Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบประมวลความรู้ (Exit Exam)

Total questions: 100

Worksheet time: 3hrs 20mins

Name
Class
Date
1.

1.ข้อใดคือความหมายของการสื่อสาร

a)

1. กระบวนการแปลความหมายเพื่อมุ่งหวังผลตอบกลับ

b)

2. กระบวนการใช้สื่อเพื่อให้ได้ผลกำไรสูงสุด

c)

3. กระบวนการที่ผ่านการคิดและกลั่นกรองจนเกิดเป็นรูปแบบตายตัว

d)

4. กระบวนการผลิตข่าวสารที่จะนำไปใช้ในการสื่อสาร

e)

5. กระบวนการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารผ่านสื่อ

2.

2.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “แบบจำลองการสื่อสาร”

a)

1. ใช้ในการศึกษากระบวนการอันเป็นธรรมชาติของการสื่อสาร

b)

2. แบบจำลองการสื่อสารมีทิศทางการสื่อสารเดียวเท่านั้น

c)

3. แบบจำลองการสื่อสารจะแสดงออกมาในรูปของตัวเลขเท่านั้น

d)

4. สัญลักษณ์ที่นำมาใช้ในแบบจำลองต่างๆ จำเป็นต้องเป็นแบบเดียวกันเสมอ

e)

5. ทุกแบบจำลองการสื่อสารจะประกอบด้วยผู้ส่งสาร สาร สื่อ ผู้รับสาร

3.

3. แบบจำลองการสื่อสารต่อไปนี้เหมาะสำหรับอธิบายการสื่อสารรูปแบบใด

a)

1. การสื่อสารระดับบุคคล

b)

2. การสื่อสารระดับกลุ่ม

c)

3. การสื่อสารการเมือง

d)

4. การสื่อสารการเมือง

e)

5. การสื่อสารมวลชน

4.

4. นายเฟิร์สแฟนนางสาวออยบอกให้นางสาวออยเชื่อว่าเค้ามีนางสาวออยเป็นแฟนเพียงคนเดียว แต่นางสาวออยตอบว่า “ไม่เชื่อ” แสดงว่านางสาวออยมีปฏิกิริยาสื่อสารกลับ (Feedback) แบบใด

a)

1. การสื่อสารกลับแบบกลางๆ

b)

2. การสื่อสารกลับแบบไม่แสดงความคิดเห็น

c)

3. การสื่อสารกลับแบบบวก

d)

4. การสื่อสารกลับแบบลบ

e)

5. การสื่อสารกลับแบบประท้วง

5.

5. ข้อใดถือเป็นการสื่อสารแบบอวัจนภาษา

a)

1. อาจารย์ฟารีดาโพสต์นัดหมายนักศึกษาให้ส่งประเด็นข่าว

b)

2. อาจารย์ธนภรประกาศในชั้นเรียนให้นักศึกษาไม่ทุจริตในการสอบ

c)

3. อาจารย์บุศรินทร์ยิ้มกริ่มเมื่อนักศึกษาถ่ายภาพตรงตามโจทย์

d)

4. อาจารย์วรรณรัตน์ออกจดหมายขอการสนับสนุนละครเวที

e)

5. อาจารย์อัตนันท์ประชุมกับสถานประกอบการเพื่อจัดนักศึกษาสหกิจศึกษา

6.

6. การสื่อสารระดับใดที่มีลำดับการสื่อสารแบบบนลงล่าง ล่างขึ้นบน และระนาบเดียวกัน

a)

1. การสื่อสารภายในบุคคล

b)

2. การสื่อสารระหว่างบุคคล

c)

3. การสื่อสารกลุ่มเล็ก

d)

4. การสื่อสารองค์กร

e)

5. การสื่อสารมวลชน

7.

7. ข้อใดคือหน้าที่พื้นฐานของสถาบันสื่อมวลชนตามทฤษฎีหน้าที่นิยม (Functionalism)

a)

1. เฝ้าระวังและสอดส่องสังคม

b)

2. สร้างความเข้าใจร่วมกันของคนในสังคม

c)

3. ธำรงรักษาเสถียรภาพของสังคม

d)

4. ขับเคลื่อนสังคม

e)

5. ผดุงรักษาและส่งเสริมค่านิยมที่ดีในสังคม

8.

8. ทฤษฎีการใช้และความพึงพอใจ (Uses and Gratifications) เชื่อว่าผู้รับสารสามารถเลือกสารที่ตนเองพึงพอใจ ซึ่งความพึงพอใจจากสื่อถูกกำหนดโดยปัจจัยใดเป็นสำคัญ

a)

1. ทัศนคติ

b)

2. การรับรู้

c)

3. บุคลิกภาพ

d)

4. การประเมินรายการ

e)

5. แรงจูงใจ

9.

9. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร

a)

1. แจ้งเพื่อทราบ

b)

2. เพื่อให้ความรู้

c)

3. เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ

d)

4. เพื่อชักจูงใจ

e)

5. เพื่อให้ความบันเทิง

10.

10. ข้อใดเป็นปฏิกิริยาตอบกลับแบบทันที (Immediate Feedback)

a)

1. แก้วตอบคำถามอาจารย์เมื่อถูกถามระหว่างเรียน

b)

2. เก้าส่ง SMS หาเพื่อนเพื่อขอข้อมูลรายงาน

c)

3. เก่งคอมเมนต์เพื่อนบนเฟซบุ๊ก

d)

4. ก้อยส่งโพสการ์ด (Post Card) ไปให้เพื่อนที่ต่างประเทศ

e)

5. กล้าเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้เพื่อนว่าจะออกไปกินข้าวก่อน

11.

11. ข้อใดเป็นปฏิกิริยาตอบกลับแบบล่าช้า (Delayed Feedback)

a)

1. ฝนโทรศัพท์คุยกับแม่เพื่อขอเงิน

b)

2. น้ำเล่นวีดิโอ Skype คุยแบบเห็นหน้ากับแฟน

c)

3. นับดาวพูดกับเพื่อนระหว่างเดินออกจากห้องเรียนด้วยกัน

d)

4. วรรณประชุมทางไกลผ่านระบบดาวเทียมกับเจ้านายที่นิวยอร์ค

e)

5. หมอกส่งข้อความหาอาจารย์โดยใช้อีเมล

12.

