wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Final aj.ตุ๋ย 1/2563

Total questions: 50

Worksheet time: 50mins

Name
Class
Date
1.
ข้อใดอธิบายความหมายของเมทาดา “ถูกต้อง”
a)
เมทาดาทาเป็น data about data ที่ใช้บรรยายข้อมูลหรือวัตถุดิจิทัล เพื่อบอกว่าข้อมูลหรือวัตถุนั้นเป็นข้อมูลชื่อเรื่องของหนังสือ และเป็นชื่อเรื่องที่แปลมาจากอีกภาษาหนึ่ง เป็นต้น
b)
ในการจัดระบบสารสนเทศเพื่อให้บริการในระบบดิจิทัล จะใช้เมทาดาทาเป็นเสมือนป้ายหรือฉลากที่อธิบายวัตถุดิจิทัล เหมือนกระป๋องนมก็ต้องมีฉลากบอกว่าสิ่งที่มีอยู่ในกระป๋องคืออะไร หมดอายุเมื่อใด
c)
เมทาดาทาจะช่วยอธิบายวัตถุดิจิทัลเพื่อประโยชน์ในการจัดระบบสารสนเทศ ซึ่งจะบอกวัตถุนั้นประกอบด้วยด้วยข้อมูลอะไรบ้าง เช่น ประเภท ขนาด ฯลฯ และบอกว่าจะอธิบายข้อมูลนั้นอย่างไร เช่น ขนาดต้องอธิบายเป็นเซนติเมตร นิ้ว หรือฟุต
d)
ถูกทุกข้อ
2.
เมทาดาทาช่วยอำนวยในการจัดระบบสารสนเทศอย่างไร
a)
แก้ปัญหาความหลากหลายของของโครงสร้างและการเข้ารหัสสารสนเทศ
b)
บูรณาการข้อมูลเพื่อให้บริการในระบบดิจิทัลได้ง่าย
c)
ทำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ และทำให้รายละเอียดแต่ละส่วนสามารถนำไปใช้สืบค้นได้
d)
ถูกทุกข้อ
3.
ข้อใด “ไม่ใช่” บทบาทด้านการสืบค้นสารสนเทศ (Resource Discovery) ของเมทาดาทา
a)
Data about data ที่บอกลักษณะสำคัญของวัตถุดิจิทัลที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต
b)
แสดงที่อยู่ของทรัพยากร/วัตถุดิจิทัลเพื่อช่วยเชื่อมโยงผู้ผลิตสารสนเทศกับผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น
c)
ทำให้ผู้ผลิตสามารถเผยแพร่วัตถุดิจิทัลบนอินเทอร์เน็ตได้โดยง่าย
d)
เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาของ search engine ทำให้สามารถระบุเงื่อนไขที่ต้องการได้โดยง่าย
4.
เมทาดาทามีบทบาทต่อการจัดระบบ (Organizing) ทรัพยากรสารสนเทศที่อยู่ในรูปดิจิทัลอย่างไร
a)
รายละเอียดของเมทาดาทาจะช่วยในการค้นหาได้ง่ายขึ้น
b)
รายละเอียดของเมทาดาทาสามารถนำมาจำแนกหรือจัดกลุ่มวัตถุดิจิทัลประเภทเดียวกันให้มาอยู่รวมกัน และจำแนกที่ไม่เหมือนกันออกไป
c)
รายละเอียดของเมทาดาทาทำให้สามารถเชื่อมโยงทรัพยากรที่เหมือนกันไว้ด้วยกัน แม้จะอยู่ต่างระบบก็ตาม
d)
รายละเอียดของเมทาดาทาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาของ search engine ทำให้สามารถระบุเงื่อนไขที่ต้องการได้โดยง่าย
5.
