wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ เรื่อง ระบบย่อยอาหาร

Total questions: 40

Worksheet time: 51mins

Name
Class
Date
1.

สิ่งมีชีวิตในข้อใดมีการย่อยอาหารภายนอกเซลล์

a)

1. Fungi

b)

2. Hydra

c)

3. Sponge

d)

4. Paramecium

2.

การย่อยอาหารของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวเกิดขึ้นที่บริเวณใด

a)

1. Lysosome โดยใช้เอนไซม์ใน Cytoplasm

b)

2. Cytoplasm โดยใช้เอนไซม์ใน Lysosome

c)

3. Food vacuole โดยใช้เอนไซม์ใน Lysosome

d)

5. ภายนอกเซลล์โดยปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยอาหาร

3.

Paramecium มีการกินอาหารอย่างไร

a)

1. ใช้ Pseudopodium โอบล้อมอาหาร

b)

2. แพร่ผ่าน Cell membrane โดยตรง

c)

3. ใช้ Cilia พัดอาหารเข้าสู่ร่องปาก

d)

4. ใช้ Flagellum จับอาหารเข้าสู่ร่องปาก

4.

สัตว์ในข้อใดไม่มีทางเดินอาหาร

a)

1. Parasite

b)

2. Octopus

c)

3. Mollusk

d)

4. Sponge

5.

กากอาหารของ Sponge ถูกกำจัดโดยวิธีใด

a)

1. ถูกขับออกทางปาก

b)

2. ถูกขับออกทางรูด้านข้างของลำตัว

c)

3. ถูกขับออกจากเซลล์โดยกระบวนการเอกโซไซโทซิส

d)

4. ถูกขับออกจากเซลล์สู่ช่องว่างกลางลำตัว แล้วขับออกทาง

ช่องน้ำออก

6.

สัตว์ชนิดใดมีการย่อยอาหารทั้งภายในเซลล์และภายนอกเซลล์

a)

1. Yeast

b)

2. Hydra

c)

3. Amoeba

d)

4. Sponge

7.

สัตว์ชนิดใดมีระบบทางเดินอาหารรูปแบบเดียวกัน

a)

1. Sponge Hydra

b)

2. Hydra Planaria

c)

3. Hydra Earthworm

d)

4. Sponge Planaria

8.

8. ไฮดรามีการย่อยอาหารที่ส่วนใด

a)

1. Tentacle

b)

2. Cnidocyte

c)

3. Gastrovascular Cavity

d)

4. Choanocyte

9.

ทางเดินอาหารของ Hydra และ Planaria มีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

a)

1. เหมือนกัน เพราะเป็นสัตว์ที่มีทางเดินอาหารไม่สมบูรณ์

b)

2. เหมือนกัน เพราะเป็นสัตว์ที่มีกรย่อยอาหารภายในเซลล์

c)

3. เหมือนกัน เพราะเป็นสัตว์ที่มีช่องว่างกลางลำตัวลักษณะเดียวกัน

d)

4. แตกต่างกัน เพราะไฮดรามีช่องเปิดทางเดียว ส่วนพลานาเรีย

มีช่องเปิด 2 ทาง

10.

พยาธิชนิดใดมีทางเดินอาหารสมบูรณ์

a)

1. พยาธิตืดวัว พยาธิใบไม้

b)

2. พยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือน

c)

3. พยาธิตืดวัว พยาธิเส้นด้าย

d)

4. พยาธิตืดหมู พยาธิไส้เดือน

11.

ข้อใดกล่าวถึงทางเดินอาหารของกุ้งได้ถูกต้อง

a)

1. มีทางเดินอาหารไม่สมบูรณ์

b)

2. การย่อยเกิดขึ้นที่ทางเดินอาหารตอนกลางเท่านั้น

c)

3. น้ำย่อยถูกหลั่งเข้าสู่ทางเดินอาหารตอนหน้าและตอนกลาง

d)

4. ทางเดินอาหารตอนหน้าประกอบด้วยปาก ต่อมน้ำลายและ

หลอดอาหาร

12.

Gizzard ของแมลงทำหน้าที่ใด

a)

1. บดอาหารให้ละเอียดมากขึ้น

b)

2. สร้างเอนไซม์ออกมาย่อยอาหาร

c)

3. พักอาหารก่อนส่งไปยังกระเพาะอาหาร

d)

4. พักกากอาหารก่อนกำจัดออกจากร่างกาย

13.

