มีความต้องการทาง การศึกษาที่แตกต่างไปจากปกติทั่วไป ทั้งในด้านเนื้อหา วิธีการเรียนการสอน การประเมินผล และเครื่องมืออุปกรณ์การสอน คือข้อใด

a)

ความหมายของเด็กพิเศษ

b)

ความหมายของเด็กพิการ

c)

ความหมายของเด็กอัจฉริยะ

d)

ความหมายของเด็กออร์ทิสติก

96.

ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ มีกี่กลุ่ม อะไรบ้าง

a)

2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเด็กที่มีความสามารถสูง หรือมีความเป็นเลิศทางสติปัญญา และกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่อง

b)

3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเด็กที่มีความสามารถสูงหรือมีความเป็นเลิศทางสติปัญญา , กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่อง

และกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

c)

4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเด็กที่มีความสามารถสูงหรือมีความเป็นเลิศทางสติปัญญา , กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่อง

กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน, และกลุ่มเด็กเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

d)

5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเด็กที่มีความสามารถสูงหรือมีความเป็นเลิศทางสติปัญญา , กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน , กลุ่มเด็กเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ,และกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

97.

กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

2 ประเภท ได้แก่ ความบกพร่องทางสติปัญญา และความบกพร่องทางการได้ยิน

b)

4 ประเภท ได้แก่ ความบกพร่องทางสติปัญญา , ความบกพร่องทางการได้ยิน และความบกพร่องทางการเห็น

c)

5 ประเภท ได้แก่ ความบกพร่องทางสติปัญญา , ความบกพร่องทางการได้ยิน , ความบกพร่องทางการเห็น และความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

d)

9 ประเภท ได้แก่ ความบกพร่องทางสติปัญญา , ความบกพร่องทางการได้ยิน , ความบกพร่องทางการเห็น,

ความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ,ความบกพร่องทางการพูดและภาษา ,ความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์,

ความบกพร่องทางการเรียนรู้ ,เด็กออทิสติก และเด็กพิการซ้อน

98.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

a)

เด็กที่มีระดับสติปัญญา หรือเชาว์ปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์

b)

เด็กที่มีลักษณะท่าทาง รูปร่างหน้าตาไม่สมประกอบ

c)

เด็กที่มีลักษณะการพูด การทำความเข้าใจ การตัดสินใจช้า

d)

เด็กที่มีพัฒนาการ การเรียนรู้ปกติตามเกณฑ์ของเด็กทั่วไป

99.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการศึกษาแบบเรียนร่วม

a)

เป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้ได้รับการศึกษาในโรงเรียนปกติ

b)

เป็นการแบ่งแยกทางการศึกษาระหว่างเด็กพิเศษ กับเด็กปกติ

c)

เป็นการจัดการศึกษา ให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

d)

เป็นการจัดให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษหรือเด็กพิการได้เรียนรู้และได้ทำกิจกรรมร่วมกับเด็กทั่วไป

100.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะของเด็กสมาธิสั้น

a)

อยู่ไม่นิ่ง

b)

ซนมากผิดปกติ

c)

เคลื่อนไหวตลอดเวลา

d)

ท่องจำได้แม่นยำ

101.

ข้อใดคือแนวคิดของนักวิชาการด้านการศึกษาพิเศษเกี่ยวกับการเรียนร่วม

a)

ความยุติธรรมในสังคม กล่าวคือ เด็กทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน

b)

เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาเท่ากัน

c)

การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมเพื่อจุดประสงค์ของประเทศชาติ

d)

นโยบายจากรัฐบาล เด็กจะได้รับการศึกษาแบบเรียนรวม

102.

รูปแบบของการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมมีกี่รูปแบบ ได้แก่อะไรบ้าง

a)

2 รูปแบบ ได้แก่ การเรียนรวมเต็มเวลา การเรียนแยกเวลา

b)

5 รูปแบบ ได้แก่ การเรียนรวมเต็มเวลา การเรียนรวมแยกเวลา การเรียนรวมบางเวลา การเรียนรวมแบบตัวเอง การเรียนรวมแบบมีครูผู้ช่วย

c)

4 รูปแบบ ได้แก่ การเรียนรวมเต็มเวลา การเรียนรวมแยกเวลา การเรียนรวมบางเวลา

การเรียนรวมแบบมีครูผู้ช่วย

d)

3 รูปแบบ การเรียนรวมเต็มเวลา การเรียนรวมบางเวลาประเภทห้องเสริมวิชาการ

การเรียนรวมเต็มเวลาประเภทมีครูผู้ช่วย

103.