เมทาดาทาช่วยการทำงานร่วมกัน (Interoperability) ทำให้สามารถให้บริการ Digital Services ร่วมกันระหว่างองค์กรอย่างไร
a)
เพิ่มความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ที่ทำงานบน HW and SW ที่ต่างกัน
b)
ช่วยให้บูรณาการข้อมูล แม้ว่าจะมีโครงสร้างข้อมูล (Data Structure) ต่างกัน หรือ Interface ต่างกัน
c)
ช่วยแลกเปลี่ยนข้อมูล ทั้งที่เป็นเนื้อหา (ฉบับเต็ม) และเฉพาะรายละเอียดของ metadata ก็ได้
d)
ถูกทุกข้อ
6.
ข้อใด “ไม่ใช่” บทบาทในการแสดงผลและการจัดเก็บสงวนรักษาของเมทาดาทา
a)
แสดงข้อมูลต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานในอนาคต ทำให้สามารถจัดการ “วัตถุดิจิทัล” เพื่อใช้งานในระยะยาว ซึ่งจำเป็นต่อการจัดเก็บและสงวนรักษาสารสนเทศขององค์กร
b)
กำหนดและแสดงหมายเลขประจำตัว (Digital Identification) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการจัดเก็บ เชื่อมโยง และแสดงผลวัตถุดิจิทัลภายหลัง
c)
สามารถสืบค้นย้อนหลังและเชื่อมโยงไปยังหมายเลขเลขเอกสารดิจิทัล (กรณีเปลี่ยน version)
d)
มีส่วนให้แสดง “เลขมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง” เช่น URI (Uniform Resources Identifier) URL (Uniform Resource Location) DOI (Digital Object Identifier) เป็นต้น
7.
ข้อใดอธิบายการปรับปรุงมาตรฐานของการทำรายการดั้งเดิมให้รองรับกับสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ต “ผิด”
a)
ปรับการทำรายการในรูปแบบบัตรรายการให้ฐานข้อมูลเพื่อรองรับรายการที่มีปริมาณมากบนอินเทอร์เน็ต
b)
ปรับปรุงโครงสร้าง International Standard of Bibliographic Description
c)
ปรับปรุงหลักเกณฑ์ Anglo American Cataloging Rules ให้รองรับกับรายการอิเล็กทรอนิกส์
d)
ปรับปรุงโครงสร้างและเพิ่มรายละเอียดการเข้ารหัสสำหรับทำวัตถุดิจิทัลบนอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะ
8.
สาระสำคัญของแนวคิดของเมทาดาทาที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมคืออะไร
a)
เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ Warwick Framework โดย W3C (World Wide Web Consortium
b)
ปรับแนวคิดการทำรายการใหม่ให้กับลักษณะของการนำเสนอของวัตถุดิจิทัลบนเว็บ สามารถทำรายการทั้งแบบแยกจากตัววัตถุ และฝังลงในวัตถุ และให้ผู้ผลิตทำรายการด้วยตนเอง
c)
รายละเอียดของรายการต้องไม่ซับซ้อน จดจำง่าย
d)
ถูกทุกข้อ
9.
ข้อใด “ไม่ใช่” วัตถุประสงค์ของการนำแนวคิดเมทาดาทามาใช้สำหรับองค์กรดิจิท้ล
a)
องค์กรต้องมีการจัดการที่ดีเพื่อนำไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล
b)
องค์กรต้องวางแผนด้านโครงสร้างข้อมูลให้รองรับกับวัตถุดิจิทัล ไม่ใช่ดำเนินงานเฉพาะสิ่งพิมพ์เท่านั้น
c)
องค์กรจะต้องแก้ปัญหาความหลากหลายของข้อมูล จึงต้องมีมาตรฐานทั้งด้านโครงสร้างข้อมูลและด้านการกำหนดรหัส
d)
องค์กรที่นำเมทาดาทามาใช้จะทำให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถแยกแยะรายละเอียดและส่วนประกอบของข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างองค์กร
10.
