wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Comprehensive test

Total questions: 50

Worksheet time: 48mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นบทบาทของผดุงครรภ์ตามกฎหมายวิชาชีพ

a)

เย็บแผลฝีเย็บที่ขาดระดับสาม

b)

ทำคลอดในรายตั้งครรภ์แฝดท่าศีรษะทั้งคู่

c)

คัดกรองภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์

d)

วินิจฉัยภาวะไม่ได้สัดส่วนระหว่างช่องเชิงกรานมารดากับทารกในครรภ์

2.

ผู้คลอดรายใดอยู่ในระยะที่สองของการคลอด

a)

G2P1 ปากมดลูกเปิด 4 เซนติเมตร, บาง 100% station -2, MI

b)

G3P0ปากมดลูกเปิด 6 เซนติเมตร, บาง 80% station 0, MI

c)

G4P3ปากมดลูกเปิด 8 เซนติเมตร, บาง 100% station 0, MI

d)

G1P0ปากมดลูกเปิด 10 เซนติเมตร, บาง 100% station+1, MR

3.

ผู้คลอดเจ็บครรภ์นาน 12 ชั่วโมง ปากมดลูกเปิด 2 เซนติเมตร บาง 80% station 0 Interval 5 นาที Duration 30 วินาที S+ Pain Score 2/10 คะแนน ใช้เวลาส่วนใหญ่นอนพักบนเตียง กิจกรรม ข้อใดช่วยให้ความก้าวหน้าในระยะนี้ดีขึ้น

a)

จัดให้นอนท่าศีรษะสูง

b)

ให้นอนราบตะแคงซ้าย

c)

ให้ลุกเดินเข้าห้องน้ำและลุกนั่งหรือเดินบ้าง

d)

ให้รับประทานอาหารอ่อน และนอนพักบนเตียงต่อไป

4.

ผู้คลอดอายุ 40 ปี สูง 145 ซม. หนัก 89 กิโลกรัม มี GDMA1 G5P4 GA 37 สัปดาห์ EFW = 4,200 gm. Breech Presentation เจ็บครรภ์ทุก 3 นาที นาน 40 วินาที Severity +++ ปากมดลูกเปิด 4 ซม. บาง 100% station -1 ปัจจัยการคลอดข้อใดเป็นปกติ

a)

Power

b)

Passage

c)

Passenger

d)

Physical condition

5.

การชักนำการคลอดในผู้คลอดรายใด มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงสุด

a)

Cx.dilatation 3 cm., effacement 90%, Cervical anterior & soft station 0

b)

Cx.dilatation 3 cm., effacement 80%, Cervical anterior & medium, station -2

c)

Cx.dilatation 4 cm., effacement 70%, Cervical posterior & firm, station -1

d)

Cx.dilatation 4 cm., effacement 50%, Cervical posterior & medium, station 0

6.

ตรวจภายในพบ sagittal suture อยู่แนวหน้าหลังของช่องเชิงกราน occipital bone ยันใต้ Symphysis pubis, anterior fontanelle อยู่ใกล้ coccyx ของมารดา ลำดับต่อไปทารกในครรภ์อยู่ในกลไกใดของการคลอด

a)

Flexion

b)

Expulsion

c)

Extension

d)

Restitution

7.

หญิงตั้งครรภ์ G1P0 GA 37 wk. เจ็บครรภ์ปานกลางทุก 5 นาที ผลเลือดปกติ BP 120/80 mmHg, PR = 80 bpm, RR 20 ครั้ง/นาที, T = 37.5 C ปากมดลูกเปิด 6 cm. Effacement 100 % station 0, MI FHS = 130 bpm การพยาบาลแรกรับใหม่ ข้อใดไม่เหมาะสม

a)

รายงานหัวหน้าเวรทราบ

b)

งดน้ำและอาหารทางปาก

c)

รายงานแพทย์ทราบสภาพทั่วไปทันที

d)

บอกความก้าวหน้าของการคลอดแล้วให้ไปนอนรอคลอด

8.

