wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบกลางภาค ชีวเคมี คบ.เคมี (5 ปี)

Total questions: 75

Worksheet time: 1hrs 23mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (monosaccharide) ทั้งหมด

a)

ฟรุคโตส มอลโทส

b)

กลูโคส กาแลคโตส

c)

เซลลูโลส ซูโครส

d)

แลคโตส กลูโคส

2.

disaccharide หมายความถึงสารในข้อใดต่อไปนี้

a)

คาร์โบไฮเดรตที่ได้จากการย่อยสลายแป้งเท่านั้น

b)

คาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการและนำไปใช้ได้ทันที

c)

คาร์โบไฮเดรตที่พบมากในอาหารที่ได้จากสัตว์

d)

คาร์โบไฮเดรตที่ประกอบด้วยโมโนแซคคาไรด์ 2 โมเลกุล

3.

โอลิโกแซคคาไรด์ (oligosaccharide) เกิดจากโมเลกุลของ monosaccharide ต่อกันด้วยพันธะชนิดใด

a)

พันธะไฮโดรเจน

b)

พันธะไอออนิก

c)

พันธะไกลโคซิดิก

d)

พันธะโควาเลนต์

4.

น้ำตาลชนิดใดไม่ใช่น้ำตาลรีดิวซ์

a)

กลูโคส

b)

ซูโครส

c)

แมนโนส

d)

มอลโทส

5.

พันธะของโมเลกุลต่อไปนี้เป็นพันธะชนิดใด

a)

α\alpha -1,4-glycosidic bond

b)

β\beta -1,4-glycosidic bond

c)

γ\gamma -1,2-glycosidic bond

d)

ϕ\phi -1,2-glycosidic bond

6.

เส้นใยที่พบในพืชและช่วยในการขับถ่ายของร่างกายคือสารชนิดใด

a)

peptidoglycan

b)

Starch

c)

amylopectin

d)

cellulose

7.

ขณะกำลังนั่งเรียนวิทยาศาสตร์ เพื่อนคนหนึ่งรู้สึกอ่อนเพลียมากกำลังจะเป็นลม เพราะไม่ได้รับประทานอาหารตั้งแต่เมื่อเย็นวานนี้ ถ้าเรามีอาหารต่อไปนี้ ควรจะเลือกอาหารชนิดใดให้เพื่อนเป็นอันดับแรก

a)

นมสด

b)

น้ำข้าวต้มอุ่น ๆ

c)

น้ำผลไม้

d)

น้ำหวาน (น้ำเชื่อม)

8.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ cellulose, amylose และ glycogen

a)

โครงสร้างเหมือนกันแต่แหล่งที่พบต่างกัน

b)

มีโครงสร้างและหน้าที่ต่างกัน

c)

มีหน่วยย่อย (monomer) ต่างกัน แต่ภายในโมเลกุลประกอบด้วยพันธะชนิดเดียวกัน

d)

amylose และ cellulose เป็น Homopolysaccharide แต่ glycogen เป็น Heteropolysaccharide

9.

ข้อความในข้อใดถูกต้อง

a)

เมื่อนำแป้งมาต้มกับสารละลายกรด แล้วนำไปทดสอบด้วยสารละลายเบเนดิกต์ จะได้ตะกอนสีแดงอิฐ

b)

การทดสอบไบยูเร็ตสามารถใช้ทดสอบได้ทั้งโปรตีน สารประกอบพอลิเพปไทด์ รวมถึงกรดอะมิโน

c)

เราสามารถทดสอบเซลลูโลสได้โดยการใช้สารละลายไอโอดีน

d)

ถูกทุกข้อ

10.

อวัยวะสำคัญใดในร่างกายมนุษย์ที่เป็นแหล่งสะสมคาร์โบไฮเดรต

a)

ตับและตับอ่อน

b)

ตับอ่อนและไต

c)

กระดูกและพังผืดหน้าท้อง

d)

ตับและกล้ามเนื้อ

11.

น้ำตาลในข้อใดเมื่อเปลี่ยนโครงสร้างแล้วเกิดเป็นวงแหวน 5 เหลี่ยม หรือฟูราโนส (furanose)

a)

กลูโคส

b)

ฟรุกโทส

c)

กาแลกโทส

d)

มอลโทส

12.

