wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบกลางภาค วิชา วิทยาศาสตร์ 1 (ว22101)

Total questions: 27

Worksheet time: 36mins

Name
Class
Date
1.

การระเหยแห้งน้ำทะเลจะได้สารชนิดใด

a)

แป้ง

b)

เกลือ

c)

ทราย

d)

น้ำตาล

2.

การผลิตน้ำตาลทรายจากอ้อยใช้การแยกสารโดยวิธีใด

a)

การกลั่น

b)

การตกผลึก

c)

การระเหยแห้ง

d)

การสกัดด้วยตัวทำละลาย

3.

การกลั่นมีหลักการแยกสารอย่างไร

a)

แยกสารที่มีจุดเดือดแตกต่างกัน

b)

แยกสารที่มีสภาพการละลายแตกต่างกัน

c)

แยกสารที่มีขนาดของอนุภาคแตกต่างกัน

d)

แยกสารที่มีความสามารถในการละลายและถูกดูดซับบนตัวดูดซับแตกต่างกัน

4.

สารละลายที่แยกตัวทำละลายออกจากตัวละลายโดยการกลั่นแบบธรรมดา ควรมีจุดเดือดแตกต่างกันอย่างน้อยกี่องศาเซลเซียส

a)

20 องศาเซลเซียส

b)

30 องศาเซลเซียส

c)

40 องศาเซลเซียส

d)

50 องศาเซลเซียส

5.

การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากพืชใช้การแยกสารโดยวิธีใด

a)

การกลั่นแบบไอน้ำ

b)

การกลั่นลำดับส่วน

c)

การกลั่นแบบธรรมดา

d)

การสกัดด้วยตัวทำละลาย

6.

การกลั่นลำดับส่วนใช้แยกสารที่มีลักษณะอย่างไร

a)

แยกสารที่มีจุดเดือดต่ำ

b)

แยกสารที่มีจุดเดือดสูง

c)

แยกสารที่มีจุดเดือดต่างกันน้อย

d)

แยกสารที่มีจุดเดือดต่างกันมาก

7.

สาร A และสาร B เคลื่อนที่บนตัวดูดซับเป็นระยะทาง 2.8 และ 4.2 เซนติเมตร ส่วนตัวละลายเคลื่อนที่บนตัวดูดซับเป็นระยะทาง 5.5 เซนติเมตร จงหาค่า Rf ของสาร A และสาร B ตามลำดับ

a)

0.35 และ 0.62

b)

0.48 และ 0.78

c)

0.51 และ 0.76

d)

0.58 และ 0.87

8.

สาร A สาร B สาร C และสาร D เคลื่อนที่บนตัวดูดซับเป็นระยะทาง 3.8 2.1 6.8 และ 1.4 เซนติเมตร ตามลำดับ สารชนิดใดถูกดูดซับโดยตัวดูดซับได้น้อยที่สุด

a)

สาร A

b)

สาร B

c)

สาร C

d)

สาร D

9.

สารที่สกัดได้จากพืชมีสมบัติหลายอย่าง ยกเว้นข้อใด

a)

ระเหยง่าย

b)

มีกลิ่นหอม

c)

ไม่ละลายน้ำ

d)

ละลายน้ำได้

10.

การแยกสารสีจากใบเตยควรใช้วิธีใด

a)

การระเหยแห้ง

b)

การกลั่นแบบไอน้ำ

c)

การกลั่นแบบธรรมดา

d)

การสกัดด้วยตัวทำละลาย

11.

ข้อใดเป็นหลักการในการแยกสารด้วยวิธีการระเหยแห้ง

a)

การแยกสารละลายที่ตัวละลายเป็นของแข็งในตัวทำละลายที่เป็นของแข็งโดยใช้ความร้อน

b)

การแยกสารละลายที่ตัวละลายเป็นของแข็งในตัวทำละลายที่เป็นของเหลวโดยใช้ความร้อน

c)

การแยกสารละลายที่ตัวละลายเป็นของเหลวในตัวทำละลายที่เป็นของเหลวโดยใช้ความร้อน

d)

การแยกสารละลายที่ตัวละลายเป็นของแข็งในตัวทำละลายที่เป็นของเหลวในสภาพของสารละลายอิ่มตัว

12.

