wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบชีวเคมีสำหรับวิทย์สุขภาพ ครั้งที่ 2

Total questions: 45

Worksheet time: 47mins

Name
Class
Date
1.

บทบาทที่สำคัญของกรดนิวคลิอิกคือข้อใด

a)

ช่วยในการเจริญเติบโต

b)

สลายให้พลังงาน

c)

ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและเป็นแม่แบบในการสังเคราะห์โปรตีน

d)

เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสมดุลของน้ำและกรด-เบส

2.

ข้อใด กล่าวผิด เกี่ยวกับกรดนิวคลิอิก

a)

เป็นสารที่เก็บและถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต

b)

ทำหน้าที่สังเคราะห์ลิพิดและคาร์โบไฮเดรต

c)

โมเลกุลของกรดนิวคลิอิกประกอบด้วยหน่วยย่อยที่เรียกว่า นิวคลีโอไทด์

d)

นิวคลีโอไทด์จะเรียงตัวต่อกันเป็นสายยาว เรียกว่า พอลินิวคลีโอไทด์

3.

กรดนิวคลิอิกแบ่งออกเป็นกี่ชนิด

a)

1 ชนิด

b)

2 ชนิด

c)

3 ชนิด

d)

4 ชนิด

4.

โครงสร้างของ DNA แตกต่างจาก RNA ตรงกับข้อใด

a)

จำนวนหมู่ฟอสเฟต

b)

ชนิดของน้ำตาล

c)

ชนิดของพันธะ

d)

ชนิดของเบสเพียวรีน

5.

กรดนิวคลิอิกประกอบด้วยหน่วยย่อย 3 ชนิด ตรงกับข้อใด

a)

กรดอะมิโน กลูโคส และแมนโนส

b)

น้ำตาลเพนโตส น้ำตาลแมนโนส และน้ำตาลเฮกโซส

c)

พันธะไดเอสเทอร์ พันธะไฮโดรเจน และพันธะไอออนิก

d)

น้ำตาลเพนโตส ไนโตรเจนเบส และหมู่ฟอสเฟต

6.

ไนโตรเจนเบสชนิดใดไม่พบในโครงสร้างของ DNA

a)

G

b)

U

c)

C

d)

T

7.

นิวคลีโอไทด์ของ DNA ประกอบด้วยสารตรงกับข้อใด

a)

น้ำตาลไรโบส ไนโตรเจนเบส และหมู่ฟอสเฟต

b)

น้ำตาลกลูโคส ไนโตรเจนเบส และหมู่ฟอสเฟต

c)

น้ำตาลดีออกซีไรโบส ไนโตรเจนเบส และหมู่ฟอสเฟต

d)

น้ำตาลดีออกซีไรโบส ไนโตรเจนเบส และไตรกลีเซอไรด์

8.

นิวคลีโอไซด์ มีองค์ประกอบตรงตามข้อใด

a)

น้ำตาลเพนโตส+ไนโตรเจนเบส

b)

ไนโตรเจนเบส+หมู่ฟอสเฟต

c)

น้ำตาลเพนโตส+หมู่ฟอสเฟต

d)

น้ำตาลเพนโตส+ไลโซไซม์

9.

กรดนิวคลิอิกมีลักษณะเป็นพอลินิวคลิโอไทด์เรียงต่อกันโดยมีแกนของสายพอลินิวคลิโอไทด์เป็นน้ำตาลไรโบสสลับกับฟอสเฟตโดยหมู่ฟอสเฟตจะจับคู่ระหว่าง C ที่ 3 ของไรโบสตัวหนึ่งกับ C ที่ 5 ของไรโบสอีกตัวหนึ่งด้วยพันธะชนิดใด

a)

พันธะไดเอสเทอร์

b)

พันธะไฮโดรเจน

c)

พันธะไอออนิก

d)

พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์

10.

ดีเอนเอมีโครงสร้างพอลิเมอร์ของนิวคลิโอไทด์เป็นโครงสร้างปฐมภูมิ โดยนิวคลิโอไทด์แต่ละหน่วยจะเรียงเชื่อมต่อกันเกิดเป็นสายของพอลินิวคลิโอไทด์ มีทิศทางตรงกับข้อใด

a)

ปลาย 5′ ไปทางปลาย 3′

b)

ปลาย 3′ ไปทางปลาย 5′

c)

ปลาย 5′ ไปทางปลาย 1′

11.

ข้อใดเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง DNA 2 สาย

a)

พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์

b)

พันธะไฮโดรเจน

c)

พันธะไกลโคซิดิก

d)

พันธะเพปไทด์

12.

