Worksheetsสอบย่อย หลักเศรษฐศาสตร์ บทที่ 12-14
Total questions: 60
Worksheet time: 3600secs
Name
Class
Date
1.
การวัดอัตราเงินเฟ้อวัดจากสิ่งใด
a)
ระดับราคาสินค้าโดยทั่วไป
b)
ดัชนีราคาของผู้บริโภค
c)
ดัชนีราคาขายส่ง
d)
ดัชนีราคาที่ปรับผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเบื้องต้น
2.
การที่ราคาสินค้าจำเป็นต่อการบริโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วจะเกิดปัญหาข้อใด
a)
เพิ่มค่าเงินบาท
b)
เงินเฟ้อด้านอุปสงค์
c)
เงินเฟ้อ
d)
เงินเฟ้อด้านอุปทาน
3.
การพิจารณาว่าระบบเศรษฐกิจเกิดภาวะเงินเฟ้อด้านอุปทานพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงข้อใด
a)
ดัชนีสินเชื่อ
b)
ดัชนีราคาสินค้าผู้ผลิต
c)
ดัชนีการลงทุน
d)
ดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภค
4.
ดัชนีราคาผู้บริโภค ณ ปีที่เป็นปีฐานจะมีค่าเท่าใด
a)
115
b)
110
c)
100
d)
1
5.
เงินเฟ้อประเภทใดที่ช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ
a)
เงินเฟ้ออย่างปานกลาง
b)
เงินเฟ้ออย่างอ่อน
c)
เงินเฟ้ออย่างรุนแรง
d)
เงินเฟ้อด้านอุปทาน
6.
ในภาวะที่ระบบเศรษฐกิจมีการว่างงานสูง การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์มวลรวมจะมีผลต่อราคาอย่างไร
a)
ราคาสินค้าเพิ่มมากขึ้น
b)
ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นปานกลาง
c)
ราคาสินค้าอาจไม่เปลี่ยนแปลง
d)
ราคาสินค้าลดลงอย่างมาก
7.
การลดการผลิตลงอย่างมากอาจมีผลให้เกิดสิ่งใด
a)
เงินฝืด
b)
เงินเฟ้อด้านอุปสงค์
c)
เงินเฟ้อด้านอุปทาน
d)
ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
8.
เมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อผู้ที่ได้รับประโยชน์คือกลุ่มคนในข้อใด
a)
ผู้มีรายได้ประจำและพ่อค้า
b)
ผู้มีรายได้ประจำและเกษตรกร
c)
รัฐบาลและข้าราชการ
d)
ลูกหนี้และเกษตรกร
9.
ในขณะที่เศรษฐกิจเกิดเงินเฟ้อควรใช้นโยบายการเงินแบบใด
a)
แบบผ่อนคลาย เพื่อลดปริมาณเงิน
b)
แบบผ่อนคลายเพื่อเพิ่มปริมาณเงิน
c)
แบบเข้มงวด เพื่อลดปริมาณเงิน
d)
แบบเข้มงวด เพื่อเพิ่มปริมาณเงิน
10.
เงินเฟ้ออย่างอ่อน อยู่ ณ ระดับประมาณร้อยละเท่าใด
a)
ร้อยละ 1-3 ต่อปี
b)
ร้อยละ 1-4 ต่อปี
c)
ร้อยละ 1-5 ต่อปี
d)
ร้อยละ 1-6 ต่อปี
11.
เงินเฟ้ออย่างปานกลาง อยู่ ณ ระดับประมาณร้อยละเท่าใด
a)
ร้อยละ 5-20 ต่อปี
b)
ร้อยละ 6-20 ต่อปี
c)
ร้อยละ 7-20 ต่อปี
d)
ร้อยละ 8-20 ต่อปี
12.
เงินเฟ้ออย่างรุนแรง อยู่ ณ ระดับประมาณร้อยละเท่าใด
a)
เกินกว่าร้อยละ 10 ต่อปี
b)
เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี
c)
เกินกว่าร้อยละ 20 ต่อปี
d)
เกินกว่าร้อยละ 25 ต่อปี
13.
เครื่องวัดการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาสินค้าที่ผู้ผลิตออกจำหน่าย ณ แหล่งผลิตในปีใดปีหนึ่ง หมายถึงข้อใด
a)
ดัชนีราคาผู้บริโภค
b)
ดัชนีราคาผู้ผลิต
c)
ดัชนีราคาขายส่ง
d)
ดัชนีราคาที่ใช้ปรับลดผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเบื้องต้น
14.
เครื่องวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าขายสิ่งสินค้า ณ ร้านค้าส่งและตัวแทนจำหน่าย หมายถึงข้อใด
a)
ดัชนีราคาผู้บริโภค
b)
ดัชนีราคาผู้ผลิต
c)
ดัชนีราคาขายส่ง
d)
ดัชนีราคาที่ใช้ปรับลดผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเบื้องต้น
15.