ไรโบส (D-ribose) จัดเป็นน้ำตาลประเภทใด

a)

น้ำตาลเฮกโซส

b)

น้ำตาลไทรโอส

c)

น้ำตาลคีโทส

d)

น้ำตาลเพนโทส

13.

สูตรเคมีอย่างง่ายของคาร์โบไฮเดรตคือข้อใด

a)

(CH2O)n ซึ่ง n ≥ 3

b)

(CH2O)n ซึ่ง n ≥ 5

c)

(CH2O)n ซึ่ง n ≥ 7

d)

(CH2O)n ซึ่ง n ≥ 9

14.

การบ่งชี้ความแตกต่างระหว่างแป้งและไกลโคเจน สามารถใช้สารใดช่วยในการวิเคราะห์ได้ โดยเมื่อเติมสารนี้จะเกิดเป็นสารละลายสีม่วงหรือน้ำเงิน

a)

ไอโอดีน

b)

เบเนดิกต์

c)

ไบยูเร็ต

d)

โซเดียมคลอไรด์

15.

คาร์โบไฮเดรตมีบทบาทและความสำคัญมากมายในสิ่งมีชีวิตยกเว้นข้อใด

a)

เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในเลือด

b)

เป็นโครงสร้างที่สำคัญทั้งในพืชและสัตว์

c)

เป็นสารป้องกันการแข็งตัวของเลือด

d)

เป็นแหล่งข้อมูลทางพันธุกรรม

16.

ไขมันและน้ำมันเป็นสารประกอบประเภทใด

a)

กรดอินทรีย์

b)

เอสเทอร์

c)

แอลกอฮอล์

d)

อีเทอร์

17.

สารประกอบไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ตรงกับข้อใด

a)

เกิดจากกลีเซอรอล 3 โมเลกุล กับกรดไขมัน 1 โมเลกุล

b)

เกิดจากกลีเซอรอล 3 โมเลกุล กับกรดไขมัน 3 โมเลกุล

c)

เกิดจากกลีเซอรอล 1 โมเลกุล กับกรดไขมัน 3 โมเลกุล

d)

เกิดจากกลีเซอรอล 1 โมเลกุล กับ กรดไขมัน 2 โมเลกุล

18.

พลังงานที่เหลือใช้ภายในร่างกายจะเก็บไว้เป็นพลังงานสำรองได้โดยไม่จำกัดปริมาณในรูปสารประกอบชนิดใด

a)

ไกลโคเจน

b)

ไลโปโปรตีน

c)

กรดนิวคลิอิก

d)

ไตรกลีเซอไรด์

19.

ลิพิด เป็นสารชีวโมเลกุล มีบทบาทสำคัญต่อร่างกายยกเว้นข้อใด

a)

แหล่งพลังงานสำรองของร่างกาย

b)

เป็นตัวทำละลายวิตามิน A D E K

c)

เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์

d)

เป็นส่วนช่วยควบคุมการจดจำกันได้ของใบหน้า

20.

ฮอร์โมนเพศจัดเป็นอนุพันธ์ของลิพิดประเภทใด

a)

Steroids

b)

Sphingolipid

c)

Terpene

d)

Phospholipid

21.

ข้อใดไม่ใช่สมบัติของลิพิด

a)

เป็นสารให้พลังงานสูงกว่าสารชีวโมเลกุลตัวอื่น ๆ ที่มีน้ำหนักเท่ากัน

b)

ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำ เป็นฉนวนควบคุมอุณหภูมิร่างกาย

c)

ป้องกันการกระเทือนของอวัยวะภายใน

d)

เป็นสารชีวโมเลกุลที่ละลายน้ำได้มากและไม่ละลายในตัวทำลายที่เป็นสารอินทรีย์

22.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวถูกต้อง

1. น้ำมันจากสัตว์เหม็นหืนได้ง่ายเพราะประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเป็นหลัก

2. กรดไขมันที่มีพันธะคู่มากจะยิ่งเหม็นหืนได้ยาก

3. อนุมูลอิสระพบมากในน้ำมันเก่าที่ใช้ทอดซ้ำ และเป็นสาเหตุของสารก่อมะเร็ง

4. อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงจะมีผลต่อการอุดตันของหลอดเลือด

a)

