Font size
WorksheetsFinal 135-343
Total questions: 51
Worksheet time: 3hrs 3mins
1. ผู้ป่วยเพศชายอายุ 5 ขวบ เมื่อ 1 วันก่อน มารดาพยายามดึงฟันหน้าบนที่กำลังจะหลุด ขณะกำลังดึงออก มีเลือดไหล ออกจากโคนฟันมาก มารดาใช้ผ้ากดไว้ แต่ก็ยังมีเลือดซึมออกมาปนกับน้ำลายตลอดเวลาจึงพามาพบแพทย์ ตรวจร่างกายพบจ้ำเขียวขนาดเท่านิ้วโป้งบริเวณไหลขวา ซักประวัติพบว่าผู้ป่วยเริ่มมีอาการเช่นนี้ตั้งแต่อายุได้ 6 เดือน และแม่เด็กเล่าว่าน้องชายคนเล็กของตนก็มีอาการคล้ายๆกันแบบนี้
ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ HCT[A3] 40%, WBC 5.5 x103cell/uL, platelet 160 x103cell/uL, N 52%, Lymph 44%, Mono 2%, Eos 2%
Bleeding time 6.5 min, VCT > 30 min, PT 11.7 sec (normal 11-15 sec) APTT 98.0 sec (normal 25-35 sec)
จากประวัติและผลทางห้องปฏิบัติการใดต่อไปนี้ สอดคล้องกับผู้ป่วยคนดังกล่าว
TT prolong
ระดับของ ADAMTS-13 ผิดปกติ
platelet aggregation test ต่อ ristocetin ผิดปกติ
Factor VIII deficiency
Factor VII deficiency
ผู้ป่วยชายอายุ 10 ปี มีเลือดออก 5 ชั่วโมง หลังจากถอนฟันคุด ไม่เคยมีประวัติเลือดออกง่ายมาก่อน ไม่เคยผ่าตัดหรือประสบอุบัติเหตุ ตรวจร่างกายพบเลือดซึมจากแผลเล็กน้อย หัวและคางบวม มี ecchymosis ขนาดใหญ่
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Platelet count ปกติ, Bleeding time ปกติ, APTT 60 sec (normal 25-35 sec), PT 12.2 sec (normal 11-14 sec) ทำ mixing study กับ Normal serum ได้ APTT 30 sec จงให้การวินิจฉัยผู้ป่วยรายดังกล่าว
(Normal Serum ขาด Fibrinogen, FII, F V, F VIII)
von Willebrand disease (VWD)
Hemophila A
Hemophila C
Hemophila B
Liver disease
ข้อมูลจากการซักประวัติใดเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยภาวะการเกิดเลือดออกง่ายน้อยที่สุด
การใช้ยา
อายุ
ระยะเวลาที่มีเลือดออก
เพศ
ประวัติการได้รับเลือด
เด็กผู้ชายอายุ 3 ขวบ มาพบแพทย์ด้วยมีจ้ำเลือดเกิดขึ้นหลายที่ที่บริเวณหลังและขามาประมาณ 2 อาทิตย์ ตรวจร่างกายพบจ้ำเลือดecchymoses และ large purpuric spot ที่บริเวณหลัง, no icteric sclera, no pallor
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ; Hb 12 g/dL, WBC 10,000/cu.mm (Lym 50%, Neu 30%, E10 %, Mon 10%), platelets 480,000/cu.mm. reticulocyte count 4%. peripheral blood smear พบ pale stained และ hypogranularity platelet. aPPT 30 sec (normal 25-35 sec) PT 10 sec (normal 11-14 sec) TT 10 (normal 10-14 sec)
Wiskott-Aldrich Syndrome
von Willebrand disease (VWD)
Acquired prothrombin complex deficiency
Hemophilia disease
Acquired Platelet Dysfunction with Eosinophilia (APDE)
ภาวะใดต่อไปนี้ส่งให้ค่า thrombin time มีค่า prolonged
Prothrombin deficiency
Antithrombin deficiency
Hypofibrinogenemia
Warfarin therapy
ถูกทุกข้อ
เด็กชายอายุ 8 ปีมาพบแพทย์ด้วยอาการพบจุดเลือดออกบริเวณหน้าและหลังมาประมาณ 1 อาทิตย์ ตรวจร่างกายพบจุดเลือดออก แบบ petechiae และ purpuric spot, no icteric sclera, no pallor
ตรวจ liver และ spleen ปกติ, lymph node ปกติ.