เครื่องมือวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาขายปลีกของสินค้าและบริการประเภทที่ผู้บริโภคจ่ายซื้อ หมายถึงข้อใด
a)
ดัชนีราคาผู้บริโภค
b)
ดัชนีราคาผู้ผลิต
c)
ดัชนีราคาขายส่ง
d)
ดัชนีราคาที่ใช้ปรับลดผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเบื้องต้น
16.
เครื่องมือวัดปรับลดผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเบื้องต้น ฯ ณ ระดับราคาคงที่หรือราคาปีฐาน หมายถึงข้อใด
a)
ดัชนีราคาผู้บริโภค
b)
ดัชนีราคาผู้ผลิต
c)
ดัชนีราคาขายส่ง
d)
ดัชนีราคาที่ใช้ปรับลดผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเบื้องต้น
17.
ข้อใดไม่ใช่ผลกระทบของเงินเฟ้อ
a)
การกระจายรายได้เหลื่อมล้ำ
b)
อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงินสูงขึ้น
c)
ผลที่มีต่อการคลังของรัฐบาล
d)
เจ้าของปัจจัยการผลิตประเภทที่ดินหรือทุน มีรายได้เพิ่มขึ้น
18.
ข้อใดไม่ใช่การแก้ปัญหาเงินเฟ้อโดยใช้นโยบายการเงิน
a)
การใช้มาตรการของนโยบายการเงิน
b)
การควบคุมโดยอ้อม
c)
การควบคุมโดยตรง
d)
การใช้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ของสถาบันการเงิน
19.
ข้อใดคือมาตรการที่แก้ไขภาวะเงินฝืด
a)
การใช้มาตรการของนโยบายการเงิน
b)
การควบคุมโดยอ้อม
c)
การควบคุมโดยตรง
d)
การใช้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ของสถาบันการเงิน
20.
ข้อใดไม่ใช่ประเภทของการว่างงาน
a)
การว่างงานตามฤดูกาล
b)
การว่างงานชั่วคราว
c)
การว่างงานแอบแฝง
d)
การว่างงานซ่อนเร้น
21.
เพราะเหตุใดแต่ละประเทศจึงต้องมีการค้าระหว่างประเทศ
a)
ทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ มีมากน้อยแตกต่างกัน
b)
สภาพของภูมิประเทศและภูมิอากาศแตกต่างกัน
c)
การพัฒนาเทคโนโลยีแตกต่างกัน
22.
การตั้งกำแพงภาษีเป็นนโยบายประการหนึ่งของการค้าแบบใด
a)
การค้าภายในประเทศ
b)
การค้าระหว่างประเทศ
c)
การค้าขายจากภาคกลางไปยังภาคใต้
d)
การค้าขายจากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง
23.
ปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทกับดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 1$ = 32 บาท ข้อใดเป็นการลดค่าเงินบาท
a)
1$ = 29 บาท
b)
1$ = 35 บาท
c)
1$ = 32 บาท
d)
อยู่ที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกัน
24.
ค่าเสมอภาค คืออะไร
a)
ค่าของเงินที่ถูกกำหนดโยอุปสงค์และอุปทานเงินตราสกุลนั้น
b)
การกำหนดค่าของเงินตราสกุลต่างๆ เทียบเท่ากับทองคำจำนวนหนึ่ง
c)
ค่าของเงินที่ใช้ซื้อสินค้าและบริการระหว่างกัน
d)
อัตราแลกเปลี่ยนดุลยภาพ
25.
หน่วยงานที่ควบคุมค่าเงินตราต่างประเทศคือหน่วยงานใด
a)
สำนักหักบัญชี
b)
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ
c)
กระทรวงการคลัง
d)
กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์
26.
หน่วยงานใดเป็นผู้ที่เก็บทุนสำรองระหว่างประเทศ
a)
ธนาคารกลาง
b)
ธนาคารพาณิชย์
c)
ธนาคารออมสิน
d)
บริษัทเงินทุน
27.
รายได้จากการท่องเที่ยวจะเป็นรายการที่อยู่ในบัญชีใด
a)
บัญชีทุน
b)
บัญชีเงินโอน
c)
บัญชีเงินบริจาค
d)
บัญชีเดินสะพัด
28.
ดุลการค้าขาดดุลหมายถึงอะไร
a)
มูลค่าสินค้าออกมากกว่ามูลค่าสินค้าเข้า
b)
มูลค่าสินค้าออกน้อยกว่ามูลค่าสินค้าเข้า
c)
รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเพิ่มขึ้น
d)
รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศลดลง
29.