ในธรรมชาติสายพอลินิวคลิโอไทด์ 2 สายจะพันกันเป็นเกลียว ซึ่งแต่ละสายจะหันด้านที่มีไนโตรจีนัสเบสเข้าจับกัน โดยการจับกันของเบสคู่สมที่ถูกต้องคือข้อใด

a)

A=G

b)

A=T

c)

C=T

d)

A=C

13.

โครงสร้างดีเอนเอแบบเกลียวที่พบในปัจจุบันมีโครงสร้างหลายแบบ ยกเว้นข้อใด

a)

โครงสร้างแบบ B-DNA

b)

โครงสร้างแบบ A-DNA

c)

โครงสร้างแบบ Z-DNA

d)

โครงสร้างแบบ K-DNA

14.

โครงสร้าง DNA แบบใดที่พบได้ในแบคทีเรียสามารถเปลี่ยนโครงสร้างแบบเกลียวไปเป็นโครงสร้างแบบวงกลมได้

a)

โครงสร้างแบบ B-DNA

b)

โครงสร้างแบบ A-DNA

c)

โครงสร้างแบบ Z-DNA

d)

โครงสร้างแบบ K-DNA

15.

RNA เป็นสายพอลินิวคลิโอไทด์สายเดี่ยว มีน้ำตาลไรโบสแทนดีออกซีไรโบส และใช้เบสชนิดใดแทนเบสไทมีน (T) ในโครงสร้างสายพอลินิวคลิโอไทด์

a)

A

b)

U

c)

C

d)

G

16.

ในธรรมชาติ RNA ที่ถูกสร้างโดยมีโมเลกุลของดีเอนเอเป็นแม่แบบในการสังเคราะห์โปรตีนมี 3 ชนิด ยกเว้นข้อใด

a)

tRNA

b)

rRNA

c)

mRNA

d)

hnRNA

17.

mRNA เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อแปลข้อมูลเป็นโปรตีนจากลำดับเบสโดยการอ่านรหัส ครั้งละ 3 ตัว ซึ่งกำหนดชนิดของกรดอะมิโน จากข้อความข้างต้นรหัส 3 ตัวบน mRNA นี้เรียกว่าอย่างไร

a)

codon

b)

anticodon

c)

smallRNA

d)

miRNA

18.

ถ้าโปรตีนที่ร่างกายต้องการประกอบด้วยกรดอะมิโน 100 หน่วย mRNA ต้องมีรหัสเบสจำนวนอย่างน้อยเท่ากับข้อใด

a)

250 เบส

b)

300 เบส

c)

350 เบส

d)

400 เบส

19.

นักวิทยาศาสตร์พบว่า DNA ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งมีปริมาณ cytosine 38% ดังนั้นปริมาณ thymine จะคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์

a)

12%

b)

24%

c)

31%

d)

38%

20.

tRNA ทำหน้าที่ขนส่งกรดอะมิโนซึ่งสัมพันธ์กับรหัส 3 ตัวบน mRNA เพื่อนำไปใช้ในการสร้างโปรตีน โดยมีลำดับเบสที่สมกันกับลำดับเบสบนสาย mRNA เรียกว่าอย่างไร

a)

codon

b)

anticodon

c)

smallRNA

d)

miRNA

21.

เบสเพียวรีนและไพริมิดีนในกรดนิวคลิอิกเป็นอะโรมาติกที่สามารถดูดคลื่นแสง UV ได้ดีที่สุดที่ความยาวคลื่นเท่ากับข้อใด

a)

260 นาโนเมตร

b)

360 นาโนเมตร

c)

450 นาโนเมตร

d)

540 นาโนเมตร

22.

การได้รับแสง UV ในปริมาณมากเป็นอันตรายต่อเซลล์ เพราะทำลายรหัสพันธุกรรมบางส่วน โดยเฉพาะเบสในข้อใด

a)

A

b)

T

c)

C

d)

G

23.

ดีเอนเอเกลียวคู่เมื่ออยู่ในสภาวะที่อุณหภูมิสูงขึ้นจะคลายเกลียวเปลี่ยนโครงสร้างเป็นสายเดี่ยว เรียกอุณหภูมิที่ดีเอนเอเกลียวคู่แยกตัวออกจากกันเพียงครึ่งเดียวว่าอย่างไร

a)

Ta

b)

Tn

c)

Tc

d)

Tm

24.

ฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) ประกอบด้วยกรดอะมิโน 51 โมเลกุล DNA ที่ควบคุมการสร้างอิซูลิน จะประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์น้อยที่สุดจำนวนเท่าไร

a)

51

b)

102

c)

153

d)

204

25.

เมื่อโปรตีนถูกย่อยอย่างสมบูรณ์จะได้โมเลกุลที่เล็กที่สุดคือข้อใด

a)

ไตรเปปไทด์

b)

ไดเปปไทด์

c)

กรดคาร์บอกซิลิก

d)

กรดอะมิโน

26.

กรดอะมิโนทุกชนิดในธรรมชาติประกอบด้วยหมู่ฟังก์ชันดังข้อใด

a)

หมู่อัลคีล และหมู่อะมิโน

b)

หมู่ไฮดรอกซิล และหมู่คาร์บอกซิล

c)

หมู่คาร์บอกซิล และหมู่อัลคีล

d)

หมู่อะมิโน และหมู่คาร์บอกซิล

27.

ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับโครงสร้างของโปรตีนได้ถูกต้อง

a)

secondary structure เกิดจากพันธะไดซัลไฟด์เป็นหลัก

b)

tertiary structure ทำให้โปรตีนมีรูปร่างสามมิติที่จำเพาะ

c)

โครงสร้างแบบ β-pleated sheet และ α-helix จะไม่พบในโปรตีนโมเลกุลเดียวกัน

d)

โปรตีนทุกชนิดจะมีโครงสร้างในระดับ Quaternary structure

28.

โรค sickle cell เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างโปรตีนในระดับใด

a)

Primary structure

b)

Secondary structure

c)

Tertiary structure

d)

Quaternary structure

29.

จากสูตรโครงสร้างของสารต่อไปนี้ มีพันธะเพปไทด์กี่พันธะและเกิดจากกรดอะมิโนกี่โมเลกุล

a)

พันธะเพปไทด์ 2 พันธะ กรดอะมิโน 3 โมเลกุล

b)

พันธะเพปไทด์ 3 พันธะ กรดอะมิโน 4 โมเลกุล

c)

พันธะเพปไทด์ 3 พันธะ กรดอะมิโน 2 โมเลกุล

d)

พันธะเพปไทด์ 4 พันธะ กรดอะมิโน 3 โมเลกุล

30.

ข้อใดจับคู่ผิดสำหรับโปรตีนและหน้าที่ของโปรตีน

a)

ให้ความแข็งแรงและช่วยคงรูปร่างโครงสร้างต่าง ๆ-คอลลาเจน

b)

ขนส่งสารไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย-เอนไซม์

c)

ป้องกันและกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในเซลล์-แอนติบอดี

d)

ให้ความแข็งแรงและช่วยคงรูปร่างโครงสร้างต่าง ๆ-เคราติน

31.

ปัจจัยใดบ้างในข้อต่อไปนี้ที่ทำให้โปรตีนเสียสภาพธรรมชาติ

1. การให้ความร้อน

2. ตัวทำละลายอินทรีย์

3. ไอออนของโลหะหนัก

4. การใช้กรดหรือเบส

a)

1 และ 2 เท่านั้น

b)

3 และ 4 เท่านั้น

c)

1 เท่านั้น

d)

1, 2, 3 และ 4

32.

การหาปริมาณโปรตีนโดยการวัดค่าการดูดกลืนแสงที่ 280 nm นั้น โปรตีนจะต้องมีกรดอะมิโนชนิดใดเป็นองค์ประกอบ

a)

ไทโรซีน ฟีนิลอะลานีน

b)

ทริปโตเฟน เมทไธโอนีน

c)

ทรีโอนีน ซีสเทอีน

d)

โพลีน วาลีน

33.

ข้อต่อไปนี้ทำโปรตีนแต่ละชนิดแตกต่างกัน ยกเว้นข้อใด

a)

ชนิดของกรดอะมิโนที่เป็นองค์ประกอบ

b)

จำนวนของกรดอะมิโนในแต่ละโมเลกุล

c)

ชนิดของธาตุพื้นฐานสำคัญที่เป็นองค์ประกอบ

d)

ลำดับและการจัดเรียงตัวของกรดอะมิโนในพอลิเพปไทด์

34.

อาหารในข้อใดที่ไม่ผ่านกรรมวิธีที่ทำให้โปรตีนสูญเสียสภาพธรรมชาติ (denature)

a)

ไข่ดาว

b)

เนื้อตุ๋น

c)

ไก่ย่าง

d)

กุ้งสด

35.