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ; Hb 14 g/dL, WBC 7,800/cu.mm (Lym 60%, Neu 40%), platelets 47,000/cu.mm, reticulocyte count 4%
จงให้การวินิจฉัยผู้ป่วยรายดังกล่าว
Aplastic anemia
Von willebrand disease
Acute lymphoblastic leukemia
Immune thrombocytopenia
Acquired platelet dysfunction with eosinophilia
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของภาวะ disseminated intravascular coagulation (DIC)
Platelet count ต่ำ
Fibrinogen concentration เพิ่มขึ้น
Antithrombin III ผิดปกติ
APTT และ PT prolong
Euglobulin clot lysis time ผิดปกติ
ผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการต่อไปนี้ สอดคล้องกับการวินิจฉัยโรคหรือภาวะใด
Partial thromboplastin time (aPTT) 45 วินาที (ค่าปกติ 30-40 วินาที), Prothrombin time (PT) 17 วินาที (ค่าปกติ 11-13 วินาที) และ Thrombin time 18 วินาที (ค่าปกติ 10-12 วินาที)
Dysfibrinogenemia
Hemophilia B
von Willebrand disease
Antithrombin deficiency
Warfarin therapy
ผู้ป่วยหญิงอายุ 22 ปี เข้ารับการรักษาใน ICU เพราะมี sepsis รักษาจนอาการดีขึ้น ผู้ป่วยอาการดีขึ้นทุกอย่าง ไม่มีเลือดออก ได้รับการเจาะเพื่อตรวจ coagulogram
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: Platelet count 330 x 109/L, Partial thromboplastin time 64.3 วินาที (ค่าปกติ 25-35 วินาที),Prothrombin time 16.1 วินาที (ค่าปกติ 11-14 วินาที) และ Thrombin time > 120 วินาที (ค่าปกติ 11-14 วินาที) จงให้การวินิจฉัยผู้ป่วยรายดังกล่าว
Factor XII deficiency
Heparin contamination
Hemophilia
Vitamin K deficiency
มี Lupus anticoagulant
การตรวจทางห้องปฏิบัติการใดต่อไปนี้ใช้ในการแยกผู้ป่วย Bernard-Soulier Syndrome และ Von-Willebrand’s disease ได้ดีที่สุด
Prothombin time
Thrombin time
Partial thromboplastin time
Bleeding time
Platelet aggregation test
ผู้ป่วยมีปัญหาเลือดออกผิดปกติ ผลตรวจ coagulogram ดังนี้
Partial thromboplastin time 120 วินาที (ค่าปกติ 30-40 วินาที), Prothrombin time 310 วินาที (11-13 วินาที), Thrombin time 11.5 วินาที (ค่าปกติ 10-12 วินาที), Bleeding time = normal, Fibrinogen = 305.0 mg % (ค่าปกติ 200-400 mg %) ข้อใดต่อไปนี้คือการวินิจฉัยที่เป็นไปได้มากที่สุด
TTP
Hemophilia A
Bernard-Soulier Syndrome
DIC
Hemorrhagic disease of the newborn (HDN)
การตรวจทางห้องปฏิบัติการใดต่อไปนี้ใช้ในการแยกผู้ป่วย TTP และ DIC ได้ดีที่สุด
Blood smear
ตรวจหาระดับ Bilirubin และ Urobilinogen
Bleeding time
D-dimer
Platelet aggregation test
ผู้ชายอายุ 55 ปี เป็น cirrhosis ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นใดตอนนี้ แต่มีเลือดออกตามไรฟันไม่หยุด ตรวจร่างกายพบฝันผุและเหงือกอักเสบ
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Platelet count 200 x 109/L, APTT 45.0 sec (normal 25-35 sec), PT 30.9 sec (11-14 sec)
TT 12.3 S (11-14), Fibrinogen 1.31 g/L (2-4 g/L), FDP 40 ug/mL (0-10)
DIC
Hyperfibrinolysis
Hemophilia
Vitamin K deficiency
von Willebrand disease