ข้อใดคือหลักการและแนวคิดของการจัดการศึกษาแบบเรียนร่วม

a)

ความยุติธรรมในสังคม กล่าวคือ เด็กทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน

b)

เด็กที่มีความต้องการพิเศษถือเป็นทรัพยากรบุคคลของสังคม หากได้รับการส่งเสริมอย่างถูกต้องย่อมมีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพที่จะประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

c)

การเรียนรู้ เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตามศักยภาพของตนเองไม่ว่าจะเป็นเด็กปกติหรือเด็กพิการ

d)

การจัดการศึกษาเป็นการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ดังนั้น การศึกษาแบบเรียนรวมเป็นการศึกษารูปแบบหนึ่งที่ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพึงกระทำ

104.

ข้อใดคือความหมายของการเรียนเต็มเวลา

a)

การที่ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนในลักษณะเดียวกับเด็กปกติตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน

b)

การเรียนรวมกันในบางเวลาและแยกกันเรียนบางเวลา

c)

เรียนเฉพาะวิชาที่เรียนรวมกันไม่ได้เพราะทักษะในวิชานั้นแตกต่างกันมาก

d)

เวลาส่วนใหญ่เรียนรวมกันเวลาส่วนน้อยเท่านั้นที่แยกกันเรียน

105.

ข้อใดคือความหมายของการเรียนรวมเต็มเวลาประเภทมีครูผู้ช่วย

a)

การเรียนรวมกันในบางเวลาและแยกกันเรียนบางเวลา

b)

ครูจะจัดให้มีเด็กที่มีความต้องการพิเศษ 1 หรือ 2 หรือ 3 คนในห้องหนึ่ง เด็กกลุ่มนี้นั่งเรียนที่โต๊ะเดียวกันหรือโต๊ะติดกัน มีครูผู้ช่วยประจำอยู่ในห้อง

c)

การที่ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนในลักษณะเดียวกับเด็กปกติตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน

d)

เรียนเฉพาะวิชาที่เรียนรวมกันไม่ได้เพราะทักษะในวิชานั้นแตกต่างกันมาก

106.

ข้อใดคือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพิเศษ

a)

กฎหมายการศึกษาสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546

b)

พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546

c)

พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545

d)

พระราชบัญญัติการศึกษาการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551

107.

หลักสูตรเพื่อการเรียนรวม จัดขึ้นเพื่อนักเรียนแบบใด

a)

จัดขึ้นเพื่อเด็กเรียนเก่ง

b)

จัดขึ้นเพื่อเด็กเรียนไม่เก่ง

c)

จัดขึ้นเพื่อเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

d)

จัดขึ้นเพื่อเด็กเกเร

108.

หลักสูตรเพื่อการเรียนรวม ระดับศูนย์เด็กเล็ก เรียกว่าอะไร

a)

แผนให้บริการเฉพาะครอบครัว

b)

แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

c)

การช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม

d)

Individualized Education Plan

109.

การจัดทำแผนให้บริการเฉพาะครอบครัวหรือเอกสารทางกฎหมาย ที่จัดทำขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อใคร

a)

เพื่อดูแลเด็กพิการอย่างเหมาะสมและถูกต้อง

b)

เพื่อดูแลเด็กที่อายุ 6 ปี

c)

เพื่อดูแลเด็กที่ไม่ได้อยุ่กับผู้ปกครอง

d)

เพื่อดูแลเด็กที่ครอบครัวแตกแยก

110.

แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล เกิดจากการออกกฎหมายโดยรัฐบาลกลางของประเทศอะไร

a)

ไทยแลนด์

b)

สหรัฐอเมริกา

c)

สิงคโปร์

d)

ญี่ปุ่น

111.

ขั้นการเรียนการสอนประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

การปฏิบัติตามแผนการสอน / การประเมินโดยคณะสหวิทยาการ

b)

การติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน

c)

การปฏิบัติตามแผนการสอน / การติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน

d)

การปฏิบัติตามแผนการสอน

112.