การเรียงตัวของกรดอะมิโนที่ต่างชนิดกันในสายพอลิเปปไทด์ทำให้เกิดโปรตีนต่างชนิดกัน โดยมีกรดอะมิโนต่างกัน 20 ชนิด แต่ละชนิดมีโครงสร้างต่างกันที่หมู่ใด

a)

หมู่ R

b)

หมู่ B

c)

หมู่ AB

d)

หมู่ Q

36.

กรดอะมิโนในข้อใดที่มีกำมะถัน (S) เป็นองค์ประกอบ

a)

ไกลซีน (Gly) และวาลีน (Val)

b)

ไกลซีน (Gly) และเมไทโอนีน (Met)

c)

ซีสเทอีน (Cys) และวาลีน (Val)

d)

ซีสเทอีน (Cys) และเมไทโอนีน (Met)

37.

กรดอะมิโนสามารถแสดงสมบัติความเป็นกรด-เบสและบัฟเฟอร์ โดยการแตกตัวของหมู่คาร์บอกซิลิกและหมู่อะมิโน ทำให้กรดอะมิโนมีประจุบวกและลบในโมเลกุลเดียวกันเรียกว่าอย่างไร

a)

สวิตเทอร์ไอออน

b)

สารแอมฟาโก

c)

สารอะลิฟาติก

d)

ไอออนบวก

38.

กรดอะมิโนที่มีหมู่อะโรมาติกดูดกลืนคลื่นแสงได้ที่ความยาวคลื่น 280 นาโนเมตร ยกเว้นข้อใด

a)

ฟีนิลอะลานีน

b)

ไทโรซีน

c)

ทริปโทเฟน

d)

ซีสทีน

39.

จากโครงสร้างของสายพอลิเปปไทด์ที่กำหนดให้นี้มีจำนวนกรดอะมิโนกี่ชนิด

a)

4 ชนิด

b)

5 ชนิด

c)

6 ชนิด

d)

7 ชนิด

40.

จากโครงสร้างของสายพอลิเปปไทด์ที่กำหนดให้นี้มีจำนวนพันธะเปปไทด์ตรงกับข้อใด

a)

4 พันธะ

b)

5 พันธะ

c)

6 พันธะ

d)

7 พันธะ

41.

จากโครงสร้างอินซูลินของมนุษย์ที่กำหนดให้นี้เป็นการแสดงโครงสร้างของโปรตีนในระดับใด

a)

โครงสร้างปฐมภูมิ

b)

โครงสร้างทุติยภูมิ

c)

โครงสร้างตติยภูมิ

d)

โครงสร้างจตุรภูมิ

42.

โรคโลหิตจาง (sickle cell anemia) เกิดจากการความผิดปกติของยีน โดยมีกรดอะมิโนตำแหน่งที่เท่าใดเปลี่ยนไป ทำให้โครงสร้างของโปรตีนผิดปกติส่งผลต่อการทำหน้าที่ของโปรตีนในการขนส่งออกซิเจน

a)

ตำแหน่งที่ 4

b)

ตำแหน่งที่ 5

c)

ตำแหน่งที่ 6

d)

ตำแหน่งที่ 7

43.

โครงสร้างของโปรตีนในระดับใดที่ต้องประกอบด้วยหน่วยย่อย (subunit) ของสายพอลิเปปไทด์ตั้งแต่ 2 สายขึ้นไปในการทำให้เกิดโครงสร้างใน 3 มิติที่เหมาะกับการทำงานในร่างกาย

a)

โครงสร้างปฐมภูมิ

b)

โครงสร้างทุติยภูมิ

c)

โครงสร้างตติยภูมิ

d)

โครงสร้างจตุรภูมิ

44.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหน้าที่ของโปรตีน

a)

ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานหลักให้กับร่างกายหลังจากนั้นจึงจะใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตและไขมัน

b)

ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้เกิดความแข็งแรง

c)

ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

d)

ทำหน้าที่เป็นฮอร์โมนควบคุมเมทาบอลิซึม เช่น อินซูลิน

45.

การนำแอลกอฮอล์ 70% ทาบริเวณผิวหนังก่อนฉีดยาจะทำให้โปรตีนในเซลล์ของแบคทีเรียเสียสภาพและตายในที่สุด เป็นการนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทยโดยอาศัยหลักการในข้อใด

a)

การตกตะกอนด้วยตัวทำละลายอินทรีย์

b)

การตกตะกอนด้วย salting in

c)

การตกตะกอนด้วยsalting out

d)

การตกตะกอนด้วยอุณหภูมิ