wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบเก็บคะแนน ม.4/4

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

a)

เซลล์

b)

แบคทีเรีย

c)

ไวรัส

d)

นิวเคลียส

2.

ออร์แกเนลล์ในใดไม่พบในเซลล์สัตว์

a)

แวคิวโอล

b)

ไมโทคอนเดรีย

c)

ผนังเซลล์

d)

นิวเคลียส

3.

โครงสร้างใดเป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มเซลล์

a)

โปรตีน

b)

ไกลโคลลิพิด

c)

คอเลสเตอรอล

d)

ลิพิด

4.

เยื่อหุ้มเซลล์มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร

a)

ช่วยให้เซลล์คงรูปอยู่ได้

b)

ช่วยทำให้เซลล์มีรูปร่างเหลี่ยม

c)

ช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์

d)

ควบคุมการผ่านเข้า-ออกของสารระหว่างเซลล์

5.

การแพร่ คืออะไร

a)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคสารจากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

b)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคสารจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นสูง

c)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคน้ำจากบริเวณที่มีน้ำมากไปน้ำน้อย

d)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคน้ำจากบริเวณที่มีน้ำน้อยไปน้ำมาก

6.

ออสโมซิส คืออะไร

a)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคสารจากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

b)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคสารจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นสูง

c)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคน้ำจากบริเวณที่มีน้ำมากไปน้ำน้อย

d)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคน้ำจากบริเวณที่มีน้ำน้อยไปน้ำมาก

7.

จากภาพ เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

การแพร่แบบธรรมดา (simple diffusion)

b)

ออสโมซิส (Osmosis)

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต (Facilitated diffusion)

d)

การลำเลียงแบบใช้พลังงาน (Active transport)

8.

จากภาพ เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

การแพร่แบบธรรมดา (simple diffusion)

b)

ออสโมซิส (Osmosis)

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต (Facilitated diffusion)

d)

การลำเลียงแบบใช้พลังงาน (Active transport)

9.

จากภาพ เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

การแพร่แบบธรรมดา (simple diffusion)

b)

ออสโมซิส (Osmosis)

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต (Facilitated diffusion)

d)

การลำเลียงแบบใช้พลังงาน (Active transport)

10.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่แบบฟาซิลิเทต

a)

อาศัยพลังงานในการลำเลียงสาร

b)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคสารผ่านลิพิดที่เยื่อหุ้มเซลล์

c)

การเคลื่อนที่ของสารผ่านช่องโปรตีนตัวพา

d)

การเคลื่อนที่ของสารจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง

11.

จากรูปเป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

เอนโดไซโทซิส (ฟาโกไซโทซิส)

b)

เอกโซไซโทซิส

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

d)

แอกทีฟทรานสปอร์ต

12.

อวัยวะที่ทำหน้าที่ในการรักษาสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย

a)

ตับ

b)

ไต

c)

ม้าม

d)

ไขกระดูก

13.

ข้อใด ไม่ใช่ โครงสร้างของระบบขับถ่าย

a)

ท่อไต

b)

กรวยไต

c)

กระเพาะปัสสาวะ

d)

ช่องคลอด

14.

โกลเมอรูลัส (glomerulus) ในหน่วยไตมีหน้าที่อะไร

a)

เป็นเยื่อกรองสารจากเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยไต

b)

ดูดกลับสารที่มีประโยชน์

c)

หลั่งสารี่เกินความต้องการของร่างกาย

d)

ถูกทุกข้อ

15.

ข้อใด ไม่ใช่ การทำงานของหน่วยไต

a)

การกรอง

b)

การดูดกลับ

c)

การหลั่ง

d)

การสร้างสาร

16.

สารใดบ้างที่มีการดูดกลับโดยท่อหน่วยไตู

a)

กลูโคส

b)

กรดอะมิโน

c)

น้ำ

d)

ถูกทุกข้อ

17.

ฮอร์โมน ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมสดุลน้ำในร่างกายคือ

a)

แอนติไดยูเรติก ADH

b)

แอลโดสเตอโรน

c)

อินซูลิน

d)

อะไมเลส

18.

