wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

CHN115期末考试听力第一和第三部分

Total questions: 65

Worksheet time: 1hrs 13mins

Name
Class
Date
1.

คำใดในประโยคต่อไปนี้ที่เน้นเสียง “谁去北京玩儿?”

a)

b)

c)

北京

d)

玩儿

2.

คำใดในประโยคต่อไปนี้ที่เน้นเสียง ”我常常去商场。”

a)

b)

常常

c)

d)

商场

3.

คำใดในประโยคต่อไปนี้ที่เน้นเสียง “今天不下雨。”

a)

今天

b)

c)

d)

4.

คำใดในประโยคต่อไปนี้ที่เน้นเสียง ”我妈妈是医生。“

a)

b)

妈妈

c)

d)

医生

5.

คำใดในประโยคต่อไปนี้ที่เน้นเสียง ” 这本词典好。“

a)

b)

c)

词典

d)

6.

โทนเสียงของประโยคต่อไปนี้เป็นอย่างไร

a)

b)

c)

d)

7.

โทนเสียงของประโยคต่อไปนี้เป็นอย่างไร

a)

b)

c)

d)

8.

โทนเสียงของประโยคต่อไปนี้เป็นอย่างไร

a)

b)

c)

d)

9.

โทนเสียงของประโยคต่อไปนี้เป็นอย่างไร

a)

b)

c)

d)

10.

โทนเสียงของประโยคต่อไปนี้เป็นอย่างไร

a)

b)

c)

d)

11.

เลือกเสียงวรรณยุกต์ของ“一”ในข้อความ“一块(kuài)钱(qián)”ให้ถูกต้อง

a)

b)

c)

d)

12.

เลือกเสียงวรรณยุกต์ของ“一”ในข้อความ“一桌(zhuō)菜(cài)”ให้ถูกต้อง

a)

b)

c)

d)

13.

เลือกเสียงวรรณยุกต์ของ“一”ในข้อความ“一条(tiáo)鱼(yú)”ให้ถูกต้อง

a)

b)

c)

d)

14.

เลือกเสียงวรรณยุกต์ของ“一”ในข้อความ“一朵(duǒ)花(huā)”ให้ถูกต้อง

a)

b)

c)

d)

15.

เลือกเสียงวรรณยุกต์ของ“一”ในข้อความ“一年(nián)一次(cì)”ให้ถูกต้อง

a)

yī yí

b)

yí yì

c)

yǐ yí

d)

yì yí

16.

เลือกเสียงวรรณยุกต์ของ“不”ในข้อความ“不包(bāo)括(kuò)”ให้ถูกต้อง

a)

bu

b)

c)

d)

17.

เลือกเสียงวรรณยุกต์ของ“不”ในข้อความ“不浪(lànɡ)费(fèi)”ให้ถูกต้อง

a)

bu

b)

c)

d)

18.

เลือกเสียงวรรณยุกต์ของ“不”ในข้อความ“看(kàn)不看(kàn)”ให้ถูกต้อง

a)

bu

b)

c)

d)

19.

เลือกเสียงวรรณยุกต์ของ “一”และ“不”ในข้อความ“一点儿(diǎnr)都(dōu)不好(hǎo)吃(chī)”ให้ถูกต้อง

a)

yì bù

b)

yí bù

c)

yì bú

d)

yí bú

20.

เลือกเสียงวรรณยุกต์ของ“一”และ“不”ในข้อความ“星期(xīnɡqī)一他(tā)不去(qù)上课(shànɡkè)。”ให้ถูกต้อง

a)

yì bù

b)

yī bù

c)

yī bú

d)

yí bú

21.

จากประโยค“我(Wǒ)的(de)奶(nǎi)奶(nɑi)很(hěn)好(hǎo)。”เมื่อออกเสียงคำที่มีเสียงวรรณยุกต์เสียงที่สามติดกันสองพยางค์ จะมีโทนเสียงเหมือนกันกับคำใดต่อไปนี้

a)

很(hěn)忙(mánɡ)

b)

寒(hán)冷(lěnɡ)

c)

脚(jiǎo)疼(ténɡ)

d)

划(huá)算(suàn)

22.

