wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

HPF

Total questions: 70

Worksheet time: 33mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่วิธีการสร้างความเชื่อในความสามารถของตนเอง

a)

สร้างจากประสบการณ์ที่สำเร็จของตนเอง

b)

สร้างจากการกระตุ้นทางอารมณ์

c)

สร้างจากการพูดโต้ตอบกัน

d)

สร้างจากการสังเกตประสบการณ์ที่สำเร็จของบุคคลต้นแบบ

2.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญของแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ

a)

การรับรู้การสูญโอกาสและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเมื่อเป็นโรค

b)

การรับรู้อุปสรรคของการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรค

c)

การรับรู้ประโยชน์ของการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรค

d)

การรับรู้ความรุนแรงเมื่อเป็นโรค

3.

การวินิจฉัยทางระบาดวิทยา พฤติกรรม และวิถีชีวิต เป็นขั้นตอนลำดับใดของ PRECEDE-PROCEED Model

a)

ขั้นตอนที่ 2

b)

ขั้นตอนที่ 3

c)

ขั้นตอนที่ 4

d)

ขั้นตอนที่ 5

4.

การวินิจฉัยทางการศึกษาและนิเวศวิทยา เป็นขั้นตอนลำดับใดของ PRECEDE-PROCEED Model

a)

ขั้นตอนที่ 2

b)

ขั้นตอนที่ 3

c)

ขั้นตอนที่ 4

d)

ขั้นตอนที่ 5

5.

การวินิจฉัยในข้อใดที่นำไปสู่การกำหนดพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์หรือพฤติกรรมสุขภาพเป้าหมาย

a)

การวินิจฉัยทางระบาดวิทยา

b)

การวินิจฉัยทางพฤติกรรม

c)

การวินิจฉัยทางการศึกษา

d)

การวินิจฉัยทางการประเมินผล

6.

ในการวินิจฉัยทางสังคมและทางระบาดวิทยา จะนำไปกำหนดในเรื่องใด

a)

วัตถุประสงค์

b)

เป้าหมาย

c)

กลวิธี

d)

ทรัพยากร

7.

เป้าประสงค์หลักของ PRECEDE-PROCEED Model จะให้ความสำคัญกับองค์ประกอบใดมากที่สุด

a)

ปัจจัยนำเข้า

b)

กิจกรรม

c)

ผลงาน

d)

ผลลัพธ์

8.

นางสาว ก อายุ 34 ปี ชอบเต้นแอโรบิคทุกวันเพราะรู้สึกสดชื่นและกระฉับกระเฉงมากขึ้น จากทฤษฎีแบบจำลองการสร้างเสริมสุขภาพของเพนเดอร์ นางสาว ก มีความรู้สึกและท่าทีต่อพฤติกรรมสุขภาพตรงกับข้อใด

a)

การรับรู้ความสามารถตนเอง

b)

การตัดสินใจวางแผนปฏิบัติ

c)

ความคาดหวังในคุณค่าตนเอง

d)

การรับรู้ถึงประโยชน์ของการปฏิบัติ

9.

กระบวนการเสริมพลังอำนาจตามแนวคิดของคอนเจอร์ และ คาร์นูโก มีกี่ขั้นตอน

a)

มี 3 ขั้นตอน

b)

มี 4 ขั้นตอน

c)

มี 5 ขั้นตอน

d)

มี 6 ขั้นตอน

10.

การที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร จัดอยู่ในการมีส่วนร่วมระดับใด

a)

การมีส่วนร่วมแบบสมบูรณ์

b)

มีส่วนร่วมบางส่วน

c)

มีส่วนร่วมปานกลาง

d)

ไม่มีส่วนร่วม

11.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของทฤษฎีพฤติกรรมสุขภาพ

a)

เป็นแนวทางในการกำหนดตัวชี้วัดสำหรับการประเมินผลแผนงานหรือโครงการส่งเสริมสุขภาพ

b)

ใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนงานหรือโครงการส่งเสริมสุขภาพล่วงหน้าได้

c)

ใช้เป็นแนวทางสำหรับการกำหนดตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยเพื่อส่งเสริมสุขภาพ

d)

ใช้เป็นแนวทางสำหรับการปฏิบัติงานส่งเสริมสุขภาพด้านต่าง ๆ ที่เป็นขั้นตอน

12.

