wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การลำเลียง การสังเคราะห์ด้วยแสง และฮอร์โมน

Total questions: 30

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

การเพิ่มแรงดัน ทำให้ด้านที่ได้รับแรงดันมีค่าชลศักย์สูง

b)

การเพิ่มแรงดึง ทำให้ด้านที่ไม่ได้รับแรงดึงมีค่าชลศักย์ต่ำ

c)

การเพิ่มตัวละลายทำให้ชลศักย์ของน้ำเพิ่มขึ้น

d)

น้ำเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีชลศักย์ต่ำไปยังบริเวณที่มีชลศักย์สูง

2.

การลำเลียงน้ำในพืชในช่วงใด อาศัยแรงดึงจากการคายน้ำเป็นหลัก

a)

การลำเลียงน้ำจากดินเข้าสู่ราก

b)

การลำเลียงน้ำจากขนรากเข้าสู่ไซเลม

c)

การลำเลียงน้ำภายในไซเลม

d)

ถูกทุกข้อ

3.

คู่ใดสัมพันธ์กันทางหน้าที่น้อยที่สุด

a)

โฟลเอ็มกับการลำเลียงอาหาร

b)

ไซเลมกับการลำเลียงธาตุอาหาร

c)

ขนรากกับแรงโคฮีชัน

d)

ปากใบกับการคายน้ำ

4.

การที่น้ำและแร่ธาตุผ่านจากเซลล์หนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่งทางไซโทพลาสซึมที่เชื่อมต่อกันและ ทะลุไปอีกเซลล์หนึ่งโดยผ่านทางพลาสโมเดสมาตา คือข้อใด

a)

ซิมพลาสต์

b)

อะโพพลาสต์

c)

ทรานส์เมมเบรน

d)

โคฮีชัน

5.

จากรูปข้อใดกล่าวผิด

a)

เป็นปรากฏการ์ที่พืชสูญเสียน้ำ เรียกว่า กัตเตชัน

b)

น้ำจะอยู่ในรูปของหยดน้ำ เคลื่อนที่ออกมาผ่านรูหยาดน้ำ (hydathode)

c)

เกิดขึ้นโดยอาศัยแรงดึงจากการคายน้ำ

d)

สามารถพบเห็นได้ในยามเช้าที่อุณหภูมิต่ำ

6.

ข้อใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการเปิดปิดของปากใบพืช

a)

การเต่งของเซลล์คุมเกี่ยวข้องกับความเข้มข้นของ Na+ และซูโครส

b)

ปกติปากใบจะเปิดทั้งกลางวันและกลางคืน

c)

รูปากใบปิดเมื่อเซลล์คุมสูญเสียความเต่ง เนื่องจากกลูโคสในเซลล์คุมลดลง

d)

รูปากใบเปิดเมื่อเซลล์คุมเต่งเนื่องจากน้ำจากเซลล์ข้างเคียงออสโมซีสไปยังเซลล์

7.

ธาตุอาหารใดต่อไปนี้ จัดเป็นธาตุอาหารรอง (micronutrient) ทั้งหมด

a)

Ni, Zn และ N

b)

P, Cl และ Ca

c)

Mn, B และ Ni

d)

N, P และ K

8.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับทิศทางของการลำเลียงอาหารในโฟลเอ็ม

a)

การลำเลียงอาหารจะเกิดในทิศทางจากรากไปยอดเสมอ

b)

การลำเลียงอาหารจะเกิดในทิศทางจากยอดไปรากเสมอ

c)

การลำเลียงอาหารอาจจะเกิดในทิศทางใดก็ได้

d)

การลำเลียงอาหารจะเกิดในทิศทางจากใบอ่อนไปใบแก่เสมอ

9.