ทางเดินอาหารของปลากินพืชและปลากินสัตว์แตกต่างกันอย่างไร

a)

1. ปลากินพืชและปลากินสัตว์มีทางเดินอาหารเหมือนกัน

b)

2. ปลากินพืชมีทางเดินอาหารสั้นและผนังทางเดินอาหารบางกว่าของปลากินสัตว์

c)

3. ปลากินพืชมีทางเดินอาหารสั้นและผนังทางเดินอาหารหนากว่าของ

ปลากินสัตว์

d)

4. ปลากินพืชมีทางเดินอาหารยาวและผนังทางเดินอาหารบางกว่าของ

ปลากินสัตว์

14.

กระเพาะส่วนหน้าและส่วนท้ายของสัตว์ปีกแตกต่างกันอย่างไร

a)

1. กระเพาะส่วนหนทำหน้าที่พักอาหาร แต่ส่วนท้ายทำหน้าที่ย่อยอาหาร

b)

2. กระเพาะส่วนหน้าทำหน้าที่สร้างน้ำย่อย แต่ส่วนท้ายทำหน้าที่ย่อยอาหาร

c)

3. กระเพาะส่วนหน้าเป็นการย่อยเชิงกล แต่ส่วนท้ายเป็นการย่อยเชิงเคมี

d)

4. กระเพาะส่วนหน้าทำหน้าที่ย่อยอาหาร แต่ส่วนท้ายทำหน้าที่ดูดซึม

สารอาหาร

15.

กระเพาะส่วนใดเป็นกระเพาะอาหารจริงของวัว เพราะเหตุใด

a)

1. Rumen เพราะมีจุลินทรีย์ที่ย่อยเซลลูโลสได้

b)

2. Reticulum เพราะมีจุลินทรีย์ที่ย่อยเซลลูโลสได้

c)

3. Omasum เพราะหลั่งเอนไซม์ออกมาย่อยอาหารได้

d)

4. Abomasum เพราะหลั่งเอนไซมออกมาย่อยอาหารได้

e)

5. Abomasum เพราะอาหารที่มาถึงส่วนนี้ถูกสำรอกออกมาเคี้ยวอีกได้

16.

อวัยวะใดมีการย่อยทั้งเชิงกลและเชิงเคมี

a)

1. Pharynx Esophagus Small Intestine

b)

2. Mouth Stomach Small Intestine

c)

3. Mouth Stomach Large Intestine

d)

4. Mouth Esophagus Stomach

17.

คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนถูกย่อยเชิงเคมีครั้งแรกที่อวัยวะใด

a)

1. คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนถูกย่อยครั้งแรกที่ปาก

b)

2. คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนถูกย่อยครั้งแรกที่กระเพาะอาหาร

c)

3. คาร์โบไฮเดรตถูกย่อยครั้งแรกที่ปาก ส่วนโปรตีนถูกย่อย

ครั้งแรกที่ลำไส้เล็ก

d)

4. คาร์โบไฮเดรตถูกย่อยครั้งแรกที่ปาก ส่วนโปรตีนถูกย่อย

ครั้งแรกที่กระเพาะอาหาร

18.

การย่อยอาหารโดยใช้เอนไซม์เกิดขึ้นครั้งแรกบริเวณใด

a)

1. Mouth

b)

2. Pharynx

c)

3. Small Intestine

d)

4. Stomach

19.

ฟันชนิดใดทำให้เกิดการย่อยเชิงกลมากที่สุด

a)

1. Incisor

b)

2. Canine

c)

3. Molar

d)

4. Premolar

20.

Enzyme Amylase สร้างจากแหล่งใด

a)

1. Salivary gland เท่านั้น

b)

2. Pancreas และ Small Intestine

c)

3. Salivary gland และ Pancreas

d)

4. Salivary gland และ Small Intestine

21.

กระบวนการ Peristalsis เกิดขึ้นครั้งแรกที่อวัยวะใด

a)

1. Pharynx

b)

2. Small Intestine

c)

3. Esophagus

d)

4. Stomach

22.

น้ำเมือกในกระเพาะอาหารทำหน้าที่ใด

a)

1. ช่วยในการคลุกเคล้าอาหาร

b)

2. เคลือบเนื้อเยื่อของกระเพาะอาหาร

c)

3. กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร

d)

4. ช่วยการเคลื่อนที่ของอาหารเข้าสู่ลำไส้เล็ก

23.

Pepsinogen และ Prorennin พร้อมทำงานเมื่อถูกกระตุ้นด้วยสารชนิดใด

a)

1. เกลือน้ำดีจากถุงน้ำดี

b)

2. อาหารจากหลอดอาหาร

c)

3. กรดเกลือจากผนังชั้นในของกระเพาะอาหาร

d)

4. ฮอร์โมนแกสตรินจกผนังชั้นในของกระเพาะอาหาร

24.

