wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบเก็บคะแนน เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน

Total questions: 20

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม ไม่ถูกต้อง

a)

กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ เกี่ยวข้องกับการอักเสบ

b)

กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ เกี่ยวข้องกับเม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์

c)

กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ เกี่ยวข้องกับเยื่อบุอวัยวะ

d)

กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ เกี่ยวข้องกับการทำงานของแอนติบอดี

2.

เซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มลิมโฟไซต์ ถูกสร้างและพัฒนาขึ้นที่ใด ตามลำดับ

a)

B-cell สร้างที่ไขกระดูก พัฒนาที่ม้าม

b)

B-cell สร้างที่ไขกระดูก พัฒนาที่ไทมัส

c)

T-cell สร้างที่ไขกระดูก พัฒนาที่ไทมัส

d)

T-cell สร้างที่ไขกระดูก พัฒนาที่ไขกระดูก

3.

อวัยวะดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

ม้าม

b)

ต่อมน้ำเหลือง

c)

ทอนซิล

d)

ตับ

4.

จากภาพจ่อไปนี้ เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใด

a)

Basophil

b)

Eosinophil

c)

Neutrophil

d)

Monocyte

5.

ไวรัส HIV ทําลายเซลล์ใด

a)

เม็ดเลือดแดง

b)

เม็ดเลือดขาว

c)

เซลล์ของเนื้อเยื่อ

d)

เซลล์ไขกระดูก

6.

Antibodies ถูกสร้างโดยเซลล์ชนิดใด

a)

phagocyte

b)

B – lymphocytes

c)

T – lymphocytes

d)

Killer T – lymphocytes

7.

สิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือแบคทีเรียนั้น เราเรียกเหมือนกันหมดว่า

a)

Antibody

b)

Antigen

c)

Agglutinin

d)

Agglutinogen

8.

อาการภูมิคุ้มกันต่อต้านหรือทำลายเซลล์เนื้อเยื่อในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นอาการของโรคใด

a)

โรคภูมิแพ้

b)

โรคลูคัส

c)

โรคพุ่มพวง (SLE)

d)

โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

9.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

เชื้อเอดส์เกิดจากไวรัส จึงไม่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันได้

b)

วัคซีน และ เซรุ่ม ที่ผลิตจากเชื้อโรคเดียวกันต้องใช้คู่กัน

c)

วัคซีนให้ผลต่อร่างกายน้อยกว่าเซรุ่ม แต่ภูมิคุ้มกันของโรคได้นานกว่าเซรุ่ม

d)

วัคซีนและเซรุ่มมีกรรมวิธีผลิตเหมือนกันแต่มีปฏิกิริยาในร่างกายที่ต่างกัน

10.

เมื่อเกิดอาการของโรคภูมิแพ้ เหตุใดแต่ละคนจึงแสดงอาการแตกต่างกัน

a)

พันธุกรรม

b)

การได้รับยาบางชนิด

c)

ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคภูมิแพ้

d)

สิ่งแวดล้อม

11.

วัคซีน คืออะไร

a)

แอนติบอดีที่อยู่ในเซรุ่ม

b)

แอนติบอดี และ แอนติเจนที่อยู่ในเซรุ่ม

c)

เชื้อโรคที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์หรือตายแล้ว

d)

สารพิษและแบคทีเรียสร้างขึ้นและถูกทำให้หมดฤทธิ์ลงแล้ว

12.

สารแอนติบอดีซึ่งสร้างโดยเม็ดเลือดขาวจะมีการลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดย

a)

ระบบหมุนเวียนเลือด

b)

ระบบหมุนเวียนน้ำเหลือง

c)

ซึมผ่านเนื้อเยื่อ

d)

ซึมผ่านไปกับของเหลวระหว่างเซลล์

13.

ข้อใดกล่าวถึงการป้องกันโดยสารเคมีในร่างกายได้ถูกต้อง

a)

ต่อมน้ำตา มีเอนไซม์ไลโซไซม์

b)

ต่อมน้ำลาย มีเอนไซม์อะไมเลส

c)

ต่อมเหงื่อ มีฤทธิ์เป็นเบสทำลายเชื้อโรค

d)

กระเพาะอาหาร ปล่อยเบสทำลายเชื้อโรค

14.

ข้อใดไม่ใช่เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำงานในกลไกการป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมในร่างกายแบบไม่จำเพาะ

a)

นิวโทรฟิล

b)

อีโอซิโนฟิล

c)

เบโซฟิล

d)

ลิมโฟไซต์

15.

ถ้าตรวจเลือดแล้วพบว่าเม็ดเลือดขาว เพิ่มมากขึ้นผิดปกติแสดงว่าเป็นโรคใด

a)

เอดส์

b)

ลูคีเมีย

c)

โลหิตจาง

d)

ธาลัสซีเมีย

16.

อักเสบหลังจากเกิดบาดแผลเกิดจากการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใด

a)

เบโซฟิล

b)

อีโอซิโนฟิล

c)

นิวโทรฟิล

d)

แมโครฟาจ

17.

เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใด พบมากที่สุดในร่างกาย

a)

Basophil

b)

Eosinophil

c)

Neutrophil

d)

Macrophage

18.

หน้าที่ของ T-cell ต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

helper T cell

b)

cytotoxic T cell

c)

suppressor T cell

d)

plasma T cell

19.

เซลล์ในข้อใดต่อไปนี้ ที่มีการทำงานร่วมกันระหว่างกลไกการป้องกันและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ และกลไกการป้องกันและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ

a)

เซลล์บี - ฟาโกไซต์

b)

เซลล์ที - ฟาโกไซต์

c)

เซลล์บี – ลิมโฟไซต์

d)

เซลล์ที – ลิมโฟไซต์

20.

ข้อใดหมายถึงกลไกการสร้างภูมิคุ้มกันแบบรับมา

a)

ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อถูกกระตุ้นด้วยแอนติเจนหรือสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก

b)

เป็นการฉีดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่ถูกทำให้ตายหรืออ่อนฤทธิ์เข้าสู่ร่างกาย

c)

เป็นแอนติบอดีที่สกัดได้จากสัตว์

d)

ระยะเวลาออกฤทธิ์ช้า