12. ข้อใดเป็นการสื่อสารเชิงอวัจนะแบบปริภาษา

a)

1. ปลายฟ้าเป็นคนตื่นเช้าทุกวัน

b)

2. เวหาพูดกับนภาเพื่อนสนิทแบบใกล้ชิด

c)

3. แผ่นดินเป็นคนใต้ ดังนั้นจึงมีผิวออกคล้ำๆ

d)

4. สายธารแต่งกายด้วยสไตล์เกาหลี

e)

5. พสุธาตะโกนเสียงดังเมื่อโกรธ

13.

13. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับจิตวิทยาการสื่อสาร

a)

1. การสื่อสารเป็นเรื่องของมนุษย์ดังนั้นจึงต้องมีการทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์เท่านั้น

b)

2. การสื่อสารต้องเข้าใจถึงสภาพจิตของผู้รับสารก่อนถึงจะทำการสื่อสารได้

c)

3. จิตวิทยาเป็นเรื่องที่เราเรียนรู้ผ่านการสื่อสารรูปแบบต่างๆ

d)

4. จิตวิทยาการสื่อสารเป็นการเรียนรู้ทฤษฎีต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการประยุกต์กับการวิเคราะห์รูปแบบการสื่อสาร

e)

5. จิตวิทยาการสื่อสารเป็นศาสตร์ที่เกิดจากความรู้ด้านสื่อสารมวลชนโดยตรง

14.

14. ข้อใดเป็นลักษณะของแนวคิดการกำหนดวาระข่าวสารของสื่อ (Agenda setting Theory)

a)

1. สื่อเป็นผู้กำหนดประเด็นของข่าวสารว่าข่าวสารใดมีผลกระทบต่อผู้รับสาร

b)

2. สื่อเป็นผู้กำหนดว่าใครควรจะเป็นผู้แถลงข่าวประเด็นใด

c)

3. ประเด็นข่าวที่สำคัญจะถูกกำหนดโดยประชาชน

d)

4. การไหลเวียนของข่าวสำคัญๆ ของโลกปัจจุบันมักมาจากสำนักข่าวต่างประเทศ

e)

5. ผู้รับสารสามารถกำหนดรูปแบบการนำเสนอของสื่อได้อย่างอิสระ

15.

15. ข้อใดคือลักษณะสำคัญของทฤษฎีวงเกลียวแห่งความเงียบ (Spiral of Silence Theory)

a)

1. การที่สื่อมวลชนเข้าไปนำเสนอข่าวใด จะทำให้กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยไม่กล้าแสดงความคิดเห็นแย้ง

b)

2. สื่อมวลชนเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ทำให้ผู้ไม่มีสิทธิ์มีเสียงสามารถแสดงความคิดเห็นได้

c)

3. สื่อมวลชนมีการสร้างบรรทัดฐานที่ทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน

d)

4. เศรษฐกิจเป็นตัวกำหนดรูปแบบของสื่อมวลชน

e)

5. สื่อมวลชนมีการไหลของข่าวสารจากประเทศมหาอำนาจไปยังประเทศด้อยพัฒนา

16.

16. ซิกมุนด์ ฟรอยด์เป็นผู้สร้างทฤษฎีใด

a)

1. ทฤษฎีการเรียนรู้วางเงื่อนไขแบบคลาสิก

b)

2. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม

c)

3. ทฤษฎีความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์

d)

4. ทฤษฎีจิตวิเคราะห์

e)

5. ทฤษฎีทัศนคติ

17.

17. ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายของจิตวิเคราะห์

a)

1. ค้นหาสิ่งกระตุ้นและปมที่มีมาแต่เด็กซึ่งเก็บกดไว้

b)

2. ทำให้เข้าใจจิตเพื่อให้เกิดการเข้าใจในพฤติกรรมของตนเอง

c)

3. การสรุปได้ว่าคนนั้นเป็นโรคทางจิตหรือไม่

d)

4. เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมของบุคคลว่าเกิดจากเงื่อนไขแบบใด

e)

5. สามารถตอบคำถามที่ว่ามนุษย์เราจะอยู่รอดในสังคมได้อย่างไร

18.

18. จิตประเภทใดที่ฟรอยด์ให้ความสนใจในการศึกษา

a)

1. จิตสำนึก

b)

2. จิตก่อนสำนึก

c)

3. จิตหลังสำนึก

d)

4. จิตภายใต้สัญชาตญาณ

e)

5. จิตไร้สำนึก

19.

19. จากภาพภูเขาน้ำแข็งกลางทะเลด้านล่าง จุด B คือจิตประเภทใด

a)

1. จิตสำนึก

b)

2. จิตก่อนสำนึก

c)

3. จิตหลังสำนึก

d)

4. จิตภายใต้สัญชาตญาณ

e)

5. จิตไร้สำนึก

20.

20. หากนักศึกษาใส่หมวกกันน็อกเวลาขับขี่รถจักรยานยนต์เนื่องจากกลัวถูกตำรวจเรียกจับ แสดงว่านักศึกษามีองค์ประกอบใดของจิต

a)

1. Id

b)

2. Ego

c)

3. Superego

d)

4. Preconscious

e)

5. Unconscious

21.

21. ในกรณีที่นักศึกษาผู้ชายคนหนึ่งเห็นกระเป๋าเงินตกอยู่แล้วนำส่งให้ตำรวจประกาศหาเจ้าของ เพราะคิดว่าเป็นการทำความดี แสดงว่านักศึกษามีองค์ประกอบใดของจิต

a)

1. Id

b)

2. Ego

c)

3. Superego

d)

4. Preconscious

e)

5. Unconscious

22.

22. “ลลนา ไม่พอใจสุกัญญาที่มาแย่งหนังสือจากมือไป จึงลุกขึ้นผลักและทำร้ายร่างกายสุกัญญา จนบาดเจ็บ” การกระทำของลลนา แสดงถึงองค์ประกอบใดของจิต

a)

1. Id

b)

2. Ego

c)

3. Superego

d)

4. Preconscious

e)

5. Unconscious

23.

