Worksheets2E MAT
Total questions: 72
Worksheet time: 6hrs 0mins
สมการ delta ferrite + L --> austenite เรียกปฏิกิริยานี้ว่าปฏิกิริยาใด
Eutectoid
Eutectic
Peritectic
Peritectoid
ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลที่สามารถทราบได้จากแผนภาพเฟส (Phase diagram)
สภาพการละลายได้ของธาตุหนึ่งในอีกธาตุหนึ่ง
อุณหภูมิที่สารเริ่มหลอมละลาย
ความดันที่สารเปลี่ยนเฟส
ปริมาตรของสารที่หลอมเหลว
ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลที่สามารถทราบได้จากแผนภาพเฟส (Phase diagram)
อุณหภูมิที่โลหะผสมเริ่มแข็งตัวเป็นของแข็ง
สภาพการละลายได้ของธาตุหนึ่งในอีกธาตุหนึ่ง ณ สภาวะสมดุล
เฟสต่างๆ ที่มีอยู่ในเนื้อวัสดุ
ขนาดและรูปร่างของโครงสร้างจุลภาค
ข้อใดคือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในแผนภาพเฟสของ Fe-Fe3C ที่กำหนดให้
Peritic, Eutectic, Eutectoid
Peritectic, Eutectic, Eutectoid
Peritectic, Eutectic, Eutectertic
Peritectic, Eutectic, Monotectic
ปฏิกิริยายูเทกทอยด์ (Eutectoid) ของเหล็กกล้าคาร์บอน เกิดที่ปริมาณคาร์บอนกี่เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก
0.025%
0.8%
2.0%
4.3%
โครงสร้างใดคือโครงสร้างของเหล็กกล้าคาร์บอนส่วนผสมยูเทกทอยด์ที่เย็นตัวอย่างช้าๆ ผ่านปฏิกิริยายูเทคทอยด์ เรียกโครงสร้างที่เกิดขึ้นว่าอะไร
เฟร์ไรต์ (Ferrite)
เพอร์ไลต์ (Pearlite)
ออสเทไนต์ (Austenite)
ซีเมนไทต์ (Cementite)
ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลที่ได้จากการอ่านแผนภาพเฟสในสภาวะที่สมดุล
ชนิดของเฟสที่เกิดขึ้น
ปริมาณของเฟสที่เกิดขึ้น
อุณหภูมิที่สารเริ่มแข็งตัว (Solidify) หรือหลอมเหลว (Melt)
ชนิดของโครงสร้างผลึกของเฟสที่เกิดขึ้น
สารละลาย (Solution) และของผสม (Mixture) แตกต่างกันอย่างไร
สารละลายจะเกิดการแยกกันของสารทำให้เกิดเฟสมากกว่าหนึ่งเฟส ของผสมจะเกิดเป็นเนื้อเดียวกันมีเพียงหนึ่งเฟส
สารละลายจะเกิดเฉพาะในของเหลวเท่านั้น ของผสมจะเกิดจากการผสมของเหลวและของแข็งด้วยกัน
สารละลายจะเกิดเป็นเนื้อเดียวกันมีเพียงหนึ่งเฟส ของผสมจะเกิดการแยกกันของสารทำให้เกิดเฟสมากกว่าหนึ่งเฟส
สารละลายจะเกิดจากการรวมกันของของเหลวและของแข็งเป็นเฟสเดียว ของผสมจะเกิดจากการรวมกันของสารทำให้กลายเป็นเฟสเดียว
เส้น Liquidus มีความสำคัญอย่างไร
ภายใต้สภาวะที่สมดุล เฟสจะเป็นเฟสของเหลวทั้งหมดที่อุณหภูมิต่ำกว่าเส้น Liquidus
ภายใต้สภาวะที่สมดุล อุณหภูมิที่อยู่ต่ำกว่าเส้น Liquidus เฟสของเหลวเปลี่ยนเป็นเฟสของแข็ง
ภายใต้สภาวะที่สมดุล เฟสของแข็งชนิดหนึ่งจะเริ่มเกิดเป็นเฟสของแข็งมากกว่าหนึ่งชนิดที่เส้น Liquidus