จากข้อความ“永(yǒnɡ)远(yuǎn)有(yǒu)好(hǎo)”เมื่อออกเสียงคำที่มีเสียงวรรณยุกต์เสียงที่สามติดกันมากกว่าสามพยางค์ จะมีการเปลี่ยนเสียงอย่างไร

a)

2-2-3-3

b)

3-3-2-2

c)

2-3-2-3

d)

3-2-3-2

23.

จากข้อความ“我(wǒ)有(yǒu)五(wǔ)百(bǎi)匹(pǐ)好(hǎo)母(mǔ)马(mǎ)”เมื่อออกเสียงคำที่มีเสียงวรรณยุกต์เสียงที่สามติดกันมากกว่าสามพยางค์ มีจำนวนกี่พยางค์ที่เปลี่ยนเสียง

a)

2 พยางค์

b)

3 พยางค์

c)

4 พยางค์

d)

5 พยางค์

24.

จากข้อความ“我(Wǒ)买(mǎi)水(shuǐ)果(ɡuǒ)” เมื่อออกเสียงคำที่มีเสียงวรรณยุกต์เสียงที่สามติดกันมากกว่าสามพยางค์ จะมีการเปลี่ยนเสียงเหมือนกันกับข้อความใดต่อไปนี้

a)

白(bái)头(tóu)偕(xié)老(lǎo)

b)

没(méi)有(yǒu)来(lái)往(wǎnɡ)

c)

法(Fǎ)国(ɡuó)、美(Měi)国(ɡuó)

d)

年(nián)年(nián)有(yǒu)余(yú)

25.

จากข้อความ“洗(xǐ)脸(liǎn)水(shuǐ)” เมื่อออกเสียงคำที่มีเสียงวรรณยุกต์เสียงที่สามติดกันสามพยางค์ จะมีการเปลี่ยนเสียงเหมือนกันกับข้อความใดต่อไปนี้

a)

没(méi)有(yǒu)钱(qián)

b)

有(yǒu)零(línɡ)钱(qián)

c)

很(hěn)贫(pín)穷(qiónɡ)

d)

篮(lán)球(qiú)场(chǎnɡ)

26.

เมื่อออกเสียงคำสองพยางค์คำใดต่อไปนี้ โทนเสียงต่างจากพวกมากที่สุด

a)

包(bāo)子(zi)

b)

栗(lì)子(zi)

c)

孩(hái)子(zi)

d)

饺(jiǎo)子(zi)

27.

คำใดที่เมื่อออกเสียงเต็มและเสียงเบา จะมีผลทำให้ชนิดของคำต่างกัน

a)

兄弟(xiōnɡdì,xiōnɡdi )

b)

过去(ɡuòqù,ɡuòqu)

c)

东西(dōnɡxī,dōnɡxi)

d)

孙子(sūnzǐ,sūnzi)

28.

คำต่อไปนี้ต้องออกเสียงเบา ยกเว้นข้อใด

a)

b)

c)

d)

29.

คำต่อไปนี้ต้องออกเสียงเบาทุกคำ ยกเว้นข้อใด

a)

你的 打的

b)

好了 晚了

c)

是吗?忙吗?

d)

你呢?书呢?

30.

จากประโยค “这儿的东西太贵了。” และ “他有两个孙子。” ควรออกเสียงคำที่ขีดเส้นใต้อย่างไร

a)

dōnɡxī,sūnzi

b)

dōnɡxi,sūnzǐ

c)

dōnɡxī,sūnzǐ

d)

dōnɡxi,sūnzi

31.

จากประโยค “他没有兄弟姐妹。” และ “他的普通话很地道。” ควรออกเสียงคำที่ขีดเส้นใต้อย่างไร

a)

xiōnɡdì,dìdɑo

b)

xiōnɡdì,dìdào

c)

xiōnɡdi,dìdɑo

d)

xiōnɡdi,dìdào

32.

จากประโยค “对不起,我来得太晚了。”พยางค์ใดต่อไปนี้ไม่ต้องออกเสียงเป็นเสียงเบา

a)

b)

c)

d)

33.

เสียงม้วนลิ้นท้ายพยางค์(儿化 )ในภาษาจีนแบ่งได้กี่ประเภท

a)

2 ประเภท

b)

3 ประเภท

c)

4 ประเภท

d)

5 ประเภท

34.