23. ข้อใดเป็นความหมายของทัศนคติ

a)

1. พฤติกรรมที่เกิดขึ้นภายหลังการตัดสินใจ

b)

2. การกระทำของคนที่บ่งบอกถึงสิ่งที่ชอบหรือไม่ชอบ

c)

3. รูปแบบการใช้ชีวิตที่คล้ายคลึงกันของแต่ละบุคคล

d)

4. ระดับความคิดที่มีต่อสิ่งรอบข้างหรือสถานการณ์

e)

5. ลักษณะภายนอกที่บ่งบอกความเป็นตัวตน

24.

24. ข้อใดหมายถึงทัศนคติทางลบ

a)

1. ส้มอยากเรียนโฆษณา เพราะเห็นว่าเป็นอาชีพที่มีอิสระทางความคิด

b)

2. หวานไม่รู้ว่าตนเองอยากทำอะไร เลยไม่ตัดสินใจจะทำอะไรซักอย่าง

c)

3. นิดาเห็นนกเรียนโทรทัศน์ เลยอยากเรียนตาม

d)

4. นิดไม่ชอบคนเลี้ยงสัตว์เพราะเห็นว่าเป็นการทารุณสัตว์

e)

5. น้ำหอมรับชมโฆษณาแล้วอยากใช้โลชั่นบำรุงผิวตามอั้ม พัชราภา

25.

25. “การสื่อสารมวลชน” เป็นการแบ่งระดับการสื่อสาร โดยพิจารณาจากเกณฑ์ใด

a)

1. วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร

b)

2. ระยะเวลาในการสื่อสาร

c)

3. ช่องทางในการสื่อสาร

d)

4. จำนวนของคู่สื่อสาร

e)

5. เนื้อหาในการสื่อสาร

26.

26. จงเรียงลำดับการเกิดขึ้นของสื่อมวลชนแต่ละประเภทตามพัฒนาการของเทคโนโลยีสื่อมวลชน โดยเรียงลำดับจากสื่อที่เกิดขึ้นเป็นสื่อแรกจนถึงสื่อหลังสุด

a)

1. หนังสือพิมพ์-วิทยุกระจายเสียง-วิทยุโทรทัศน์-ภาพยนตร์

b)

2. หนังสือพิมพ์-ภาพยนตร์-วิทยุกระจายเสียง-วิทยุโทรทัศน์

c)

3. หนังสือพิมพ์-วิทยุกระจายเสียง-ภาพยนตร์-วิทยุโทรทัศน์

d)

4. ภาพยนตร์-หนังสือพิมพ์-วิทยุกระจายเสียง-วิทยุโทรทัศน์

e)

5. ภาพยนตร์-วิทยุกระจายเสียง-หนังสือพิมพ์-วิทยุโทรทัศน์

27.

27. ใครเป็นผู้คิดประดิษฐ์แท่นพิมพ์เป็นคนแรกของโลก และเริ่มต้นในประเทศใด

a)

1. Johann Gutenburg , อังกฤษ

b)

2. Dan Beach Bradley , เยอรมนี

c)

3. Dan Beach Bradley , อังกฤษ

d)

4. Johann Gutenburg , อิตาลี

e)

5. Johann Gutenburg , เยอรมนี

28.

28. ความขัดแย้งทางการสื่อสาร เกิดขึ้นในการสื่อสารระดับใดมากที่สุด

a)

1. การสื่อสารระหว่างบุคคล

b)

2. การสื่อสารส่วนบุคคล

c)

3. การสื่อสารมวลชน

d)

4. การสื่อสารกลุ่มย่อย

e)

5. การสื่อสารสาธารณะ

29.

29. Communication Breakdown หมายถึงอะไร

a)

1. ความมีประสิทธิภาพในการสื่อสาร

b)

2. ความล้มเหลวในการสื่อสาร

c)

3. ความผิดพลาดในการสื่อสาร

d)

4. ความสำเร็จในการสื่อสาร

e)

5. ความรับผิดชอบในการสื่อสาร

30.

30. บทบาทหน้าที่ในการถ่ายทอดมรดกทางสังคม หมายถึงการที่สื่อมวลชนทำหน้าที่อย่างไร

a)

1. หน้าที่ในการปลูกฝังค่านิยมความเชื่อไปสู่สมาชิกในสังคม

b)

2. หน้าที่ในการให้ข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ในสังคม

c)

3. หน้าที่ในการช่วยลดความตึงเครียดจากสถานการณ์ต่าง ๆ

d)

4. หน้าที่ในการตีความข้อมูลข่าวสาร

e)

5. หน้าที่ในการเป็นเวทีแสดงความคิดเห็นสาธารณะ

31.

31. สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทย มีชื่อว่า สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม ออกอากาศผ่านคลื่นสัญญาณช่อง 4 ครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2498 ปัจจุบันคือช่องใด

a)

1. สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT)

b)

2. สถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 MCOT HD

c)

3. สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS)

d)

4. สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

e)

5. สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

32.

32. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่องค์ประกอบของการสื่อสารมวลชน

a)

1. ผู้ส่งสารต้องการสื่อสารกับผู้รับสารจำนวนมากที่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านลักษณะทางประชากรศาสตร์และความสนใจ

b)

2. เป็นการสื่อสารแบบทางเดียว ผู้รับสารไม่มีโอกาสตอบโต้หรือซักถามผู้ส่งสารได้

c)

3. ผู้ส่งสารเป็นกลุ่มของผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน และเป็นสมาชิกขององค์การสื่อมวลชน

d)

4. เป็นการสื่อสารโดยใช้สื่อและวิธีการส่งที่สามารถกระจายข่าวสารได้จำนวนมากรวดเร็วทันเวลา

e)

5. เนื้อหาข่าวสารมีความหลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับผู้รับสาร

33.