ข้อใด “ไม่ใช่” รายละเอียดเมทาดาทาที่มุ่งเน้นการอธิบายรายการ หรือ Descriptive Metadata
a)
Sources เช่น รายการของสำนักพิมพ์, ปีพิมพ์ หรือชื่อผู้แต่ง ฯลฯ
b)
Content เช่น Subject Heading, Keyword
c)
Location เช่น Classification และ Author Code
d)
Administrative Metadata และ Structural Metadata
11.
กรอบการกำกับดูแลข้อมูลกำหนดว่า “ข้อมูลที่อยู่ในระบบทุกประเภทจะต้องถูกกำกับดูแลให้มีองค์ประกอบครบถ้วน” องค์ประกอบข้อใด “ผิด”
a)
ข้อมูลมีความมั่นคงปลอดภัยและรักษาความเป็นส่วนบุคคล มีมาตรการควบคุมและมีการจัดการวงจรชีวิตของข้อมูล
b)
นโยบายการใช้ข้อมูลที่ดี และมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของเจ้าของข้อมูล
c)
ข้อมูลมีเมทาดาทา และข้อมูลมีคุณภาพ
d)
ไม่มีข้อใดผิด
12.
รายละเอียดการดำเนินงานเกี่ยวข้องกับวงจรชีวิตของข้อมูล (Data Life Cycle) ข้อใดถูกต้อง
a)
การวางแผน (Plan) การระบุ (Specify) การเปิดใช้งาน (Enable) และการสร้าง (Create)
b)
การรับ (Acquire) การดูแลรักษา (Maintain) การใช้ (Use) และการจัดเก็บถาวร (Archive)
c)
การดึงข้อมูล (Retrieve) การควบคุม (Control) และการทำลายข้อมูล (Purge)
d)
ถูกทุกข้อ
13.
ข้อใด “ไม่ใช่” องค์ประกอบที่กำหนดไว้ใน “กรอบการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance Framework)”
a)
สถาปัตยกรรมข้อมูล การจำลองและการออกแบบข้อมูล การจัดเก็บและการดำเนินงานกับข้อมูล การบริการและความสามารถในการทำงานร่วมกัน
b)
การบริหารจัดการเอกสารและเนื้อหาข้อมูลหลักและข้อมูลอ้างอิง คลังข้อมูล ทะเลสาบข้อมูล ระบบรายงานอัจฉริยะ และ Data Analytics
c)
เมทาดาทา ความมั่นคงปลอดภัยและการจัดเก็บรักษาความเป็นส่วนบุคคลของข้อมูล คุณภาพข้อมูล
d)
ถูกทุกข้อ
14.
เมทาดาทาจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการให้ชัดเจนเช่นเดียวกัน ยกเว้นข้อใด
a)
กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการรวบรวม การจัดกลุ่ม การดูแลและการควบคุมเมทาดาทา
b)
ข้อมูลแต่ละชุดของหน่วยงานต้องมีเมทาดาทา เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบเกี่ยวกับรายละเอียดชุดข้อมูล ส่งที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์การนำไปใช้ และฟิลด์ข้อมูล
c)
การบริหารจัดการเมทาดาทาต้องมีผู้รับผิดชอบ คือ บริกรข้อมูล (Data Stewards) และนักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst)
d)
ต้องดำเนินงานทุกข้อ ไม่มีข้อใดยกเว้น
15.
การอธิบายชุดข้อมูลเมทาดาทาดังต่อไปนี้ “ข้อใดถูกต้อง”
a)
สิ่งที่ต้องแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบเกี่ยวกับเมทาดาทา ได้แก่ รายละเอียดชุดข้อมูล ส่วนที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์การนำไปใช้ และฟิลด์ข้อมูล
b)
หากชุดข้อมูลครุภัณฑ์จะต้องมีเมทาดาทา สิ่งที่ต้องอธิบาย ประกอบด้วย ชื่อข้อมูลคำอธิบาย เจ้าของ และ Attributeของชุดข้อมูลนี้ได้แก่ เลขครุภัณฑ์ ประเภทสินทรัพย์ ชื่อครุภัณฑ์ รายละเอียด ฯลฯ
c)
แต่ละ Attributeจะต้องระบุรายละเอียด Description, Type, คุณลักษณ์ของฟิลด์ และแต่ต้องกำหนดรูปแบบของการบันทึกข้อมูลแต่ละฟิลด์ด้วย
d)
ถูกทุกข้อ
16.