Gastrin Hormone ที่สร้างจากผนังกระเพาะอาหารทำหน้าที่ใด

a)

1. กระตุ้นการสร้างเมือกในกระเพาะอาหาร

b)

2. กระตุ้นการสร้าง Pepsinogen จากเซลล์ในกระเพาะอาหาร

c)

3. กระตุ้นการหลั่งกรดไฮโดรคลอริกจากเซลล์ในกระเพาะอาหาร

d)

4. เปลี่ยน Pepsinogen เป็น Pepsin เพื่อย่อยโปรตีนให้มีโมเลกุล

เล็กลง

25.

บริเวณส่วนใดของร่างกายที่มีการดูดซึมสารอาหารมากที่สุด

a)

1. Stomach

b)

2. Small Intestine (Duodenum)

c)

3. Small Intestine (Jejunum)

d)

4. Small Intestine (Ileum)

26.

เอนไซม์ชนิดใดสร้างจากเซลล์บุผิวของผนังลำไส้เล็ก

a)

1. Amylase และ Trypsinogen

b)

2. Lipase และ Enterokinase

c)

3. Trypsinogen และ Chymotrypsin

d)

4. Chymotrypsin และ Procarboxypeptidase

27.

ข้อใดกล่าวถึงการย่อยและการดูดซึมที่ลำไส้เล็กได้ถูกต้อง

a)

1. ย่อยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเท่านั้น

b)

2. มีเซลล์บุผิวที่บางจึงดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เซลล์ได้มาก

c)

3. กรดอะมิโนและน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถูกดูดซึมเข้าสู่หลอดเลือด

ฝอยในวิลลัส

d)

4. ลำไส้เล็กไม่สามารถสร้างเอนไซม์ย่อยอาหารได้ แต่อาศัยเอนไซม์ที่สร้างจากตับอ่อน

28.

Bile ทำหน้าที่ใดในระบบย่อยอาหาร

a)

1. ย่อยไขมันในลำไส้เล็ก

b)

2. ช่วยให้ไขมันแตกตัวเป็นหยดไขมัน

c)

3. ช่วยให้อาหารที่ถูกย่อยดูดซึมได้ดีขึ้น

d)

4. กระตุ้นการทำงานของลิเพสในการย่อยไขมัน

29.

ไขมัน 1 หยดไขมัน 2 กรดไขมัน + กลีเซอรอล

จากสมการแสดงการย่อยอาหารประเภทไขมัน สารในหมายเลข 1 และ 2 สร้างมาจากอวัยวะใด

a)

1. หมายเลข 1 คือ ตับ หมายเลข 2 คือ ตับอ่อน

b)

2. หมายเลข 1 คือ ลำไส้เล็ก หมายเลข 2 คือ ตับอ่อน

c)

3. หมายเลข 1 คือ กระเพาะอาหาร หมายเลข 2 คือ ลำไส้เล็ก

d)

4. หมายเลข 1 คือ ตับอ่อน หมายเลข 2 คือ ลำไส้เล็ก

30.

E.coli ที่พบในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์สามารถสังเคราะห์วิตามินชนิดใดได้

a)

1. วิตามิน A และ B

b)

2. วิตามิน B และ K

c)

3. วิตามิน D และ K

d)

4. วิตามิน A และ K

31.

กรดอะมิโนจากการสังเคราะห์ในกระเพาะอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้องได้มาจากสิ่งใด

a)

1. โปรตีนจากพืช

b)

2. ไขมันพืชที่สัตว์ได้รับ

c)

3. ยูเรียที่ได้จากการหมัก

d)

4. คาร์โบไฮเดรตจากพืช

32.

เอนไซม์จากลำไส้เล็กชนิดใดเปลี่ยนเอนไซม์จากตับอ่อนให้อยู่ในสภาพที่พร้อมทำงาน

a)

1. Enterokinase

b)

2. Chymotrypsin

c)

3. Trypsin

d)

4. Carboxypeptidase

33.

ถ้านักเรียนทราบว่าโรคกระเพาะอาหารอักเสบนั้น เกิดจากการที่กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยอาหารและกรดไฮโดรคลอริกออกมามากเกินไป นักเรียนจะแนะนำผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ให้ละเว้นการปฏิบัติข้อใด

a)

1. รับประทานอาหารครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้งขึ้น

b)

2. ดื่มนมมากๆ

c)

3. รับประทานเนื้อสัตว์

d)

4. งดดื่มกาแฟ

34.