ภายใต้สภาวะที่สมดุล อุณหภูมิสูงกว่าเส้น Liquidus เฟสของเหลวเริ่มเกิดเป็นเฟสของแข็งทั้งหมด
เส้น Solidus มีความสำคัญอย่างไร
ภายใต้สภาวะที่สมดุล เฟสของแข็งชนิดหนึ่งจะเริ่มเกิดเป็นเฟสของแข็งมากกว่าหนึ่งชนิดที่เส้น Solidus
ภายใต้สภาวะที่สมดุล อุณหภูมิที่อยู่ต่ำกว่าเส้น Solidus จะประกอบด้วยเฟสของเหลวและเฟสของแข็ง
ภายใต้สภาวะที่สมดุล อุณหภูมิที่อยู่ต่ำกว่าเส้น Solidus เฟสของเหลวจะเปลี่ยนเป็นเฟสของแข็งทั้งหมด
ภายใต้สภาวะที่สมดุล อุณหภูมิที่อยู่สูงกว่าเส้น Solidus จะประกอบด้วยเฟสของแข็งทั้งหมด
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของเส้น Solvus
ภายใต้สภาวะที่สมดุล เฟสของแข็งชนิดหนึ่งจะเริ่มเกิดเป็นเฟสของแข็งมากกว่าหนึ่งชนิดที่เส้น Solvus
ภายใต้สภาวะที่สมดุล อุณหภูมิที่อยู่ต่ำกว่าเส้น Solvus จะประกอบด้วยเฟสของเหลวและเฟสของแข็ง
ภายใต้สภาวะที่สมดุล เส้น Solvus จะเป็นเส้นแสดงขีดจำกัดการละลาย (Solubility limit) ของเฟสของแข็งสองเฟส
ภายใต้สภาวะที่สมดุลอุณหภูมิที่เหนือเส้น Solvus เป็นเฟสของแข็งทั้งหมด
ข้อใดไม่ทำให้เกิด Isomorphous systems
โครงสร้างผลึกของแต่ละธาตุมีโครงสร้างแบบเดียวกัน
ธาตุแต่ละตัวต้องรวมกันเกิดเป็นสารประกอบ (Compound)
ขนาดของอะตอมทั้งสองธาตุมีความแตกต่างกันไม่เกิน 15%
ธาตุแต่ละตัวควรมีค่า Valence electron เหมือนกัน
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – นิกเกิล (Ni) โลหะผสมประกอบด้วยทองแดง 47%โดยน้ำหนักและนิกเกิล 53% โดยน้ำหนัก ที่ 1300 องศาเซลเซียส ประกอบด้วยเฟสอะไร
เฟสของเหลว และเฟสของแข็ง α
เฟสของแข็ง α
เฟสสารประกอบ Cu-Ni
เฟสของเหลว
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – นิกเกิล (Ni) โลหะผสมประกอบด้วยทองแดง 30% โดยน้ำหนักและนิกเกิล 70% โดยน้ำหนัก ถูกให้ความร้อนจากอุณหภูมิห้อง อยากทราบว่าเฟสของเหลวเริ่มเกิดขึ้นที่อุณหภูมิใด
ประมาณ 1200 องศาเซลเซียส
ประมาณ 1300 องศาเซลเซียส
ประมาณ 1350 องศาเซลเซียส
ประมาณ 1380 องศาเซลเซียส
ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโครงสร้างแกน (Cored structure)
เกิดในสภาวะที่ไม่สมดุล
เกิดจากความเข้มข้นของส่วนประกอบทางเคมี (Chemical composition) ในแต่ละส่วนต่างกัน
สามารถแก้ไขได้โดยการทำกรรมวิธีทางความร้อน (Heat treatment)
การเย็นตัวลงอย่างช้าๆ
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – นิเกิล (Ni) โลหะผสมประกอบด้วยทองแดง 47%โดยน้ำหนักและนิเกิล 53%โดยน้ำหนักที่ 1300 องศาเซลเซียส ประกอบด้วยเฟสสองเฟส คือ เฟสของแข็ง α ซึ่งมีส่วนประกอบโดยน้ำหนักของทองแดง 42% และ นิเกิล 58% และเฟสของเหลวซึ่งมีส่วนประกอบโดยน้ำหนักของทองแดง 55% และ นิเกิล 45% อยากทราบเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของเฟสทั้งสองของโลหะผสมนี้