การบริหารจัดการเมทาดาทา เพื่อให้ได้เมทาดาทาที่มีคุณภาพ มีความสอดคล้อง และมีความมั่นคงปลอดภัยเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในข้อใดบ้าง
a)
กำหนดวิธีการดำเนินงาน โดยเริ่มจากทำความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการในการจัดทำเมทาดาทา และกำหนดมาตรฐานของเมทาดาทาขึ้น
b)
จัดทำคู่มือแนวปฏิบัติมาตรการการบริหารจัดการเมทาดาทา เช่น พจนานุกรมข้อมูล การตั้งชื่อข้อมูล
c)
พัฒนาเครื่องมือบริหารจัดการบัญชีข้อมูล (Data Catalog Management Tools) และเครื่องมือบริหารจัดการเมทาดาทา (Metadata Repository Management Tools)
d)
ถูกทุกข้อ
17.
ข้อใดกล่าว “ผิด”
a)
การบริหารจัดการข้อมูลสัมพันธ์กับการกำกับดูแลข้อมูลขององค์กร
b)
องค์กรดิจิทัลที่มีการกำกับดูแลข้อมูลที่ดีจะต้องเริ่มจากการวางแผนในการบริหารจัดการข้อมูล
c)
การกำกับดูแลข้อมูลที่ดีจะต้องเริ่มจากการทำข้อมูลให้มีความมั่นคง ปลอดภัย มีคุณภาพ เอื้อต่อการ่เชื่อมโยงกันได้ อันจะทำให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ
d)
ไม่มีข้อใดผิด
18.
ข้อใด “ไม่ใช่” องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องตามหลักการปฏิบัติที่ดีเพื่อบริหารจัดการข้อมูลตลอดวงจรชีวิต (Data Lifecycle Management)
a)
การสร้าง จัดเก็บ เผยแพร่ และการทำลายข้อมูล
b)
การนิยามข้อมูล (Data Definition) และการทำบัญชีข้อมูล (DataCatalog)
c)
หมวดหมู่ของข้อมูล (Data Category) และการจัดการเมทาดาทา (Metadata Management)
d)
การทำคลังเมทาดาทา (Metadata Repository)
19.
ข้อใด “ไม่ใช่” หมวดหมู่ข้อมูล (Data Catagory) ของข้อมูลภาครัฐที่จะให้บริการร่วมกัน
a)
ข้อมูลเอกสาร
b)
ข้อมูลส่วนบุคคล
c)
ข้อมูลความมั่นคง
d)
ข้อมูลสาธารณะ
20.
ข้อใดจำแนกคุณลักษณะของเมทาดาทาที่ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล “ผิด”
a)
เป็นข้อมูลที่ใช้กำกับและอธิบายข้อมูลหลักหรือกลุ่มของข้อมูลอื่น ๆ
b)
ภาพรวมของข้อมูลที่อธิบายให้เห็นหมวดหมู่และรายละเอียดข้อมูลเพื่อให้เข้าใจตรงกัน
c)
รายละเอียดของชุดข้อมูลหรือ Data Set เหมาะสำหรับผู้ใช้ข้อมูล นักวิเคราะห์ข้อมูล นักวิทยาการข้อมูล เรียกว่า เมทาดาทาเชิงธุรกิจ (Business Metadata)
d)
รายละเอียดของชุดข้อมูลหรือ Data Set ในด้านเทคนิคและปฏิบัติการเหมาะสำหรับผู้บริหารจัดการฐานข้อมูล เรียกว่าเมทาดาทาเชิงเทคนิค (Technical Metadata)
21.