ข้อ 1 และ 2

b)

ข้อ 3 และ 4

c)

ข้อ 1, 3 และ 4

d)

ข้อ 2, 3 และ 4

23.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้อง

1. น้ำมันพืชเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว

2. ต้มน้ำมันพืชกับสารละลาย NaOH ได้สบู่

3. ไขวัวประกอบด้วยส่วนประกอบของกรดไขมันอิ่มตัวมากกว่ากรดไขมันไม่อิ่มตัว

a)

ข้อ 1, 2

b)

ข้อ 2, 3

c)

ข้อ 1, 3

d)

ข้อ 1, 2 และ 3

24.

ข้อใด กล่าวผิด เกี่ยวกับการทดสอบไขมันอิ่มตัวหรือไขมันไม่อิ่มตัว

a)

ปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชัน

b)

ทำปฏิกิริยากับสารละลาย I2

c)

เป็นปฏิกิริยาการเติมตรงบริเวณ C กับ C ที่จับกันด้วยพันธะคู่

d)

ถ้าไขมันชนิดใดสามารถฟอกจางสีของสารละลาย I2 มาก แสดงว่าไขมันนั้นประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัวปริมาณมาก

25.

ข้อใดไม่จัดอยู่ในประเภทของไลโพโปรตีนซึ่งมีหลายชนิดตามความหนาแน่นที่แตกต่างกัน

a)

VLDL

b)

HDL

c)

LDL

d)

Wax

26.

โครงสร้างในข้อใดสามารถอ่านชื่อได้เป็น โอเมก้า-3 ( ω3\omega^3  )

a)
b)
c)
d)
27.

สฟิงโกไมอีลินเป็นสารแอมฟิพาทิกที่พบได้ในร่างกาย ยกเว้นบริเวณใด

a)

เยื่อหุ้มเซลล์ของสัตว์

b)

กระดูก

c)

เนื้อเยื่อประสาท

d)

สมอง

28.

โครงสร้างหลักของสเตอรอยด์มีส่วนประกอบตรงกับข้อใด

a)

วงแหวน 4 วง โดยมีวง 6 เหลี่ยม 3 วง และวง 5 เหลี่ยม 1 วง

b)

วงแหวน 4 วง โดยมีวง 6 เหลี่ยม 2 วง และวง 5 เหลี่ยม 2 วง

c)

วงแหวน 4 วง โดยมีวง 6 เหลี่ยม 1 วง และวง 5 เหลี่ยม 3 วง

d)

วงแหวน 4 วง โดยมีวง 6 เหลี่ยม 4 วง และวง 5 เหลี่ยม 0 วง

29.

คอเลสเทอรอลเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สเตอรอยด์อื่น ๆ หลายชนิด ยกเว้นข้อใด

a)

กรดน้ำดี

b)

สารหมู่เลือด

c)

ฮอร์โมนเพศชาย ฮอร์โมนเพศหญิง

d)

วิตามิน D

30.

วิตามินดีมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หากไม่มีสิ่งใดจะไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินนี้ที่ผิวได้

a)

ออกซิเจน

b)

คาร์บอนไดออกไซด์

c)

คลอโรฟิลล์

d)

แสงแดด

31.

กรดอะมิโนมีโครงสร้างหลักประกอบด้วยหมู่ฟังก์ชันใดบ้างในโมเลกุล

a)

หมู่อัลคีล และหมู่อะมิโน

b)

หมู่ไฮดรอกซิล และหมู่คาร์บอกซิล

c)

หมู่คาร์บอกซิล และหมู่อัลคีล

d)

หมู่อะมิโน และหมู่คาร์บอกซิล

32.

เมื่อโปรตีนถูกย่อยอย่างสมบูรณ์จะได้โมเลกุลที่เล็กที่สุดคือข้อใด

a)

ไตรเปปไทด์

b)

ไดเปปไทด์

c)

กรดคาร์บอกซิลิก

d)

กรดอะมิโน

33.

ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับโครงสร้างของโปรตีนได้ถูกต้อง

a)

secondary structure เกิดจากพันธะไดซัลไฟด์เป็นหลัก

b)

tertiary structure ทำให้โปรตีนมีรูปร่างสามมิติที่จำเพาะ

c)

โครงสร้างแบบ β-pleated sheet และ α-helix จะไม่พบในโปรตีนโมเลกุลเดียวกัน

d)

โปรตีนทุกชนิดจะมีโครงสร้างในระดับ Quaternary structure

34.

โรค sickle cell เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างโปรตีนในระดับใด

a)

Primary structure

b)

Secondary structure

c)

Tertiary structure

d)

Quaternary structure

35.

จากสูตรโครงสร้างของสารต่อไปนี้ มีพันธะเพปไทด์กี่พันธะและเกิดจากกรดอะมิโนกี่โมเลกุล

a)

พันธะเพปไทด์ 2 พันธะ กรดอะมิโน 3 โมเลกุล

b)

พันธะเพปไทด์ 3 พันธะ กรดอะมิโน 4 โมเลกุล

c)

พันธะเพปไทด์ 3 พันธะ กรดอะมิโน 2 โมเลกุล

d)

พันธะเพปไทด์ 4 พันธะ กรดอะมิโน 3 โมเลกุล

36.

ข้อใดจับคู่โปรตีนและหน้าที่ผิด

a)

ให้ความแข็งแรงและช่วยคงรูปร่างโครงสร้างต่าง ๆ คือ คอลลาเจน

b)

ขนส่งสารไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย คือ เอนไซม์

c)

ป้องกันและกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในเซลล์ คือ แอนติบอดี

d)

ให้ความแข็งแรงและช่วยคงรูปร่างโครงสร้างต่าง ๆ คือ เคราติน

37.

ปัจจัยใดบ้างในข้อต่อไปนี้ที่ทำให้โปรตีนเสียสภาพธรรมชาติ

1. การให้ความร้อน

2. ตัวทำละลายอินทรีย์

3. ไอออนของโลหะหนัก

4. การใช้กรดหรือเบส

a)

1 และ 2 เท่านั้น

b)

3 และ 4 เท่านั้น

c)

1 เท่านั้น

d)

1, 2, 3 และ 4

38.

การหาปริมาณโปรตีนโดยการวัดค่าการดูดกลืนแสงที่ 280 nm นั้น โปรตีนจะต้องมีกรดอะมิโนชนิดใดเป็นองค์ประกอบ

a)

ไทโรซีน ฟีนิลอะลานีน

b)

ทริปโตเฟน เมทไธโอนีน

c)

ทรีโอนีน ซีสเทอีน

d)

โพลีน วาลีน

39.

ข้อมูลต่อไปนี้ทำให้โปรตีนแต่ละชนิดแตกต่างกัน ยกเว้นข้อใด

a)

ชนิดของกรดอะมิโนที่เป็นองค์ประกอบ

b)

จำนวนของกรดอะมิโนในแต่ละโมเลกุล

c)

ชนิดของธาตุพื้นฐานสำคัญที่เป็นองค์ประกอบ

d)

ลำดับและการจัดเรียงตัวของกรดอะมิโนในพอลิเพปไทด์

40.

อาหารในข้อใดที่ผ่านกรรมวิธีที่ทำให้โปรตีนสูญเสียสภาพธรรมชาติ (denature)

a)

ไข่ดาว

b)

เนื้อตุ๋น

c)

ไก่ย่าง

d)

ถูกทุกข้อ

41.

การดื่มน้ำส้มเป็นปริมาณมาก ทำให้เลือดมีสภาวะเป็นกรดจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

เป็นกรดจริง เพราะวิตามินซีละลายน้ำได้

b)

เป็นกรดจริง เพราะน้ำส้มมีรสเปรี้ยวและมีปริมาณกรดสูง

c)

ไม่เป็นกรด เพราะเลือดมีสมบัติเป็นสารละลายบัฟเฟอร์

d)

ไม่เป็นกรด เพราะร่างกายจะได้รับอันตรายได้หากเลือดมีสภาวะเป็นกรด

42.

