wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โวหารภาพพจน์

Total questions: 15

Worksheet time: 11mins

Name
Class
Date
1.

โวหารในภาษาไทยมีทั้งหมดกี่โวหาร

a)

3

b)

4

c)

5

d)

6

2.

ภาพพจน์ใดเป็นการกล่าวเกินจริง

a)

ปฏิพจน์

b)

นามนัย

c)

อติพจน์

d)

บุคลาธิษฐาน

3.

โฉมควรจักฝากฟ้า ฤาดิน ดีฤา

เกรงเทพไท้ธรณินทร์ ลอบกล้ำ

ฝากลมเลื่อนโฉมบิน บนเล่า นะแม่

ลมจะชายชักช้ำ ชอกเนื้อเรียมสงวน

โคลงบทนี้ใช้ภาพพจน์อะไร

a)

อติพจน์

b)

อุปมา

c)

บุคลธิษฐาน

d)

อุปลักษณ์

4.

การใช้ภาพพจน์ในข้อใดถูกต้อง

a)

บุคลาธิษฐาน เช่น ขอเป็นเกือกรองบาทา

b)

อุปลักษณ์ เช่น ทะเลไม่เคยหลับใหล

c)

สัทพจน์ เช่น งามดั่งนางอัปสรสวรรค์

d)

อุปมา เช่น สวยเหมือนนางฟ้า

5.

เห็นจากจากแจกก้าน แกมระกำ

ถนัดระกำกรรมจำ จากช้า

บาปใดที่โททำ แทนเท่า ราแม่

จากแต่คาบนี้หน้า พี่น้องคงถนอม

จากโคลงข้างต้น บาทใดแสดงความหวัง

a)

เห็นจากจากแจกก้าน แกมระกำ

b)

จากแต่งคาบนี้หน้า พี่น้องคงถนอม

c)

ถนัดระกำจำ จากช้า

d)

บาปใดที่โททำ แทนเท่า ราแม่

6.

จากมามาลิ่วล้ำ ลำบาง

บางยี่เรือราพลาง พี่พร้อง

เรือแผงช่วยพานาง เมียงม่าน มานา

บางบ่รับคำคล้อง คล่าวน้ำตาคลอ

โคลงบทนี้ใช้ภาพพจน์ใด

a)

บุคลาธิษฐาน

b)

สัทพจน์

c)

อุปมา

d)

อติพจน์

7.

จำใจจากแม่เปลื้อง ปลิดอก อรเอย

เยียวว่าแดเดียวยก แยกได้

สองซีกแล่งทรวงตก แตกภาค ออกแม่

ภาคพี่ไปหนึ่งไว้ แนบเนื้อนวลถนอม

จากคำประพันธ์ข้างต้น ผู้แต่งมีความรู้สึกอย่างไร

a)

สงสัย

b)

เป็นห่วงเป็น

c)

อาลัยอาวรณ์

d)

กังวลใจ

8.

ภาพพจน์ใดเป็นการเปรียบสิ่งหนึ่งให้เหมือนอีกสิ่งหนึ่ง

a)

สัญลักษณ์

b)

อุปลักษณ์

c)

นามนัย

d)

อุปมา

9.

“สายธาราดั่งนาฬิกาแก้ว แว่วแว่วจ๊อกจ๊อกเซาะซอกหิน

a)

สัญลักษณ์

b)

บุคลธิษฐาน

c)

สัทพจน์

d)

อุปมา

10.

ข้อใดใช้ภาพพจน์แบบอุปลักษณ์

a)

เสียงรถด่วนขบวนสุดท้าย

b)

เธอคือโคมทองของชีวิตพี่

c)

ฝากเพลงนี้มากับสายลมผ่าน

d)

หากมีเวลามาเยี่ยมบ้านนาบ้างเธอพี่เน้อ

11.

“เป็นการใช้คำที่มีความหมายตรงกันข้ามหรือขัดแย้งมาเข้าคู่กัน”

a)

ปฏิพากย์

b)

อุปลักษณ์

c)

อติพจน์

d)

นามนัย

12.

ข้อใดไม่ใช้ความเปรียบแบบอุปมา

a)

มะลิวัลย์พันพุ่มคัดเค้า ระดูดอกออกขาวทั้งราวป่า

บ้างเลื้อยเลี้ยวเกี้ยวกิ่งเหมือนชิงช้า ลมพาพัดแกว่งดังแกล้งไกว

b)

หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ แพนดอกฉ่ำช้อยช่อวรวิจิตร

งามดั่งเปลวเพลิงป่ามานิรมิต สร้อยโสภิตอภิรุมพุ่มหัวใจ

c)

เพียรทองงามดั่งทอง ไม่เหมือนน้องห่มตาดพราย

กระแหแหห่าชาย ดั่งสายสวาทนาดนวยจร

d)

ลมระเริงลู่หวิวพลิ้วระลอก สัพยอกยอดไม้ไปลิ่วล่อง

แล้วใบไม้ก็ไหวส่ายขึงข่ายกรอง ทอแสงทองประทับซับน้ำค้าง

13.

ข้อใดเป็นโวหารภาพพจน์ชนิดสัทพจน์

a)

มองซิมองทะเล เห็นลมคลื่นเห่จูบหิน

b)

ปลิดปลิวเคว้งคว้าง ชีวิตฉันดั่งใบไม้ที่หลุดลอย

c)

ติ๊กตอก เจ้านาฬิกา ปลุกฉันให้มาอยู่ในความรัก

d)

เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง ให้มันไหลลงทะเล

14.

“พอแดดพริ้มยิ้มพรายกับชายฟ้า โลกก็จ้าแจ่มหวังด้วยรังสี” ใช้โวหารภาพพจน์ใด

a)

สัทพจน์

b)

บุคลาธิษฐาน

c)

อุปมา

d)

อติพจน์

15.

“วังเอ๋ยวังเวง

หง่างเหง่งย่ำค่ำระฆังขาน

ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล

ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน”

a)

สัทพจน์

b)

นามนัย

c)

อุปมา

d)

บุคลาธิษฐาน