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ ความหมายของเค้าร่างเมทาดาทา (Metadata Schema)
a)
เป็นแบบแผนที่ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อใช้กับสารสนเทศดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ
b)
เป็นแบบแผนในการกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ภายในระเบียนเมทาดาทา
c)
เป็นแบบแผนที่ช่วยให้ระบบการสืบค้นสารสนเทศดิจิทัลมีประสิทธิภาพมากขึ้น
d)
เป็นการอธิบายถึงลักษณะทางกายภาพของเอกสารที่จัดเก็บไว้เท่านั้น
22.
ข้อใดต่อไปนี้ "ไม่ใช่" รายละเอียดของเมทาดาทา
a)
ผู้สร้างสรรค์ผลงาน/เจ้าของผลงาน
b)
ชื่อผลงาน/ชื่อเรื่อง
c)
จำนวนระเบียนที่จัดเก็บในระบบ
d)
ประเภทของไฟล์ที่จัดเก็บ
23.
จงตอบคำถามจากรูปภาพต่อไปนี้ จากรูปภาพข้างต้น เป็นตัวอย่างการใช้เค้าร่างเมทาดาทาเพื่ออธิบายถึงรายละเอียดของเอกสารที่จัดเก็บไว้ประเภทใด
a)
รายการทรัพยากรห้องสมุด
b)
รายการเอกสารทางการเงินของบริษัท
c)
รายการเอกสารการค้าและการตลาด
d)
รายการเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน
24.
เค้าร่างเมทาดาทามักจะมีความหลากหลายไปตามสารสนเทศประเภทต่าง ๆ แต่โดยทั่วไปแล้วจะต้องมีการกำหนดรายละเอียดที่สำคัญของเค้าร่างเมทาดาทา ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน ยกเว้น ข้อใดต่อไปนี้
a)
รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเข้ารหัส (Encoding)
b)
รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดทำรายการสารสนเทศ
c)
รายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าถึงหรือสืบค้น
d)
รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ
25.
เค้าร่างเมทาดาทามีหน้าที่และเป้าหมายการนำไปใช้ที่แตกต่างกัน สามารถจำแนกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ยกเว้น ข้อใดต่อไปนี้
a)
เมทาดาทาเพื่อบรรยายทรัพยากรสารสนเทศ (Descriptive Metadata)
b)
เมทาดาทาเพื่อการบริหารทรัพยากรสารสนเทศ (Administrative Metadata)
c)
เมทาดาทาเพื่อการแสดงโครงสร้างของเอกสาร(Structural Metadata)
d)
เมทาดาทาเพื่อการสืบค้นของเอกสาร (Retrieval Metadata)
26.
ข้อใดต่อไปนี้ คือ ลักษณะของเมทาดาทาเพื่อบรรยายทรัพยากรสารสนเทศ (Descriptive Metadata)
a)
เป็นเมทาดาทาที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการสืบค้นและเข้าถึง
b)
เป็นเมทาดาทาที่ให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบำรุงรักษาข้อมูลดิจิทัล
c)
เป็นเมทาดาทาที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการด้านสิทธิทางกฎหมาย
d)
เป็นเมทาดาทาที่เน้นการอธิบายลักษณะโครงสร้างขององค์ประกอบต่าง ๆ ของเอกสาร
27.
ข้อใดต่อไปนี้ คือ ลักษณะของเมทาดาทาเพื่อการบริหารทรัพยากรสารสนเทศ (Administrative Metadata)
a)
เป็นเมทาดาทาที่ให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบำรุงรักษาข้อมูลดิจิทัล และการจัดการด้านสิทธิทางกฎหมาย
b)
เป็นเมทาดาทาที่เน้นเรื่องความต้องการในการค้นคืนและเข้าถึงสารสนเทศ
c)
เป็นเมทาดาทาที่เน้นการอธิบายลักษณะโครงสร้างและความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ ของเอกสารทั้งที่เป็นเว็บหรือเอกสารดิจิทัล
d)
เป็นเมทาดาทาที่จัดทำขึ้นมาเพื่อการประมวลผลของคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ
28.