33. การโฆษณาขายสินค้าผ่านทางช่องยูทูป (YouTube Channel) เป็นการสื่อสารระดับใด

a)

1. การสื่อสารระหว่างบุคคล

b)

2. การสื่อสารส่วนบุคคล

c)

3. การสื่อสารมวลชน

d)

4. การสื่อสารในองค์กร

e)

5. การสื่อสารสาธารณะ

34.

34. ผู้รับสารที่มีลักษณะ Passive Receiver มีความหมายว่าอย่างไร

a)

1. ผู้รับสารที่เปิดรับข้อมูลข่าวสารก็ต่อเมื่อมีการนำเสนอผ่านสื่อเท่านั้น

b)

2. ผู้รับสารมีความสนใจในสภาพแวดล้อมรอบด้าน

c)

3. ผู้รับสารที่สนใจข่าวสารตลอดเวลา

d)

4. ผู้รับสารที่ขาดทักษะทางด้านการอ่านออกเขียนได้

e)

5. ผู้รับสารที่มีทัศนคติทางลบต่อเทคโนโลยี

35.

35. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เกณฑ์ที่ใช้ในการเปรียบเทียบความแตกต่างของหนังสือเล่ม หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร

a)

1. ลักษณะของผู้อ่าน

b)

2. รูปแบบการเย็บเล่ม

c)

3. ระยะเวลาวางจำหน่าย

d)

4. รูปแบบการนำเสนอเนื้อหา

e)

5. ความสดใหม่ของเนื้อหา

36.

36. ข้อใดต่อไปนี้ที่กล่าวถึงความแตกต่างของระบบวิทยุกระจายเสียง AM และ FM ไม่ถูกต้อง

a)

1. AM และ FM ใช้การผสมคลื่น (modulation) ที่แตกต่างกัน

b)

2. สัญญาณเสียงในระบบ FM มีคุณภาพดีและชัดเจนกว่า AM

c)

3. การกระจายเสียงในระบบ AM จะส่งสัญญาณได้ไกลกว่า FM

d)

4. ระบบ AM ส่งสัญญาณในช่วงความถี่กิโลเฮิรตซ์ (KHz) ระบบ FM ส่งสัญญาณในช่วงความถี่ เมกะเฮิรตซ์ (MHz)

e)

5. วิทยุกระจายเสียงในระบบ AM มีรูปแบบรายการที่หลากหลายกว่าระบบ FM

37.

37. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะสำคัญของการโฆษณา

a)

1. เป็นการสื่อสารเพื่อการโน้มน้าวชักจูงใจ

b)

2. ต้องระบุผู้อุปถัมภ์ชัดเจน

c)

3. เป็นการสื่อสารผ่านสื่อบุคคล

d)

4. เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือความคิด

e)

5. เป็นการสื่อสารที่มีค่าใช้จ่าย

38.

38. การโฆษณาเพื่อบอกให้ทราบวิธีการใช้หรือประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ จัดเป็นวัตถุประสงค์ของการโฆษณาประเภทใด

a)

1. To Inform

b)

2. To Educate

c)

3. To Desire

d)

4. To Remind

e)

5. To Persuade

39.

39. ข้อใดต่อไปนี้เป็นประเภทของการโฆษณาที่มุ่งสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม

a)

1. Brand Advertising

b)

2. Direct Response Advertising

c)

3. International Advertising

d)

4. Retail Advertising

e)

5. Political Advertising

40.

40. กระบวนการดำเนินงานโฆษณาในขั้นตอนใดที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารงานลูกค้าน้อยที่สุด

a)

1. การรับและรวบรวมข้อมูล

b)

2. การนำเสนองานโฆษณา

c)

3. การวางแผนสื่อโฆษณา

d)

4. การวิเคราะห์ปัจจัยทางการตลาด

e)

5. การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

41.

41. บริษัทตัวแทนโฆษณาประเภทใดต่อไปนี้ที่ให้บริการเกี่ยวกับงานโฆษณาครบทั้ง 4 ด้าน

a)

1. In House Agency

b)

2. Creative Boutique

c)

3. Production House

d)

4. Interactive Agency

e)

5. Media Agency

42.

42. การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์จัดอยู่ในองค์ประกอบใดของส่วนผสมทางการตลาด

a)

1. Product

b)

2. Price

c)

3. Place

d)

4. Promotion

e)

5. Marketing Communication

43.

43. องค์ประกอบในการสร้างแนวความคิดหลักในการสร้างสรรค์งานโฆษณา (Creative Concept) มีกี่องค์ประกอบ และมีองค์ประกอบใดบ้าง

a)

1. 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภค คู่แข่ง และผู้โฆษณา

b)

2. 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภค ผู้โฆษณา และรูปแบบการนำเสนอ

c)

3. 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภค และผู้โฆษณา

d)

4. 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภค และคู่แข่ง

e)

5. 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ผู้โฆษณา ผู้บริโภค และคู่แข่ง

44.

44. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ความแตกต่างระหว่างการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์

a)

1. ประชาสัมพันธ์สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายหลายกลุ่มมากกว่าโฆษณา

b)

2. ประชาสัมพันธ์เป็นการวางแผนในระยะเวลานานกว่าโฆษณา

c)

3. ประชาสัมพันธ์มีวัตถุประสงค์ในการสื่อสารต่างจากโฆษณา

d)

4. ประชาสัมพันธ์มีความน่าเชื่อถือมากกว่าโฆษณา

e)

5. หน่วยงานต่างๆ ให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์มากกว่าโฆษณา

45.

45. การประชาสัมพันธ์เพื่อ “ก่อ-กัน-แก้” หมายถึงการประชาสัมพันธ์เพื่อวัตถุประสงค์ใด

a)

1. ก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีและแก้ไขความเข้าใจผิด

b)

2. สร้างภาพลักษณ์และป้องกันแก้ไขความเข้าใจผิด

c)

3. รักษาภาพลักษณ์และชื่อเสียงระยะยาวขององค์กร

d)

4. สร้างความเข้าใจอันดี ป้องกันรักษาชื่อเสียงขององค์กร และแก้ไขความเข้าใจผิดให้องค์กร

e)

5. ก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีและป้องกันการเกิดข่าวลือในองค์กร

46.