ผู้หญิงอายุ 20 ปี มาพบแพทย์เนื่องจากมีภาวะโลหิตจางจากการขาดเหล็กเพราะมีประจำเดือนมากกว่าปกติ แพทย์ซักประวัติย้อนไปพบว่า ผู้ป่วยและบิดาของผู้ป่วยมีเลือดกำเดาไหลเป็นๆหายๆมาตั้งแต่เด็ก โดยไม่พบรอยโรคในจมูก
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Platelet count 240 x 109/L, APTT 37.5 sec (normal 25-35 sec), PT 11.9 sec (11-14 sec), Bleeding time 16 นาที
จากประวัติและผลทางห้องปฏิบัติการใดต่อไปนี้สอดคล้องกับผู้ป่วยคนดังกล่าว
TT prolong
ระดับของ ADAMTS-13 ผิดปกติ
platelet aggregation test ต่อ ristocetin ผิดปกติ
Factor IX deficiency
Euglobulin clot lysis time ผิดปกติ
Point-of-care ของการตรวจวัด prothrombin time ที่นิยมใช้ในปัจจุบันใช้หลักการใดในการตรวจวัด
Electrical impedance clot detection
Immunologic antigen-antibody reaction detection
Chromogenic end-point detection
Photo-optical clot detection
Nephelometric detection
ทำการวิเคราะห์ตัวอย่าง plasma โดยใช้เครื่องอัตโนมัติจากผู้ป่วยรายหนึ่งเพื่อตรวจหาค่า APTT พบว่าเครื่องแสดง flag ว่าตัวอย่างเป็น icteric ซึ่งตัวอย่างดังกล่าวจะ ไม่ ส่งผลต่อการทดสอบด้วยหลักการใด
Mechanical clot detection
Immunologic antigen-antibody reaction detection
Chromogenic end-point detection
Photo-optical clot detection
Nephelometric detection
สารใดต่อไปนี้ ไม่ สามารถทดสอบด้วยการใช้หลักการของ Chromogenic end-point detection ได้
D-dimer
Factor X assay
Plasminogen assay
Factor VIII assay
tPA
ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อดีของวิธี mechanical clot end-point detection
ไม่ถูกรบกวนจากตัวอย่าง hemolysis
สามารถแสดงกราฟการเกิด clot ได้ถูกต้อง
สามารถเพิ่มความสามารถของแสงให้มีหลาย wavelengths เพื่อการตรวจจับที่แม่นยำมากขึ้น
สามารถวัดระดับของโปรตีนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเกิด fibrin ได้
ถูกทุกข้อ
Fibrometer เป็นเครื่องวัดการเกิด fibrin clot โดยการใช้หลักการใด
Mechanical clot detection
Immunologic antigen-antibody reaction detection
Chromogenic end-point detection
Photo-optical clot detection
Nephelometric detection
ข้อใดต่อไปนี้กล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับหลักการ Nephelometric End-Point Detection
มีตัวรับแสงวางในแนวเดียวกับแหล่งกำเนิดแสงและ cuvette ใส่ตัวอย่าง
มีการแปลงค่าการกระเจิงแสงที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับเวลาที่ใช้ในการเกิด fibrin clot
ตัวอย่างที่มีลักษณะเป็น lipemia จะส่งผลกระทบกับการใช้หลักการนี้
สามารถใช้ร่วมกับหลักการ Immunologic antigen-antibody reaction detection ได้
สามารถตรวจวัดปริมาณของ antithrombin III จากหลักการนี้ได้
จากรูปปฏิกิริยาการตรวจวัด plasminogen โดยการใช้หลักการใด
Mechanical clot detection
Immunologic antigen-antibody reaction detection
Chromogenic end-point detection
Photo-optical clot detection
Nephelometric detection
การใช้ multiple wavelengths ในหลักการ. Photo-optical เพื่อวัตถุประสงค์ใด
ตรวจจับปฏิกิริยาได้ดีขึ้น
เพิ่ม sensitivity
เพิ่ม specificity
