wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บทเสภาสามัคคีเสวก (ครูแขก)

Total questions: 25

Worksheet time: 8mins

Name
Class
Date
1.

คำประพันธ์ในข้อใด กล่าวถึงศิลปะเป็นเครื่องดับความทุกข์ของคน

a)

อันชาติใดไร้ศาลติสุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่

b)

ย่อมจำนงศิลปาสง่างาม เพื่ออร่ามเรืองระยับประดับประดา

c)

ศิลปกรรมนำใจให้สร่างโศก ช่วยบรรเทาทุกข์ในโลกให้เหือดหาย

d)

จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสราญ

2.

ข้อใดต่างจากข้ออื่น

a)

แต่ชาติใดรุ่งเรืองเมืองสงบ

b)

ย่อมจำนงศิลปาสง่างาม

c)

เพราะการช่างนี้สำคัญอันวิเศษ

d)

ล้วนเป็นราชบริพารพระทรงศรี

3.

บทเสภาสามัคคีเสวก แต่งด้วยคำประพันธ์ชนิดใด

a)

กลอนสุภาพ

b)

กลอนเสภา

c)

กาพย์ยานี ๑๑

d)

โคลงสี่สุภาพ

4.

"เมื่อข้าพเจ้าไปพักผ่อนอิริยาบถอยู่ที่..........................ได้มีข้าราชบริพารในราชสำนัก ผลัดเปลี่ยนกันจัดอาหารเลี้ยงกันทุก ๆ วันเสาร์ และเมื่อเลี้ยงแล้วมักจะมีอะไรดูกันเล่นอย่าง ๑..." จากข้อความข้างต้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ไปประทับ ณ สถานที่ใด

a)

พระราชวังบางปะอิน

b)

พระราชวังสนามจันทร์

c)

พระบรมมหาราชวัง

d)

พระราชวังจันทน์

5.

"แต่กรุงไทยศรีวิไลทันเพื่อนบ้าน จึงมีช่างชำนาญวิเลขา" วรรคแรกมีความหมายว่าอย่างไร

a)

เมืองไทยมีความสวยงามเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน

b)

เมืองไทยมีประชาชนที่มีความรู้เท่าเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน

c)

เมืองไทยมีสิ่งก่อสร้างมากมายเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้าน

d)

เมืองไทยเจริญรุ่งเรืองทันสมัยเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้าน

6.

"วิเลขา" แปลว่าอะไร

a)

เจริญยิ่ง

b)

ผู้เชี่ยวชาญ

c)

งามยิ่ง

d)

ภาพเขียน

7.

"ทั้งช่างปั้นช่างเขียนเพียรวิชา อีกช่างสถาปนาถูกทำนอง" คำที่ขีดเส้นใต้หมายถึงอะไร และจัดอยู่ในศิลปกรรมแขนงใด

a)

ช่างวาด - หัตถกรรม

b)

ช่างเครื่อง - ประติมากรรม

c)

ช่างก่อสร้าง - สถาปัตยกรรม

d)

ช่างถม - จิตรกรรม

8.

ข้อใดที่ผู้เขียนกล่าวชี้ประโยชน์

a)

อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า

ใครใครเห็นไม่เป็นที่จำเริญตา เขาจะพากันเย้ยให้อับอาย

b)

ทั้งช่างรูปพรรณสุวรรณกิจ ช่างประดิษฐ์รัชดาสง่าผอง

อีกช่างถมลายลักษณะจำลอง อีกช่ำชองเชิงรัตนประกร

c)

ศิลปกรรมนำใจให้สร่างโศก ช่วยบรรเทาทุกข์ในโลกให้เหือดหาย

จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสราญ

d)

ใครดูถูกผู้ชำนาญในการช่าง ความคิดขวางเฉไฉไม่เข้าเรื่อง

เหมือนคนป่าคนไพรไม่รุ่งเรือง จะพูดด้วยนั้นก็เปลืองซึ่งวาจา

9.

"อันของชาติไพรัชช่างจัดสรร เป็นหลายอย่างต่างพรรณเข้ามาขาย" ข้อความที่ขีดเส้นใดหมายถึงอะไร

a)

ช่างเงิน

b)

ช่างทอง

c)

ต่างชาติ

d)

ชาติไทย

10.

ข้อใดเป็นอุปมาโวหาร

a)

ใครดูถูกผู้ชำนาญในการช่าง ความคิดขวางเฉไฉไม่เข้าเรื่อง

b)

เหมือนคนป่าคนไพรไม่รุ่งเรือง จะพูดด้วยนั้นก็เปลืองซึ่งวาจา

c)

แต่กรุงไทยศรีวิไลทันเพื่อนบ้าน จึงมีช่างชำนาญวิเลขา

d)

ทั้งช่างปั้นช่างเขียนเพียรวิชา อีกช่างสถาปนาถูกทำนอง

11.

บทเสภาสามัคคีเสวกเปรียบเทียบประเทศชาติกับอะไร

a)

เรือใหญ่

b)

สำเภาสินค้า

c)

กัปตันเรือ

d)

กะลาสีเรือ

12.

บทเสภาสามัคคีเสวกเน้นย้ำว่า สำคัญที่สุดที่เหล่าข้าราชการควรมี คืออะไร

a)

ความเมตตา

b)

ความสามัคคี

c)

ความรู้

d)

ความมีศิลปะ

13.

