wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทดสอบความรู้ม.5

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

ในรัชสมัยของพระมหากษัตริย์พระองค์ใดถือเป็นยุคทองของนาฏศิลป์ไทย

a)

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

b)

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

c)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

d)

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

2.

ข้อใดเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าระบำ รำ ฟ้อน เกิดขึ้นในสมัยสุโขทัย

a)

หนังสือไตรภูมิพระร่วง

b)

ศิลาจารึกหลักที่ 1

c)

ราชกิจจานุเบกษา

d)

พงศาวดาร

3.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระบำ รำ ฟ้อน ในสมัยรัตนโกสินทร์

a)

สมัยรัชกาลที่ 1 - การแสดงรำเบิกโรง

b)

สมัยรัชกาลที่ 2 - ปรับปรุงระบำสี่บท

c)

สมัยรัชกาลที่ 7 - จัดตั้งกรมศิลปากร

d)

สมัยรัชกาลที่ 5 - จัดตั้งกรมมหรสพ

4.

ข้อใดเป็นลักษณะความแตกต่างระหว่างการแสดงนาฏศิลป์ไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นกับสมัยปัจจุบัน

a)

กระบวนท่ารำ

b)

เครื่องแต่งกายยืนเครื่อง

c)

ความอ่อนช้อยของท่ารำ

d)

แสง สี เสียงที่ใช้ประกอบการแสดง

5.

การสวมใส่เครื่องประดับศีรษะในการแสดงโขนมีความสำคัญอย่างไร

a)

เพื่อให้เกิดความสวยงาม

b)

เพื่อไม่ให้ทราบว่าใครเป็นผู้แสดง

c)

เพื่อให้เกิดความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

d)

เพื่อให้ทราบว่าแสดงเป็นตัวละครตัวใด

6.

การนำดนตรีเข้ามาใช้ในการแสดงมีจุดประสงค์สำคัญตามข้อใด

a)

เพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่องได้ดียิ่งขึ้น

b)

เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน น่าสนใจ

c)

เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้แสดง

d)

เพื่อให้ผู้ชมการแสดงคาดเดาเหตุการณ์ตอนจบได้

7.

นักเรียนจะมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทยอย่างไร

a)

ฝึกการแสดงนาฏศิลป์ไทยที่ตนเองชื่นชอบ

b)

ประยุกต์การแสดงนาฏศิลป์ไทยให้มีความทันสมัย

c)

สะสมภาพการแสดงนาฏศิลป์ไทย

d)

เขียนบทวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์ไทย

8.

นาฏศิลป์ไทยมีคุณค่าต่อสังคมไทยด้านใดมากที่สุด

a)

การเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้กับพิธีกรรมต่าง ๆ

b)

การให้ความรู้ด้านวรรณคดีไทย

c)

การดำรงชีวิตของคนไทย

d)

การเป็นมรดกของชาติไทย

9.

บทบาทสำคัญของท่านผู้หญิงแผ้วที่มีต่อวงการนาฏศิลป์ไทยคือข้อใด

a)

มีความสามารถและทักษะในท่ารำทุกประเภท

b)

อนุรักษ์ดนตรีและการแสดงพื้นเมืองของภาคเหนือ

c)

ฝึกสอนและอำนวยการแสดงทั้งโขน ละคร ฟ้อน รำ ระบำ เซิ้ง

d)

สร้างสรรค์ประดิษฐ์ชุดการแสดงต่าง ๆ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับต่างประเทศ

10.

บุคคลสำคัญในวงการนาฏศิลป์ไทยมีลักษณะสำคัญอย่างไร

a)

เป็นผู้เผยแพร่และอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

b)

เป็นผู้ประยุกต์นาฏศิลป์ไทยให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน

c)

เป็นผู้ที่มีความรู้พื้นฐานในท่ารำต่าง ๆ

d)

เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีไทย

11.

การแสดงรำในข้อใดที่มีตัวละครหลักเพียงตัวเดียว

a)

รำปะเลง

b)

ฉุยฉายวันทอง

c)

รจนาเสี่ยงพวงมาลัย

d)

ศุภลักษณ์อุ้มสม

12.

การแสดงพื้นเมืองภาคใต้มีลักษณะเด่นอย่างไร

a)

ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยกับมุสลิม

b)

ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยกับจีน

c)

ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมตะวันตก

d)

มีการนำเครื่องดนตรีของแต่ละภาคเข้ามาประยุกต์ใช้

13.

การฟ้อนกิงกะหร่า ผู้ฟ้อนจะเลียนแบบกิริยาท่าทางของสัตว์ชนิดใด

a)

ปลา

b)

ผีเสื้อ

c)

นก

d)

ม้า

14.

การแสดงพื้นเมืองภาคกลางจะมีลักษณะตรงกับข้อใด

a)

มีการแต่งกายที่สวยงาม

b)

มีท่าทางการรำที่อ่อนช้อย งดงาม

c)

เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

d)

มีการผสมผสานระหว่างการแสดงพื้นเมืองของภาคใต้

15.

การแต่งกายของช่างฟ้อนในภาคเหนือจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยใด

a)

ลักษณะเผ่าพันธุ์

b)

สภาพภูมิอากาศ

c)

สภาพภูมิประเทศ

d)

วัสดุที่มีในท้องถิ่น

16.

ข้อใดสรุปเกี่ยวกับลักษณะของการแสดงพื้นเมืองได้ถูกต้องที่สุด

a)

เป็นศิลปะการร่ายรำที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของชาติ

b)

เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนไทย

c)

เป็นต้นกำเนิดของการแสดงนาฏศิลป์ไทยรูปแบบต่าง ๆ

d)

เป็นศิลปะการร่ายรำที่มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและแตกต่างจากท้องถิ่นอื่น

17.

การแสดงเป็นหมู่ที่พร้อมเพรียงกันส่งผลต่อผู้ชมอย่างไร

a)

เกิดความเพลิดเพลินใจ

b)

เกิดความประหลาดใจ

c)

เกิดความประทับใจ

d)

เกิดความสนุกสนาน

18.

นักเรียนจะนำการแสดงรำอวยพรไปใช้เนื่องในโอกาสใดจึงจะเหมาะสมที่สุด

a)

งานทำบุญร้อยวัน

b)

งานกีฬาสี

c)

งานสืบสานวัฒนธรรมประจำจังหวัด

d)

งานสงกรานต์

19.

ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่มีอิทธิพลต่อการแสดง

a)

เครื่องแต่งกายของผู้แสดง

b)

อุปกรณ์ประกอบการแสดง

c)

ช่วงเวลาในการแสดง

d)

สถานที่แสดง

20.

เวทีและฉากมีความสำคัญต่อการแสดงอย่างไร

a)

ทำให้ผู้แสดงรู้ลำดับเนื้อเรื่องที่จะแสดง

b)

ทำให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราวได้ดียิ่งขึ้น

c)

ทำให้ความสนใจของผู้ชมไปอยู่ที่เวทีและฉาก

d)

ทำให้ผู้ชมรู้จักอุปนิสัยของตัวละครมากยิ่งขึ้น