46. การให้ผู้บริหารของหน่วยงานปรากฏตัวให้สัมภาษณ์และเข้าร่วมงานต่างๆ เป็นการประชาสัมพันธ์โดยเลือกใช้สื่อและเครื่องมือใดเป็นหลัก

a)

1. สื่อบุคคล

b)

2. สื่อกิจกรรม

c)

3. สื่อเฉพาะ

d)

4. สื่อมวลชน

e)

5. สื่อแฝงไปกับบรรยากาศ

47.

47. บุคคลใดต่อไปนี้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งการประชาสัมพันธ์

a)

1. Harold Lasswell

b)

2. David Ogilvy

c)

3. Ivy Lee

d)

4. Edward Bernays

e)

5. John Hill

48.

48. ข้อใดต่อไปนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายในกระบวนการประชาสัมพันธ์

a)

1. การรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมาย

b)

2. การกำหนดงบประมาณที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์

c)

3. การเลือกสื่อและเครื่องมือที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์

d)

4. การนำแผนประชาสัมพันธ์ไปใช้จริง

e)

5. การประเมินผลการประชาสัมพันธ์

49.

49. การพิจารณาว่าเหตุการณ์ใดมีคุณค่าแห่งความเป็นข่าวมากน้อยแค่ไหน จำเป็นต้องพิจารณาจากองค์ประกอบพื้นฐานในข้อใด

a)

1. ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์

b)

2. ความสำคัญและความน่าสนใจ

c)

3. ผู้อ่าน-ผู้รับสาร

d)

4. ช่องทางการสื่อสาร

e)

5. ถูกทุกข้อ

50.

50. สิ่งที่บอกรายละเอียดของหนังสือพิมพ์ว่าเป็นหนังสือพิมพ์นี้เป็นการรายงานข่าววันที่เท่าไหร่ ปีที่เท่าไหร่ ฉบับเท่าไหร่ มีคำเรียกชื่อเฉพาะในภาษาอังกฤษว่าอย่างไร

a)

1. Motto

b)

2. Strip Ad.

c)

3. Folio

d)

4. Masthead

e)

5. Flag

51.

51. การเขียนความนำข่าวแบบ 5W+H เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเป็นการเขียนความนำแบบใด

a)

1. Summary lead

b)

2. Background lead

c)

3. Colorful lead

d)

4. Picture lead

e)

5. Punch lead

52.

52. การอ้างถ้อยคำหรือการระบุคำพูดของแหล่งข่าวสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ (หนังสือพิมพ์) ควรใช้คำใดจึงจะแสดงถึงความเป็นกลางมากที่สุด และนิยมใช้มากที่สุด

a)

1. อ้างว่า

b)

2. ยืนยันว่า

c)

3. กล่าวว่า

d)

4. ให้สัมภาษณ์ว่า

e)

5. ประกาศว่า

53.

53. ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยหรืออยู่ในข่ายการเป็นความลับคือข้อมูลลักษณะใด

a)

1. ข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

b)

2. ข้อมูลที่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ

c)

3. ข้อมูลที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งบุคคลใด

d)

4. รายงานการแพทย์หรือข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

e)

5. ถูกทุกข้อ

54.

54. โครงสร้างพื้นฐานของข่าวข้อใดมีความสำคัญต่อการนำเสนอ/การรายงานมากที่สุด

a)

1. พาดหัวข่าว

b)

2. ความนำข่าว

c)

3. ส่วนเชื่อม

d)

4. เนื้อข่าว

e)

5. ภาพข่าว

55.

55. ในการไปทำข่าวแถลงข่าว ข้อใดคือสิ่งที่นักข่าวไม่จำเป็นจะต้องทำเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล

a)

1. การตั้งคำถามเพื่อสัมภาษณ์

b)

2. การบันทึกประเด็นสำคัญ

c)

3. การมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น

d)

4. การสังเกตและบันทึกอากัปกิริยาของผู้พูด

e)

5. การเลือกที่นั่งที่สามารถลุกออกได้สะดวก

56.

56. ข้อใดไม่ใช่กระบวนการของการสื่อข่าว

a)

1. การค้นคว้าข้อมูล

b)

2. การออกพื้นที่ที่เหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น

c)

3. การประเมินคุณค่าข่าว

d)

4. การตรวจสอบความถูกต้อง

e)

5. ผลตอบกลับจากผู้อ่านข่าว

57.

57. ข่าวการประชุม แถลงการณ์ ปาฐกถา หรือการกล่าวสุนทรพจน์ มักเขียนในรูปแบบพีระมิดหัวกลับและใช้ความนำข่าวแบบใด

a)

1. Who lead

b)

2. What lead

c)

3. When lead

d)

4. Where lead

e)

5. Why lead

58.

58. ข้อใดคือหลักจริยธรรมสูงสุดในงานวารสารศาสตร์

a)

1. ความซื่อสัตย์

b)

2. การยึดมั่นต่อการเปิดเผยความจริง

c)

3. ความเป็นกลาง

d)

4. การไม่เลือกปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์

e)

5. การไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

59.

59. การวินิจฉัยคุณค่าข่าวต้องพิจารณาบนพื้นฐานใดเป็นสำคัญ

a)

1. ความถูกต้องและความน่าสนใจ

b)

2. ความน่าสนใจและความสำคัญ

c)

3. ความต้องการและความรู้สึก

d)

4. ความรู้สึกและความสำคัญ

e)

5. ความใกล้ชิดกับแหล่งข่าว

60.

60. วงการวิชาชีพหนังสือพิมพ์มักเรียกข่าวเชิงสืบสวนในอีกชื่อหนึ่งว่าอย่างไร

a)

1. ข่าวเจาะ

b)

2. เจาะข่าว

c)

3. เจาะขาว

d)

4. ข่าวโรงพัก

e)

5. ข่าวเชิงลึก

61.