ข้อใดต่อไปนี้เรียงลำดับกลไกการลำเลียงอาหารในพืชได้ถูกต้อง

1 ซูโครสเคลื่อนที่จากซีพทิวป์เมมเบอร์ของแหล่งสร้างไปซีพทิวป์เมมเบอร์ของแหล่งรับ

2 ซูโครสออกจากแหล่งสร้างเข้าสู่ซีฟทิวป์เมมเบอร์

3 น้ำเคลื่อนที่ออกจากซีฟทิวป์เมมเบอร์กลับไปยังเวสเซลเมมเบอร์

4 ซูโครสเคลื่อนที่จากซีฟทิวป์เมมเบอร์เข้าสู่แหล่งรับ

5 น้ำจากเวสเซลล์เมมเบอร์ออสโมซีสเข้ามาในซีพทิวป์เมมเบอร์

a)

2 1 5 4 3

b)

2 5 1 4 3

c)

2 5 4 1 3

d)

2 4 5 1 3

10.

จากแผนภาพโครงสร้างของคลอโรพลาสต์ บริเวณใดของ a-d ที่บรรจุคลอโรฟิลล์

a)

a

b)

d

c)

b และ c

d)

a และ d

11.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับปฏิกิริยาแสง

a)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอนต้องอาศัยระบบแสง I และ ระบบแสง II ช่วยในการรับพลังงานและถ่ายทอดพลังงาน

b)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอนจะเกิดบริเวณสโตรมาของโครงสร้างคลอโรพลาสต์

c)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอนไม่จำเป็นต้องมีแสงสว่างในการถ่ายทอดอิเล็กตรอน

d)

สารสีระบบ I P 680 ได้รับพลังงานแสงในช่วงความยาวคลื่นพอเหมาะ จะเกิดการถ่ายทอดพลังงานทำให้เกิดอิเล็กตรอนหลุดออกไป

12.

การถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบเป็นวัฏจักรเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานเคมีในสารประกอบในข้อใด

a)

NADPH และ ATP

b)

ADP และ NADPH

c)

ATP เท่านั้น

d)

FADH และ O2

13.

น้ำตาลตัวแรกที่ได้รับจากการสังเคราะห์ด้วยแสงคืออะไร และได้จากสิ่งใด

a)

กลูโคส จากการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบเป็นวัฏจักร

b)

ซูโครส จากการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฎจักร

c)

PGA จากวัฏจักรคัลวิน

d)

G3P จากวัฏจักรคัลวิน

14.

สารประกอบใดเป็นสารคงตัวตัวแรกในปฏิกิริการตรึง CO2ของ C3 , C4 และ CAM ตามลำดับ

a)

PGA , OAA , PGA

b)

PGA , OAA , OAA

c)

OAA, PGA , PGA

d)

OAA , PGA ,OAA

15.

ข้อใดต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฏจักรในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

A. น้ำ B. ระบบแสง I C. ระบบแสง II D. ATP E. NADPH

a)

A C และ D

b)

B และ D

c)

B D และ E

d)

A B C D และ E

16.

ในปฏิกิริยาตรึงคาร์บอน (CO2 fixation) ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้น CO2 ทำปฏิกิริยากับสารในข้อใด

a)

Hydrogen

b)

Phosphoglyceric acid

c)

Riburose bisphosphate

d)

Phosphoglyceraldehyde

17.

ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง น้ำตาลเกิดขึ้นที่ ............ ส่วน O2 ซึ่งเป็นผลพลอบได้ เกิดขึ้นที่ ...........

a)

Mitochondria, Stroma

b)

Stroma, Thylakoid

c)

Thylakoid, Stroma

d)

Thylakoid, Cytoplasm

18.

ปฏิกิริยาขั้นตอนใดในวัฏจักรคัลวินที่มีการนำสารพลังงานสูงจากปฏิกิริยาแสงไปใช้

a)

คาร์บอกซิเลชัน

b)

รีดักชัน

c)

รีเจเนอเรชัน

d)

ทุกขั้นตอน

19.

ปัจจัยใดไม่มีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

น้ำ

b)

ธาตุอาหาร

c)

ความเข้มของแก๊สออกซิเจนในอากาศ

d)

ความเข้มของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ

20.