คำที่ลงท้ายด้วยสระใดต่อไปนี้ เมื่อเติมเสียง“儿”ท้ายพยางค์แล้วสามารถออกเสียงม้วนลิ้นได้ทันที

a)

i

b)

c)

ü

d)

in

35.

เมื่อแบ่งคำที่เติมเสียง“儿”ท้ายพยางค์ตามหลักการออกเสียงตามแต่ละประเภทแล้วนั้น คำใดต่อไปนี้ไม่เข้าพวก

a)

号(hào)码儿(mǎr)

b)

小(xiǎo)花儿(huār)

c)

面(miàn)条儿(tiáor)

d)

玩(wán)意儿(yìr)

36.

เมื่อแบ่งคำที่เติมเสียง“儿”ท้ายพยางค์ตามหลักการออกเสียงตามแต่ละประเภทแล้วนั้น คำใดต่อไปนี้ไม่เข้าพวก

a)

刀(dāo)背儿(bèir)

b)

一(yí)会儿(huìr)

c)

瓜(ɡuā)子儿(zǐr)

d)

金(jīn)橘儿(júr)

37.

คำใดที่เมื่อไม่เติม儿และเติม 儿ท้ายพยางค์ จะมีผลทำให้ชนิดของคำต่างกัน

a)

画(huà),画儿(huàr)

b)

这(zhè),这儿(zhèr)

c)

头(tóu),头儿(tóur)

d)

信(xìn),信儿(xìnr)

38.

จากประโยค “我现在____很疼。” และ “你在_____?” ควรเติมคำใดต่อไปนี้

a)

头(tóu),哪(nǎ)

b)

头儿(tóur),哪(nǎ)

c)

头(tóu),哪儿(nǎr)

d)

头儿(tóur),哪儿(nǎr)

39.

จากประโยค “我给爸爸妈妈写____。” และ “____是我哥哥。” ควรเติมคำใดต่อไปนี้

a)

信(xìn),这(zhè)

b)

信(xìn),这儿(zhèr)

c)

信儿(xìnr),这(zhè)

d)

信儿(xìnr),这儿(zhèr)

40.

จากประโยค “瓶____打不开,怎么办?” และ “他____的很漂亮。” ควรเติมคำใดต่อไปนี้

a)

盖(ɡài),画(huà)

b)

盖儿(ɡàir),画(huà)

c)

盖(ɡài),画儿(huàr)

d)

盖儿(ɡàir),画儿(huàr)

41.

เสียง“啊”เมื่ออยู่ท้ายพยางค์ที่ลงท้ายด้วยสระต่อไปนี้ จะเปลี่ยนเสียงเป็น yɑ ยกเว้นข้อใด

a)

ɑ

b)

e

c)

i

d)

u

42.

เสียง“啊”เมื่ออยู่ท้ายพยางค์ที่ลงท้ายด้วยสระ iu จะเปลี่ยนเสียงเป็นเสียงใด

a)

b)

c)

d)

[z]ɑ

43.

เสียง“啊”เมื่ออยู่ท้ายพยางค์ที่ลงท้ายด้วยสระ -n รูปเขียนของ“啊”ใช้ตัวอักษรจีนตัวใด

a)

b)

c)

d)

44.

ข้อใดถูก

a)

多(duō)吃(chī)啊(rɑ)

b)

别(bié)说(shuō)啊(wɑ)

c)

真(zhēn)渴(kě)啊(nɑ)

d)

别(bié)撕(sī)啊(yɑ)

45.

เสียง“啊”ท้ายพยางค์ของคำคู่ใดต่อไปนี้เหมือนกัน

a)

热(rè)啊,瘦(shòu)啊

b)

写(xiě)啊,查(chá)啊

c)

慢(màn)啊,忙(mánɡ)啊

d)

是(shì)啊,词(cí)啊

46.