จากการสำรวจโรงเรียนแห่งหนึ่งพบปัญหานักเรียนชายส่วนใหญ่สูบบุหรี่ ในโรงเรียน มีการซื้อขายบุหรี่ภายในโรงเรียน ในชั่วโมงเรียนมักจะไม่เรียนหนังสือ มักรวมแก๊งสูบบุหรี่หลังโรงเรียน หากนิสิตได้รับมอบหมาย ให้ส่งเสริมสุขภาพนักเรียนในโรงเรียนท่านจะทำอย่างไร

a)

นำแนวคิดโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเสนอผู้อำนวยการโรงเรียน

b)

นำแนวคิดโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเสนอผู้อำนวยการโรงเรียน

c)

ใช้หลักการลงโทษและการเสริมแรงในการลดพฤติกรรมสูบบุหรี่

d)

เป็นที่ปรึกษาในการเลิกบุหรี่

13.

จากการสำรวจโรงเรียนแห่งหนึ่งพบปัญหานักเรียนชายส่วนใหญ่สูบบุหรี่ ในโรงเรียน มีการซื้อขายบุหรี่ภายในโรงเรียน ในชั่วโมงเรียนมักจะไม่เรียนหนังสือ มักรวมแก๊งสูบบุหรี่หลังโรงเรียน นิสิตจะใช้ยุทธศาสตร์ตามกฎบัตรออตตาวาใดในการสร้างเสริมสุขภาพ

a)

การปรับระบบบริการสาธารณสุข

b)

การพัฒนาทักษะส่วนบุคคล

c)

การเสริมสร้างกิจกรรมชุมชนให้เข้มแข็ง

d)

การสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

14.

จากการสำรวจโรงเรียนแห่งหนึ่งพบปัญหานักเรียนชายส่วนใหญ่สูบบุหรี่ ในโรงเรียน มีการซื้อขายบุหรี่ภายในโรงเรียน ในชั่วโมงเรียนมักจะไม่เรียนหนังสือ มักรวมแก๊งสูบบุหรี่หลังโรงเรียน นิสิตจะใช้กลยุทธ์ใดในการสร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน

a)

Advocate

b)

Enable

c)

Mediate

d)

Reinforcement

15.

จากการสำรวจภาวะสุขภาพนิสิตคณะสาธารณสุขศาสตร์ ทุกชั้นปี พบว่า นิสิตมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากแรกเข้าเป็นส่วนใหญ่ มีนิสิตเข้าข่ายโรคอ้วนจำนวน 6 คน มีน้ำหนักเกินจำนวน 10 คน และเมื่อสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมพบว่านิสิตมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ส่วนใหญ่นั่งติดที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ นิสิตจะสร้างเสริมสุขภาพโดยยึดหลักการส่งเสริมสุขภาพเพื่อแก้ปัญหาอย่างไร

a)

จัดกิจกรรมการแข่งขันการลดน้ำหนักเป็นประจำทุก 3 เดือน

b)

จัดเมนูอาหารควบคุมน้ำหนักเสนอแก่นิสิตทุกคนหลังกิจกรรมวิชาการยามเย็น

c)

จัดเมนูอาหารควบคุมน้ำหนักเสนอแก่นิสิตทุกคนหลังกิจกรรมวิชาการยามเย็น

d)

กระตุ้นให้นิสิตออกกำลังกายด้วยวิธีที่ตนเองสนใจสัปดาห์ละ 3 ครั้งครั้งละ 40-60 นาทีทุกคน

16.