61. เลนส์มุมกว้างหรือเลนส์ไวด์ เหมาะกับการถ่ายภาพลักษณะใด

a)

1. ภาพดอกไม้ใกล้ๆ

b)

2. ภาพบุคคลขนาด Close up

c)

3. ภาพสัตว์

d)

4. ภาพวิวทิวทัศน์

e)

5. ภาพเส้นแสง

62.

62. ตัวอักษรและจำนวนเลขเหล่านี้ คืออะไร B 1, 2, 4, 8, 15, 30, 60, 125, 250, 500, 1,000

a)

1. ISO

b)

2. Shutter Speed

c)

3. Focus

d)

4. Aperture

e)

5. White Balance

63.

63. แสง “ทไวไลท์” คือแสงของช่วงเวลาใด

a)

1. ช่วงเวลา ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และหลังพระอาทิตย์ตก

b)

2. ช่วงเวลา หลังพระอาทิตย์ขึ้น และก่อนพระอาทิตย์ตก

c)

3. ช่วงเวลา 12.00 -13.00 น.

d)

4. ช่วงเวลา 15.00 - 18.00 น.

e)

5. ช่วงเวลาที่ฝนตกเสร็จแล้ว

64.

64. การถ่ายภาพ Candid คือการถ่ายภาพในลักษณะใด

a)

1. การถ่ายภาพย้อนแสง

b)

2. การถ่ายภาพที่ต้องการหยุดการเคลื่อนไหว

c)

3. การถ่ายภาพที่ต้องการเน้นที่ตัวบุคคล

d)

4. การถ่ายภาพที่ต้องการความเป็นธรรมชาติของแบบ

e)

5. การถ่ายภาพบุคคลที่วางจุดเด่นอยู่ในตำแหน่งจุดตัดเก้าช่อง

65.

65. การถ่ายภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวให้ดูหยุดนิ่ง คือวิธีการถ่ายภาพแบบใด

a)

1. Action

b)

2. Stop action

c)

3. Panning

d)

4. Flow action

e)

5. Stop panning

66.

66. การปรับ ISO ให้สูงขึ้น ควรใช้ในกรณีใด

a)

1. เมื่อต้องการถ่ายภาพที่มีรูรับแสงกว้าง

b)

2. เมื่อต้องการถ่ายภาพที่มีแสงมาก

c)

3. เมื่อ Shutter Speed ต่ำแล้วภาพเบลอ ไม่มีขาตั้งกล้อง

d)

4. เมื่อถ่ายภาพตอนเวลากลางวัน

e)

5. เมื่อถ่ายภาพเส้นแสง

67.

67. “จุดตัดเก้าช่อง” สามารถวางตำแหน่งที่สำคัญได้กี่จุด

a)

1. 1 จุด

b)

2. 2 จุด

c)

3. 3 จุด

d)

4. 4 จุด

e)

5. 5 จุด

68.

68. การถ่ายภาพย้อนแสงโดยไม่เห็นรายละเอียดของวัตถุ คือ ภาพแบบใด

a)

1. Low key

b)

2. Silhouette

c)

3. Night picture

d)

4. High key

e)

5. Window light

69.

69. กล้อง DSLR มีลักษณะสำคัญอย่างไร

a)

1. กล้องสะท้อนภาพเลนส์คู่

b)

2. กล้องสะท้อนภาพเข้าที่เซ็นเซอร์โดยตรง

c)

3. กล้องสะท้อนภาพเข้าเมมโมรีการ์ด

d)

4. กล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว

e)

5. กล้องสะท้อนภาพหัวตั้ง

70.

70. การเกิด NOISE ในภาพถ่ายเกิดจากสาเหตุใด

a)

1. ถ่ายในที่มีแสงมาก

b)

2. การปรับโฟกัสเฉพาะจุด

c)

3. การถ่ายในที่มืดและปรับ ISO ให้สูง

d)

4. การปรับ White balance

e)

5. การปรับรูรับแสงให้กว้าง

71.

71. หัวหนังสือพิมพ์ (Nameplate) ขนาดย่อส่วนหรือขนาดจิ๋ว ใช้สำหรับคอลัมน์บทบรรณาธิการหรือจัดหมวดหมู่หน้าหนังสือพิมพ์มีชื่อเรียกเฉพาะว่าอะไร

a)

1. Catch line

b)

2. Teaser

c)

3. Masthead

d)

4. Promos

e)

5. Cutline

72.

72. ตัวอักษรในการพาดหัวข่าวขนาด 72 พ้อยท์ (point) หรือสูง 1 นิ้ว เรียกว่าอะไร

a)

1. ตัวไม้

b)

2. ตัวใหญ่

c)

3. ตัวยักษ์

d)

4. ตัวธรรมดา

e)

5. ตัวเด่น

73.

73. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญในการจัดหน้าบทบรรณาธิการ

a)

1. ชื่อหนังสือพิมพ์

b)

2. วัน/เดือน/ปี

c)

3. ชื่อบทความ

d)

4. ชื่อ/คณะผู้เขียน

e)

5. ภาพข่าว

74.

74. งานเขียนข้อใดจัดเป็นงานเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นในหนังสือพิมพ์

a)

1. สารคดี

b)

2. บทบรรณาธิการ

c)

3. ข่าวสืบสวน

d)

4. ข่าวบันเทิง

e)

5. โฆษณา

75.

75. ลักษณะการจัดหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ “DAILY NEWS” เป็นรูปแบบใด

a)

1. การจัดหน้าข่าวใหญ่

b)

2. การจัดหน้าแบบแนวนอน

c)

3. การจัดหน้าแบบแนวตั้ง

d)

4. การจัดหน้าแบบละครสัตว์

e)

5. การจัดหน้าเต็มรูปแบบ

76.

76. องค์ประกอบของหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ที่กำหนด (วงกลมเส้นประ) ส่วนนี้เรียกว่าอะไร

a)

1. กล่องแนะนำเรื่อง (inbox, promos)

b)

2. หัวคอลัมน์ (headers)

c)

3. หู (ears)

d)

4. งานโฆษณา (advertisement)

e)

5. หัวคำบรรยายข่าว (catch line)

77.