ลดการรบกวนจากตัวอย่างที่มี icterus
ถูกทุกข้อ
การตรวจวัด coagulation factor ด้วย immunoassays จะใช้หลักการใดวัดปฏิกิริยา
Mechanical
Photo-optical
Nephelometric
Chromogenic
Nephelometric รวมกับ Photo-optical
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเครื่อง PT point-of-care testing
ตรวจวัดโดยการใช้หลักการ Nephelometric detection
การเปลี่ยน electrical impedance จะเกิดขึ้นเมื่อ fibrinogen เป็นไปเป็น fibrin
ตัวอย่างที่ใช้ในการทดสอบเป็น platelet poor plasma
ทดสอบต้องคำนวณค่า international normalized ratio (INR) เอง
ถูกทุกข้อ
นักเทคนิคการแพทย์ได้นำตัวอย่างเลือดผู้ป่วยรายหนึ่งเพื่อตรวจ specific VIII activity ด้วยเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติพบว่ามีลักษณะเป็น lipemia เครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติโดยใช้หลักการใดที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจวัดตัวอย่างนี้
Viscosimetric clot detection
Immunologic antigen-antibody reaction detection
Chromogenic end-point detection
Photo-optical clot detection
Nephelometric detection
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวผิดเกี่ยวกับถึงเครื่องอัตโนมัติในการตรวจวัด coagulation testing
น้ำยาหรือตัวอย่างที่ทดสอบจะต้องเตรียมโดยผู้ปฏิบัติงาน
เวลาจะถูกควบคุมอัตโนมัติเมื่อมีการเริ่มปฎิกิริยา
End point ของการตรวจวัดจะถูกตรวจจับด้วยการควบคุมของเครื่อง
อุณหภูมิถูกควบคุมด้วยเครื่อง
ผิดทุกข้อ
ทุกข้อต่อไปนี้คือหน้าที่ของนักเทคนิคการแพทย์ที่ประจำอยู่ในห้องโลหิตวิทยา ยกเว้น
ควบคุมการตรวจวิเคราะห์ผลแล็บทางโลหิตวิทยาที่ถูกต้องทุกขั้นตอน
ลดความผิดพลาดของการตรวจวิเคราะห์ผลแล็บทางโลหิตวิทยาโดยมีกระบวนการควบคุมคุณภาพที่เหมาะสม
รายงานผลการตรวจแล็บทางโลหิตวิทยาที่ถูกต้องให้กับแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วย
วินิจฉัยโรคให้แพทย์ เพื่อให้แพทย์รักษาผู้ป่วย
เข้าใจเรื่อง pre - analytical, analytical และ post- analytical process ในห้องปฏิบัติการเป็นอย่างดี
จากภาพข้อใดคือขั้นตอนของ pre-analytical process
A
B
C
D
E
จากภาพข้อใดคือตำแหน่งของ MT’s knowledge ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นของนักเทคนิคการแพทย์ในห้องปฏิบัติการ
A
B
C
D
E
กระบวนการที่ทำเพื่อพิสูจน์ว่า วิธีทดสอบหรือเครื่องมือที่เลือกใช้นั้น มีความถูกต้องแม่นยำสูงและเป็นไปตามความต้องการที่กำหนดไว้ ต้องมีการประเมินในข้อต่างๆ ต่อไปนี้ ยกเว้น
Accuracy
Precision
Linearity experiment
Reference interval
External quality assessment
ในขั้นตอนการทำ method validation (accuracy) ทุกข้อถูกต้อง ยกเว้น
Accuracy คือ comparative experiment ที่ต้องเปรียบเทียบระหว่าง new method กับ reference method
การทำ method validation (accuracy) ต้องใช้ตัวอย่างทดสอบไม่น้อยกว่า 40 ราย
ต้องคำนวณ correlation coefficient (r) ของทั้ง new method และ reference method โดยใช้ค่า regression equation คือ Y = a + bX
ต้องคำนวณค่า Bias ของทั้งสองวิธี โดยใช้สูตร Bias (a+bX) – X และ % bias โดยใช้สูตร (bias /X) x 100