ผู้คลอดรายใดต้องรายงานแพทย์ทันทีหลังการรับใหม่

a)

G2P0 GA 37 wk. ปากมดลูกเปิดหมด, station+2 MR

b)

G3P2 GA 42+3 wk. ปากมดลูกเปิดหมด, station+2, MR.

c)

G5P4 GA 42 wk. ปากมดลูกเปิด 8 cms, station +1, MR

d)

G1P0 GA 36 wk. เจ็บครรภ์ทุก 5 นาที ปากมดลูกเปิด 4 cm.,MR

9.

ผู้คลอด G2P1 GA 37 wk. เวลา 12.00 น. Cervix dilatation 4 cms, Effacement 80%, station 0, MI, FHS. 140 bpm. Interval 3 min., duration 50 sec., severity strong ปากมดลูกควรเปิดหมดเวลาใด

a)

15.00 น.

b)

16.00 น.

c)

17.00 น

d)

18.00 น.

10.

ผู้คลอด G2P1 GA 37 wk. เวลา 12.00 น. Cx.= 4 cms, Eff=80%, station 0, MI, FHS=140 bpm. I=3 min., D=50 sec., S+++ ต่อมาเวลา 14.30 น. Cx.=4 cm. Eff=100%, station 0, MI, I=3 min., D=55 second, S+++, FHR=150 bpm ท่านควรให้การพยาบาลในข้อใด

a)

แนะนำให้ลุกเดินบ่อยๆ

b)

กระตุ้นให้ถ่ายปัสสาวะป้องกัน Bladder full

c)

On monitor ประเมิน FHS ตลอดเวลา

d)

สังเกตอย่างใกล้ชิดต่อ อีก 2 ชม.

11.

มารดา G1 P0 เวลา 12.00 น. Cx.=5 cm. Eff=100 %, station 0, MI, I = 3',D = 50", S+++ เวลา 14.10 น. SMR, AF Clear มดลูกหดรัดตัวเหมือนเดิม ปากมดลูกเปิดเท่าเดิม ข้อวินิจฉัยใดเหมาะสมสำหรับมารดารายนี้

a)

เสี่ยงต่อการคลอดล่าช้าจากภาวะ Secondary arrest of descent

b)

เสี่ยงต่อการคลอดล่าช้าจากภาวะ Secondary arrest of dilatation

c)

เสี่ยงต่อการคลอดล่าช้าจากภาวะ Prolonged deceleration phase

d)

เสี่ยงต่อการคลอดล่าช้าจากภาวะ Protracted active phase dilatation

12.

มารดา G1 P0 เวลา 12.00 น. Cx.=5 cm. Eff=100 %, station 0, MI, I = 3', D = 50", S+++ เวลา 14.10 น. SMR, AF Clear มดลูกหดรัดตัวเหมือนเดิม ปากมดลูกเปิดเท่าเดิม ท่านจะให้การพยาบาลอย่างไร

a)

งดน้ำและอาหารทางปาก เตรียมผ่ตัดคลอด

b)

ให้นอนพักบนเตียงตลอดเวลา

c)

เสริ์ฟหม้อนอนบนเตียง กระตุ้นให้ปัสสาวะ

d)

รายงานแพทย์เพื่่อสวนปัสสาวะทิ้ง

13.

ตรวจภายในพบปากมดลูกเปิดหมด subocciput ยันอยู่ใต้ symphysis pubis กิจกรรมการพยาบาลที่เหมาะสมคือข้อใด

a)

ให้นอนตะแคงซ้าย

b)

ตัดฝีเย็บทันทีให้กว้างพอ

c)

หายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ ทางปาก

d)

เชียร์ให้เบ่งอย่างมีประสิทธิภาพ

14.

ผู้คลอดเบ่งจนเห็นศีรษะทารกส่วน Biparietal bone ผ่านปากช่องคลอดออกมา ท่านจะให้การช่วยคลอดอย่างไร

a)

ตัดฝีเย็บ

b)

ให้แม่หยุดเบ่ง อ้าปาก ร้องอา

c)

โกยศีรษะทารกให้เงยหน้าขึ้น

d)

กดท้ายทอยทารกลงไม่ให้เงยเร็วเกินไป

15.