เปอร์เซ็นต์ของเฟสของเหลว คือ 61.5% และ เปอร์เซ็นต์ของเฟสของแข็ง α คือ 38.5%
เปอร์เซ็นต์ของเฟสของเหลว คือ 38.5% และ เปอร์เซ็นต์ของเฟสของแข็ง α คือ 61.5%
เปอร์เซ็นต์ของเฟสของเหลว คือ 44.5% และ เปอร์เซ็นต์ของเฟสของแข็ง α คือ 55.5%
เปอร์เซ็นต์ของเฟสของเหลว คือ 55.5% และ เปอร์เซ็นต์ของเฟสของแข็ง α คือ 44.5%
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – นิกเกิล (Ni) ค่า Degree of freedom บนเส้น Liquidus มีค่าเท่าใด
Degree of freedom = 0
Degree of freedom = 1
Degree of freedom = 2
Degree of freedom = 3
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – สังกะสี (Zn) ในช่วงอุณหภูมิตั้งแต่ 500 องศาเซลเซียส ถึง 750 องศาเซลเซียส ของโลหะผสมที่มีเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของสังกะสีตั้งแต่ 60% ถึง 100% มีปฏิกิริยา Invariant ใดเกิดขึ้นบ้าง
Eutectic reaction และ Eutectoid reaction
Peritectic reaction และ Eutectoid reaction
Eutectic reaction และ Peritectoid reaction
Monotectic reaction และ Eutectoid reaction
จากแผนภาพเฟสของ นิกเกิล (Ni)- ไททาเนียม (Ti) มีปฏิกิริยา Invariant ใดเกิดขึ้นบ้าง
Monotectic reaction, Peritectic reaction และ Eutectoid reaction
Monotectic reaction, Peritectic reaction และ Peritectoid reaction
Peritectic reaction, Eutectic reaction และ Eutectoid reaction
Eutectoid reaction, Peritectoid reactionและ Peritectic reaction
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – เงิน (Ag) โลหะผสมประกอบด้วยทองแดง 10% โดยน้ำหนักและเงิน 90%โดยน้ำหนัก ถูกให้ความร้อนจนเกิดเฟสของแข็ง และเฟสของเหลว ถ้าส่วนประกอบของเฟสของเหลวประกอบด้วยเงิน (Ag) 85%โดยน้ำหนัก อยากทราบว่าโลหะผสมนี้ถูกให้ความร้อนถึงอุณหภูมิเท่าใด
ประมาณ 750 องศาเซลเซียส
ประมาณ 800 องศาเซลเซียส
ประมาณ 850 องศาเซลเซียส
ประมาณ 950 องศาเซลเซียส
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – สังกะสี (Zn) โลหะผสมประกอบด้วยทองแดง 20%โดยน้ำหนักและสังกะสี 80%โดยน้ำหนัก ที่ 598 องศาเซลเซียส ประกอบด้วยเฟสอะไร
เฟสของเหลว และเฟสของแข็ง δ
เฟสของเหลว และเฟสของแข็ง ε
เฟสของแข็ง ε
เฟสของเหลว เฟสของแข็ง δ และเฟสของแข็ง ε
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – เงิน (Ag) โลหะผสมประกอบด้วยทองแดง 10%โดยน้ำหนัก และเงิน 90%โดยน้ำหนัก ถูกให้ความร้อนจนเกิดเฟสของแข็ง β และเฟสของเหลว ถ้าส่วนประกอบของเฟสของเหลวประกอบด้วยเงิน (Ag) 85% โดยน้ำหนัก อยากทราบว่าเฟสของแข็ง β ประกอบด้วยเงินกี่เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก
ประมาณ 90% โดยน้ำหนัก
ประมาณ 95% โดยน้ำหนัก
ประมาณ 5% โดยน้ำหนัก
ประมาณ 10% โดยน้ำหนัก
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – นิกเกิล (Ni) โลหะผสมประกอบด้วยทองแดง 30%โดยน้ำหนักและนิเกิล 70%โดยน้ำหนัก ที่ 1350 องศาเซลเซียส ประกอบด้วยเฟสอะไร
เฟสของเหลว
เฟสของเหลว และเฟสของแข็ง α
เฟสของแข็ง α
เฟสของสารประกอบระหว่างทองแดงและนิเกิล
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – สังกะสี (Zn) โลหะผสมประกอบด้วยทองแดง 20%โดยน้ำหนักและสังกะสี 80%โดยน้ำหนัก ที่ 800 องศาเซลเซียส ประกอบด้วยเฟสอะไร
เฟสของเหลว
เฟสของเหลว และเฟสของแข็ง δ
เฟสของเหลว และเฟสของแข็ง ε
เฟสของแข็ง γ
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – สังกะสี (Zn) โลหะผสมประกอบด้วยทองแดง 20%โดยน้ำหนักและสังกะสี 80%โดยน้ำหนัก ที่ 500 องศาเซลเซียส ประกอบด้วยเฟสอะไร
เฟสของเหลว
เฟสของแข็ง ε
เฟสของแข็ง δ
เฟสของเหลว และเฟสของแข็ง ε
จากแผนภาพเฟสของตะกั่ว (Pb) – ดีบุก (Sn) โลหะผสมประกอบด้วยดีบุก 40%โดยน้ำหนักและตะกั่ว 60%โดยน้ำหนัก ที่ 150 องศาเซลเซียส ประกอบด้วยเฟสอะไรบ้าง
เฟสของแข็งสองชนิดคือ (α Pb) และ (βSn)
เฟสของแข็ง (α Pb) และเฟสของเหลว
เฟสของแข็ง (βSn) และเฟสของเหลว
เฟสของเหลว
จากแผนภาพเฟสของตะกั่ว (Pb) – ดีบุก (Sn) โลหะผสมประกอบด้วยดีบุก 61.9%โดยน้ำหนักและตะกั่ว 38.1%โดยน้ำหนัก ที่ 183 องศาเซลเซียส ประกอบด้วยเฟสอะไรบ้าง
เฟสของแข็งสองชนิดคือ (α Pb) และ (βSn) และเฟสของเหลว
เฟสของแข็ง (α Pb) และเฟสของเหลว
เฟสของแข็ง (βSn) และเฟสของเหลว
เฟสของแข็งสองชนิดคือ (α Pb) และ (βSn)
จากแผนภาพเฟสของตะกั่ว (Pb) – ดีบุก (Sn) บริเวณที่เป็น α มีความหมายว่าอย่างไร
เฟสสารละลายของแข็ง (α Pb) ที่มีโครงสร้างผลึกของดีบุกและตะกั่วอยู่ร่วมกัน
เฟสสารละลายของแข็ง (α Pb) ที่มีโครงสร้างผลึกของตะกั่ว และมีอะตอมของดีบุกแทรกอยู่ในโครงสร้าง
เฟสสารละลายของแข็ง (α Pb) ที่มีโครงสร้างผลึกแตกต่างจากโครงสร้างของดีบุกและตะกั่ว
เฟสสารละลายของแข็ง (α Pb) ที่มีโครงสร้างผลึกของดีบุก และมีอะตอมของตะกั่วแทรกอยู่ในโครงสร้าง
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของโครงสร้างจุลภาคของส่วนประกอบ Eutectic
Lamellar
Rodlike
Globular
Homogeneous
ปฏิกิริยาต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่ปฏิกิริยา Invariant
Eutectic reaction
Monotectic reaction
Peritectoid reaction
Oxidation reaction
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – นิกเกิล (Ni) ค่า Degree of freedom ระหว่างเส้น Solidus และ Liquidus มีค่าเท่าใด