สารละลายใดไม่เหมาะสมในการแยกสารด้วยวิธีการระเหยแห้ง

a)

น้ำเกลือ

b)

น้ำเชื่อม

c)

น้ำปูนใส

d)

แอลกอฮอล์เช็ดแผล

13.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการผลิตเกลือสมุทรด้วยวิธีการระเหยแห้ง

a)

สารละลายเป็นสารเนื้อผสมระหว่างน้ำกับเกลือ

b)

ตัวละลาย คือ เกลือ และตัวทำละลาย คือ น้ำเกลือ

c)

เนื่องจากน้ำมีจุดเดือดต่ำกว่าเกลือน้ำจึงระเหยกลายเป็นไอ เหลือเฉพาะเกลือ

d)

การนำน้ำทะเลไปต้มจนเดือดแล้วปล่อยให้ตกผลึกเกลือออกมาเป็นหลักการเดียวกันกับการระเหยแห้ง

14.

ของผสมในข้อใดสามารถแยกสารได้โดยใช้วิธีการระเหยแห้ง

a)

ต้องการแยกน้ำส้มสายชูออกจากน้ำ

b)

ต้องการแยกน้ำตาลทรายออกจากน้ำ

c)

ต้องการแยกเกลือโซเดียมคลอไรด์ออกจากน้ำตาลทราย

d)

ต้องการแยกโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตออกจากสารส้ม

15.

เหตุการณ์ในข้อใดแสดงให้เห็นว่าสารละลายนั้นเป็นสารละลายอิ่มตัว

a)

นารีเติมเกลือลงในน้ำเย็น พบว่า เกลือไม่ละลายน้ำเพิ่ม

b)

มุกดาเติมเกลือลงในน้ำ พบว่า มีตะกอนของเกลือเหลืออยู่

c)

นาราเติมน้ำตาลทรายลงในน้ำ พบว่า น้ำตาลทรายละลายหมด

d)

บุษบาเติมน้ำตาลทรายลงในน้ำร้อน แล้วปล่อยให้สารละลายเย็นลง พบว่า สารละลายนั้นใสไม่มีผลึกของน้ำตาลทราย

16.

เอกต้องการตกผลึกเกลือจากน้ำทะเล เมื่อทำการทดลองตามที่เรียนมาครบทุกอย่าง พบว่า สารละลายดังกล่าวยังไม่ตกผลึก เอกจึงช่วยให้การตกผลึกของเกลือดีขึ้นโดยปฏิบัติดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

การเติมเกลือลงไปเพิ่ม

b)

การนำสารละลายไปตากแดดแล้วปล่อยข้ามคืน

c)

การเติมน้ำลงไปเล็กน้อย

d)

การนำสารละลายไปต้มให้เดือดสักพักแล้วปล่อยให้เย็น

17.

เพราะเหตุใด จึงต้องกรองสารละลายอิ่มตัวในขณะที่ยังร้อนเพื่อกำจัดสิ่งเจือปนที่ไม่ละลายออก

a)

ทำให้สารละลายผ่านกระดาษกรองได้เร็วกว่า

b)

สารที่ไม่ละลายนั้นเป็นผลึกสิ่งเจือปนที่เราต้องการ

c)

ต้องการระเหยตัวทำละลายออกไปเพื่อให้เกิดการตกผลึกง่ายขึ้น

d)

ถ้ากรองสารขณะเย็นหรืออุณหภูมิปกติ จะทำให้สารที่เราต้องการตกผลึกลงมาก่อนซึ่งจะไปผสมกับสารที่เราไม่ต้องการ