จากการสำรวจภาวะสุขภาพนิสิตคณะสาธารณสุขศาสตร์ ทุกชั้นปี พบว่า นิสิตมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากแรกเข้าเป็นส่วนใหญ่ มีนิสิตเข้าข่ายโรคอ้วนจำนวน 6 คน มีน้ำหนักเกินจำนวน 10 คน และเมื่อสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมพบว่านิสิตมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ส่วนใหญ่นั่งติดที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ นิสิตใช้หลักการใดในการจัดการกับปัญหาสุขภาพดังกล่าวข้างต้น

a)

เลือกใช้วิธีการลดน้ำหนักที่มีงานวิจัยรองรับโดยมุ่งเน้นเฉพาะกลุ่มที่มีน้ำหนักเกิน

b)

ให้สิทธิเสมอภาคกันในการทำกิจกรรมทางกายแก่นิสิตทุกคน

c)

จัดกิจกรรมโดยมุ่งเน้นที่ความแตกต่างของนิสิต สิ่งแวดล้อมและสังคม

d)

ส่งเสริมการมีทางเลือกเพื่อสุขภาพของนิสิต

17.

จากการสำรวจภาวะสุขภาพนิสิตคณะสาธารณสุขศาสตร์ ทุกชั้นปี พบว่า นิสิตมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากแรกเข้าเป็นส่วนใหญ่ มีนิสิตเข้าข่ายโรคอ้วนจำนวน 6 คน มีน้ำหนักเกินจำนวน 10 คน และเมื่อสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมพบว่านิสิตมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ส่วนใหญ่นั่งติดที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ นิสิตจะมีกรอบการดำเนินงานอย่างไรเพื่อให้สามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

a)

พัฒนาความร่วมมือภายในคณะเพื่อการลงมือปฏิบัติร่วมกัน

b)

ขับเคลื่อนกิจกรรมโดยสโมสรนิสิตคณะเพียงกลุ่มเดียว

c)

ทดลองโปรแกรมโดยศึกษานำร่องในกลุ่มที่มีภาวะน้ำหนักเกิน

d)

ประเมินผลการดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นระยะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขที่ต่อเนื่อง

18.

ข้อใดสามารถอธิบายเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพครอบครัวของตนเองได้อย่างถูกต้อง

a)

ไม่จำเป็นต้องดูแลสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว เพราะทุกคนมีหน้าที่ต้องดูแลสุขภาพของตนอยู่แล้ว

b)

เมื่อสมาชิกในครอบครัวเกิดการเจ็บป่วย เราควรเรียกผู้อื่นให้มาช่วยเหลือก่อนเสมอ

c)

ส่งเสริมสมาชิกในครอบครัวให้มีสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่สมบูรณ์แข็งแรง

d)

ไม่ส่งเสริมให้สมาชิกในครอบครัวของตนทำกิจกรรมนันทนาการร่วมกัน

19.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการประเมินภาวะสุขภาพครอบครัวเพื่อส่งเสริมสุขภาพ

a)

ลักษณะทั่วไปของร่างกาย ท่าทาง บุคลิกภาพ (Physical)

b)

สภาพจิตใจของสมาชิกในครอบครัว ภาวะความเครียด สุขภาพจิต (Mental)

c)

สภาพทางอารมณ์ของสมาชิกในครอบครัว (Emotion)

d)

การมีส่วนร่วมของคนในครอบครัว (Family participation)

20.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมสุขภาพครอบครัว

a)

ในสุขภาพปกติ เน้นการส่งเสริมสุขภาพ

b)

ในภาวะเสี่ยง เน้นการป้องกันไม่ให้ปัญหารุนแรงขึ้น

c)

ในภาวะเจ็บป่วย เน้นการสนับสนุนศักยภาพครอบครัวในการดูแลสมาชิกที่เจ็บป่วย

d)

ในภาวะวิกฤติ เน้นการให้คำแนะนำล่วงหน้าและให้คำปรึกษาระยะสั้น

21.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการประเมินภาวะสุขภาพชุมชนเพื่อส่งเสริมสุขภาพ

a)