Degree of freedom = 0
Degree of freedom = 1
Degree of freedom = 2
Degree of freedom = 3
ข้อใดต่อไปนี้เป็นปฏิกิริยา Monotectic
กรรมวิธีการชุบที่ใช้ตัวกลางชนิดใดต่อไปนี้ ที่ทำให้เกิดอัตราการคายความร้อนจากชิ้นงานมากที่สุด
อากาศปกติ
อากาศในเตาอบ
น้ำเปล่า
น้ำมัน
กรรมวิธีการอบชนิดใดต่อไปนี้ ทำให้ชิ้นงานมีความแข็งแรงสูงที่สุด
การอบในกระบวนการ (Process annealing)
การอบปรกติ (Normalizing)
การอบอ่อนเต็มที่ (Full annealing)
สเฟียรอยไดซิง (Spheroidizing)
ในการอบอ่อนเต็มที่ (Full annealing) ชิ้นงานถูกทำให้เย็นลงด้วยตัวกลางชนิดใด
อากาศปรกตินอกเตาอบ
อากาศในเตาอบ
น้ำเปล่า
น้ำมัน
ในการอบปรกติ (Normalizing) ชิ้นงานถูกทำให้เย็นลงด้วยตัวกลางชนิดใด
อากาศปรกตินอกเตาอบ
อากาศในเตาอบ
น้ำเปล่า
น้ำมัน
ข้อใดคือโครงสร้างที่ได้จากการเย็นตัวอย่างช้าๆ ของเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำที่มีโครงสร้างออสเทไนต์ (Austenite)
เพอร์ไลต์ (Pearlite) และ เฟร์ไรต์ (Ferrite)
เพอร์ไลต์ (Pearlite) และ ซีเมนไทต์ (Cementite)
เบไนต์ (Bainite)
มาร์เทนไซต์ (Martensite)
จากแผนภาพการแปลงคงอุณหภูมิ (Isothermal transformation diagram) ของเหล็กกล้าคาร์บอน 1.13 wt%C ข้อใดคือโครงสร้างสุดท้ายของชิ้นงานเหล็กกล้าคาร์บอน 1.13 wt%C ขนาดเล็กที่ถูกอบที่อุณหภูมิ 920 องศาเซลเซียส จนมีโครงสร้างเป็นออสเทไนต์ (Austenite) ตลอดทั้งชิ้นก่อนทำให้เย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว จนชิ้นงานมีอุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส และแช่ชิ้นงานไว้ที่อุณหภูมินี้นาน 1 นาที ก่อนทำให้เย็นตัวถึงอุณหภูมิห้อง
ออสเทไนต์ (Austenite) และ เบไนต์ (Bainite)
ออสเทไนต์ (Austenite) เบไนต์ (Bainite) และ มาร์เทนไซต์ (Martensite)
เบไนต์ (Bainite) และ มาร์เทนไซต์ (Martensite)
ซีเมนไทต์ (Cementite) เบไนต์ (Bainite)และ มาร์เทนไซต์ (Martensite)
ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของการอบปรกติ (Normalizing)
เพื่อปรับปรุงสมบัติเชิงกลให้ดีขึ้น
เพื่อปรับปรุงโครงสร้างให้สม่ำเสมอ
เป็นการทำลายความเครียดภายใน
ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของการอบอ่อน (Annealing)
เพื่อเพิ่มความแข็งแรง
เพื่อให้ได้โครงสร้างที่มีความอ่อนตัวสูง
เพื่อเพิ่มความแข็งให้กับวัสดุ
ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
ข้อใดคือปัจจัยที่มีผลต่อความแข็งของเหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง
ปริมาณคาร์บอน
อุณหภูมิก่อนการชุบแข็ง
อัตราการชุบแข็ง
ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
โครงสร้างเพอร์ไลต์ (Pearlite) ในเหล็กกล้าเป็นโครงสร้างที่ได้จากปฏิกิริยาอะไร
ยูเทกติก (Eutectic)
ยูเทกทอยด์ (Eutectoid)
เพริเทกติก (Peritectic)
เพริเทกทอยด์ (Peritectoid)
ในภาวะสมดุล ณ อุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิยูเทคทอยด์เล็กน้อย โครงสร้างเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ (0.2wt%C) ประกอบด้วยโครงสร้างของเฟสกึ่งเสถียร (Metastable phase) ใดบ้าง และเกิดขึ้นในปริมาณเท่าใด
เฟร์ไรต์ (Ferrite) 80% และ เพอร์ไลต์ (Pearlite) 20%
เฟร์ไรต์ (Ferrite) 20% และ เพอร์ไลต์ (Pearlite) 80%
เฟร์ไรต์ (Ferrite) 75% และ เพอร์ไลต์ (Pearlite) 25%
เฟร์ไรต์ (Ferrite) 25% และ เพอร์ไลต์ (Pearlite) 75%
ลักษณะโครงสร้างบริเวณรอบรอยเชื่อม (HAZ) ในเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำส่วนที่ติดกับบริเวณหลอมเหลว (Fusion zone) ของรอยเชื่อมคือ ข้อใดต่อไปนี้
โครงสร้างมีขนาดเกรนหยาบ
โครงสร้างมีขนาดเกรนละเอียด
โครงสร้างเป็นมาร์เทนไซต์ (Martensite)
โครงสร้างเป็นเบไนต์ (Bainite)
จากแผนภาพเฟสดีบุก-ตะกั่ว โครงสร้างของโลหะผสมดีบุกและตะกั่วที่อุณหภูมิต่ำกว่า 183˚C เล็กน้อย ประกอบด้วยเฟส Proeutectic α 73.2% โดยน้ำหนัก และเฟสของ Eutectic (α + β) 26.8% โดยน้ำหนัก ส่วนผสมของโลหะนี้คือข้อใด
ดีบุก 20% และตะกั่ว 80% โดยน้ำหนัก
ดีบุก 25% และตะกั่ว 75% โดยน้ำหนัก
ดีบุก 30% และตะกั่ว 70% โดยน้ำหนัก
ดีบุก 35% และตะกั่ว 65% โดยน้ำหนัก
จากแผนภาพเฟสดีบุก-ตะกั่ว โลหะผสมของดีบุก 85% และตะกั่ว 15% โดยน้ำหนัก จำนวน 750 กรัมที่อุณหภูมิสูงกว่า 183˚C เล็กน้อย ประกอบด้วยเฟส Proeutectic β กี่กรัม
323.4
482.6
526.7
651.2
จากแผนภาพเฟสดีบุก-ตะกั่ว โลหะผสมของดีบุก 85% และตะกั่ว 15% โดยน้ำหนัก จำนวน 750 กรัมที่อุณหภูมิต่ำกว่า 183˚C เล็กน้อย ประกอบด้วยเฟส α กี่กรัม
323.65
240.64
120.75
94.36
จากแผนภาพเฟสของทองแดง (Cu) – เงิน (Ag) โครงสร้างของโลหะผสมทองแดงและเงินที่อุณหภูมิต่ำกว่า 779˚C เล็กน้อย ประกอบด้วยเฟส Proeutectic α 68% โดยน้ำหนัก และเฟสของ Eutectic (α + β) 32% โดยน้ำหนัก ส่วนผสมของโลหะนี้คือข้อใด
ทองแดง 10% และเงิน 90% โดยน้ำหนัก
ทองแดง 15% และเงิน 85% โดยน้ำหนัก
ทองแดง 20% และเงิน 80% โดยน้ำหนัก
ทองแดง 25% และเงิน 75% โดยน้ำหนัก
โลหะผสมของทองแดง 70% และ เงิน 30% โดยน้ำหนัก จำนวน 800 กรัม ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 779 องศาเซลเซียส เล็กน้อย จะมีเฟสใดเกิดขึ้นบ้างและเกิดขึ้นเป็นจำนวนเท่าใด
เฟส (Cu) 410.5 กรัม และเฟส (Ag) 389.5 กรัม
เฟส (Cu) 501.7 กรัม และเฟส (Ag) 298.3 กรัม