หลังจากรกลอกตัวสมบูรณ์แล้ว พยาบาลเตรียมทำคลอดโดยวิธี Modified Crede’s Maneuver การกระทำใดที่ช่วยป้องกันมดลูกปลิ้น

a)

ดันให้มดลูกมาอยู่แนวกลางลำตัว

b)

ใช้อุ้งมือข้างถนัดคลึงมดลูก แล้วดันยอดมดลูก ทำมุม 30 องศากับแนวดิ่ง

c)

ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดกดลงแรงๆ บริเวณเหนือกระดูกหัวเหน่า

d)

ใช้มือข้างที่ถนัดกดเหนือกระดูกหัวเหน่า โกยขึ้นไปทางยอดมดลูก

16.

ขณะที่ผู้คลอดเข้าสู่ระยะเบ่งคลอด ตรวจพบว่า Large part อยู่ด้านขวา เมื่อศีรษะทารกโผล่พ้นช่องคลอดแล้ว มองเห็นท้ายทอยทารกอยู่ทางด้านขวาของขาแม่ ผู้ทำคลอดควรช่วยหมุนศีรษะทารกเพื่อทำ external rotation อย่างไร

a)

หมุนทวนเข็มนาฬิกา 45 องศา

b)

หมุนตามเข็มนาฬิกา 45 องศา

c)

หมุนทวนเข็มนาฬิกา 135 องศา

d)

หมุนตามเข็มนาฬิกา 135 องศา

17.

ลักษณะในข้อใด เรียกว่ารกน้อยชนิด Placenta succenturiata

a)

มีเส้นโลหิตทอดผ่านมาจนถึงแผ่นรกที่มีขนาดเล็กกว่า

b)

มีลักษณะเลือดเก่าค้างอยู่ในร่องระหว่างรกใหญ่กับรกน้อย

c)

เส้นโลหิตส่วนปลายขาดหายไปตั้งแต่ก่อนถึงขอบริมรกแผ่นใหญ่

d)

แผ่นรกน้อยอยู่ติดขอบของ Closing Ring ‘s of Wrinkle Waldeyer

18.

มารดาหลังคลอด 2 ชม. สีหน้าค่อนข้างซีด บ่นปวดมดลูก คลำพบมดลูกนิ่มมาก กระเพาะปัสสาวะไม่เต็ม ผ้าอนามัยมีเลือดชุ่ม 2 ชิ้นเต็ม วัดความดันโลหิตได้ 100/60 มม.ปรอท ชีพจร 92 ครั้ง/นาที มีเหงื่อออกที่ฝ่ามือ ท่านจะให้การพยาบาลเป็นอันดับแรกอย่างไร

a)

สวนปัสสาวะทิ้งทันที

b)

คลึงมดลูกให้กลมแข็ง

c)

ให้ออกซิเจน Cannula 4 ลิตร/นาที

d)

รายงานแพทย์ เตรียมล้วงเศษรกทันที

19.

ทารกแรกเกิด ร้องเสียงเบา ตัวแดง ปลายมือปลายเท้าเขียวเล็กน้อย เมื่อดูดเสมหะ ทำสีหน้าแสยะ งอแขนขาได้ดี หายใจสม่ำเสมอ อัตราการเต้นของหัวใจ 120 ครั้ง/นาที APGAR Score เท่าไร

a)

7 คะแนน

b)

8 คะแนน

c)

9 คะแนน

d)

10 คะแนน

20.

ทารกแรกเกิด Active ดี น้ำหนัก 2,500 กรัม หลังคลอด 30 นาที ได้ยินเสียงครืดคราดในลำคอ ร้องเบา อัตราการหายใจ 60 ครั้ง/นาที อุณหภูมิ 36.7C การพยาบาลที่เหมาะสมคือข้อใด

a)

ดูดเสมหะ ให้ความอบอุ่น ให้ดูดนมมารดา

b)

ให้ออกซิเจน ให้ความอบอุ่น รายงานแพทย์

c)

ให้ออกซิเจน ตรวจหาน้ำตาลในเลือด รายงานแพทย์

d)

ตรวจหาน้ำตาลในเลือด ให้ความอบอุ่น รายงานแพทย์

21.