การลดค่าของเงินของประเทศใดประเทศหนึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดสิ่งใดต่อไปนี้ขึ้น
a)
สินค้าเข้าและสินค้าออกเพิ่มขึ้น
b)
สินค้าเข้าลดลง สินค้าออกเพิ่มขึ้น
c)
สินค้าเข้าเพิ่มขึ้น สินค้าออกลดลง
d)
สินค้าเข้าและสินค้าออกลดลง
30.
มาตรการกีดกันทางการค้าที่ประเทศพัฒนาแล้วนิยมใช้ในปัจจุบัน คืออะไร
a)
กำหนดโควตา
b)
ห้ามนำเข้า
c)
การตั้งกำแพงภาษี
d)
ข้อกำหนดด้านสุขอนามัย
31.
ข้อใดไม่ใช่ความแตกต่างของการค้าระหว่างประเทศและการค้าภายในประเทศ
a)
การเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิต
b)
ใช้เงินตรางต่างชนิดกัน
c)
แผนการบริโภคและราคาสินค้า
d)
นโยบายเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าต่างกัน
32.
ข้อใดไม่ใช่นโยบายการค้าเสรี
a)
ดำเนินการผลิตสินค้าโดยยึดหลักการแบ่งงานกันทำ
b)
มีข้อจำกัดทางการค้า
c)
ไม่มีการให้สิทธิพิเศษหรือจงใจเลือกปฏิบัติ
d)
ไม่มีการจัดเก็บภาษีศุลภากรเพื่อเหตุผลในการคุ้มกัน
33.
ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการดำเนินนโยบายการค้าคุ้มกัน
a)
เพื่อป้องกันการทุ่มเทตลาดของผู้ผลิตในประเทศ
b)
เพื่อความมั่นคงของชาติ
c)
เพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมแบบทารกในประเทศ
d)
เพื่อป้องกันการทุ่มเทตลาดของผู้ผลิตต่างประเทศ
34.
" ยูโร " คือ หน่วยเงินประเทศใด
a)
โปรตุเกส
b)
ญี่ปุ่น
c)
สหรัฐอเมริกา
d)
เวียดนาม
35.
" เยน " คือ หน่วยเงินประเทศใด
a)
โปรตุเกส
b)
ญี่ปุ่น
c)
สหรัฐอเมริกา
d)
เวียดนาม
36.
" ดอลลาร์ " คือ หน่วยเงินประเทศใด
a)
โปรตุเกส
b)
ญี่ปุ่น
c)
สหรัฐอเมริกา
d)
เวียดนาม
37.
การแบ่งตลาดเงินตราต่างประเทศ แบ่งตามลักษณะการซื้อขายออกเป็นกี่ประเภท
a)
1 ประเภท
b)
2 ประเภท
c)
3 ประเภท
d)
4 ประเภท
38.
การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานของเงินตราต่างประเทศ หมายถึงข้อใด
a)
อัตราแลกเปลี่ยนคงที่
b)
อัตราแลกเปลี่ยนเสรี
c)
อัตราแลกเปลี่ยนแบบผสม
d)
อัตราแลกเปลี่ยนดุลยภาพ
39.
อัตราแลกเปลี่ยนที่เคลื่อนไหวตามอุปสงค์และอุปทานของตลาด หมายถึงข้อใด
a)
อัตราแลกเปลี่ยนคงที่
b)
อัตราแลกเปลี่ยนเสรี
c)
อัตราแลกเปลี่ยนแบบผสม
d)
อัตราแลกเปลี่ยนดุลยภาพ
40.
อัตราแลกเปลี่ยนควบคุม หมายถึงข้อใด
a)
อัตราแลกเปลี่ยนคงที่
b)
อัตราแลกเปลี่ยนเสรี
c)
อัตราแลกเปลี่ยนแบบผสม
d)
อัตราแลกเปลี่ยนดุลยภาพ
41.
เป้าหมายทางเศรษบกิจตรงกับข้อใด
a)
ให้ราคาสินค้าถูกลง
b)
ให้ประชาการทุกคนรวยขึ้น
c)
ให้ระบบเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ
d)
ให้ประชาชนมีเงินออมเพิ่มขึ้น
42.
วัตถุประสงค์ของการพัฒนาเศรษฐกิจคือข้อใด
a)
เพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจโลก
b)
เพื่อแก้ปัญหาการแทรกแซงของลัทธิการเมือง
c)
เพื่อยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชนให้สูงขึ้น
d)
ถูกทุกข้อ
43.
ประเทศใดมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจเป็นแบบเกษตรกรรม แต่มีการพฒนาเศรษฐกิจที่สูงมาก
a)
สหรัฐอเมริกา
b)
ประเทศไทย
c)
เดนมาร์ก
d)
อังกฤษ
44.
