NEW
Font size
Worksheetsสอบกลางภาค 1/2567 ฟท.1/1
Total questions: 50
Worksheet time: 23mins
จากรูปภาพเป็นการวัดส่วนใด
ความยาวเสื้อ
ยาวหน้า
อกสูง
ลำตัวยาว
จากรูปภาพเป็นการวัดส่วนใด
ตะเข็บไหล่
ไหล่กว้าง
ความยาวไหล่
บ่าหลัง
จากรูปภาพเป็นการวัดส่วนใด
รอบอก
บ่าหลัง
ไหล่กว้าง
ตะเข็บไหล่
จากรูปภาพเป็นการวัดส่วนใด
รอบอก
อกห่าง
บ่าหน้า
ไหล่กว้าง
จากรูปภาพเป็นการวัดส่วนใด
รอบอก
บ่าหน้า
ไหล่กว้าง
อกห่าง
จากรูปภาพเป็นการวัดส่วนใด
ความยาวบ่า
อกห่าง
ความยาวเเขน
อกสูง
จากรูปภาพเป็นการวัดส่วนใด
รอบอก
บ่าหน้า
อกสูง
อกห่าง
จากรูปภาพเป็นการวัดส่วนใด
ความยาวเอว
รอบเอว
รอบอก
รอบสะโพก
จากรูปภาพเป็นการวัดส่วนใด
รอบข้อมือ
รอบข้อศอก
รอบต้นเเขน
รอบวงเเขน
จากรูปภาพเป็นการวัดส่วนใด
ความยาวเเขน
รอบเเขน
ความยาวศอก
ไหล่กว้าง
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ใช้น้ำยาฟอกขาวได้
ข. ห้ามซักแห้ง
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ปั่นแห้งด้วยอุณหภูมิต่ำ
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ห้ามบิด
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามบิด
ข. ซักแห้งได้
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ใช้น้ำยาฟอกขาวได้
ข. อบหรือปั่นแห้งได้
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ปั่นแห้งด้วยอุณหภูมิต่ำ
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ใช้น้ำยาฟอกขาวได้
ข. อบหรือปั่นแห้งได้
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ใช้น้ำยาฟอกขาวได้
ข. ห้ามบิด
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ควรใช้น้ำยาฟอกสีชนิดไม่มีคลอรีนเท่านั้น
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ห้ามอบหรือปั่นแห้ง
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ห้ามบิด
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ห้ามบิด
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ห้ามบิด
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ห้ามบิด
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ห้ามอบหรือปั่นแห้ง
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ควรใช้น้ำยาฟอกสีชนิดไม่มีคลอรีนเท่านั้น
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ใช้น้ำยาฟอกขาวได้
ข. ห้ามบิด
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ใช้น้ำยาฟอกขาวได้
ข. อบหรือปั่นแห้งได้
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ใช้น้ำยาฟอกขาวได้
ข. อบหรือปั่นแห้งได้
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ปั่นแห้งด้วยอุณหภูมิต่ำ
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามบิด
ข. ซักแห้งได้
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ห้ามซักแห้ง
ข. ห้ามบิด
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า
สัญลักษณ์นี้หมายถึง
ก. ใช้น้ำยาฟอกขาวได้
ข. ห้ามซักแห้ง
ค. ห้ามใช้นำยาฟอกขาว
ง. ปั่นแห้งด้วยอุณหภูมิต่ำ
การเนา (Basting) มีกี่ชนิด
ก. 2 ชนิด
ข. 3 ชนิด
ค. 4 ชนิด
ง. 5 ชนิด