หญิงตั้งครรภ์รายใดที่มีคะแนน BPP ต่ำ ควรยุติการตั้งครรภ์ทันที

a)

NST มี absent variability และ AFI 3 เซนติเมตร

b)

NST มี moderate variability และมี early deceleration

c)

1 วัน ก่อนมาโรงพยาบาลทารกในครรภ์ดิ้นน้อยกว่า 10 ครั้งทำ NST แล้ว reactive

d)

NST ไม่มี acceleration ใน 10 นาที ทำ VAS แล้วมี acceleration 2 ครั้งใน 20 นาที

22.

คำแนะนำในข้อใดเหมาะสมที่สุดเกี่ยวกับการประเมินภาวะสุขภาพทารกในครรภ์

a)

ให้นับลูกดิ้นทุกวันตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ วันละไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง

b)

ให้นับลูกดิ้นตั้งแต่ 8.00 – 12.00 น. ถ้าดิ้นน้อยกว่า 10 ครั้ง ให้ลองนับใหม่ในวันถัดไป

c)

กรณี Post-term นัดให้หญิงตั้งครรภ์มาทำ NST ทุกวันเพื่อประเมินภาวะสุขภาพทารกในครรภ์

d)

ให้บันทึกการดิ้นทุกวัน หลังอาหารมื้อละ 1 ชั่วโมง ควรมากกว่า 3 ครั้ง รวมกัน 3 มื้อต้องมากกว่า 10 ครั้ง

23.

การดูแลมารดา ที่ได้รับ Oxytocin ข้อใดไม่เหมาะสม

a)

ตรวจภายในช่องคลอด ทุก 30 นาที

b)

ติดตามเสียงหัวใจทารกทุก 15-30 นาที

c)

จับการหดรัดตัวของมดลูกทุก 15 – 30 นาที

d)

ปรับจำนวนหยดตามการหดรัดตัวของมดลูกทุก 30 นาที

24.

หลักการพิจารณาให้ยาบรรเทาความเจ็บปวดในระยะคลอดแก่มารดารอคลอด ควรพิจารณาสิ่งใดเป็นอันดับแรก

a)

ทารกจะต้องไม่คลอดภายใน 2-4 ชั่วโมง

b)

มารดาต้องไม่ได้รับ Oxytocin เพื่อเร่งคลอด

c)

พิจารณาให้เมื่อปากมดลูกเปิด 7 เซนติเมตรขึ้นไป

d)

ใช้เฉพาะรายที่ตั้งครรภ์ร่วมกับการมีโรคทางอายุรกรรม

25.

หญิงตั้งครรภ์ อายุ 42 ปี G2P1 GA 12 สัปดาห์ มาฝากครรภ์ครั้งแรก ท่านควรส่งพบแพทย์เพื่อการทำในข้อใดทันที

a)

ป้องกันการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด

b)

คัดกรอง Gestational Diabetes Mellitus

c)

ติดตามประเมินภาวะ Pregnancy induced hypertension

d)

ตรวจ Amniocentesis หาโครโมโซมผิดปกติของทารกในครรภ์

26.

หญิงตั้งครรภ์ อายุ 40 ปี G1P0 GA 28 wk. มาฝากครรภ์ตามปกติ ฟัง FHS ไม่ได้ U/S ไม่พบ fetal Heart Beat หลังแพทย์แจ้งผลให้ทราบหญิงตั้งครรภ์มองหน้าแพทย์ตาค้าง จากนั้นร้องไห้ไม่หยุด ท่านคิดว่าหญิงตั้งครรภ์อยู่ในภาวะใดและจะให้การพยาบาลอย่างไร

a)

ช็อค อยู่เป็นเพื่อรับฟังการระบาย

b)

ยอมรับ แนะนะวิธีการสิ้นสุดการตั้งครรภ์

c)

ต่อรอง ส่งตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงซ้ำ

d)

ปฏิเสธ เปิดโอกาสให้ไปตรวจสอบที่สถานพยาบาลอื่น

27.