77. เครื่องมือใดต่อไปนี้เหมาะสำหรับการใช้ย่อขยายรูปแบบในโปรแกรม InDesign

a)

1. Move

b)

2. Rectangle

c)

3. Free Transform

d)

4. Rectangle Frame tool

e)

5. Pen tool

78.

78. การตั้งค่าสีในงานหนังสือพิมพ์/สื่อสิ่งพิมพ์จะต้องกำหนดค่าสีเป็นแบบใด

a)

1. RGB

b)

2. TIFF

c)

3. PNG

d)

4. CMYK

e)

5. JPEG

79.

79. ข้อดีของการทำงานด้วยโปรแกรม Illustrator คือข้อใด

a)

1. การยืดขยายของไฟล์ไม่มีขีดจำกัด

b)

2. การทำงานของไฟล์เป็นแบบ Pixel

c)

3. การสร้างเลเยอร์ (layer) การทำงานช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้น

d)

4. ช่วยในการเรียงหน้าได้ดีขึ้น

e)

5. ถูกทุกข้อ

80.

80. การเซฟ (save) การทำงานของโปรแกรม Photoshop กรณีที่ต้องการกลับมาแก้ไขงานอีกครั้ง ควรเซฟไฟล์งานให้เป็นนามสกุลใด

a)

1. .innd

b)

2. .psd

c)

3. .ai

d)

4. .img

e)

5. .xd

81.

81. หากจะเลือกใช้เสียงที่ช่วยสร้างบรรยากาศความสมจริงให้กับงานวิทยุกระจายเสียง ผู้ผลิตควรเลือกใช้เสียงประเภทใด

a)

1. เสียงผู้ประกาศที่มีความน่าเชื่อถือ หนักแน่น

b)

2. เสียงผู้ดำเนินรายการที่ใช้ลีลาเล่าสู่กันฟัง เป็นธรรมชาติ

c)

3. เสียงเพลงบรรเลงที่เปิดคลอตามเนื้อหารายการ

d)

4. เสียงธรรมชาติและเสียงเหตุการณ์ต่างๆ ที่บันทึกเก็บไว้

e)

5. เสียงเพลงไตเติ้ลรายการที่เร้าอารมณ์ ดึงดูดความสนใจในการเปิดรายการ

82.

82. ถ้าผู้ผลิตรายการต้องการจะสร้างเอกลักษณ์ของรายการหรือสร้างความจดจำของผู้ฟังที่มีต่อรายการ ผู้ผลิตควรเลือกใช้เสียงประเภทใด

a)

1. Radio Spot

b)

2. Station ID

c)

3. Linking Music

d)

4. Radio Announcement

e)

5. Program Title

83.

83. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของเพลงคั่นรายการ

a)

1. ช่วยเตรียมผู้ฟังในการรับฟังรายการ

b)

2. ช่วยเชื่อมคำพูด หรือเชื่อมเนื้อหารายการจากส่วนหนึ่งไปอีกส่วนหนึ่ง

c)

3. ช่วยพักหูผู้ฟัง

d)

4. คั่นประเด็นในรายการเพื่อให้ง่ายต่อการรับฟัง

e)

5. ช่วยทำให้ผู้ฟังได้มีโอกาสทบทวนเนื้อหาที่ได้รับฟังไป

84.

84. ในการเขียนบทสปอตวิทยุกระจายเสียงควรเขียนบทประเภทใดเพื่อให้ง่ายต่อการผลิต

a)

1. บทสมบูรณ์

b)

2. บทกึ่งสมบูรณ์

c)

3. บทแบบร่างกำหนดการของรายการ

d)

4. บทแบบเปิด

e)

5. บทแบบ Split page format

85.

85. ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการผลิตรายการสดทางวิทยุกระจายเสียงได้ถูกต้อง

a)

1. การศึกษาข้อมูล การเขียนบท การประสานงาน การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ การซักซ้อม การบันทึกรายการ การตัดต่อเสียง การประเมินผลรายการ

b)

2. การศึกษาข้อมูล การเขียนบท การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ การประสานงาน การซักซ้อม การบันทึกรายการ การประเมินผลรายการ

c)

3. การเขียนบท การศึกษาข้อมูล การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ การประสานงาน การซักซ้อม การบันทึกรายการ การประเมินผล การตัดต่อเสียง

d)

4. การศึกษาข้อมูล การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ การประสานงาน การเขียนบท การซักซ้อม การบันทึกรายการ การประเมินผลรายการ การตัดต่อเสียง

e)

5. การประสานงาน การศึกษาข้อมูล การเขียนบท การซักซ้อม การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ การบันทึกรายการ การตัดต่อเสียง การประเมินผลรายการ

86.

86. ข้อใดไม่ถือเป็นธรรมชาติของการนำเสนอทางสื่อโทรทัศน์

a)

1. สร้างความเข้าใจในเนื้อหาได้ง่ายด้วยภาพและเสียง

b)

2. มีกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อนเมื่อเทียบกับสื่ออื่นๆ

c)

3. มีความรวดเร็วสูง

d)

4. สามารถเข้าถึงผู้ชมได้จำนวนมากในเวลาเดียวกัน

e)

5. มีทั้งภาพและเสียงเพื่อช่วยสร้างความมีชีวิตชีวาและความน่าเชื่อถือในการรับชม

87.

87. ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของการใช้เสียงในงานโทรทัศน์

a)

1. เพื่อช่วยอธิบายความหมายของภาพได้ชัดเจนขึ้น

b)

2. เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเพิ่มขึ้น

c)

3. เพื่อสร้างบรรยากาศและอารมณ์ในภาพ

d)

4. เพื่อทำให้ดูสมจริงมากขึ้น

e)

5. ถูกทุกข้อ

88.

88. ในการผลิตรายการเกมโชว์ทางโทรทัศน์นิยมใช้วิธีการผลิตแบบใด

a)

1. Single Camera Production / Outdoor Shooting

b)

2. Multi-Camera Production / Indoor Shooting

c)

3. Single Camera Production / Live Production

d)

4. Multi-Camera Production / Outdoor Shooting

e)

5. Single Camera Production / Studio Production

89.