จากกราฟนักเรียนคิดว่าพืช A และพืช B น่าจะตรงกับพืชหมายเลขใด

a)

พืช A คือ อ้อย และพืช B คือ ข้าวฟ่าง

b)

พืช A คือ บานไม่รู้โรย และพืช B คือ ข้าว

c)

พืช A คือ กระบองเพชร และพืช B คือ ข้าวโพด

d)

พืช A คือ ข้าว และพืช B คือ ถั่วเหลือง

21.

แอนเทนนา (antenna) ที่ใช้ในการสังเคราะห์แสง ได้แก่สิ่งใด

a)

สารสีใน PSI และ PSII

b)

PEP และ RuBP ที่เป็น CO2 fixer

c)

reaction center ของ PSI และ PSII

d)

ATP และ NADPH

22.

ฮอร์โมนชนิดใดมีผลหักล้างกัน

a)

Auxin และ Gibberrellin

b)

ABA และ Ethylene

c)

Auxin และ Cytokinins

d)

Auxin และ ABA

23.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับออกซิน

a)

การผลิตต้นไม้บอนไซ

b)

การเร่งรากของกิ่งปักชำ

c)

ใช้เป็นยากำจัดวัชพืช

d)

การโค้งงอของลำต้นเข้าหาแสง

24.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้ควบคุมโดยฮอร์โมนเอทิลีน

a)

เร่งการร่วงของใบ

b)

เร่งการสุกของผลไม้

c)

เร่งการเกิดรากในกิ่งปักชำ

d)

กระตุ้นการออกดอก

25.

ข้อใดจับคู่ผิด ระหว่างสาเหตุและวิธีการทำลายสภาพพักตัวของเมล็ด

a)

ส่วนห่อหุ้มเมล็ดหนา - แช่ในละลายกรด

b)

เปลือกเมล็ดมีสารจำพวกไข - เผาไฟ

c)

มีสารเคมีที่ยับยั้งการงอกของเมล็ด - ชะล้างด้วยน้ำ

d)

เอ็มบริโอยังไม่เจริญเต็มที่ - รอให้เอ็มบริโอเจริญเต็มที่

26.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับทรอพิซึม

a)

เป็นการตอบสนองของพืชต่อสิ่งแวดล้อมโดยมีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้าภายนอก

b)

ยอดพืชจะเบนหนีแสง

c)

การตอบสนองต่อสารเคมีไม่จัดอยู่ในการตอบสนองแบบทรอพิซึม

d)

มีรูปแบบการเจริญเติบโต 2 แบบ คือ การเบนเข้าหาสิ่งเร้า และการเบนออกจากสิ่งเร้า

27.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การเคลื่อนไหวของพืชที่มีทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งเร้า

(1) การหุบและกางของใบแคตอนเย็นและเช้า

(2) การหุบและกางของใบไมยราบเมื่อถูกสัมผัส (3) การเลื้อยพันรอบหลักของตำลึง

(4) การงอกของหลอดเรณูบนยอดเกสรเพศเมียลงไปยังรังไข่

a)

1 และ 2

b)

2 และ 3

c)

3 และ 4

d)

1 และ 4

28.

ข้อใดแสดงว่าพืชตอบสนองต่อแสงสว่าง

a)

ไมยราบหุบและกางใบ

b)

เถาองุ่นพันรอบไม้ที่ทำเป็นร้านให้องุ่นเกาะ

c)

ต้นกาบหอยแครงดักจับแมลงวันที่เดินเข้าไปในใบ

d)

ลำต้นของพืชที่ปลูกในร่มชี้ไปทางหน้าต่าง

29.

ข้อใดเป็นการเคลื่อนที่ของพืชเนื่องจากปลายยอดมีการแบ่งเซลล์สองด้านของลำต้นไม่เท่ากัน

a)

ทรอปิซึม

b)

แนสติกมูฟเมนต์

c)

นิวเทชันมูฟเมนต์

d)

ถูกทุกข้อ

30.

ข้อใดคือภาวะเครียดของพืชที่เกิดจากสิ่งเร้าทางชีวภาพ

a)

น้ำท่วมขัง

b)

จุลินทรีย์ก่อโรค

c)

ดินเค็ม

d)

อุณหภูมิต่ำ