หญิงตั้งครรภ์อายุ 16 ปี G2P0 GA 30 สัปดาห์ BMI ก่อนตั้งครรภ์ 17 kg/m2 Hct 34 mg% MCV 80 fL MCH 28 pg. weight gain 3 kgs.ท่านคิดว่าปัญหาที่จะเกิดคือข้อใดสำคัญที่สุด และจะให้การพยาบาลอย่างไร

a)

แท้งซ้ำจากอายุน้อย ให้งดการมีเพศสัมพันธ์

b)

ซีดจากการขาดธาตุเหล็กแนะนำรับประทานอาหารเหล็กสูงและยาบำรุง

c)

คลอดก่อนกำหนดจากภาวะซีดให้นอนพักและทำกิจวัตรประจำวันบนเตียง

d)

ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ให้รับประทานอาหารวันละ 6 มื้อและยาบำรุง

28.

หญิงตั้งครรภ์ อายุ 32 ปี G5P4 GA 24 wk มาฝากครรภ์ครั้งแรก BMI ก่อนตั้งครรภ์ 19 kg/m2 สูบบุหรี่มานาน 5 ปี ยังคงสูบวันละ 10 มวน น้ำหนักเพิ่มขึ้นก่อนตั้งครรภ์ 2 Kg. ตรวจหน้าท้อง HF อยู่ระดับสะดือปัญหาที่อาจจะเกิดและคำแนะนำที่เหมาะสมที่สุด

a)

อาจแท้งให้นอนพักให้มาก

b)

ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ให้ไปพบคลินิกเลิกบุหรี่

c)

ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ให้มาตรวจตามนัดทุกครั้ง

d)

เบาหวานในระยะตั้งครรภ์ ส่งไปคัดกรองด้วยน้ำตาล 50 g.

29.

หญิงตั้งครรภ์ GA 32 สัปดาห์ ลูกดิ้นน้อยลง 1 วัน ก่อนมา รพ. ให้ประวัติว่าถูกสามีเตะตกบันได 5 ขั้น ก้นกระแทก ไม่มีน้ำเดิน ไม่มีเลือดออกทางช่องคลอด มดลูกหดรัดตัวชั่วโมงละ 4 ครั้ง ครั้งละไม่นาน ท่านจะให้การพยาบาลอย่างไรเป็นอันดับแรก

a)

On monitor 20 นาที เพื่อประเมินภาวะ fetal distress

b)

ส่งพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการวินิจฉัยด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง

c)

ตรวจภายในดูการเปิดขยายของปากมดลูกก่อนรายงานแพทย์

d)

ให้นอนพักใน รพ. และประเมินการหดรัดตัวของมดลูกทุก 1 ชั่วโมง

30.

หญิงตั้งครรภ์แรก อายุครรภ์ 35 สัปดาห์ น้ำหนักเพิ่ม 1.5 กิโลกรัม/สัปดาห์ ปวดศีรษะ BP = 170/110 mmHg, Urine Albumin = 3+ แพทย์สั่งให้ On 5% D/W 1000cc. + 50% MgSO4 40 gm. IV 100 cc/hr ขณะให้ยา MgSO4 พบว่ามารดามีอาการกระสับกระส่าย แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปัสสาวะออกน้อย ควรดูแลให้มารดาได้รับยาในข้อใด

a)

Glucocorticoid

b)

Lasix 20 mg. IV

c)

Valium 5 mg. IV

d)

10% Calcium Gluconate 10 cc. IV

31.

ผู้คลอดได้รับยา MgSO4 IV ในขณะคลอด ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่สุด หลังคลอดคือข้อใด

a)

อาการชัก

b)

ความดันโลหิตสูง

c)

ติดเชื้อหลังคลอด

d)

ตกเลือดหลังคลอด

32.

หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 30 สัปดาห์ ตรวจอัลตราซาวด์พบ AFI = 5 cm ควรให้การพยาบาลอย่างไร

a)

ดื่มน้ำให้มากๆ

b)

สอนนับลูกดิ้น

c)

รับประทานอาหารประเภทถั่วและเนื้อสัตว์

d)

มาตรวจตามนัดเพื่อประเมินระดับน้ำคร่ำบ่อยๆ

33.