ข้อใดชี้ว่าเป็นประเทศด้อยพัฒนา
a)
โครงสร้างทางชนชั้นมีแต่ชนชั้นกลาง
b)
โครงสร้างครอบครัวเป็นครอบครัวเดี่ยว
c)
โครงสร้างครอบครัวเป็นครอบครัวขยาย
d)
โครงสร้างทางชนชั้นมีชนชั้นกลางมากกว่าชนชั้นต่ำ
45.
การเปรียบเทียบระดับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศต้องเปรียบเทียบตามข้อใด
a)
โครงสร้างพื้นฐาน
b)
ผลิตภัณฑ์ประชาชาติ
c)
รายได้ที่แท้จริงเฉลี่ยต่อบุคคล
d)
อัตราการเพิ่มของการลงทุนโดยเฉลี่ยต่อปี
46.
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
a)
ทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเทคโนโลยี
b)
ทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรธรรมชาติ เทคโนโลยี และปริมาณทุน
c)
การเพิ่มในรายได้ประชาชาติหรืออุปสงค์มวลรวมที่เหมาะสม
d)
การที่กำลังการผลิตของระบบเศรษฐกิจนั้นเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
47.
การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
a)
ให้จำนวนคนว่างงานลดลง
b)
ให้ความเจริญแผ่กระจายไปทุกท้องถิ่น
c)
ให้เกิดความมั่งคั่งและความมั่นคงของชาติ
d)
ให้รายได้ของประชาชนไม่แตกต่างกันมากนัก
48.
แผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
a)
กำหนดเป้าหมายชัดเจน
b)
กำหนดลักษณะในอนาคตของแผน
c)
กำหนดขั้นตอนกระบวนการต่างๆชัดเจน
d)
ถูกทุกข้อ
49.
วิธีในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจควรดำเนินการอย่างไร
a)
รวมแผนจากทุกจังหวัดเป็นแผนของประเทศ
b)
รวมแผนด้านจุลภาคเป็นแผนมหภาคของประเทศ
c)
ดูแบบอย่างจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้ว
d)
วางแผนจากส่วนบนสู่ส่วนล่างผสมกับแผนจากส่วนล่างขึ้นสู่ส่วนบน
50.
หน่วยงานใดที่ทำหน้าที่ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจของไทย
a)
สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
b)
สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง
c)
ธนาคารแห่งประเทศไทย
d)
สำนักนายกรัฐมนตรี
51.
การใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ หมายถึง ข้อใด
a)
ทุนกายภาพ
b)
ทุนมนุษย์
c)
ทุนธรรมชาติ
d)
ทุนสังคม
52.
เน้นการบริหารเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หมายถึงข้อใด
a)
ทุนกายภาพ
b)
ทุนมนุษย์
c)
ทุนธรรมชาติ
d)
ทุนสังคม
53.
เป็นทุนที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและสังคมภายในชุมชน หมายถึง ข้อใด
a)
ทุนกายภาพ
b)
ทุนมนุษย์
c)
ทุนธรรมชาติ
d)
ทุนสังคม
54.
เป็นส่วนสำคัญของการเจริญเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว เรียนรู้จากการทำงานและการศึกษา หมายถึง ข้อใด
a)
ทุนกายภาพ
b)
ทุนมนุษย์
c)
ทุนธรรมชาติ
d)
ทุนสังคม
55.
ปัจจุบัน ประเทศไทยใช้แผนพัฒนาฯ ฉบับใด
a)
ฉบับที่ 10
b)
ฉบับที่ 11
c)
ฉบับที่ 12
d)
ฉบับที่ 13
56.
ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกสามารถแบ่งการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศออกเป็นกี่กลุ่ม
a)
1 กลุ่ม
b)
2 กลุ่ม
c)
3 กลุ่ม
d)
4 กลุ่ม
57.
ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ
a)
เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านคุณภาพ
b)
เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจโลกขยายตัว
c)
เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา
d)
เพื่อยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชากรให้สูงขึ้น
58.
หลักเกณฑ์ทางเศรษฐกิจในการวัดระดับการพัฒนา ประกอบด้วย หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
a)
รายได้ต่อบุคคล
b)
โครงสร้างของชนชั้นต่าง ๆ ในสังคม
c)
โครงสร้างทางเศรษฐกิจ
d)
ประสิทธิภาพของปัจจัยการผลิต
59.
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของประเทศด้อยพัฒนา
a)
ลักษณะทางด้านสังคม
b)
ขนาดของความเจริญในตัวเมือง
c)
ความคล่องตัวในการเลื่อนฐานะทางสังคม
d)
ลักษณะทางเศรษฐกิจ
60.
ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจ
a)
การพัฒนาอุตสาหกรรม
b)
ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
c)
ทรัพยากรทุน
d)
ทรัพยากรธรรมชาติ
100 %