หากร่างกายสูญเสียน้ำ จะเกิดการทำงานต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด

a)

ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น

b)

ต่อมใต้สมองส่วนหลังให้หลั่ง ADH มากขึ้น

c)

กระตุ้นท่อหน่วยไตและท่อรวมเพิ่มการดูดน้ำกลับ

d)

ปัสสาวะมีปริมาณมาก

19.

เมื่อเลือดเป็นกรดร่างกายมีการรักษาดุลยภาพอย่างไร

a)

ลดอัตราการหายใจเพื่อเพิ่มการสะสมแก๊สแก๊สคาร์บอนไดอออกไซด์

b)

อัตราการหายใจเพิ่มขึ้น เพื่อนำแก๊สคาร์บอนไดอออกไซด์ ออกนอกร่างกาย

c)

หน่วยไตหลั่งสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด H+ และขับออกทางปัสสาวะ

d)

หน่วยไตหลั่งสารที่มีเป็นเบสทิ้งออกทางปัสสาวะ

20.

สมองส่วนใดทำหน้าที่ควบคุมสมดุลอุณหภูมิในร่างกาย

a)

ต่อมใต้สมองส่วนหลัง

b)

ไฮโพทาลามัส

c)

เมดัลลาออบลองกาตา

d)

ซีรีบรัม

21.

เมื่ออุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ ร่างกายมีการตอบสนองอย่างไร

a)

ลดอัตราเมแทบอลิซึม

b)

ขนลุกและเกิดอาหารหนาวสั้น

c)

เพิ่มการขยายจัวของหลอดเลือด

d)

ต่อมเหงื่อสร้างเหงื่อน้อยลงหรือไม่สร้างเลย

22.

เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ ร่างกายมีการตอบสนองอย่างไร

a)

เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึม

b)

ขนลุกและเกิดอาหารหนาวสั้น

c)

ลดการขยายตัวของหลอดเลือด

d)

ต่อมเหงื่อสร้างเหงื่อเพิ่มมากขึ้น

23.

ข้อใดเป็นการป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ

a)

ผิวหนัง

b)

เมือกในท่อลม

c)

ต่อมน้ำตา

d)

ถูกทุกข้อ

24.

เซลล์เม็ดเลือดขาวในข้อใดมีการทำลายเชื้อโรคอย่างจำเพาะ

a)

นิวโทรฟิล

b)

โมโนไซต์

c)

ลิมโฟไซต์

d)

ฟาโกไซต์

25.

ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ได้ถูกต้อง

a)

เซลล์บี : ควบคุมการทำงานของเซลล์ที

b)

เซลล์ทีผู้ช่วย : สร้างแอนติบอดีทำลายแอนติเจน

c)

เซลล์ทีผู้ช่วย : พัฒนาเป็นเซลล์เมมอรีที่จดจำเชื้อโรค

d)

เซลล์บี : พัฒนาเป็นเซลล์พลาสมาเพื่อสร้างแอนติบอดี

26.

โรคเอดส์เกิดจากการติดเชื้อประเภทใด

a)

ไวรัส

b)

แบคทีเรีย

c)

พยาธิ

d)

เชื้อรา

27.

แอนติบอดี ที่สกัดได้จากเลือดสัตว์สามารถกำจัดแอนติเจนได้ทันที เช่น การถูกงูกัด เรียกว่า

a)

วัคซีน

b)

เซรุ่ม

c)

ทอกซอยด์

d)

ไม่มีข้อถูก

28.

ทารกดื่มน้ำนมที่มีแอนติบอดี เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันแบบใด

a)

ภูมิคุ้มกันรับมา

b)

ภูมิคุ้มกันก่อเอง

c)

ภูมิคุ้มกันรับมาและก่อเอง

d)

ไม่มีข้อถูก

29.

ข้อใดเป็นภูมิคุ้มกันก่อเอง

a)

การฉีดเซรุ่ม

b)

การดื่มน้ำนม

c)

การฉีดวัคซีน

d)

ถูกทุกข้อ

30.

กระบวนการอักเสบเกี่ยวข้องกับการำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดใด

a)

นิวโทรฟิล

b)

โมโนไซต์

c)

ลิมโฟไซต์

d)

ฟาโกไซต์