เฟส (Cu) 524.6 กรัม และเฟส (Ag) 275.4 กรัม
เฟส (Cu) 588.8 กรัม และเฟส (Ag) 211.5 กรัม
โลหะผสมของทองแดง 70% และ เงิน 30% โดยน้ำหนัก จำนวน 800 กรัม ที่อุณหภูมิสูงกว่า 779 องศาเซลเซียส เล็กน้อย จะมีเฟสใดเกิดขึ้นบ้างและเกิดขึ้นเป็นจำนวนเท่าใด
เฟส (Cu) 610.5 กรัม และเฟส (Ag) 189.5 กรัม
เฟส (Cu) 510.7 กรัม และเฟส (Ag) 298.3 กรัม
เฟส (Cu) 524.6 กรัม และเฟส (Ag) 275.4 กรัม
เฟส (Cu) 730 กรัม และเฟส (Ag) 70 กรัม
จากแผนภาพเฟสของ นิกเกิล (Ni)- ไททาเนียม (Ti) ข้อใดคือปฏิกิริยา Eutectic ที่เกิดขึ้น
จากแผนภาพเฟสของ นิกเกิล (Ni) - ไททาเนียม (Ti) ข้อใดคือปฏิกิริยา Peritectic ที่เกิดขึ้น
ในระบบ Ternary ซึ่งประกอบด้วยส่วนประกอบ 3 ชนิด อยากทราบว่าถ้าให้อุณหภูมิสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ความดันมีค่าคงที่ จะมีจำนวนเฟสเกิดขึ้นได้มากที่สุดพร้อมกันกี่เฟสที่อุณหภูมิและส่วนประกอบเดียวกัน
5
4
3
2
จากแผนภาพเฟสทองแดง-เงิน ถ้าโลหะผสมของทองแดง 70% และ เงิน 30% โดยน้ำหนัก จำนวน 800 กรัม ที่อุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส จะมีเฟสใดเกิดขึ้นบ้างและเกิดขึ้นเป็นจำนวนเท่าใด
เฟส (Cu) 610.5 กรัม และเฟสของเหลว 189.5 กรัม
เฟส (Cu) 549.6 กรัม และเฟสของเหลว 250.4 กรัม
เฟส (Cu) 580.6 กรัม และเฟสของเหลว 219.4 กรัม
เฟส (Cu) 730 กรัม และเฟสของเหลว 70 กรัม
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เฟสในเหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon steel)
เหล็กบริสุทธิ์
เฟร์ไรต์ (Ferrite)
ซีเมนไทต์ (Cementite)
ออสเทไนต์ (Austenite)
ซีเมนไทต์ (Cementite) ในเหล็กกล้าคาร์บอนเป็นเฟส (Phase) ชนิดใด
ธาตุบริสุทธิ์
สารละลายของแข็ง (Solid solution)
สารประกอบ (Compound)
สารประกอบระหว่างโลหะ (Intermetallic compound)
เหล็กกล้าคาร์บอน 0.8wt%C ชุบในน้ำเย็นจากอุณหภูมิ 1000 องศาเซลเซียส จะได้โครงสร้างใด
มาร์เทนไซต์ (Martensite)
เฟร์ไรต์ (Ferrite)
เพอร์ไลต์ (Pearlite)
ออสเทไนต์ (Austenite)
โลหะผสมในข้อใดต่อไปนี้ที่สามารถเพิ่มความแข็งแรงโดยการบ่มแข็ง (Age hardening) ได้
Al + 4wt%Cu
Al + 8wt%Cu
Al + 12wt%Cu
Al + 16wt%Cu
เฟสของแข็งเฟสแรกที่เกิดจากการแข็งตัวจากสภาวะของเหลวของ Al+20wt%Si คือข้อใด
(Al)
(Si)
Eutectic ((Al)+(Si))
สารประกอบอะลูมิเนียมซิลิไซด์
โครงสร้างงานหล่อทองเหลือง (Zn+ 20wt%Cu) โดยทั่วไป จะเป็นดังในข้อใด
สารละลายของแข็ง (Solid solution) ส่วนผสมเท่ากันทุกตำแหน่ง
สารละลายของแข็ง (Solid solution) ลักษณะเป็นเดนไดรท์ (Dendrite)
สารประกอบ (Compound) ส่วนผสมเท่ากันทุกตำแหน่ง