จากผลอัลตราซาวด์ พบ monochorion, diamnion twins เสี่ยงที่จะเกิดภาวะใดในครรภ์

a)

Stuck Twins

b)

Fraternal Twins

c)

Discordant Twins

d)

Twins-Twins Transfusion Syndrome

34.

หญิงตั้งครรภ์แรก อายุครรภ์ 37 สัปดาห์ เป็นโรคหัวใจระดับ 2 ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ อาการทั่วไปปกติ เจ็บครรภ์คลอด มีความก้าวหน้าของการคลอดปกติ ควรให้หญิงตั้งครรภ์รายนี้คลอดโดยวิธีใด

a)

ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง

b)

ช่วยคลอดโดยใช้คีม หรือเครื่องดูดสุญญากาศ

c)

คลอดเอง แต่ทำ Pudendal block เมื่อปากมดลูกเปิดหมด

d)

คลอดเองตามธรรมชาติ แต่ให้คลอดในท่า Fowler ‘s position

35.

หญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ครั้งแรก เมื่ออายุครรภ์ 24 สัปดาห์ ได้รับการวินิจฉัยเป็นธาลัสซีเมีย ท่านควรให้คำแนะนำอย่างไรที่เหมาะสมที่สุด

a)

รับประทานอาหารเน้นจำพวกเครื่องในสัตว์

b)

หลังคลอดแล้ว ควรวางแผนคุมกำเนิดชนิดถาวร

c)

ดูแลให้ได้รับยาที่มีโฟลิคเป็นส่วนประกอบหลัก

d)

แนะนำให้มารับโลหิตในครั้งหน้าที่นัดมาตรวจครรภ์

36.

หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 18 สัปดาห์ มีต่อมไทรอยด์โต ใจสั่น ชีพจร 110 bpm BP 140/90 mmHg ตรวจ TSH ต่ำกว่าปกติ fT4 สูง แพทย์ให้รับประทาน PTU 1×3 หลังอาหาร คำแนะนำข้อใด ถูกต้องที่สุด

a)

โรคจะส่งผลให้ทารกในครรภ์ตัวโตจนอาจเกิดการคลอดยากได้

b)

ยาผ่านรกได้น้อย แต่อาจทำให้ทารกแรกเกิดมีอาการ hypothyroidism ได้

c)

ยาผ่านรกไม่ได้ จึงไม่ทำให้ทารกแรกเกิดมีอาการ hyperthyroidism ได้

d)

รับประทานอาหารให้เพียงพอโดยประเมินจากการเพิ่มของน้ำหนักตัวที่เหมาะสม

37.

หญิงตั้งครรภ์แรก อายุครรภ์ 12+3 สัปดาห์ 1 ชั่วโมงก่อนมามีเลือดออกทางช่องคลอดสีแดงสด ประมาณ 1 แก้ว เห็นมีถุงหลุดออกมา ไม่เจ็บครรภ์ แต่เลือดยังไหลไม่หยุด ชุ่มผ้าอนามัยการพยาบาลข้อใดควรปฏิบัติเป็นอันดับแรก

a)

เตรียมขูดมดลูก

b)

ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก

c)

ประเมินสัญญาณชีพทุก 10 นาที

d)

ฟังเสียงหัวใจทารกในครรภ์ด้วย Doppler

38.

หญิงตั้งครรภ์ G1 P0 GA 12 wk มีเลือดออกทางช่องคลอดชุ่มผ้าอนามัย 3 ผืน รู้สึกเหมือนมีเนื้อเยื่อปนออกมาติดผ้าอนามัย ตรวจครรภ์พบ HF= 2/3 >SP,U/S ไม่พบ FHR ตรวจภายใน Cx.dilatation 2 cm. มีเศษ membranes ค้างที่ปากมดลูก หญิงตั้งครรภ์ รายนี้น่าจะเกิดภาวะใด

a)

ช็อก

b)

แท้งค้าง

c)

แท้งคุกคาม

d)

ติดเชื้อในมดลูก

39.