ข้อใดต่อไปนี้ คือ เมทาดาทาเพื่อการแสดงโครงสร้างของเอกสาร (Structural Metadata)
a)
MODS (Metadata Object Description Schema)
b)
PREMIS (Preservation Metadata Implementation Strategies)
c)
VRA Core (Visual Resources Association Core)
d)
METS (Metadata Encoding and Transmission Standard)
29.
ข้อใดต่อไปนี้ เป็นเค้าร่างเมทาดาทาที่เหมาะสมสำหรับการอธิบายทรัพยากรสารสนเทศทางศิลปะ เช่น ภาพวาด ภาพถ่าย ประติมากรรม งานทางด้านสถาปัตยกรรม หัตถกรรม เป็นต้น
a)
EAD (Encoding Archival Description)
b)
MARC (MAchine Readable Catalog)
c)
TEI (Text Encoding Initiative)
d)
VRA Core Categories (Visual Resources Association)
30.
ข้อใดต่อไปนี้ เป็นเค้าร่างเมทาดาทาที่เหมาะสมสำหรับ เอกสารจดหมายเหตุ เอกสารตัวเขียน และสิ่งพิมพ์พิเศษอื่น ๆ โดยเฉพาะ เนื่องจากการลงรายการทรัพยากรกลุ่มนี้จะมีลักษณะที่เฉพาะกว่าเอกสารโดยทั่วไป
a)
TEI (Text Encoding Initiative)
b)
VRA Core Categories (Visual Resources Association)
c)
EAD (Encoding Archival Description)
d)
MARC (MAchine Readable Catalog)
31.
ข้อใดต่อไปนี้ กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ MPEG-7
a)
MPEG-7 มีต้นกำเนิดมาจาก MPEG-1 + MPEG-2 + MPEG-4
b)
MPEG-7 ไม่ใช่วิธีเข้ารหัสการบีบอัด
c)
MPEG-7 มีไว้สำหรับแอปพลิเคชันโดยเฉพาะ
d)
MPEG-7 คือ ส่วนอธิบายเนื้อหามัลติมีเดีย
32.
การลงรายการบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่าง ๆ ของ MARC ใช้หลักเกณฑ์การลงรายการของข้อใดต่อไปนี้
a)
AACR2
b)
MARC21
c)
USMARC
d)
CAN/MARC
33.
ข้อใดต่อไปนี้ อธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ MARC กับห้องสมุดได้ถูกต้องที่สุด
a)
เค้าร่างเมทาดาทาสำหรับการจัดระบบสารสนเทศดิจิทัลของห้องสมุด
b)
MARC ย่อมาจาก MAchine-Readable Cataloging
c)
เป็นการลงรายการบรรณานุกรมในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถอ่านได้
d)
เป็นการลงรายการบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์การลงรายการ AACR2
34.
มาตรฐานโครงสร้างระเบียนของ MARC21 ประกอบด้วยหลายประเภท เเต่ส่วนที่เกี่ยวกับการลงรายการบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด คือข้อใด
a)
MARC21 Format for Authority Data
b)
MARC21 Format for Bibliographic Data
c)
MARC21 Format for Classification Data
d)
MARC21 Format for Community Information
35.
ข้อใดต่อไปนี้ "ไม่ใช่" องค์ประกอบของ MARC21
a)
หมายเลขเขตข้อมูล (Tag number)
b)
ตัวบ่งชี้ (Indicator)
c)
รหัสเขตข้อมูลย่อย (Subfield code)
d)
เลขเรียกหนังสือ (Call Number)
36.
ข้อใดต่อไปนี้เป็นเขตข้อมูล (tag) ที่จัดอยู่ในกลุ่มเขตข้อมูลรายการหลักเเละรายการเพิ่ม
a)
100 Main Entry - Personal Name (NR)
b)
050 Library of Congress Call Number (R)
c)
250 Edition Statement (R)
d)
650 Subject Added Entry-Topical Term (R)
37.