หลังจากรับประทานลูกชิ้นวัวปิ้งกับข้าวเหนียวนึ่งแล้ว อาหารดังกล่าวจะต้องผ่านกระบวนการย่อย ขณะที่เคลื่อนมาตามทางเดินอาหาร ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

1. ข้าวเหนียวจะเริ่มถูกย่อยโดยน้ำย่อยในปากและลูกชิ้นเริ่มถูกย่อยโดย

น้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร

b)

2. ข้าวเหนียวถูกย่อยโดยน้ำย่อยจากต่อมน้ำลายน้ำย่อยตับอ่อน และน้ำย่อยลำไส้เล็ก ตามลำดับ

c)

3. ลูกชิ้นจะถูกย่อยโดยเพปซินจากกระเพาะอาหาร น้ำย่อยทริปซิน ไคโมทริปซินและไดเพปทิเดสจากลำไส้เล็ก

d)

4. การย่อยอาหารทั้งสองอย่างจะเกิดขึ้นสมบูรณ์เมื่ออาหารลงมาอยู่ใน

ลำไส้เล็กแล้ว

35.

ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

a)

1. เซลล์บุผนังลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่ดูดน้ำ เกลือแร่และวิตามินได้ดียกเว้นกลูโคส

b)

2. คนไข้โรคนิ่ว ควรดื่มน้ำสะอาดวันละมาก (ประมาณ 8-10 ลิตร) และออกกำลังกายด้วยการกระโดด

c)

3. วิธีตรวจสอบว่าไส้ติ่งอักเสบหรือไม่ อาจทำได้โดยใช้นิ้วมือกดไปที่บริเวณท้องน้อยด้านขวา

d)

4. การสำลักขณะกลืนอาหาร เนื่องมาจากอาหารพัดตกลงไปในหลอดลม เพราะฝาปิดกล่องเสียงเปิด

36.

เพราะเหตุใด แพทย์จึงแนะนำให้ผู้ที่ได้รับการตัดเอาถุงน้ำดีออก รับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันต่ำ

a)

1. เพราะร่างกายขาดเอนไซม์ลิเพสที่สร้างโดยถุงน้ำดี

b)

2. เพราะตับอ่อนจะสร้างเอนไซม์ลิเพสได้น้อยกว่าปกติ เพราะขาดสภาพเบสของน้ำดี

c)

3. เพราะลิเพลต้องการเบส และการช่วยย่อยจากน้ำดี

d)

4. เพราะลิเพสต้องการกรดจากน้ำดี ในการย่อยไขมันให้เป็นกรดไขมันและกลีเซอรอล

37.

จากตัวเลือกข้อใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริโภคอาหารที่มีกาก (fiber) น้อยกว่าปกติ ก. อุจจาระบ่อย ข. เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

ค. ถ่ายอุจจาระยาก ง. เพิ่มภาวะสูญเสียน้ำ

a)

1. ก , ข

b)

2. ข, ค

c)

3. ค, ง

d)

4. ก, ง

38.

จากตัวเลือกความผิดปกติในข้อใดที่จะทำให้ไม่มีการย่อยไขมัน

ก. ตับไม่สร้างเอนไซม์ลิเพส ข. ตับไม่สร้างเกลือน้ำดี

ค. อาหารจากกระเพาะมีฤทธิ์เป็นกรด ง. ตับอ่อนไม่สร้างเอนไซม์ทริปซิน

a)

1. ก

b)

2. ข

c)

3. ข , ค

d)

4. ก , ง

39.

ถ้าขาดน้ำดี จะมีผลเสียต่อร่างกายอย่างไร

a)

1. ทำให้ความสามารถในการย่อยอาหารบางประเภทลดน้อยลง

b)

2. ทำให้มีการดูดซึมอาหารเข้าสู่ร่างกายลดน้อยลง

c)

3. ทำให้มีกรดในกระเพาะอาหารมาก

d)

4. ทำให้เกิดอาการท้องผูก

40.

เหตุที่ไม่ถือน้ำดีเป็นเอนไซม์เพราะอะไร

a)

1. น้ำดีไม่ทำปฏิกิริยาเคมีกับสารตั้งต้น

b)

2. ปฏิกิริยาระหว่างน้ำดีกับสารตั้งต้นไม่มีน้ำดีเข้าร่วมด้วย

c)

3. เมื่อน้ำดีทำปฏิกิริยากับสารตั้งตันแล้วน้ำดีเปลี่ยนไป

d)

4. ปฏิกิริยาเคมีของน้ำดีกับสารตั้งต้นไม่ให้พลังงานออกมา