NEW
Font size
Worksheetsทบทวนวรรณคดีกับชีวิต23102
Total questions: 40
Worksheet time: 20mins
ฝ่ายผีเสื้อเหลือโกรธโลดทะลึ่ง เสียงโผงผึงเผ่นโผนตะโกนผัว
เหตุไฉนไปนั่งกำบังตัว เชิญทุนหัวเยี่ยมหน้ามาหาน้อง
บทประพันธ์ข้างต้นมีรสวรรณคดีตรงกับข้อใด
นิจจาเอ๋ยเคยอยู่เป็นคู่ชื่น ทุกวันคืนค่ำเช้าไม่เศร้าหมอง
ซึ่งรักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก มิใช่จักลืมคุณกรุณา
พระโยคีชี้หน้าว่าอุเหม่ ยังโว้เว้วุ่นวายอีตายโหง
พระฟังเงือกพูดได้ให้สงสาร จึงว่าท่านคิดนี้ดีขยัน
สินสมุทรสุดแสนสงสารแม่ ชำเลืองแลดูหน้าน้ำตาไหล
จึงกราบกรานมารดาแล้วว่าไป จะเข้าใกล้ทูนหัวลูกกลัวนัก
บทประพันธ์ข้างต้นมีรสวรรณคดีตรงกับข้อใด
เสาวรจนี
นารีปราโมทย์
พิโรธวาทัง
สัลลาปังคพิสัย
ถึงประตูคูหาเห็นเปิดอยู่ เอ๊ะอกกูเกิดเข็ญเป็นไฉน
เข้าในห้องมองเขม้นไม่เห็นใคร ยิ่งตกใจเพียงจะดิ้นสิ้นชีวี
บทประพันธ์ข้างต้นมีการใช้โวหารภาพพจน์ใด
บุคคลวัต
อธิพจน์
อุปลักษณ์
สัทพจน์
นางผีเสื้อเหลือโกรธโลดทะลึ่ง โตดังหนึ่งยุคุนธร์ขุนไศล
ลุยทะเลโครมครามออกตามไป สมุทรไทแทบจะล่มถล่มทลาย
บทประพันธ์ข้างต้นมีรสวรรณคดีตรงกับข้อใด
นิจจาเอ๋ยเคยอยู่เป็นคู่ชื่น ทุกวันคืนค่ำเช้าไม่เศร้าหมอง
ซึ่งรักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก มิใช่จักลืมคุณกรุณา
พระโยคีชี้หน้าว่าอุเหม่ ยังโว้เว้วุ่นวายอีตายโหง
พระฟังเงือกพูดได้ให้สงสาร จึงว่าท่านคิดนี้ดีขยัน
วาสนาไม่คู่เคียงเถียงเขายาก ถึงมีปากเสียเปล่าเหมือนเต่าหอย
ผีเรือนตัวไม่ดีผีอื่นพลอย พูดพล่อยพล่อยไม่ดีปากขี้ริ้ว
บทประพันธ์ข้างต้นมีการใชสำนวนใด
ผีซ้ำด้ำพลอย
ผีไม่มีศาล
น้ำท่วมปาก
พูดดีเป็นศรีแก่ปาก
ตัดไม้ได้ไม้มาก อยากพอ
ขวานหล่นน้ำใจฝ่อ เทพฉ้วย
ยกขวานใหม่บอกขอ ด้ามเก่า
เทพยกเงินทองด้วย บอกสื้อสัตย์เอยใจความสำคัญจากโคลงข้างต้นคือข้อใด
สันดาน
สันโดษ
สันติกะ
สันติสุข
ตัดไม้ได้ไม้มาก อยากพอ
ขวานหล่นน้ำใจฝ่อ เทพฉ้วย
ยกขวานใหม่บอกขอ ด้ามเก่า
เทพยกเงินทองด้วย บอกสื้อสัตย์เอย ข้อใดกล่าวผิด
ไม่มีคำโทโทษ
ไม่ปรากฏคำสร้อย
มีคำเอกน้อยกว่าคำตาย
คำว่าฉ้วยสัมผัสกับคำว่าด้วย
ข้อใดไม่ปรากฏคุณค่าด้านสังคม
บ้างสุมไฟไล่ควันกันยุงริ้น ตามถิ่นบ้านนอกอยู่คอกนา
บุราณท่านสมมติมนุษย์นี้ ยากแล้วมีใหม่สำเร็จถึงเจ็ดหน
เดี๋ยวนี้เล่าเจ้าขุนแผนยังติดคุก นี่โกนจุกแล้วจะได้ไปถวาย
ต่างพูดจาพาทีค่อยดีใจ จนจวนใกล้โพล้เพล้ถึงเวลา