สารประกอบ (Compound) ลักษณะเป็นเดนไดรท์ (Dendrite)
ช่วงการแข็งตัว (Freezing range) ของโลหะผสม Cu + 40wt%Ni มีค่าประมาณเท่าใด
10 องศาเซลเซียส
40 องศาเซลเซียส
100 องศาเซลเซียส
150 องศาเซลเซียส
โลหะผสม Cu + 40wt%Ni แข็งตัวอย่างช้าๆ ในภาวะสมดุล การแข็งตัวจะเริ่มต้นและสิ้นสุดที่อุณหภูมิใดโดยประมาณ (องศาเซลเซียส)
เริ่มต้น 1455 สิ้นสุด 1085
เริ่มต้น 1455 สิ้นสุด 1240
เริ่มต้น 1280 สิ้นสุด 1240
เริ่มต้น 1280 สิ้นสุด 1085
โครงสร้างที่เกิดขึ้นจากการแข็งตัวของโลหะผสม Pb + 30wt%Sn ในภาวะสมดุล ประกอบด้วยโครงสร้างยูเทกติก (Eutectic microconstituent) ประมาณเท่าใด
16%
26%
36%
46%
ข้อมูลในข้อใดต่อไปนี้ที่ไม่สามารถหาได้จากแผนภาพเฟส (Phase diagram)
ชนิดของเฟสในภาวะสมดุล
ส่วนผสมของเฟสในภาวะสมดุล
ปริมาณของเฟสในภาวะสมดุล
รูปร่างของเฟสในภาวะสมดุล
โครงสร้างที่ได้จากกระบวนการมาร์เทมเปอริ่ง (Martempering) คือโครงสร้างใด
เฟร์ไรต์ (Ferrite)
เพอร์ไรต์ (Pearite)
เบไนต์ (Bainite)
มาร์เทนไซต์ (Martensite)
ธาตุใดส่งเสริมให้เกิดแกรไฟต์ (Graphite) แทนที่จะเกิดคาร์ไบด์ (Carbide) ในเหล็กหล่อ
Cr
Mn
Mo
Si
วัตถุประสงค์หลักของการอบคืนไฟ (Tempering) คือข้อใด
เพิ่มความแข็งให้กับเพอร์ไลต์ (Pearlite)
เพิ่มความแข็งให้กับมาร์เทนไซต์ (Martensite)
เพิ่มความเหนียวให้กับเพอร์ไลต์ (Pearlite)
เพิ่มความเหนียวให้กับมาร์เทนไซต์ (Martensite)
การอบปรกติ (Normalizing) สำหรับเหล็กกล้า 0.2wt%C ควรอบที่อุณหภูมิใด (องศาเซลเซียส)
700
800
950
1050
อุณหภูมิที่เหมาะสมในการบ่มเพื่อเพิ่มความแข็ง (Aging) สำหรับโลหะผสม Al + 4wt%Cu คือข้อใด (องศาเซลเซียส)
200
400
500
600
ในการหล่อโลหะผสม Cu + 10wt%Sn จะเกิดปฏิกิริยาเพริเทกติก (Peritectic) ได้หรือไม่
ไม่สามารถเกิดได้ เพราะส่วนผสมไม่ใช่ส่วนผสมเพริเทกติก
ไม่สามารถเกิดได้ เพราะปริมาณดีบุกน้อยเกินไป
สามารถเกิดได้ในกรณีที่การแข็งตัวเป็นไปอย่างไม่สมดุล
สามารถเกิดได้ในทุกกรณี ไม่ว่าการแข็งตัวจะเป็นแบบสมดุลหรือไม่ก็ตาม
โครงสร้างงานหล่อของโลหะชนิดใดต่อไปนี้ที่จะไม่มีเดนไดรต์ (Dendrite) ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
ทองเหลือง
อะลูมิเนียมผสมซิลิคอน
เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ
เหล็กกล้าไร้สนิม
การเปลี่ยนเฟสจากออสเทไนต์ (Austenite) เป็นเบไนต์ (Bainite) ของเหล็กกล้าคาร์บอน 0.8wt%C ที่อุณหภูมิ 300 องศาเซลเซียส เกิดขึ้นได้ค่อนข้างช้า เพราะเหตุใด
แรงผลัก (Driving force) ต่ำ เนื่องจากอุณหภูมิต่ำเกินไป
อัตราการแพร่ซึม (Diffusion rate) ของคาร์บอนต่ำเกินไป
อัตราการแพร่ซึม (Diffusion rate) ของเหล็กต่ำเกินไป
เหล็กมีปริมาณคาร์บอนสูงเกินไป