เทวดาผู้ชำนาญในการช่างทั้งปวง คือใคร

a)

พระอิศวร

b)

พระคเณศ

c)

พระนารายณ์

d)

พระวิศวกรรม

14.

ข้อใดกล่าวเน้นสิ่งที่ต่างจากข้ออื่น

a)

ถึงเสวีที่เป็นข้าฝ่าพระบาท ไม่ควรขาดความสมัครสโมสร

b)

เหล่าเสวกตกที่กะลาสี ควรคิดถึงหน้าที่นั้นเป็นใหญ่

c)

ไม่ควรเลือกที่รักมักที่ชัง สามัคคีเป็นกำลังพลังศรี

d)

ควรปรองดองในหมู่ราชเสวี ให้สมที่ร่วมพระเจ้าเราองค์เดียว

15.

ข้อใดคือการพัฒนาฝีมือ

a)

แม้พวกเราชาวไทยตั้งใจช่วย

b)

เอออำนวยช่างไทยให้ทำของ

c)

ช่างคงใฝ่ใจผูกถูกทำนอง

d)

และทำของงามงามขึ้นตามกาล

16.

ตอน สามัคคีเสวก เปรียบเทียบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและข้าราชบริพารกับสิ่งใด

a)

หัวหน้า-คนงาน

b)

กัปตันเรือ-กะลาสี

c)

ผู้จัดการ-เลขานุการ

d)

หัวหน้าห้อง-สมาชิก

17.

ข้อใดไม่ควรมีในความคิดของข้าราชบริพาร

a)

ควรคิดถึงหน้าที่นั้นเป็นใหญ่

b)

รักษาตนเคร่งคงตรงวินัย

c)

สมานใจจงรักพระจักรี

d)

ควรเลือกที่รักมักที่ชัง

18.

ข้อใดเป็นหน้าที่พลเมือง ในการนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

a)

ประโยชน์ตัวนึกน้อยหน่อยจะดี

b)

ควรคิดถึงหน้าที่นั้นเป็นใหญ่

c)

ล้วนเป็นราชบริพารพระทรงศรี

d)

รักษาตนเคร่งคงตรงวินัย

19.

เราช่วยช่างเหมือนอย่างช่วยบ้านเมือง

ได้ประเทืองเทศไทยอันไพศาล

สมเป็นเมืองใหญ่โตมโหฬาร

...................................................


จงเติมเนื้อความที่หายไปให้สมบูรณ์

a)

เอออำนวยช่างไทยให้ทำของ

b)

จะพูดด้วยนั้นก็เปลืองซึ่งวาจา

c)

พอไม่อายเพื่อนบ้านจึ่งจะดี

d)

ไร้นำขายต่างประเทศนั้นเอย

20.

แม้ลูกเรือเชื่อถือผู้เป็นนาย

ต้องมุ่งหมายช่วยแรงโดยแข็งขัน

คอยตั้งใจฟังบังคับกัปปิตัน

นาวานั้นจึ่งจะรอดตลอดทะเล


จากคำประพันธ์นี้ให้ข้อคิดในข้อใด

a)

ข้าราชบริพารจะต้องไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น

b)

ลูกเรือจะนำเรือออกทะเลต้องเชื่อฟังคำสั่งของกัปตัน

c)

ข้าราชบริพารจะต้องเชื่อในคำสั่งของนาย ทั้งมีความสามัคคีในการทำงาน

d)

ข้าราชบริพารจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นไม่หาเวลาไปเที่ยวสถานที่อื่น

21.

ข้อใดต่างจากข้ออื่นในเรื่องการแตกศัพท์

a)

กล่าวถึงเทพศิลปีศรีเรืองงาม อันมีนามว่าวิศวกรรม

b)

ตามตำรับไสยศาสตร์ประกาศไว้ ว่าในหมู่เทพไททุกทิศา

c)

ผู้ชำนาญหัตถกรรมศิลปา สุดจะหาเทียมพระวิศวกรรม

d)

บำรุงแดนดินด้วยศิลปกรรม ให้แลล้ำล้วนอร่ามและงามงอน

22.

บทเสภาสามัคคีเสวก คำว่า “เสวก” แปลว่าอะไร

a)

ผู้เลื่อมใส

b)

ประชาราษฎร

c)

ศิษย์ของศาสดา

d)

ข้าราชการในราชสำนัก

23.

ข้อใดคือสาเหตุที่ทรงพระราชนิพนธ์บทเสภาชุดสามัคคีเสวกขึ้น

a)

เพื่อให้รักศิลปะ

b)

เพื่อให้มีความสามัคคี

c)

เพื่อให้มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

d)

เพื่อให้เป็นบทขับอธิบายนำเรื่องของระบำชุดสามัคคีเสวก

24.

ข้อใดคือพระราชประสงค์ในการทรงพระราชนิพนธ์บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา

a)

มุ่งแสดงความสำคัญของศิลปะที่มีต่อมนุษย์

b)

มุ่งแสดงความสำคัญของศิลปะที่มีต่อชาติบ้านเมือง

c)

มุ่งแสดงความสำคัญของศิลปะที่มีต่อเทพเจ้าแห่งการก่อสร้าง

d)

ถูกทั้ง ก และ ข

25.

"เพราะขาดเครื่องระงับดับรำคาญ โอสภใดจะสมานซึ่งหัวใจ"คำว่า "โอสถ" ในที่นี้หมายถึงข้อใด

a)

ยารักษาโรค

b)

ความร่ำรวย

c)

งานศิลปะ

d)

ความรัก