ข้อใดไม่ปรากฏภาพพจน์
นั่งสวดมนต์จนจบพอพลบค่ำ ก็ซัดน้ำมนต์สาดเสียงฉาดฉ่า
แล้วพวกมอญซ้อนซอเสียงอ้อแอ้ ร้องทะแยย่องกะเหนาะย่ายเตาะเหย
พวกเพื่อนบ้านวานมาผ่าหมากพลู บ้างปัดปูเสื่อสาดลาดพรมเจียม
แล้วจุดเทียนเวียนวงส่งให้บ่าว มันโห่กราวเกรียวลั่นสนั่นไหว
คำประพันธ์ในข้อใดไม่สะท้อนคุณค่าด้านสังคม
ทำบุญบุญแต่งให้ เห็นผล
คือดั่งเงาตามตน ติดแท้
ผู้ทำสิ่งอกุศล กรรมติด ตามนา
ดุจจักรเกวียนเวียนแล้ ไล่ต้อนตีนโค
กบเกิดในสระใต้ บัวบาน
ห่อนรู้รสมาลย์ หนึ่งน้อย
ภุมราอยู่ไกลสถาน นับโยชน์ ก็ดี
บินโบกมาค้อยค้อย เกลือกเคล้าเสาวคนธ์
คนใดละพ่อทั้ง มารดา
อันทุพลชรา- ภาพแล้ว
ขับไล่ไป่มีปรา- นีเนตร
คนดั่งนี้ฤๅแคล้ว คลาดพ้นภัยยัน
โคควายวายชีพได้ เขาหนัง
เป็นสิ่งเป็นยังอัน อยู่ไซร้
คนเด็ดดับสูญสัง- ขารร่าง
เป็นชื่อเป็นเสียงได้ แต่ร้ายกับดี
คำประพันธ์ต่อไปนี้ใช้ภาพพจน์ใด
ฟังต้นไม้สายน้ำย้ำให้หยุด หยุดเสียเถิดทีมนุษย์หยุดสะสม
หยุดปรุงแต่งแสร้งตามความนิยม สร้างสังคมโสโครกโลกจึงร้อน
อุปมา
อุปลักษณ์
สัทพจน์
บุคคลวัต
ข้อใดเป็นภาพพจน์ปฏิพากย์
เจ้าไม้ขีดไฟ ก้านน้อยเดียวดาย แอบรักดอกทานตะวัน
หอมดอกผักกะแยง ยามฟ้าแดงค่ำลงมา แอ๊บๆเขียดจะนา ยามฟ้าฮ้องฮวนๆ
เสียงน้ำซึ่งกระวิบสาดปราศจากเสียง จักรวาลโลกวุ่นวายไร้สำเนียง โลกนี้เพียงแผ่นพิภพสงบเย็น
ให้บ้านเฮามีหิมะตก ให้นกเอี้ยงเลิกนั่งเลี้ยงควาย ให้หมีแพนด้าออกลูกเป็นไข่ ยังสิเป็นไปได้กว่าฮักสองเฮา
ข้อใดคือข้อคิดที่ได้จากบทประพันธ์ต่อไปนี้
น้ำเอ๋ยน้ำท่วมทุ่ง เขาว่ามีผักบุ้งเพียงโหรงเหรง
เหมือนพูดมากปากพล่ามไปตามเพลง ฟังครื้นเครงแต่ไม่ได้สาระ
พูดสิ่งใดมุ่งให้ได้ประโยชน์ ไม่มีโทษถูกกาลเทศะ
พูดแต่น้อยมีหลักมักชนะ ดีกว่าประคารมโวคุยโตเอย
ควรพูดให้ถูกกาลเทศะ
ไม่ควรพูดโม้โอ้อวด
ถ้าพูดมากก็ควรพูดให้สนุก
พูดน้อยแต่ดีมีสาระ
"ปัจจุบันภาษาไทยซบเซาไปมาก เนื่องมาแต่ความเห่อฝรั่ง ความจริงการเรียนรู้ภาษาฝรั่งเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะเราต้องติดต่อกับฝรั่งและตำรับตำราวิชาการต่างๆก็เป็นภาษาฝรั่ง แต่การเรียนควรเป็นการเพิ่มความรู้ มิใช่เพื่อมาละเลิกหรือลืมภาษาไทยหรือเอาภาษาฝรั่งมาใช้แทนภาษาไทย คำฝรั่งคำใดที่มีความหมายตรงกับภาษาไทยก็ควรแปลมาเป็นภาษาไทย คำใดที่ไม่มีภาษาไทยจะใช้ทับศัพท์ก็สมควร" ข้อใดคือแนวคิดของผู้เขียน
คนไทยควรเรียนรู้ภาษาฝรั่งเท่าที่จำเป็น