ข้อใดต่อไปนี้เป็นเขตข้อมูล (tag) ที่จัดอยู่ในกลุ่มเขตข้อมูลเกี่ยวกับหัวเรื่อง
a)
300 Physical Description (R)
b)
650 Subject Added Entry-Topical Term (R)
c)
245 Title Statement (NR)
d)
020 International Standard Book Number (R)
38.
จากภาพข้างต้น ข้อใดต่อไปนี้ อธิบายถึงบทบาทของรหัสเขตข้อมูลย่อย หรือ Subfield code ได้ถูกต้อง
a)
ข้อมูลหลัง $a คือ เลขเรียกหนังสือ
b)
ข้อมูลหลัง $b คือ เลขเรียกหนังสือ
c)
ข้อมูลหลัง $a คือ เลขหมู่
d)
ข้อมูลหลัง $b คือ เลขหมู่
39.
จากภาพคู่มือการลงรายการ MARC ข้างต้น ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ตัวบ่งชี้ (Indicator) ในเขตข้อมูล 245
a)
ตัวบ่งชี้ที่ 1 เกี่ยวข้องกับรายการเพิ่มที่เป็นชื่อเรื่อง
b)
ตัวบ่งชี้ที่ 1 หากระบุเป็น 1 หมายถึงการทำรายการเพิ่มชื่อเรื่อง ซึ่งจะเชื่อมโยงกับเขตข้อมูล 246
c)
ตัวบ่งชี้ที่ 2 เกี่ยวข้องกับอักขระที่ไม่ต้องการให้ระบบคอมพิวเตอร์เรียง
d)
เขตข้อมูล 245 ไม่มีข้อกำหนดให้ลงรายการเกี่ยวกับตัวบ่งชี้
40.
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ การระบุ (NR) และ (R) ในเขตข้อมูล 100 Main Entry - Personal Name (NR) และ 650 Subject Added Entry - Topical Term (R)
a)
การระบุ (NR) ในเขตข้อมูล 100 คือ รายการหลักที่เป็นชื่อผู้แต่ง เพราะฉะนั้นจึงสามารถมีได้เพียง 1 คนเท่านั้น หากมีผู้แต่งมากกว่า 1 คน ต้องระบุเป็นรายการเพิ่มในเขตข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
b)
การระบุ (R) เขตข้อมูล 650 คือ รายการเพิ่มที่เป็นหัวเรื่อง ซึ่งสามารถมีได้มากกว่า 1 หัวเรื่อง
c)
ารระบุ (NR) และ (R) ในเขตข้อมูลต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้เป็นหลักเกณฑ์ชัดเจนในคู่มือการลงรายการของ MARC
d)
การลงรายการในระเบียนหนึ่ง ๆ เขตข้อมูล 100 และ 650 สามารถเพิ่มเขตข้อมูลซ้ำได้เหมือนกัน
41.
ข้อใดอธิบายกฎเกณฑ์ด้านเนื้อหา (Content Rules) ของเค้าร่างเมทาดาทาได้ถูกต้อง
a)
เพื่อกำหนดความหมายของแต่ละหน่วยย่อย
b)
เป็นการกำหนดกฎเกณฑ์ในการเลือกและแสดงค่าของข้อมูลในแต่ละองค์ประกอบระบุวิธีการในการคัดเลือกหรือนำเสนอข้อมูล <br />
c)
วิธีการเข้ารหัส (encoded) แต่ละองค์ประกอบในรูปแบบที่เครื่องสามารถเข้าใจได้รูปแบบของ syntax
d)
ไม่มีข้อใดถูกต้อง
42.
