wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โวหารภาพพจน์ ม.3

Total questions: 15

Worksheet time: 5mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงโวหารภาพพจน์ได้ถูกต้อง

a)

การแสดงออกให้เห็นถึงวิธีคิดอย่างลึกซึ้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจ

b)

การใช้ภาษาเพื่ออธิบายเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา

c)

การพลิกแพลงภาษาให้แปลกออกไป ทำให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการ

d)

การใช้คำที่มีความหมายเหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน

2.

ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์แบบอติพจน์

a)

น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย

b)

การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า

c)

เพลงนี้ไพเราะราวกับเพลงจากสวรรค์

d)

ลูกสาวของเขาช่างน่ารักน่าเอ็นดู

3.

ก้มเกล้าเคารพอภิวาท พระปิ่นภพภูวนาถนาถา

ยับยั้งคอยฟังพระวาจา จะบัญชาให้ยกโยธี

(อิเหนา)

จากคำประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์แบบใด

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

สัญลักษณ์

d)

บุคคลวัต(บุคลาธิษฐาน)

4.

มันก็เป็นช้างงาอันกล้าหาญ เราก็เป็นช้างสารอันสูงใหญ่

จะอยู่ป่าเดียวกันนั้นฉันใด นานไปก็จะยับอัปมาน

(ขุนช้างขุนแผน)

จากคำประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์แบบใด

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

สัญลักษณ์

d)

บุคคลวัต(บุคลาธิษฐาน)

5.

บทประพันธ์ใดไม่ได้ใช้โวหารภาพพจน์แบบสัทพจน์

a)

ต้อยตะริดติ๊ดตี่เจ้าพี่เอ๋ย จะละเลยเร่ร่อนไปนอนไหน

b)

เสียงโหม่งหม่องฆ้องตีเคล้าปี่พาทย์ เสียงเตรงเตร่งเตร๊งระนาดซัดจังหวะ

c)

ครืนครืนคลื่นพิรุณรั่วหล้า สายฟ้าฟาดเปรี้ยงเปรี้ยงเสียงสยอง

d)

กุมแสงกรายกรนาด ยุรยาตรอย่างไกรสร

6.

กลุ่มคำใดไม่ใช่คำเชื่อมของโวหารภาพพจน์แบบอุปมา

a)

คือ เป็น

b)

ปิ้มว่า ปาน

c)

เหมือน ราว

d)

เฉก เช่น

7.

ข้อใดใดมีโวหารภาพพจน์แบบบุคคลวัต(บุคลาธิษฐาน)

a)

ทนต์แดงดั่งแสงทับทิม เพริศพริ้มเพรารับกับขนง

b)

โลกธาตุสะท้อนสะเทือนเหมือนรับรู้ คร่ำครวญอยู่หวั่นไหวไม่ขาดสาย

c)

สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋า

d)

อย่าเอื้อมเด็ดดอกฟ้า มาถนอม

8.

ข้อใดเป็นความหมายของโวหารภาพพจน์แบบนามนัย

a)

โวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อสร้างและเน้นความรู้สึกและอารมณ์

b)

การเปรียบเทียบที่เรียกสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยใช้คำอื่นแทน ซึ่งใช้กันมานานจนเป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป

c)

การใช้คำที่มีความหมายตรงกันข้ามกันหรือขัดแย้งกันมารวมไว้ด้วยกันเพื่อให้มีความหมายใหม่

d)

การเปรียบเทียบโดยการใช้คำหรือวลีซึ่งบ่งลักษณะหรือคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่น

9.

ข้อใดใช้ภาพพจน์เช่นเดียวกับบทประพันธ์ดังต่อไปนี้

ใช่นางเกิดในปทุมา สุริย์วงศ์พงศานั้นหาไม่

จะมาช่วงชิงกันดังผลไม้ อันจะได้นางไปอย่าสงกา

(อิเหนา)

a)

ได้ยินแต่ครวญคร่ำร่ำร้อง จึงเข้าไปแอบมองที่ช่องฝา

b)

สุดแต่ใครดีก็ใครได้ การอะไรของเจ้าผู้เชษฐา

c)

จงยกทัพกลับคืนไปพารา เบื้องหน้าจะได้สืบสุริย์วงศ์

d)

ทนแดงดังแสงทับทิม เพริศพริ้งเพราพักตร์คมขำ

10.

กลุ่มประโยคใดมีโวหารภาพพจน์แบบเดียวกัน

a)

พ่อเป็นคนเมืองย่าโม และ เขามีตุ๊กตาหน้ารถแล้ว

b)

คิดถึงใจจะขาด และ ต้นอ้อหยอกล้อกับสายลมอย่างสนุกสนาน

c)

สวยเหมือนนางฟ้า และ คิ้วโก่งดั่งคันศร

d)

ก้าบ ก้าบ ก้าบ เป็นอาบน้ำในคลอง และ ครูคือเรือจ้าง

11.

เพราะถิ่นนี้มีฟ้ากว้างกว่ากว้าง มีความมืดที่เวิ้งว้างสว่างไสว

เป็นป่าเถื่อนแต่เป็นที่ไม่มีภัย อยู่ห่างไกลแต่ก็ใกล้ในคุณธรรม


จากคำประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์แบบใด

a)

นามนัย

b)

ปฎิพากย์

c)

สัญลักษณ์

d)

บุคคลวัต(บุคลาธิษฐาน)

12.

ข้อใดไม่มีการใช้โวหารภาพภพจน์

a)

สะพานแกว่งลั่นเอี๊ยดอ๊าด คนเลี้ยงวัวตั้งสองยังไม่เคลื่อนไหว

b)

ผู้ชายคนนหึ่งหาบถังใส่น้ำยางมาเอวแอ่น ร่างของเขาเซไปมาเหมือนคนเมา

c)

นางออกจากบ้านท้ายสวนมาเมื่อตะวันเย็นย่ำ ท่ามกลางหมอกควันกลางฤดูหนาว

d)

นุ่นต้นใหญ๋สูงตระง่านเสียดยอดแทงทะลุฟ้า ดูโดดเด่นอยู่ริมปลวก

13.

ข้อใดมีการใช้โวหารภาพภพจน์

a)

แดดเช้าส่องมาอบอุ่น คนเลี้ยงยังคงย่ำเท้าไปข้างหน้าอย่างไม่เร่งร้อน

b)

เธอน่ะกำลังถูกความฟุ้งเฟ้อครอบงำเสียจนตาบอด

c)

บริเวณนั้นเป็นทุ่งโล่งลิบตา ฟากตรงข้ามจอมปลวกเป็นป่าที่เจ้าของเพิ่งถาง

d)

เด็กชายวิ่งวนไปรอบ ๆ บ้านดินทรายยื่นดอกไม้แกว่งไกวหลอกล่อ

14.

ข้อใดเป็นความหมายของโวหารภาพพจน์แบบอติพจน์

a)

โวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อสร้างและเน้นความรู้สึกและอารมณ์

b)

การเปรียบเทียบที่เรียกสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยใช้คำอื่นแทน ซึ่งใช้กันมานานจนเป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป

c)

การใช้คำที่มีความหมายตรงกันข้ามกันหรือขัดแย้งกันมารวมไว้ด้วยกันเพื่อให้มีความหมายใหม่

d)

การเปรียบเทียบโดยการใช้คำหรือวลีซึ่งบ่งลักษณะหรือคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่น

15.

"ต้นอ้อหยอกล้อกับสายลมอย่างสนุกสนาน" จากข้อความข้างต้นเป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด

a)

อุปมา

b)

สัญลักษณ์

c)

บุคคลวัต

d)

ปฎิพากย์