งานบริการสนับสนุนสำหรับนักศึกษาพิการ คืออะไร

a)

บริการสำหรับนักศึกษาพิการที่มีความบกพร่องทางการเห็น

b)

งานบริการสนับสนุนทางการศึกษา ที่ช่วยให้นักศึกษาพิการสามารถเข้าถึงระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยได้อย่างเท่าเทียม กับนักศึกษาทั่วไป

c)

บริการสำหรับนักศึกษาพิการที่มีความบกพร่องทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย

d)

เป็นการจัดการศึกษาที่ตระหนักถึงสิทธิและความเท่าเทียมของนักศึกษาพิการที่จะได้รับโอกาสในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และคำนึงถึงการพัฒนาให้นักศึกษาพิการมีคุณสมบัติของบัณฑิตที่พึงประสงค์

113.

บริการสำหรับนักศึกษาพิการที่มีความบกพร่องทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย มีกี่ข้อ อะไรบ้าง

a)

มี4ข้อ 1.บริการล่ามภาษามือ 2.บริการผู้ช่วยจดคำบรรยาย 3.สื่อ อุปกรณ์เพื่อช่วยการเรียนรู้ 4.บันทึกและสำเนาเทป วีดิทัศน์ การเรียนการสอน

b)

มี3ข้อ 1.บริการล่ามภาษามือ 2.บริการผู้ช่วยจดคำบรรยาย 3.สื่อ อุปกรณ์เพื่อช่วยการเรียนรู้

c)

มี4ข้อ 1.บริการ Scan หนังสือ 2.บริการผู้ช่วยจดคำบรรยาย 3.สื่อ อุปกรณ์เพื่อช่วยการเรียนรู้ 4.บันทึกและสำเนาเทป วีดิทัศน์ การเรียนการสอน

d)

มี3ข้อ 1.บริการล่ามภาษามือ 2.บริการพิมพ์เอกสาร word 3.สื่อ อุปกรณ์เพื่อช่วยการเรียนรู้

114.

นักจิตวิทยาประจำโรงเรียน หมายถึง

a)

ผู้ที่ได้รับการศึกษา และฝึกอบรมมาทางด้านจิตวิทยา สามารถทำการตรวจสอบทางจิตวิทยา ปรับพฤติกรรมเด็กพิการ

b)

ผู้ที่ได้รับการศึกษา และฝึกอบรมให้มีความสามารถสอนพูดและภาษาให้กับเด็กพิการ

c)

ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในการตรวจและวินิจฉัย ทางจิตวิทยา

d)

ผู้ที่ได้รับการศึกษา และฝึกอบรมทางด้านสังคมสงเคราะห์ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ พ่อ แม่ ครู และตัวเด็กเอง

115.

การจัดให้คนพิการได้เข้าศึกษาในระบบการศึกษาทั่วไปทุกระดับและหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการจัดการศึกษา ให้สามารถรองรับการเรียนการสอนสำหรับคนทุกกลุ่มรวมทั้งคนพิการ มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ

b)

การเรียนร่วม

c)

การจัดการศึกษาเฉพาะทาง

d)

การจัดการศึกษาพิเศษ

116.

หน่วยงานใดมีหน้าที่จัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล โดยให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของคนพิการ

a)

ครู

b)

สถานศึกษา

c)

สำนักงานเขตพื้นที่

d)

สำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ

117.

การจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน (หูหนวก) ต้องใช้วิธีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจด้วยรูปแบบใด

a)

การสื่อสารด้วยภาษากาย

b)

การสื่อสารด้วยภาษามือ

c)

การสื่อสารด้วยภาษาและสายตา

d)

การสื่อสารด้วยเครื่องช่วยฟัง

118.

ข้อใดเป็นสื่อบริการและความช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น

a)

ไม้ค้ำยัน

b)

เก้าอี้เลื่อน

c)

เครื่องพิมพ์ดีดเบลล์

d)

เครื่องช่วยฟัง

119.

เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาควรมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

a)

เครื่องมือในการบันทึกเสียง เพื่อแก้ไขการพูดโดยเฉพาะ

เครื่องดนตรีประกอบจังหวะ

เครื่องมือและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็น

b)

เตียงตรงปกติ และเตียงลาดเอียง

เปลสำหรับใช้ในการเคลื่อนย้ายเด็ก

เตียงออกกำลังกาย

ไม้กระดานฝึกการทรงตัว

c)

ดินสอขนาดใหญ่

ที่เปิดหน้าหนังสือ

เครื่องช่วยเดิน

d)

เครื่องขยายตัวอักษร

โต๊ะเว้า

เก้าอี้เลื่อน

120.

สำหรับเด็ก LD ครูควรทดสอบ 3 วิชา มีอะไรบ้าง

a)

ภาษาไทย คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ

b)

ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา

c)

คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์

d)

ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และภาษาไทย