Dublin Core Metadata Element Set เป็นเค้าร่างที่ใช้เป็นมาตรฐานการจัดทำรายการเกิดขึ้นโดยกลุ่มใด
a)
การประชุมเชิงปฏิบัติการของกลุ่มนักสารสนเทศ กลุ่มนักคอมพิวเตอร์ และกลุ่มผู้ผลิตฐานข้อมูล
b)
การเสนอร่างข้อกำหนดมาตรฐานทรัพยากรสารสนเทศโดยกลุ่มผู้ใช้สารสนเทศ
c)
การอภิปรายในที่ประชุมของบรรณารักษ์ทั่วโลก
d)
ไม่มีข้อใดถูกต้อง
43.
ข้อใดกล่าวถึงคุณลักษณะ Dublin Core Metadata Element Set ได้ถูกต้อง
a)
เป็นรูปแบบของการทำรายการเว็บ โดยกำหนดรายละเอียดที่จำเป็นต้องอธิบาย(Description) เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ ทำเป็นแนวทางเดียวกัน
b)
ทำงานบน Syntax ของ HTML ซึ่ง basic mark up language สร้างขึ้นสำหรับ web page
c)
มีตัวขยาย (Qualifiers) ที่สามารถเพิ่มเติมได้ตามความต้องการใช้งาน
d)
ถูกต้องทุกข้อ
44.
เค้าร่าง Dublin Core Metadata Element Set มีการนำมาใช้ในประเทศไทยโดยแปลเป็นฉบับภาษาไทยตรงกับเวอร์ชันในข้อใด
a)
ดับลินคอร์เมทาดาตาฉบับ 1.1
b)
ดับลินคอร์เมทาดาตาฉบับ 2.1
c)
ดับลินคอร์เมทาดาตาฉบับ 3.1
d)
ดับลินคอร์เมทาดาตาฉบับ 4.1
45.
ข้อใดไม่ใช่กลุ่มรายละเอียดที่ปรากฏใน Element ของ Dublin Core
a)
Metadata Encoding
b)
Content about Resources
c)
Intellectual Property
d)
Electronic and Physical
46.
ตัวอย่างองค์ประกอบย่อยของ Contributor ตามมาตรฐานของ Dublin Core Metadata สำหรับวิทยานิพนธ์ สำหรับฐานข้อมูล Thailis digital collection ยกเว้นข้อใด
a)
ผู้วาดภาพประกอบ
b)
อาจารย์ที่ปรึกษา
c)
ผู้ให้ทุนวิจัย
d)
ผู้เเต่ง
47.
“แดนทองคำ -- เมืองโอ๊คแลนด์ -- เมืองเวลลิงตัน – เผ่าที่กำลังเลือนหาย” จัดเป็นตัวอย่างการลงรายการในองค์ประกอบย่อยใด (Element) ตามมาตรฐานของ Dublin Core
a)
Title
b)
Description
c)
Contributor
d)
Identifier
48.
การอ้างอิงถึงทรัพยากรสารสนเทศในรูปแบบของ URL สามารถระบุในองค์ประกอบย่อยใด (Element) ตรงกับศัพท์ไวยากรณ์ของ Dublin Core ในข้อใด
a)
Right Management
b)
Format
c)
Identifier
d)
Contributor
49.
รายงานวิจัยเรื่อง “การกำหนดรูปแบบบรรณานุกรมและการวางแนวทางการจัดเก็บแบบถาวรสำหรับข้อมูลต่อเนื่องที่ตัดมาเป็นกลุ่มให้สืบค้นผ่านห้องสมุดอัตโนมัติ :กรณีศึกษาข้อมูลสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” จากชื่อเรื่องรายงานวิจัยดังกล่าวข้อใดระบุหัวเรื่อง (Subject) ได้ถูกต้อง
a)
อินเทอร์เน็ต--สถิติ
b)
สืบค้น
c)
การจัดเก็บ
d)
การวางแนวทาง
50.
การลงรายละเอียดเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ ได้แก่ ชื่อ ปริญญา ระดับ สาขาวิชาตรงกับศัพท์ไวยากรณ์ของ Dublin Core ในข้อใด
a)
FORMAT
b)
RIGHTS
c)
THESIS
d)
CREATOR