โดย TEcal ซึ่งคำนวนจากสูตร %bias + 3(%CV) จะต้องมากกว่า TEa (total error allowable)
จากภาพทุกข้อต่อไปนี้ถูกต้อง ยกเว้น
เป็นภาพแสดงการทำ External quality assessment เพื่อให้ผลแล็บที่ได้มีคุณภาพ
กระบวนการควบคุมคุณภาพที่ห้องปฏิบัติการทำร่วมกันองค์กรภายนอก
ถ้าผล Lab จากการทำ EQA อยู่ในช่วง A แปลผลว่า very good
ถ้าผล Lab จากการทำ EQA อยู่ในช่วง B แปลผลว่า Acceptable
ถ้าผล Lab จากการทำ EQA อยู่ในช่วง E แปลผลว่า Acceptable
ข้อต่อไปนี้คือ คุณสมบัติของสารควบคุมคุณภาพที่ดี ยกเว้น
คุณสมบัติเชิงกายภาพคล้ายตัวอย่างที่ใช้ในการทดสอบ
มีระดับความเข้มข้นอยู่ในช่วงที่มีความสำคัญทางคลินิก
มีความคงทน หรือมีเสถียรภาพที่ดี เก็บได้นาน
สามารถผลิตหรือจัดหาได้ในปริมาณมากพอแก่การใช้งาน
ห้องปฏิบัติการไม่สามารถเตรียมสารควบคุมคุณภาพไว้ใช้เองได้
ทุกข้อต่อไปนี้คือความผิดพลาดแบบสุ่ม (random error) ยกเว้น
ใช้น้ำยาผิด lot
สลับตัวอย่างตรวจ
การใช้ pipette ผิดวิธี
การจับเวลาไม่มาตรฐาน
เกี่ยวกับสมาธิ อารมณ์ของผู้ปฏิบัติงาน
กราฟควบคุมคุณภาพ (L-J chart ) นี้ เป็นไปตามกฎของ Westgard ในข้อใด
1 2S
2 2S
R 4S
4 1S
10 X
จากกราฟควบคุมคุณภาพ (L-J chart ) ข้างบนข้อใดคือที่ที่อยู่ของกฏ 10X (The last ten consecutive QC measurements are on the same side of target mean) ซึ่งถ้าพบความผิดปกติแบบ 10X นักเทคนิคการแพทย์ต้อง reject run
A
B
C
D
E
ในการทำ normalization โดยใช้ OPSPecs Chart ข้อใดผิด
ให้แกน X แทนค่า normalized imprecision ซึ่งคำนวณได้จาก %CV/TEa x 100
ให้แกน Y แทนค่า normalized inaccuracy ซึ่งคำนวณได้จาก %bias/TEa x 100
กฎการใช้ OPSPecs Chart คือ เลือกได้ทุกเส้นที่อยู่ใต้ operation point
กฎการใช้ OPSPecs Chart คือ เลือกเส้นที่มี false rejection ต่ำๆ
ในการทำ normalization โดยใช้ OPSPecs Chart มีค่า %CV, % bias และ TEa มาเกี่ยวข้อง
นักเทคนิคการแพทย์ต้องรายงานผลแล็บทันทีแก่แพทย์เพื่อใช้รักษาผู้ป่วย ค่านี้เรียกว่า
Uncertainty
Critical value
Turn around time
Moving average
Delta checks
คนไข้รายหนึ่งมีค่า hematocrit 60 % ต้องการเก็บเลือด 5 ml จะต้องใช้ 3.2% % trisodium citrate ปริมาณเท่าไร (เมื่อกำหนดให้ Anticoagulant volume(ml) = 0.00185 x blood volume (ml) x (100-hematocrit (%))
0.37 ml
0.4 ml
0.19 ml
0.56 ml
0.28 ml
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ ผลจากความผิดพลาดที่เกิดจากการรัดสายยางที่แขนแน่นเกินไป
Coagulant ถูกกระตุ้นมาก
หลั่ง t-PA ออกมามาก
endothelial ถูกทำลาย
หลั่งสารต้าน fibrinolysis ออกมามาก
เกล็ดเลือดถูกปล่อยออกไปจากผนังหลอดเลือดมาก
ข้อใดคือเป้าหมายของการทำ QC planning
Low false rejection
High error detection
Allow lab to control cost property
Provide opportunity to improve IQC performance
ถูกทุกข้อ
วิธีการบ่งชี้ผู้ป่วย (patient identification) ที่ดีที่สุดคือข้อใด
ตรวจสอบบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่าย
สอบถามชื่อสกุลโดยไม่ถามนำ
ตรวจสอบป้ายข้อมือที่ระบุชื่อผู้ป่วย
ตรวจสอบรายละเอียดอื่นๆเช่น เพศ อายุ
สอบถามจากญาติที่มาพร้อมผู้ป่วย
การทดสอบ Coagulation ควรใช้สารตัวอย่างควบคุม (control materials) กี่ระดับ อะไรบ้าง
1 ระดับ (normal)