คนไทยควรใช้ภาษาไทยมากกว่าภาษาฝรั่ง
คนไทยควรเร่งเรียนรู้ตำรับตำราของฝรั่ง
คนไทยควรรับภาษาฝรั่งมาใช้อย่างเหมาะสม
"หุ่นกระบอกโดยทั่วไปสูงประมาณฟุตเศษ ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่ ตรงปลายด้านบนเสียบหัวหุ่น ซึ่งแกะสลักด้วยไม้เนื้อเบา ตกแต่งสีและเครื่องประดับอย่างงดงามตามแบบละคร ไหล่ทำด้วยไม้เจาะรูสำหรับเสียบกับตัวหุ่นเป็นผ้าชิ้นเดียวพับครึ่งเย็บเป็นถุงคลุมไหล่หุ่นเจาะตรงกลางสำหรับเสียบหัว" ข้อใดเป็นประเด็นสำคัญของข้อความข้างต้น
อธิบายลักษณะของหุ่นกระบอก
อธิบายการตกแต่งสีหุ่นกระบอก
อธิบายขั้นตอนการทำหุ่นกระบอก
อธิบายความงามของหุ่นกระบอก
ข้อใดเตือนสติให้ระมัดระวังคำพูด
อันเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลัก ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว
จงฟังหูไว้หูคอยดูไป เชื่อน้ำใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ
อย่าชิดอย่าให้ห่างเป็นกลางไว้ ฝ่ายข้างในอย่านำออกนอกอย่าแจง
มิควรทูลก็อย่าทูลประมูลข้อ จะเกิดก่อลุกลามความแสลง
ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย
เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ
มโหรีจากราวป่ามาเรื่อยรี่ ราชินีแห่งน้ำค้างจะห่างหัน
ฝักต้องติ่งแตกจังหวะประชันกัน จักจั่นจี่เจื้อยรับเรื่อยร้อง
คำประพันธ์ต่อไปนี้มีลักษณะเด่นในด้านใด
จะจับจองจ่องจ้องสิ่งใดนั้น ดูสำคัญคั่นคั้นอย่างันฉงน
อย่าลามลวงล่วงล้วงดูเลศกล ค่อยแคะคนค่นค้นให้ควรการ
อย่าเคลิ้มคลำคล่ำคล้ำแต่ลำโลภ เที่ยวหวงห่วงห้วงละโมบละเมอหาญ
สิ่งใดปองป่ิงป้องเป็นประธาน อย่าด่วนดานด่านด้านแต่โดยใจ
การซ้ำคำ
การเล่นคำ
การเล่นเสียงวรรณยุกต์
การใช้คำไวพจน์
คำประพันธ์นี้เด่นในด้านใด
ดูหนูสู่รูงู งูสุดสู้หนูสู้งู
หนูงูสู้ดูอยู่ รูปงูทู่หนูมูทู
ใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ
ใช้คำให้เกิดภาพชัดเจน
ใช้คำให้เกิดข้อคิดคติเตือนใจ
ใช้คำที่เกิดภาพพจน์อุปมาและอุปลักษณ์
คำประพันธ์ต่อไปนี้มีความหมายตรงกับข้อใด
ใครดูถูกผู้ชำนาญในการช่าง ความคิดขวางเฉไฉไม่เข้าเรื่อง
เหมือนคนป่าคนไพรไม่รุ่งเรือง จะคุยด้วยนั้นก็เปลืองด้วยวาจา
ผู้ที่ไม่เห็นคุณค่าของงาานศิลปะไม่มีใครอยากพูดคุยด้วย
ผู้ไม่เห็นคุณค่าของงานศิลปะเป็นดังเช่นคนไร้วัฒนธรรม
ผู้ที่ดูถูกงานช่างต่างๆก็คือคนที่อยู่ห่างไกลจากการพัฒนา
ผู้ที่ดูถูกงานช่างต่างๆเหมือนคนที่อยู่ในป่าจะพูดจะคุยด้วยก็ไม่รู้เรื่อง