ลักษณะทางประชากร เศรษฐกิจ สังคม (Community profile)

b)

ภาวะสุขภาพของคนในชุมชน ดัชนีด้านสุขภาพ อุบัติการณ์ของโรคในชุมชน (Community health wellness profile)

c)

ภาวะสุขภาพส่วนบุคคลในชุมชน (Personal profile)

d)

สิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งบริการในชุมชน (Service profile)

22.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมสุขภาพชุมชน

a)

เน้นการมีส่วนร่วมในการรับรู้ วางแผน ดำเนินการ และประเมินผล

b)

พัฒนาศักยภาพในการช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และชุมชน

c)

เจ้าหน้าที่ฯ เป็นผู้แนะทางเลือกที่เหมาะสม พัฒนาความรู้ความเข้าใจ และทัศนคติ

d)

ดูแลเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาส่งผลกระทบต่อกลุ่มอื่นๆ

23.

พฤติกรรมใดจัดเป็นพฤติกรรมเสี่ยงของชุมชน

a)

การขายอาหารในตลาดคลองถมในชุมชน

b)

การดื่มสุราแล้วขับขี่รถยนต์

c)

การดื่มสุราแล้วขับขี่รถยนต์

d)

การข้ามถนนตรงทางข้ามที่กำหนด

24.

องค์ประกอบของการประเมินภาวะสุขภาพของชุมชนมีอะไรบ้าง

a)

คนและสิ่งแวดล้อม

b)

คนและบริการด้านสาธารณสุข

c)

คน สิ่งแวดล้อม และลักษณะทั่วไปของชุมชน

d)

คน สิ่งแวดล้อม และการบริการด้านสาธารณสุข

25.

โครงการสร้างเสริมสุขภาพในข้อใดช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้กับคนในชุมชน

a)

โครงการเมาไม่ขับ

b)

โครงการบ้านเรือนสะอาด

c)

โครงการแอโรบิกยามเช้า

d)

โครงการโรงอาหารปลอดภัย

26.

กลุ่มประชากรอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ทั้งเพทศชายและเพศหญิง มีสาเหตุการตานส่วนใหญ่จากปัญหาใด

a)

อุบัติเหตุและการหกล้ม

b)

โรคไข้เลือดออก

c)

การบาดเจ็บ

d)

โรคไม่ติดต่อ

27.

การสูญเสียสุขภาวะของประชากรไทยอายุ 15 – 29 ปี ทั้งเพศชายและเพศหญิง ได้แก่ข้อใด

a)

การจมน้ำ

b)

การติดเชื้อเอชไอวี

c)

อุบัติเหตุทางถนน

d)

โรคจิตเภท

28.

กลุ่มเด็กอายุ 0-4 ปี มีสาเหตุการตายส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาในข้อใด

a)

โรคอุจจาระร่วง

b)

โรคติดเชื้อต่าง ๆ

c)

ภาวะโภชนาการเกิน

d)

การบาดเจ็บ

29.

ข้อจำกัดของการใช้ข้อมูลทุติยภูมิเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ คือข้อใด

a)

ต้องคาดเดาเอาเองเนื่องจากข้อมูลไม่สมบูรณ์

b)

ระยะเวลาในเก็บข้อมูลนานเกินไป

c)

ต้องใช้จำนวนข้อมูลในปริมาณมาก

d)

ใช้งบประมาณที่จำกัด

30.

ผู้บริหารระดับสูงจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับแผนระดับใดมากที่สุด

a)

แผนกลยุทธ์

b)

แผนปฏิบัติการ

c)

โครงการ

d)

กิจกรรม

31.

กระบวนการใดของการวางแผนการส่งเสริมสุขภาพที่สำคัญที่สุด

a)

การจัดหาทรัพยากร

b)

การกำหนดวัตถุประสงค์ของแผน

c)

การวิเคราะห์สถานการณ์

d)

การนำแผนไปปฏิบัติ

32.