2 ระดับ (normal, abnormal)
2 ระดับ (low, high)
3 ระดับ (low, normal, high)
3 ระดับ (normal, abnormal, borderline)
ผลการควบคุมคุณภาพของวิธีตรวจนับเกล็ดเลือดด้วยเครื่องอัตโนมัติยี่ห้อ MT รุ่น 02/2562 แสดง ดังตารางต่อไปนี้
จงคำนวณค่า normalized imprecision และ normalized inaccuracy
normalized imprecision = 30, normalized inaccuracy = 20
normalized imprecision = 20, normalized inaccuracy = 30
normalized imprecision = 300, normalized inaccuracy = 200
normalized imprecision = 200, normalized inaccuracy = 300
normalized imprecision = 20, normalized inaccuracy = 20
ห้องปฏิบัติการ B ทำการประเมินประสิทธิภาพของการนับจำนวนเกล็ดเลือดด้วยเครื่องอัตโนมัติ โดยทำการทดสอบเปรียบเทียบกับวิธีมาตรฐาน (Flow cytometry using anti-CD61 ISLH/ICSH reference method) จากตัวอย่าง 40 ตัวอย่าง ได้ค่าการวิเคราะห์ดังต่อไปนี้คือ % Bias = 0.565, % CV = 1.799, TEa= 25 จงคำนวณค่า TEcal และประเมิน accuracy ของวิธีทดสอบนี้ (กำหนดให้ TEcal= %bias + 3(%CV))
ค่า TEcal = 5.96, accuracy ของการทดสอบนี้ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ค่า TEcal = 5.96, accuracy ของการทดสอบนี้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ค่า TEcal = 2.36, accuracy ของการทดสอบนี้ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ค่า TEcal = 2.36, accuracy ของการทดสอบนี้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ค่า TEcal = 236, accuracy ของการทดสอบนี้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน
กฎของ Westgard’s multiplerule ข้อใดต่อไปนี้เกิดจากความผิดพลาดแบบ random error
13S ,22S,22S
13S ,22S,R4S
13S ,R4S
22S,41S
22S,41S,10x
เมื่อกำหนดค่าการทดสอบ APTT ของเครื่องอัตโนมัติให้ผลดังตาราง
เมื่อนำค่าที่ได้มาคำนวณแล้ว plot ในตาราง Method decision chart ดังรูป การทดสอบนี้ level 1 และ level 2 จะอยู่ใน performance ใดตามลำดับ
Level 1: Excellent performance Level 2: Good performance
Level 1: Good performance Level 2: Marginal performance
Level 1: Good performance Level 2: Excellent performance
Level 1: Excellent performance Level 2: Marginal performance
Level 1: Marginal performance Level 2: Poor performance
การทดสอบเพื่อประเมินค่า PT ของห้องปฏิบัติการโรงพยาบาล B ผลการ plot ค่า operating plot ใน OPspec chat แสดงดังรูป จากการทดสอบดังกล่าวห้องปฏิบัติการควรใช้กฎสำหรับทำ QC ข้อใดเหมาะสมมากที่สุด
12S
12.5S
13S
13.5S
22S
กราฟ Westgard’s multiplerule ดังรูปเกิดจากความผิดพลาดในข้อใด
อุปกรณ์วัดการเกิด fibrin ในเครื่องวิเคราะห์การแข็งตัวของเลือดเสื่อมสภาพ
การเปลี่ยนพลาสมาควบคุม lot ใหม่
น้ำยาเสื่อมคุณภาพ
เปลี่ยนบุคลากรในการวิเคราะห์
ถูกทุกข้อ
ข้อใดต่อไปนี้ถือเป็นการควบคุมคุณภาพในขั้นตอนของ post-analytical process
การประกันเวลาการรายงานผล
การแจ้งค่าวิกฤต
การกำหนดช่วงค่าอ้างอิง
การหาค่า reference range ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยน lot น้ำยา
ถูกทุกข้อ
ขอพักแป็บน่ะฮับ พักแล้วทำไรดี??????
เข้าห้องน้ำ
กินน้ำ
ถอดหายใจ
ดมยาดม