หญิงตั้งครรภ์ GA 34 wk. รายใดอยู่ในภาวะ Placenta previa

a)

มีเลือดสดๆ ออกทางช่องคลอด มีการหดรัดตัวของมดลูก ทารกอยู่ในภาวะคับขัน

b)

มีเลือดสดๆ ออกทางช่องคลอด ไม่มีการหดรัดตัวของมดลูก ทารกอยู่ในภาวะปกติ

c)

มีมูกเลือดสีคล้ำๆ ออกทางช่องคลอด มีการหดรัดตัวของมดลูก ทารกอยู่ในภาวะปกติ

d)

มีมูกเลือดสีคล้ำๆ ออกทางช่องคลอด มีการหดรัดตัวของมดลูก ทารกอยู่ในภาวะคับขัน

40.

สตรีตั้งครรภ์ทีมีผลการตรวจ HBsAg พบว่า Positive คำแนะนำการรับ HBV ข้อใดถูกต้อง

a)

รับตอนอายุ 0,1,6 เดือน

b)

รับตอนอายุ 0,2,6 เดือน

c)

รับตอนอายุ 1,2,6 เดือน

d)

รับตอนอายุ 1,6 เดือน เข็มแรกรับ HBIG แทน

41.

หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ให้ประวัติว่าเพื่อนที่ทำงานมีผื่นขึ้นตามตัว แพทย์จึงส่งตรวจระดับ anti-rubella Ig G ผล positive anti-rubella Ig M ผล negative คำแนะนำข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

มีภูมิคุ้มกันต่อโรคหัดเยอรมันมาก่อน ไปทำงานต่อได้เลย

b)

ควรไปรับ Vaccine ทันทีเพื่อป้องกันการติดเชื้อ rubella virus

c)

มีภูมิคุ้มกันต่อโรคหัดเยอรมันมาก่อนแล้ว สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้

d)

ควรยุติการตั้งครรภ์ เพราะหญิงตั้งครรภ์ติดโรคหัดเยอรมันมาแล้ว

42.

หญิงตั้งครรภ์ GA 32 สัปดาห์ ผล TPHA : Reactive คำอธิบายข้อใดถูกต้อง

a)

“โอกาสที่ลูกจะติดเชื้อมีน้อยมาก สามารถคลอดบุตรได้ตามปกติ”

b)

“ผลตรวจยังไม่แน่นอน ควรจะมาตรวจยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ด้วยวิธีอื่น”

c)

“หลังคลอดบุตรแล้ว จำเป็นต้องแยกจากมารดา เพื่อป้องกันลูกติดเชื้อ”

d)

“รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ อาจทำให้มีการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดได้”

43.

ผู้คลอด มีภาวะ Amniotic Fluid Embolism คลอดโดยใช้คีมช่วยคลอด เสียเลือดไป 400 มิลลิลิตร ในระยะหลังคลอด 2 ชั่วโมง สัญญาณชีพ BP = 100/70 mmHg PR = 88 bpm RR = 18/m รู้สึกตัวดี ให้ออกซิเจน mask with bag 10 LPM ปัญหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้คลอดรายนี้

a)

เสี่ยงต่อภาวะช็อกจากการมีปฏิกิริยาภูมิแพ้

b)

มีการตกเลือดหลังคลอด เนื่องจากการหดรัดตัวของมดลูกน้อย

c)

เสี่ยงต่อการตกเลือดหลังคลอดจากปัจจัยการแข็งตัวของเลือดลดลง

d)

เสี่ยงต่อสมองขาดออกซิเจน เนื่องจากมีการอุดกั้นของระบบไหลเวียนเลือด

44.

ผู้คลอดมาถึงโรงพยาบาล พบสายสะดือย้อยจนเห็นภายนอกช่องคลอดยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลักษณะน้ำคร่ำใส ประมาณ 100 มิลลิมิตร การพยาบาลที่สำคัญที่สุดคือข้อใด

a)

ใช้หม้อนอนรองก้นของผู้คลอดให้ยกสูงขึ้น

b)

ให้ออกซิเจน face mask with bag 10 LPM

c)

ฟังเสียงหัวใจทารกในครรภ์ด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

d)

ใส่ถุงมือปราศจากเชื้อสอดนิ้วมือ 2 นิ้ว ทางช่องคลอด ดันส่วนนำให้สูงขึ้น

45.