ข้อใดให้ความหมายของคำว่าโครงการได้ถูกต้องที่สุด

a)

แผนงานที่จัดทำขึ้นอย่างมีระบบ

b)

แผนการใช้เงินงบประมาณ

c)

แผนการดำเนินงานตามขั้นตอน

d)

แผนการใช้ทรัพยากร

33.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของโครงการที่ดี

a)

มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน

b)

เป็นการริเริ่มหรือพัฒนางาน

c)

เป็นการดำเนินงานที่ผ่านมา

d)

มีระยะเวลากำหนดแน่นอน

34.

หลักการเขียนโครงการข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

เขียนให้เหมาะสม

b)

เขียนให้กะทัดรัด

c)

เขียนให้ชัดเจน

d)

เขียนให้มีเหตุผล

35.

โครงการจะนำไปปฏิบัติได้ต้องผ่านบุคคลใด

a)

ผู้เขียนโครงการ

b)

ผู้อนุมัติโครงการ

c)

ผู้รับผิดชอบ

d)

ผู้เสนอโครงการ

36.

ลักษณะของวัตถุประสงค์ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบที่เรียกว่า SMART ได้แก่ อะไรบ้างเรียงตามลำดับ

a)

เป็นไปได้ วัดได้ ระบุสิ่งที่ต้องการ มีเหตุผล

มีขอบเขตเวลาดำเนินการ

b)

เป็นไปได้ วัดได้ มีเหตุผล มีขอบเขตเวลาดำเนินการ ระบุสิ่งที่ต้องการ

c)

เป็นไปได้ มีเหตุผล วัดได้ ระบุสิ่งที่ต้องการ

มีขอบเขตเวลาดำเนินการ

d)

ถูกทุกข้อ

37.

ข้อใดเป็นการกล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาในการจัดทำโครงการ

a)

ชื่อโครงการ

b)

วัตถุประสงค์

c)

เป้าหมาย

d)

หลักการและเหตุผล

38.

ข้อใดจำเป็นต้องกำหนดปริมาณ และคุณภาพให้ชัดเจน

a)

หลักการและเหตุผล

b)

วัตถุประสงค์

c)

เป้าหมาย

d)

งบประมาณ

39.

ข้อใดคือการบอกถึงความต้องการหรือทิศทางในการปฏิบัติงานของโครงการ

a)

ชื่อโครงการ

b)

วัตถุประสงค์

c)

หลักการและเหตุผล

d)

เป้าหมาย

40.

ข้อใดคือการบอกลำดับขั้นตอนในการดำเนินงานของโครงการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์

a)

ชื่อโครงการ

b)

วิธีดำเนินงาน

c)

เป้าหมาย

d)

หลักการและเหตุผล

41.

ข้อใดเป็นการกล่าวถึงประโยชน์ที่ควรจะได้รับจากความสำเร็จของโครงการ

a)

หลักการและเหตุผล

b)

วิธีดำเนินงาน

c)

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

d)

วัตถุประสงค์

42.

ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน เรียกว่าอะไร

a)

KPI

b)

KIP

c)

PKI

d)

PIK

43.

โครงการส่งเสริมสุขภาพแตกต่างจากโครงการทั่วไปอย่างไร

a)

เป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด แต่ใช้ระยะเวลานาน

b)

เป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทน แต่ใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด

c)

เป็นโครงการที่ใช้งบประมาณและทรัพยากรน้อยที่สุด

d)

เป็นโครงการที่มีการกำหนดกลยุทธ์การส่งเสริมสุขภาพที่ชัดเจน

44.

ขั้นตอนแรกของกระบวนการประเมินผลโครงการส่งเสริมสุขภาพคืออะไร

a)

การกำหนดตัวชี้วัด

b)

การพิจารณางบประมาณ

c)

การพิจารณาโครงการ

d)

การสร้างเครื่องมือเก็บข้อมูล

45.