ข้อใดสอดคล้องกับคำประพันธ์ต่อไปนี้
ไม่เคยรู้จัก ตูน บอดี้สแลม แค่เงาเงาวาวแวม ไม่แจ่งกระจ่าง
ครั้นได้รู้ได้เห็นทุกเส้นทาง นี่แหละคือตัวอย่าง ของคนดี
คนที่รู้ ทำอะไรเพื่ออะไร รู้ทำได้ และได้ทำ ทำเต็มที่
ไม่ใช่แค่ วาทกรรมพร่ำพาที นี่คือความสามัคคีที่เป็นจริง
(เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์)
คนมีชื่อเสียงทำสิ่งใดก็สำเร็จ
พูดดี ทำดี เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
ทำดีย่อมเป็นบ่อเกิดของความสามัคคี
ตูน บอดีแสลม เป็นตัวอย่างของคนดี
"เธอหยุดยั้งนั่งพักสักน้อยหนึ่ง อย่าเคียดขึ้งแค้นเคืองเรื่องขัดขวาง
พอคลื่นลมสงัดสนิทดูทิศทาง พอควันจางสว่างหมอกค่อยออกเรือ"
ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างไร
สั่งสอน
แนะนำ
อธิบาย
ตักเตือน
"คนทำถังขยะ ให้คน ทิ้งขยะ คนทิ้งขยะ ไม่ลง ถังขยะ
คนกวาดขยะ เก็บขยะ ลงถังขยะ คนทิ้งขยะ ขยะแขยง กว่าขยะ"
ผู้เขียนมีวัตถุประสงค์อย่างไร
เชิญชวน
แนะนำ
อธิบาย
ต่อว่า
"อันตึกงามสนามกว้างสร้างขึ้นได้ มีเงินหยิบโยนให้ก็เสร็จสรรพ์
แต่งามจิตใจกว้างนั้นต่างกัน การอบรมเท่านั้นเป็นปัจจัย"
บทประพันธ์นี้ผู้แต่งเน้นสิ่งใดเป็นสำคัญ
เงิน
วัตถุ
จิตใจ
อาคารสถานที่
"เคราะห์กรรมอย่างเดียวกัน งานที่หนักเท่าๆกัน หากเกิดกับคนที่นึกเห็นแต่แง่ร้าย งานและเคราะห์นั้นจะรู้สึกว่าหนักขึ้น แต่คนที่มองเห็นแต่แง่ดี งานหรือเคราะห์กรรมนั้น รู้สึกว่าไม่หนักนัก สิ่งต่างๆอยู่ที่เรานึก นึกให้มันมาก มันก็มาก นึกให้มันน้อย มันก็น้อย"
ข้อใดเป็นแนวคิดหลักของข้อความนี้
จงมองโลกในแง่ดี
นึกเห็นแต่แง่ร้ายใจเป็นทุกข์
เคราะห์กรรมอาจเกิดขึ้นได้เสมอ
มองอะไรอย่ามองเพียงด้านเดียวเท่านั้น
สำนวนใดไม่สามารถใช้ได้ในสถานการณ์ตัวอย่างต่อไปนี้
"ตั้งแต่เจ้าโตเป็นหนุ่มมักทำความเดือดร้อนและสร้างปัญหาให้ฉันแสนสาหัสทุกวัน ฉันอยากจะ.....ไปเลยจะได้พ้นทุกข์พ้นร้อนเสียที"
ตัดเชือก
ตัดหางปล่อยวัด
ตัดไฟต้นลม
ตัดเป็นตัดตาย
"ในน้ำไม่มีปลา ยิ่งในนาไม่มีข้าว
แผ่นดินระอุร้าว กระหน่ำซ้ำสังคมคน
เสียงธรรมก็แหบโหย เสียงโอดโอยของคนจน
โอดโอยทุกแห่งหน ว่าโอ้โอ๋นี่หรือไทย"
ผู้เขียนแสดงความรู้สึกอย่างไร
ผิดหวัง
ว้าเหว่
วังเวง
วุ่นวาย
"อันข้าไทได้พึ่งเขาจึงรัก แม้ด้อยศักดิ์สิ้นอำนาจวาสนา
เขาหน่ายหนีมิได้อยู่คู่ชีวา แต่วิชาช่วยกายจนวายปราณ"
ข้อใดสรุปคำประพันธ์ข้างต้นได้ดีที่สุด