18.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักการกลั่น

a)

น้ำเกลือสามารถทำให้บริสุทธิ์ได้ด้วยการกลั่นลำดับส่วน

b)

ของเหลวที่มีจุดเดือดต่ำกว่าจะระเหยกลายเป็นไอออกมาก่อน

c)

ของเหลวแต่ละชนิดจะระเหยกลายเป็นไอที่อุณหภูมิแตกต่างกัน

d)

การกลั่นเป็นการแยกสารละลายที่ประกอบด้วยของเหลวผสมกัน

19.

ข้อใดเป็นความแตกต่างของการกลั่นแบบธรรมดาและการกลั่นลำดับส่วน

a)

จุดเดือดของสารที่ต้องการแยก

b)

อุณหภูมิที่ใช้ในการแยกสาร

c)

อุปกรณ์ที่ใช้กลั่น

d)

ตัวทำละลาย

20.

ข้อใดเป็นวิธีการแยกสารจากน้ำมันดิบที่เหมาะสมที่สุด

a)

การสกัดด้วยตัวทำละลาย

b)

การกลั่นแบบธรรมดา

c)

การกลั่นแบบไอน้ำ

d)

การกลั่นลำดับส่วน

21.

ข้อใดเป็นหลักการเดียวกับการสกัดด้วยตัวทำละลาย

a)

การต้มใบชา

b)

การละลายน้ำตาลในน้ำ

c)

การระเหยตัวทำละลายออกจากสารสกัดจากพืช

d)

การใช้สารส้มแกว่งลงในน้ำ เพื่อให้สิ่งสกปรกตกตะกอน

22.

ข้อใดอาศัยสมบัติของสารเช่นเดียวกับการแยกสารโดยการระเหยแห้ง

a)

น้ำแข็งละลายกลายเป็นน้ำ

b)

การตากเสื้อที่เพิ่งซักกลางแดดจนแห้ง

c)

การบูรที่วางบนโต๊ะมีขนาดเล็กลง

d)

ไอน้ำในอากาศรวมตัวกันกลายเป็นฝน

23.

บอกวิธีการกลั่นแบบธรรมดาในการแยกสารผสมที่กำหนดให้

a)

การแยกของแข็งออกจากของเหลวโดยที่ของแข็งละลายในของเหลว

b)

การแยกสารละลายที่มีตัวละลาย และตัวทำละลายเป็นของเหลว

c)

การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากต้นตะไคร้

d)

การแยกน้ำตาลทรายออกจากน้ำเชื่อม

e)

การกลั่นน้ำมันดิบ

24.

บอกวิธีการกลั่นแบบไอน้ำในการแยกสารผสมที่กำหนดให้

a)

การแยกของแข็งออกจากของเหลวโดยที่ของแข็งละลายในของเหลว

b)

การแยกสารละลายที่มีตัวละลายและตัวทำละลายเป็นของเหลว

c)

การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากต้นตะไคร้

d)

การแยกน้ำตาลทรายออกจากน้ำเชื่อม

e)

การกลั่นน้ำมันดิบ

25.

บอกวิธีการกลั่นลำดับส่วนในการแยกสารผสมที่กำหนดให้

a)

การแยกของแข็งออกจากของเหลวโดยที่ของแข็งละลายในของเหลว

b)

การแยกสารละลายที่มีตัวละลายและตัวทำละลายเป็นของเหลว

c)

การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากต้นตะไคร้

d)

การแยกน้ำตาลทรายออกจากน้ำเชื่อม

e)

การกลั่นน้ำมันดิบ

26.

การสังเกตว่าสารละลายนั้นเป็นสารละลายอิ่มตัวทำได้อย่างไร

4 lines
27.

เพราะเหตุใดจึงต้องนำสารละลายไปให้ความร้อนในการแยกสารโดยการตกผลึก

4 lines