ข้อใดเป็นบัฟเฟอร์ที่มีความสำคัญที่สุดในเลือด

a)

Acetate/acetic acid buffer

b)

Hemoglobin

c)

Bicarbonate/carbonic acid buffer

d)

Phosphate buffer

43.

pH ของเลือดในคนปกติอยู่ในช่วงใด

a)

2.3-2.4

b)

4.5-4.6

c)

6.5-6.6

d)

7.3-7.4

44.

สารละลายบัฟเฟอร์ (Buffer Solution) หมายถึง

4 lines
45.

จงยกตัวอย่างสารละลายบัฟเฟอร์มา 1 ชนิด พร้อมทั้งอธิบายส่วนประกอบว่ามีสารใดบ้าง

4 lines
46.

บทบาทที่สำคัญของกรดนิวคลิอิกคือข้อใด

a)

ช่วยในการเจริญเติบโต

b)

สลายให้พลังงาน

c)

ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและเป็นแม่แบบในการสังเคราะห์โปรตีน

d)

เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสมดุลของน้ำและกรด-เบส

47.

ข้อใด กล่าวผิด เกี่ยวกับกรดนิวคลิอิก

a)

เป็นสารที่เก็บและถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต

b)

ทำหน้าที่สังเคราะห์ลิพิดและคาร์โบไฮเดรต

c)

โมเลกุลของกรดนิวคลิอิกประกอบด้วยหน่วยย่อยที่เรียกว่า นิวคลีโอไทด์

d)

นิวคลีโอไทด์จะเรียงตัวต่อกันเป็นสายยาว เรียกว่า พอลินิวคลีโอไทด์

48.

กรดนิวคลิอิกแบ่งออกเป็นกี่ชนิด

a)

1 ชนิด

b)

2 ชนิด

c)

3 ชนิด

d)

4 ชนิด

49.

โครงสร้างของ DNA แตกต่างจาก RNA ตรงกับข้อใด

a)

จำนวนหมู่ฟอสเฟต

b)

ชนิดของน้ำตาล

c)

ชนิดของพันธะ

d)

ชนิดของเบสเพียวรีน

50.

กรดนิวคลิอิกประกอบด้วยหน่วยย่อย 3 ชนิด ตรงกับข้อใด

a)

กรดอะมิโน กลูโคส และแมนโนส

b)

น้ำตาลเพนโตส น้ำตาลแมนโนส และน้ำตาลเฮกโซส

c)

พันธะไดเอสเทอร์ พันธะไฮโดรเจน และพันธะไอออนิก

d)

น้ำตาลเพนโตส ไนโตรเจนเบส และหมู่ฟอสเฟต

51.

ไนโตรจีนัสเบสชนิดใดที่ไม่พบในโครงสร้างของ DNA

a)

G

b)

U

c)

C

d)

T

52.

นิวคลีโอไทด์ของ DNA ประกอบด้วยสารตรงกับข้อใด

a)

น้ำตาลไรโบส ไนโตรเจนเบส และหมู่ฟอสเฟต

b)

น้ำตาลกลูโคส ไนโตรเจนเบส และหมู่ฟอสเฟต

c)

น้ำตาลดีออกซีไรโบส ไนโตรเจนเบส และหมู่ฟอสเฟต

d)

น้ำตาลดีออกซีไรโบส ไนโตรเจนเบส และไตรกลีเซอไรด์

53.

นิวคลีโอไซด์ มีองค์ประกอบตรงตามข้อใด

a)

น้ำตาลเพนโตส+ไนโตรเจนเบส

b)

ไนโตรเจนเบส+หมู่ฟอสเฟต

c)

น้ำตาลเพนโตส+หมู่ฟอสเฟต

d)

น้ำตาลเพนโตส+ไลโซไซม์

54.

กรดนิวคลิอิกมีลักษณะเป็นพอลินิวคลิโอไทด์เรียงต่อกัน โดยมีแกนของสายพอลินิวคลิโอไทด์เป็นน้ำตาลไรโบสสลับกับฟอสเฟต ซึ่งหมู่ฟอสเฟตจะจับคู่ระหว่าง C ที่ 3 ของไรโบสตัวหนึ่งกับ C ที่ 5 ของไรโบสอีกตัวหนึ่งด้วยพันธะชนิดใด

a)

พันธะไดเอสเทอร์

b)

พันธะไฮโดรเจน

c)

พันธะไอออนิก

d)

พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์

55.