ผู้คลอด G1 P0 EFW 4,000 กรัม เมื่อศีรษะทารกคลอด ผู้ทำคลอดพยายามทำคลอดไหล่หน้า นาน 1 นาที ไม่สามารถคลอดไหล่หน้าได้ การพยาบาลในข้อใดควรปฏิบัติเป็นอันดับแรก

a)

เรียกทีมช่วยเหลือการคลอดติดไหล่

b)

ตัดฝีเย็บเพิ่มเพื่อขยายช่องทางคลอด

c)

ใช้เทคนิค Wood corkscrew maneuver

d)

ลองดึงไหล่หน้าใหม่ โดยให้ผู้คลอดออกแรงเบ่งช่วยเต็มที่

46.

ขณะที่แพทย์ทำคลอดทารกท่าก้น ลำตัวคลอดผ่านช่องคลอดเหลือศีรษะอยู่ภายในช่องคลอด แพทย์ใส่คีมเพื่อทำคลอดศีรษะ พยาบาลควรให้การช่วยเหลืออย่างไร

a)

ช่วยกดบริเวณเหนือหัวเหน่า

b)

เชียร์ให้ผู้คลอดออกแรงเบ่งเต็มที่

c)

ช่วยจับเวลาให้การคลอดสิ้นสุดภายใน 8 นาที

d)

ใช้ผ้ารองยกลำตัวและจับข้อเท้าทารกยกขึ้น ให้ทารกเงยหน้าเล็กน้อย

47.

มารดาหลังคลอดปกติ 3 วัน น้ำคาวปลาสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นเหม็น วัดระดับยอดมดลูกได้ระดับสะดือ ปวดมดลูกมาก อุณหภูมิ 37.8 C แผลฝีเย็บไม่บวมแดง เต้านมคัดตึงเล็กน้อยทั้งสองข้าง น้ำนมไหลน้อย มารดารายนี้มีภาวะผิดปกติใด และควรให้การพยาบาลอย่างไร

a)

Mastitis งดให้ทารกดูดนมแม่

b)

Endometritis เตรียมส่งห้องผ่าตัดเพื่อทำการขูดมดลูกเอาเศษรกออก

c)

Reactionary fever เช็ดตัวลดไข้ และประคบเย็นริเวณท้องน้อย

d)

Metritis แนะนำให้คลึงมดลูก นอนคว่ำใช้หมอนหนุนท้องน้อยและรับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

48.

มารดาหลังคลอด เต้านมคัดตึง รู้สึกหงุดหงิดง่าย กังวลมาก ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ เมื่อลูกร้องไม่อยากให้นมลูก บ่นเพลีย รับประทานอาหารไม่ได้ นอนไม่หลับ เป็นมานาน 3 สัปดาห์ การพยาบาลใด เหมาะสมที่สุด

a)

ส่งพบจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

b)

แนะนำสามีให้กำลังใจ ช่วยดูแลเมื่อลูกร้อง

c)

ช่วยเหลือมารดาในขณะให้นมบุตรทุก 2-3 ชั่วโมง

d)

ให้ญาติช่วยดูแลทารก ในตอนกลางวันเพื่อให้มารดาได้นอนหลับ

49.

ทารกแรกเกิดควรได้รับการช่วยหายใจโดยใช้ Positive Pressure Ventilation เมื่อใด

a)

หลังจากนวดหน้าอก นาน 30 วินาที แล้วพบว่า HR< 100 bpm

b)

หลังจาก Suction จากปากและจมูก นาน 60 วินาทีแล้วพบว่า HR < 120 bpm

c)

หลังจากที่ดีดฝ่าเท้า กระตุ้นให้หายใจ นาน 30 วินาที แล้วพบว่า HR < 100 bpm

d)

หลังจากใส่ท่อช่วยหายใจและนวดหน้าอก นาน 90 นาที แล้วพบว่า HR < 60 bpm

50.

ทารกแรกเกิดได้รับบาดเจ็บของเส้นประสาทแขนจะตรวจไม่พบปฏิกิริยาสะท้อนใด

a)

Moro reflex

b)

Tonic neck reflex

c)

Plantar grasp reflex

d)

Babinski refeflex