89. องค์ประกอบแสงข้อใดเป็นลักษณะการจัดแสงแบบสามจุด (Three – Point Lighting)

a)

1. Key Light / Fill Light / Background Light

b)

2. Key Light / Fill Light / Kicker Light

c)

3. Key Light / Fill Light / Back Light

d)

4. Spot Light / Flood Light / Background Light

e)

5. Spot Light / Flood Light / Rim Light

90.

90. ข้อใดอธิบายคำว่า “shot” ในงานโทรทัศน์ได้อย่างถูกต้อง

a)

1. การบันทึกภาพแต่ละภาพ

b)

2. การกำหนดขอบเขตของภาพ 1 ภาพ ทั้งด้านขนาด และความยาว

c)

3. การกดเพื่อบันทึกและการหยุดบันทึกภาพในแต่ละครั้ง โดยไม่เกี่ยวข้องกับจำนวนภาพหรือความยาว

d)

4. การเปลี่ยนมุมกล้องภาพตามที่ผู้กำกับสั่งในแต่ละครั้ง

e)

5. การเริ่มต้นบันทึกการถ่ายทำ

91.

91. ข้อใดคือลักษณะสำคัญของการออกแบบ Sitemap

a)

1. การนำเสนอโครงสร้างสำหรับการกำหนดเนื้อหาของการออกแบบเว็บไซต์

b)

2. การนำเสนอแนวคิดการออกแบบเว็บไซต์ผ่านภาพถ่าย

c)

3. การนำเสนอแนวคิดโดยการใส่รายละเอียดลงไปในแต่ละหน้า

d)

4. การนำเสนอแนวทางการใช้สี ตัวอักษร รูปภาพในการออกแบบเว็บไซต์

e)

5. การนำเสนอการจัดวางข้อมูล รูปภาพ ปุ่ม ตัวอักษร ลงไปในเว็บไซต์

92.

92. ข้อใดคือความหมายของ โดเมนเนม (Domain name)

a)

1. หน้าแรกของเว็บไซต์

b)

2. ชื่อแผนที่นำทาง

c)

3. ชื่อรหัสประจำตัวคอมพิวเตอร์

d)

4. ชื่อเว็บไซต์

e)

5. การเปลี่ยนสีเมื่อนำเมาท์ไปแตะที่ปุ่มตัวอักษร

93.

93. ข้อใดคือลักษณะสำคัญของรูปแบบเว็บไซต์ประเภท Portal Site

a)

1. เว็บไซต์ประเภทท่องเที่ยว

b)

2. เว็บไซต์ที่รวบรวมลิงค์และบทความต่างๆ

c)

3. เว็บไซต์ช่วยเหลือสังคม

d)

4. เว็บไซต์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับข่าว

e)

5. เว็บไซต์ต่างประเทศ

94.

94. ข้อใดไม่ใช่กระบวนการสำรวจปัจจัยในการออกแบบเว็บไซต์

a)

1. สำรวจตัวเอง

b)

2. สำรวจคู่แข่ง

c)

3. สำรวจผู้ใช้

d)

4. สำรวจความสามารถของคนทำงาน

e)

5. สำรวจความเร็วของอินเทอร์เน็ต

95.

95. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะสำคัญของโครงสร้างเว็บไซต์แบบ ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext)

a)

1. มีความซับซ้อน

b)

2. เชื่อมโยงไปที่ไหนก็ได้

c)

3. เครือข่ายโยงใย

d)

4. มีทิศทางของข้อมูลลึกเป็นแนวตั้ง

e)

5. ผสมผสานแบบ ไฮเปอร์เท็กซ์ กับแบบลำดับชั้น

96.

96. ข้อไม่ใช่ระบบนำทาง

a)

1. เนวิเกชันแบบลำดับชั้น

b)

2. เนวิเกชันแบบหลากหลาย

c)

3. เนวิเกชันแบบโลคอล

d)

4. เนวิเกชันเฉพาะที่

e)

5. เนวิเกชันแบบโกลบอล

97.

97. ระบบเนวิเกชันที่มีรายการให้เลือกมากมาย แต่ใช้พื้นที่น้อย เป็นรูปแบบเนวิเกชันที่มีคำเรียกชื่อเฉพาะ ในภาษาอังกฤษว่าอย่างไร

a)

1. Pull-Down Menu

b)

2. Frame-Based

c)

3. Pop-Up Menu

d)

4. Index System

e)

5. Guided Tour

98.

98. ข้อใดไม่ใช่ระบบเนวิเกชันเสริม

a)

1. ระบบสารบัญ

b)

2. ระบบดัชนี

c)

3. แผนที่เว็บไซต์

d)

4. ระบบเฟรม

e)

5. ไกด์ทัวร์

99.

99. ข้อใดคือลักษณะสำคัญของระบบเนวิเกชันแบบ Ad Hoc

a)

1. เนวิเกชันที่หัวข้อย่อยของเนื้อหาอยู่ภายในส่วนหลัก ๆ ของเว็บไซต์

b)

2. เนวิเกชันที่ใช้ลิงค์ของคำหรือข้อความที่น่าสนใจซึ่งฝังอยู่ในประโยค

c)

3. เนวิเกชันแบบหน้าหลักไปยังหน้าย่อยถัดลงไปหรือย้อนกลับมา

d)

4. เนวิเกชันแบบการเคลื่อนที่ได้เฉพาะในแนวตั้ง

e)

5. เนวิเกชันเคลื่อนที่ได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน

100.

100. ในขั้นตอนการออกแบบ Wireframe ของเว็บไซต์ นักศึกษาควรคำนึงถึงข้อใดมากที่สุด

a)

1. ออกแบบให้สวยงาม ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย

b)

2. ออกแบบโดยการใส่ข้อมูลทั้งหมดตามโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ

c)

3. ออกแบบโครงสร้างในแต่ละหน้าคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมของเว็บไซต์

d)

4. ออกแบบเฉพาะหน้าแรกให้ข้อมูลครบถ้วน มีความสวยงาม และตรงตามโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ

e)

5. ออกแบบโดยการใส่สี รูปภาพ เพื่อให้เห็นความชัดเจนของเว็บไซต์