ดีเอนเอมีโครงสร้างพอลิเมอร์ของนิวคลิโอไทด์เป็นโครงสร้างปฐมภูมิ โดยนิวคลิโอไทด์แต่ละหน่วยจะเรียงเชื่อมต่อกันเกิดเป็นสายของพอลินิวคลิโอไทด์ มีทิศทางตรงกับข้อใด

a)

ปลาย 5′ ไปทางปลาย 3′

b)

ปลาย 3′ ไปทางปลาย 5′

c)

ปลาย 5′ ไปทางปลาย 1′

d)

ปลาย 1′ ไปทางปลาย 5′

56.

ข้อใดเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง DNA 2 สาย

a)

พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์

b)

พันธะไฮโดรเจน

c)

พันธะไกลโคซิดิก

d)

พันธะเพปไทด์

57.

ในธรรมชาติสายพอลินิวคลิโอไทด์ 2 สายจะพันกันเป็นเกลียว ซึ่งแต่ละสายจะหันด้านที่มีไนโตรจีนัสเบสเข้าจับกัน โดยการจับกันของเบสคู่สมที่ถูกต้องคือข้อใด

a)

A=G

b)

A=T

c)

C=T

d)

A=C

58.

โครงสร้างดีเอนเอแบบเกลียวที่พบในปัจจุบันมีโครงสร้างหลายแบบ ยกเว้นข้อใด

a)

โครงสร้างแบบ B-DNA

b)

โครงสร้างแบบ A-DNA

c)

โครงสร้างแบบ Z-DNA

d)

โครงสร้างแบบ K-DNA

59.

โครงสร้าง DNA แบบใดที่พบได้ในแบคทีเรียสามารถเปลี่ยนโครงสร้างแบบเกลียวไปเป็นโครงสร้างแบบวงกลมได้

a)

โครงสร้างแบบ B-DNA

b)

โครงสร้างแบบ A-DNA

c)

โครงสร้างแบบ Z-DNA

d)

โครงสร้างแบบ K-DNA

60.

RNA เป็นสายพอลินิวคลิโอไทด์สายเดี่ยว มีน้ำตาลไรโบสแทนดีออกซีไรโบส และใช้เบสชนิดใดแทนเบสไทมีน (T) ในโครงสร้างสายพอลินิวคลิโอไทด์

a)

A

b)

U

c)

C

d)

G

61.

ในธรรมชาติ RNA ที่ถูกสร้างโดยมีโมเลกุลของดีเอนเอเป็นแม่แบบในการสังเคราะห์โปรตีนมี 3 ชนิด ยกเว้นข้อใด

a)

tRNA

b)

rRNA

c)

mRNA

d)

hnRNA

62.

mRNA เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรม เพื่อแปลข้อมูลเป็นโปรตีนจากลำดับเบสโดยการอ่านรหัส ครั้งละ 3 ตัว ซึ่งกำหนดชนิดของกรดอะมิโน จากข้อความข้างต้นรหัส 3 ตัวบน mRNA นี้เรียกว่าอย่างไร

a)

codon

b)

anticodon

c)

smallRNA

d)

miRNA

63.

ถ้าโปรตีนที่ร่างกายต้องการประกอบด้วยกรดอะมิโน 100 หน่วย mRNA ต้องมีรหัสเบสจำนวนอย่างน้อยเท่ากับข้อใด

a)

250 เบส

b)

300 เบส

c)

350 เบส

d)

400 เบส

64.

นักวิทยาศาสตร์พบว่า DNA ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งมีปริมาณ cytosine 38% ดังนั้นปริมาณ thymine จะคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์

a)

12%

b)

24%

c)

31%

d)

38%

65.

tRNA ทำหน้าที่ขนส่งกรดอะมิโนซึ่งสัมพันธ์กับรหัส 3 ตัวบน mRNA เพื่อนำไปใช้ในการสร้างโปรตีน โดยมีลำดับเบสที่สมกันกับลำดับเบสบนสาย mRNA เรียกว่าอย่างไร

a)

codon

b)

anticodon

c)

smallRNA

d)

miRNA

66.