เสียง“啊”ท้ายพยางค์ของประโยคใดเหมือนกับเสียง“啊”ท้ายพยางค์ของประโยค“郊(jiāo)外(wài)的(de)景(jǐnɡ)色(sè)真(zhēn)美(měi)啊!”

a)

你(Nǐ)唱(chànɡ)什(shén)么(me)歌(ɡē)啊?

b)

你(Nǐ)叫(jiào)什(shén)么(me)名(mínɡ)字(zi)啊?

c)

这(Zhè)种(zhǒnɡ)药(yào)真(zhēn)苦(kǔ)啊。

d)

你(Nǐ)参(cān)加(jiā)什(shén)么(me)活(huó)动(dònɡ)啊?

47.

จากคำถาม“ 这是什么东西?”เมื่อออกเสียงควรเน้นคำใด

a)

b)

c)

什么

d)

东西

48.

เครื่องหมายใดใช้แสดงการเว้นวรรคตอนระหว่างประโยค

a)

/

b)

//

c)

///

d)

////

49.

ประโยคคำถาม ย้อนถามหรือแสดงอาการประหลาดใจ มักมีโทนเสียงท้ายประโยคอย่างไร

a)

b)

c)

d)

50.

จากประโยค“他(Tā)是(shì)泰(Tài)国(ɡuó)留(liú)学(xué)生(shēnɡ)。”โทนเสียงท้ายประโยคมีลักษณะอย่างไร

a)

b)

c)

d)

51.

คำสองพยางค์ หากคำแรกมีเสียงวรรณยุกต์เสียงที่ 3 และตามด้วยคำที่มีเสียงวรรณยุกต์เสียงที่ 1 ไม่ต้องเปลี่ยนเสียงคำในพยางค์แรก

a)

ถูก

b)

ผิด

52.

คำที่มีเสียงที่ 3 ติดกันสามพยางค์ เมื่อออกเสียง สองพยางค์แรกจะเปลี่ยนเป็นเสียงวรรณยุกต์เสียงที่ 2

a)

ถูก

b)

ผิด

53.

การเปลี่ยนเสียงของวรรณยุกต์เสียงที่สาม รูปเขียนของเสียงวรรณยุกต์ยังคงเดิม

a)

ถูก

b)

ผิด

54.

จากประโยค“一共(ɡònɡ)十(shí)一块(kuài)钱(qián)。” เสียงของคำว่า“一” นั้นเหมือนกัน

a)

ถูก

b)

ผิด

55.

จากประโยค“不,我(wǒ)不喝(hē)!” เสียงของคำว่า“不”นั้นเหมือนกัน

a)

ถูก

b)

ผิด

56.

คำสองพยางค์ที่ท้ายพยางค์เป็นเสียงเบาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเสียงสระของพยางค์ข้างหน้า

a)

ถูก

b)

ผิด

57.

คำที่เสียงสระลงท้ายด้วยสระ“i”เมื่อเติมเสียง“儿”ท้ายคำ สามารถออกเสียงม้วนลิ้นได้ทันที

a)

ถูก

b)

ผิด

58.

หลักการออกเสียงคำที่เสียงสระลงท้ายด้วยสระ -nและ-nɡ เมื่อเติมเสียง“儿”ท้ายคำเหมือนกัน

a)

ถูก

b)

ผิด

59.

หลักการเปลี่ยนเสียง“啊”ขึ้นอยู่กับเสียงสระของพยางค์ข้างหน้า

a)

ถูก

b)

ผิด

60.

เสียง“啊”ท้ายคำว่า“字(zì)”คือ [z]ɑ

a)

ถูก

b)

ผิด

61.

ประโยค “我(Wǒ)买(mǎi)小(xiǎo)米(mǐ)。” มีหลักการเปลี่ยนเสียงวรรณยุกต์เสียงที่สามอย่างไร

(a)  

62.

คำว่า “一般(bān)”และ “一半(bàn)”มีหลักการเปลี่ยนเสียงเหมือนหรือต่างกันอย่างไร จงอธิบาย

(a)  

63.

คำที่เสียงท้ายพยางค์เป็น -n เมื่อเติม“儿”มีหลักการออกเสียงอย่างไร

(a)  

64.

เสียง“啊”จะเปลี่ยนเสียงเป็น “wɑ” เมื่อใด

(a)  

65.

เสียง“啊”จะเปลี่ยนเสียงเป็น “rɑ” เมื่อใด

(a)