การประเมินผลโครงการส่งเสริมสุขภาพในช่วงที่มีการดำเนินงานจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ควรประเมินอะไร

a)

กระบวนการ

b)

บริบท

c)

ผลลัพธ์

d)

ความคุ้มค่า

46.

การประเมินโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ข้อใดเป็นตัวชี้วัด

a)

น้ำหนักตัว

b)

ดัชนีมวลกาย

c)

พฤติกรรมบริโภคอาหาร

d)

ความรู้เรื่องฉลากโภชนาการ

47.

การประเมินทักษะการแปรงฟันของเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมทันตสุขภาพ ควรใช้เครื่องมือใดเก็บข้อมูล

a)

แบบรายงานตนเอง

b)

แบบสังเกต

c)

แบบทดสอบ

d)

แบบสัมภาษณ์

48.

การประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยเบาหวานที่เปลี่ยนแปลงหลังการเข้าร่วมโครงการ ควรใช้เครื่องมือใดเก็บข้อมูล

a)

แบบบันทึกรายการ

b)

แบบสังเกต

c)

แบบทดสอบ

d)

แบบสัมภาษณ์

49.

หน่วยงานใดไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ

a)

สช.

b)

สป.รส.

c)

สป.สช.

d)

อปท.

50.

ภารกิจด้านสาธารณสุขที่ถ่ายโอนให้แก่ อปท. แล้ว ยกเว้นข้อใด

a)

การแก้ไขปัญหาเด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

b)

การส่งเสริมสุขภาพเด็กและกลุ่มวัยผู้สูงอายุ

c)

การสงเคราะห์ผู้ป่วยโรคเรื้อน

d)

เงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ

51.

กลุ่มเป้าหมายใดไม่ได้ถูกกำหนดให้อยู่ในความรับผิดชอบของ อปท. ตามวัตถุประสงค์การบริหารจัดการในกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่

a)

กลุ่มแม่และเด็ก

b)

กลุ่มผู้สูงอายุ

c)

กลุ่มผู้พิการ

d)

กลุ่มผู้ป่วยโรคเอดส์

52.

คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพฯ เห็นชอบหลัก เกณฑ์การสนับสนุนให้ อบต. หรือเทศบาลดำเนินการและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ เมื่อไหร่

a)

27 กุมภาพันธ์ 2549

b)

9 กันยายน 2549

c)

19 มีนาคม 2550

d)

19 กันยายน 2550

53.

ระยะเริ่มต้นการดำเนินงานตามนโยบายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เริ่มเมื่อใด

a)

กันยายน 2549

b)

กันยายน 2550

c)

กันยายน 2551

d)

กันยายน 2552

54.

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มีการจัดสรรงบบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามข้อใด

a)

1,090.41 บาทต่อหัวประชากร

b)

1,137.58 บาทต่อหัวประชากร

c)

452.60 บาทต่อหัวประชากร

d)

405.29 บาทต่อหัวประชากร

55.

สัดส่วนนักวิชาการสาธารณสุขใน รพ.สต. ต่อประชากร ตรงกับข้อใด

a)

1: 1,250

b)

1: 2,500

c)

1 : 5,000

d)

1 : 7,500

56.

ข้อใดไม่ใช่แนวการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพบุคคลในชุมชน

a)

ลดปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

b)

มุ่งให้ประชาชนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ

c)

เป็นการส่งเสริมสุขภาพโดยส่วนใหญ่จากภาครัฐ

d)

ต้องทำอย่างต่อเนื่องและเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต

57.

ข้อใดเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

a)

จัดสถานที่ออกกำลังกายเพื่อคนในชุมชน

b)

จัดบริเวณเฉพาะสำหรับสูบบุหรี่

c)

จัดพื้นที่สำหรับทิ้งขยะมูลฝอย

d)

จัดน้ำดื่มให้ประชาชนในที่สาธารณะ

58.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพของบุคคลในชุมชน

a)

การเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในชุมชน

b)

ใช้สิทธิในการรับบริการด้านการสร้างเสริมสุขภาพอย่างเต็มที่

c)

รับรู้ว่าตนมีสิทธิในการได้รับบริการด้านการสร้างเสริมสุขภาพจากภาครัฐ

d)

ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการสร้างเสริมสุขภาพ

59.

หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของนิสิตกับการมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพของบุคคลในชุมชนคือข้อใด

a)

ร่วมมือปฏิบัติในการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน

b)

ร่วมวางแผนในการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน

c)

รับผิดชอบในการดูแลสุขภาพของชุมชน

d)

รับผิดชอบในการดูแลสุขภาพของตนเอง

60.

เครือข่ายใดที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุดในการมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพของบุคคลในชุมชน

a)

ภาคประชาชน

b)

โรงเรียน

c)

องค์กรภาคเอกชน

d)

องค์กรภาครัฐ

61.

ในชุมชนแห่งหนึ่ง นักวิชาการสาธารณสุขชักชวนประชาชนในชุมชนมาออกกำลังกาย แบบ T-25 เพื่อลดน้ำหนัก นักวิชาการสาธารณสุขท่านนี้กำลังทำหน้าที่ใด

a)

เป็นผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ (Advocator)

b)

เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Chang agent)

c)

เป็นผู้ประสานงาน (Co-ordinator)

d)

เป็นผู้ให้คำปรึกษา (Counselor)

62.

ข้อใดเป็นบทบาทของนักวิชาการสาธารณสุขในการเป็นแบบอย่างที่ดีด้านสุขภาพ

a)

ร่วมเต้นฮูล่าฮูบกับกลุ่มแม่บ้านทุกวัน

b)

จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมด้านสุขภาพ

c)

ส่งเสริมให้มีแกนนำสุขภาพ ในการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

d)

สนับสนุนผู้ติดเชื้อเอดส์ ในการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือด้านอาชีพ

63.

องค์กรในข้อใดที่ทำหน้าที่ส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยบรรลุเป้าหมายที่ว่า “คนไทยมีสุขภาวะอย่างยั่งยืน”

a)

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

b)

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)

c)

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

d)

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

64.

ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ อยู่ในยุทธศาสตร์ใด

a)

ยุทธศาสตร์ที่ 1

b)

ยุทธศาสตร์ที่ 2

c)

ยุทธศาสตร์ที่ 3

d)

ยุทธศาสตร์ที่ 4

65.

แผนยุทธศาสตร์พัฒนาชาติ 20 ปี กำหนดระยะเวลาการดำเนินงานอยู่ในช่วงใด

a)

พ.ศ. 2559 – 2579

b)

พ.ศ. 2560 – 2579

c)

พ.ศ. 2560 – 2580

d)

พ.ศ. 2561 – 2581

66.

ตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาชาติ 20 ปี กำหนดเป้าหมายอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดของคนไทยเป็นกี่ปี

a)

70 ปี

b)

75 ปี

c)

80 ปี

d)

85 ปี

67.

ข้อใดไม่ใช่แนวคิดในการขับเคลื่อนการมีสุขภาพดีตามยุทธศาสตร์พัฒนาชาติ 20 ปี

a)

เน้นการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ

b)

พัฒนาการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมในทุกกลุ่มอายุ

c)

ส่งเสริมสุขภาพในทุกกลุ่มวัย

d)

เพิ่มกรอบงบประมาณด้านการส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัย

68.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ 4E

a)

Promotion and Prevention Excellence

b)

Service Excellence

c)

People Excellence

d)

Expenditure Excellence

69.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับแนวคิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ

a)

Work with

b)

Work by

c)

Work from

d)

work alone

70.

ปีเป้าหมายการดำเนินงานสู่ Smart Thai Citizen คือปีใด

a)

พ.ศ. 2579

b)

พ.ศ. 2580

c)

พ.ศ. 2581

d)

พ.ศ. 2582