เบสเพียวรีนและไพริมิดีนในกรดนิวคลิอิกเป็นอะโรมาติกที่สามารถดูดคลื่นแสง UV ได้ดีที่สุดที่ความยาวคลื่นเท่ากับข้อใด

a)

260 นาโนเมตร

b)

360 นาโนเมตร

c)

450 นาโนเมตร

d)

540 นาโนเมตร

67.

การได้รับแสง UV ในปริมาณมากเป็นอันตรายต่อเซลล์ เพราะทำลายรหัสพันธุกรรมบางส่วน โดยเฉพาะเบสในข้อใด

a)

A

b)

T

c)

C

d)

G

68.

ดีเอนเอเกลียวคู่เมื่ออยู่ในสภาวะที่อุณหภูมิสูงขึ้นจะคลายเกลียวเปลี่ยนโครงสร้างเป็นสายเดี่ยว เรียกอุณหภูมิที่ดีเอนเอเกลียวคู่แยกตัวออกจากกันเพียงครึ่งเดียวว่าอย่างไร

a)

Ta

b)

Tn

c)

Tc

d)

Tm

69.

ฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) ประกอบด้วยกรดอะมิโน 51 โมเลกุล DNA ที่ควบคุมการสร้างอิซูลิน จะประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์น้อยที่สุดจำนวนเท่าไร

a)

51

b)

102

c)

153

d)

204

70.

mRNA โมเลกุลหนึ่งมีเบสเรียงลำดับดังต่อไปนี้ 5'AUGACGUUUUGCACC 3' ถ้าเบสตัวที่ 4 นับจากปลาย 3'

เปลี่ยนไปเป็น A จะมีผลอย่างไรต่อพอลิเพปไทด์ที่สังเคราะห์จาก mRNA ที่เปลี่ยนไป

a)

มีกรดอะมิโนน้อยกว่าเดิม 1 ชนิด

b)

มีกรดอะมิโนน้อยกว่าเดิม 2 ชนิด

c)

มี tryptophan แทน cysteine

d)

มี cysteine แทน tryptophan

71.

บริเวณ promoter ของยีนโปรคาริโอทที่มีขนาด 6 นิวคลีโอไทด์เรียกว่าอย่างไร

a)

Pribnow box

b)

TATA box

c)

Hogness gene

d)

CAAT box

72.

Transcription ของ DNA สาย 5'ATCGTGTACC 3' จะให้กำเนิดสาย mRNA ลักษณะตรงตามข้อใด

a)

5'GGUACACGAU 3'

b)

5'AUCGUGUACC 3'

c)

5'UAGCACAUGG 3'

d)

5'TAGCACATGG 3'

73.

ถ้ากำหนดให้อักษรต่าง ๆ ต่อไปนี้แทนขั้นต่าง ๆ ของการสังเคราะห์โปรตีน ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องของการสังเคราะห์โปรตีนเป็นไปตามข้อใด

A. = mRNA เคลื่อนที่ออกจากนิวเคลียส

B. = ไรโบโซมเคลื่อนที่ไปตาม mRNA

C. = DNA ในนิวเคลียสสร้าง mRNA

D. = กรดอะมิโนเชื่อมกันเป็นสายยาว

E. = tRNA นำกรดอะมิโนมายัง mRNA

a)

A -> B -> C -> D -> E

b)

A -> C -> B -> E -> D

c)

C -> A -> B -> E -> D

d)

D -> E -> B -> A -> C

74.

การสูญเสียความสามารถในการซ่อมแซมดีเอ็นเอที่เสียหายของร่างกาย จะส่งผลอย่างไรต่อการเกิดโรคมะเร็งในมนุษย์

a)

เกิดเซลล์มะเร็งเพิ่มมากขึ้น

b)

เกิดเซลล์มะเร็งลดลง

c)

ไม่มีผลต่อการเกิดเซลล์มะเร็ง

d)

ไม่มีข้อใดถูกต้อง

75.

กระบวนการเปลี่ยนแปลงอาร์เอนเอภายหลังการถอดรหัสพันธุกรรมเกิดขึ้นใน mRNA ของสิ่งมีชีวิตประเภทใด

a)

โปรคาริโอต

b)

ยูคาริโอต

c)

ทั้งโปรคาริโอตและยูคาริโอต

d)

ไม่มีข้อใดถูกต้อง