รู้อะไรรู้ให้จริง
รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา
รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม
รู้มากยากนาน รู้น้อยพลอยรำคาญ
"มดเอ๋ยมดน้อย เจ้าค่อยค่อยคืนคลานผ่านเป็นแถว
หัวหน้านำเดินเรียบระเบียบแนว พินิจแล้วน่าชมนิยมนัก
เป็นตัวอย่างความขยันหมั่นกอบกิจ ถึงตัวนิดใครรุกรานมาหาญหัก
สามัคคีรวมกำลังกันทั้งพรรค ปรปักษ์พ่ายฤทธิ์พิษร้ายเอย"
คำประพันธ์ข้างต้นไม่ได้กล่าวถึงเรื่องใด
มดเป็นสัตว์ที่ขยัน
มดเป็นสัตว์ที่มีระเบียบ
มดเป็นสัตว์ที่มีความสามัคคี
มดเป็นสัตว์ที่มีกำลังมากที่สุดถ้าเทียบกับน้ำหนักตัว
"หอมกลิ่นดอกไม้ที่ นับถือ
หอมแต่ตามลมฤๅ กลับย้อน
หอมแห่งกลิ่นกล่าวคือ ศีลสัตย์ นี้นา
หอมสุดหอมสะท้อน ทั่วใกล้ไกลถึง"
โคลงสี่สุภาพบทนี้ให้แง่คิดในเรื่องใด
ให้เป็นคนดีมีศีลธรรม
ให้รู้จักคุณค่าของดอกไม้
ให้ทำตัวเป็นอย่างดอกไม้หอม
ให้รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับธรรมชาติ
"สิ่งสำคัญที่สุดในจริยวัตรของมนุษย์คือต้องพยายามที่จะไม่ให้เวลาว่างเสียไปโดยไม่มีประโยชน์ เราต้องตีราคาคุณค่าของเวลาให้สูงมาก การเสียเวลาเท่ากับเสียทรัพย์ เสียโอกาส เสียหนทางแห่งความก้าวหน้า และเป็นการสูญเสียที่เราไม่สามารถจะโทษผู้อื่นได้ นอกจากตัวเราเอง"ข้อความนี้ผู้พูดมีเจตนาอย่างไร
ชี้แจง
ขอร้อง
อธิบาย
สั่งสอน
"เห็นผู้ดีมีทรัพย์ประดับแต่ง อย่าทำแข่งวาสนากระยาหงัน
ของตนน้อยก็จะถอยลงทุกวัน เหมือนตัดบั่นต้นทุนสูญกำไร"
บทประพันธ์ข้างต้นตรงกับสำนวนใด
เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง
เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
เห็นขี้ดีกว่าไส้
เห็นช้างเท่าหมู
"ทะเลว่ากว้างไกลเหมือนไร้เขต เปี่ยมด้วยเหตุและผลให้ค้นหา
โอ้ชีวิตสรรพสิ่งอนัตตา ล้วนแต่เป็นปริศนาชวนให้คิด"
คำประพันธ์นี้ สรุปสาระสำคัญได้ตามข้อใด
ธรรมชาติให้ข้อคิดกับชีวิตเสมอ
ธรรมชาติของชีวิตย่อมไม่แน่นอน
ธรรมชาติของหินย่อมแข็งแกร่งแต่ไม่งดงาม
ธรรมชาติของทะเลย่อมอ้างว้างและเร้ขอบเขต
"ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ใจแช่มชื่น เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ ดุจเสนอผู้อื่นให้ชื่นตาม"
ข้อใดไม่ใช่ข้อคิดที่ได้จากบทประพันธ์ข้างต้น
ยิ้มช่วยให้ใจเราสดชื่น
ยิ้มช่วยให้คนอื่นชื่นชมเรา
ยิ้มช่วยให้คนหายโกรธ
ยิ้มช่วยให้คนอื่นสดชื่นตามเรา
"ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ใจแช่มชื่น เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ ดุจเสนอผู้อื่นให้ชื่นตาม"
ปรากฏภาพพจน์ใด
อุปมา
ปฏิพากย์
สัทพจน์
อุปลักษณ์
บทประพันธ์ต่อไปนี้จัดลำดับวรรคได้ถูกต้องและเหมาะสมที่สดุตามข้อใด
ก. ก่อนทำกิจการงานใดใด
ข. ก่อนเชื่อสิ่งใดให้พิสูจน์
ค. คิดให้รอบคอบจึงชอบการ
ง. ก่อนพูดยั้งคิดวินิจฉัย
ง ก ค ข
ก ค ข ง
ข ง ก ค
ข ง ค ก
"เสียงฉิ่งฉับกรับโทนตะโพนกลบ ประโคมศพน่าสังเวชตามเหตุผล
โอ้หนอ...มนุษย์ทั่วทุกตัวตน ไม่รอดพ้นความตายสักรายเดียว"
ผู้เขียนต้องการจะบอกสิ่งใดแก่ผู้อ่าน
ความจริงของชีวิต
ความสิ้นสุดของชีวิต
ความสังเวชของชีวิต
ความว่างเปล่าของชีวิต
"ปลาต้องว่ายทวนน้ำ จึงจะหาอาหารได้ มนุษย์ก็ควรเป็นเช่นเดียวกัน เราจะมีชีวิตอยู่ได้ ก่อร่างสร้างฐานะของเราได้ จะหล่อหลอมอนาคตขึ้นได้ เราต้องเผชิญกับอุปสรรค ชีวิตที่ไม่เคยเผชิยกับอุปสรรคจะไม่มีความเจริยก้าวหน้าแม้แต่อย่างใดอย่างหนึ่ง"
ข้อความนี้ผู้พูดมีเจตนาอย่างไร
ชี้แจง
ขอร้อง
อธิบาย
สั่งสอน
"ให้ท่านท่านจักให้ ตอนสนอง
นบท่านท่านจักปอง นอบไหว้
รักท่านท่านควรครอง ความรัก เรานา
สามสิ่งนี้เว้นไว้ แต่ผู้ทุรชน"
ข้อใดเป็นข้อคิดหลักของข้อความข้างต้น
เราควรอ่อนน้อมถ่อมตน
เราควรมีความเมตตากรุณา
เราควรมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
เราอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติกับเราอย่างไร เราจะต้องปฏิบัติสิ่งนั้นต่อเขาก่อน
"เขาบอกว่าการหัวเราะ ๑๐๐ ครั้ง เท่ากับการออกกำลังกายถึง ๑๐ นาที แต่ประหยัดทั้งเวลาและสถานที่ เพราะการหัวเราะแต่ละครั้งใช้เวลาเพียง ๕ วินาที แต่ให้คุณทั้งการบริหารหน้าท้อง กระตุ้นกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกาย ทำให้การเต้นของชีพจรเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่า"
ข้อความนี้กล่าวถึงเรื่องใด
วิธีการหัวเราะ
สถานที่หัวเราะ
เวลาที่ควรหัวเราะ
ประโยชน์ของการหัวเราะ
"เมื่อต้นไม้ถูกตัดทิ้ง มันไม่เคยเสียเวลาให้เกิดความเจ็บปวด ท้อแท้ หากแต่พยายามยืดกิ่งแทงหน่อขึ้นมาใหม่ แล้วปล่อยกิ่งที่แห้งหักนั้นให้ตกลงดิน เป็นปุ๋ยอันโอชะของมันต่อไป"
ข้อใดเป็นแนวคิดสำคัญของข้อความข้างต้น
จงมีความอดทน
ควรใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส
ควรนำความผิดพลาดมาเป็นพลัง
ควรใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