การเนาเฉียง (Diagonal Basting) คือ
ก. การเนาให้ฝีเข็มเสมอกันทั้งสองด้าน ทั้งด้านผิดและด้านถูก
ข. การเนาใช้ฝีเข็มถี่และฝีเข็มห่างสลับกัน โดยฝีเข็มห่างจะอยู่ด้านถูก (ด้านนอก)ส่วนฝีเข็มถี่จะอยู่ด้านผิด(ด้านใน)
ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน
ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ
การเนาแบบเทเลอร์ คือ
ก. การเนาให้ฝีเข็มเสมอกันทั้งสองด้าน ทั้งด้านผิดและด้านถูก
ข. การเนาใช้ฝีเข็มถี่และฝีเข็มห่างสลับกัน โดยฝีเข็มห่างจะอยู่ด้านถูก (ด้านนอก)ส่วนฝีเข็มถี่จะอยู่ด้านผิด(ด้านใน)
ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน
ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ
การด้น (Running Stitch) มีกี่ชนิด
ก. 2 ชนิด
ข. 3 ชนิด
ค. 4 ชนิด
ง. 5 ชนิด
การด้นตะลุย คือ
ก. การเนาเป็นการเย็บผ้า 2 ชิ้นให้ติดกันอย่างถาวรโดยแทงเข็มขึ้นและลงให้ฝีเข็มถี่ที่สุดใช้เย็บทั่วไปทำแนวรูดปะผ้า
ข. เป็นการเย็บผ้า2ชนิดให้ติดกันโดยแทงเข็มขึ้นและย้อนกลับไป
ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน
ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ
การด้นถอยหลัง คือ
ก. การเนาเป็นการเย็บผ้า 2 ชิ้นให้ติดกันอย่างถาวรโดยแทงเข็มขึ้นและลงให้ฝีเข็มถี่ที่สุดใช้เย็บทั่วไปทำแนวรูดปะผ้า
ข. เป็นการเย็บผ้า2ชนิดให้ติดกันโดยแทงเข็มขึ้นและย้อนกลับไป
ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน
ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ
การสอย (Hemming) มีกี่วิธี
ก. 2 ชนิด
ข. 3 ชนิด
ค. 4 ชนิด
ง. 5 ชนิด
การเย็บริมผ้าให้เป็นสันทบโดยไม่ต้องพับริมผ้า คือการสอยเเบบใด
ก. การสอยซ่อนด้าย
ข. การสอยพันริม
ค. การสอยฟันปลาหรือสอยหักมุมไขว้กลับ
ง. การสอยหลบหลังคาหรือการสอยคล่อมริมผ้า
ตะเข็บสอยอย่างหลวมแต่ยึดอยู่ตามแนว ตะเข็บด้านผิด(ด้านใน)จะเห็นเป็นเส้นด้ายเย็บไขว้ คือการสอยเเบบใด
ก. การสอยซ่อนด้าย
ข. การสอยพันริม
ค. การสอยฟันปลาหรือสอยหักมุมไขว้กลับ
ง. การสอยหลบหลังคาหรือการสอยคล่อมริมผ้า
อุปกรณ์ใด ใช้รองรีดในขณะรีด ไม่ควรวางเตารีดไว้บนผ้ารองรีดนานๆเพราะจะทำให้ผ้ารองรีดไหม้
อุปกรณ์ใด ใช้พันริม ตะเข็บเสื้อผ้างานเสื้อผ้าสตรีทั่วไป จักรพันริมประเภทนี้มีหลายรุ่น หลายแบบ การใช้งานจะต้องศึกษาวิธีใช้งานจากคู่มือการใช้งาน
อุปกรณ์ใด ใช้ปักเข็มชนิดต่างๆ ช่วยให้หยิบใช้ ได้ง่าย ไส้หมอนเข็มใช้ผม ขนสัตว์ หรือกาก กาแฟ ผสมเศษเทียนไข เพื่อป้องกันเข็ม เป็นสนิม
อุปกรณ์ใด ใช้ในการวัดสัดส่วนขนาดรูปร่าง เพื่อใช้ในการสร้างแบบตัด
อุปกรณ์ใด ใช้โค้งแนวสะโพกและแนวตะเข็บข้าง
อุปกรณ์ใด ใช้สำหรับตัดผ้า ไม่ตัดวัสดุอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผ้าและไม่ควรตัดผ้าซ้อนกันหลายชั้น ขณะใช้งานควรวางเบาๆ ระวัง ไม่ให้ตกจะทำให้ไม่คม
อุปกรณ์ใด ใช้สำหรับตัดกระดาษ สร้างแบบ ราคาไม่แพงทำด้วยเหล็กหรืออะลูมิเนียม มีด้ามเป็นพลาสติกสีต่าง ๆ
อุปกรณ์ใด ใช้สำหรับเลาะแนวตะเข็บต่างๆ ที่ต้องการแก้ไขหรือเลาะด้ายเนา
อุปกรณ์ใด ใช้สำหรับ ตัดเศษด้าย
อุปกรณ์ใด ใช้สำหรับสร้างแบบตัด
อุปกรณ์ใด ใช้ทำเครื่องหมายบนผ้า
