wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เรื่อง ศาสนพิธี,การพัฒนาจิต,พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม ม.2

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

1.ข้อใดคือลักษณะเด่นของการถวายสังฆทาน

a)

การไม่ถวายเครื่องไทยธรรม

b)

การไม่เจาะจงพระสงฆ์ผู้รับ

c)

การไม่ต้องจัดสิ่งของใส่ภาชนะ

d)

การไม่กำหนดจำนวนของที่จะถวาย

2.

2.เพราะเหตุใดพุทธศาสนิกชนจึงต้องทำพิธีกรวดน้ำ

a)

แสดงการติดต่อกับดวงวิญญาณ

b)

ปฏิบัติตามประเพณีนิยมโบราณ

c)

แสดงความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับต่อแล้ว

d)

ฝึกใช้พลังจิตติดต่อกับผู้ล่วงลับไปแล้ว

3.

3.ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการแผ่เมตตา

a)

แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมาได้

b)

ผิวพรรณผิวหน้าผ่องใส

c)

เป็นที่รักของเหล่าอมนุษย์ทั้งหลาย

d)

เมื่อจะตาย ใจก็สงบ ตายอย่างสงบ

4.

4.หลักปฏิบัติของศาสนาอิสลามที่ไม่บังคับให้มุสลิมต้องปฏิบัติ

a)

การละหมาด

b)

การถือศีลอด

c)

การปฏิญาณตน

d)

การประกอบพิธีฮัจญ์

5.

5.“ซะกาด” ในศาสนาอิสลามมีลักษณะคล้ายกับคำสอนใดในพระพุทธศาสนา

a)

ขันติ

b)

ทาน

c)

นิพพาน

d)

อัตถจริยา

6.

6.พิธีกรรมของศาสนาอิสลามในข้อใดที่สอนให้มุสลิมรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

a)

การถือศีลอด

b)

การละหมาด

c)

การจ่ายซะกาต

d)

การบำเพ็ญฮัจญ์

7.

7.พิธีเข้าเป็นพุทธมามกะเปรียบได้กับพิธีใดในศาสนาคริสต์

a)

พิธีรับศีลกำลัง

b)

พิธีศีลล้างบาป

c)

พิธีรับศีลแก้บาป

d)

พิธีรับศีลมหาสนิท

8.

8.ข้อใดคือจุดมุ่งหมายประการหนึ่งของศาสนพิธี

a)

เพื่อสืบต่อศาสนา

b)

เพื่อรักษาโรคด้วยน้ำมนต์

c)

เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

d)

เพื่อให้ศาสนิกชนบริจาคเงินเข้าวัดให้มากที่สุด

9.

9.ศาสนาใดที่เน้นให้มนุษย์มีความรัก ความเมตตาต่อมนุษย์ด้วยกันเป็นสำคัญ

a)

คริสต์

b)

อิสลาม

c)

พราหมณ์-ฮินดู

d)

พระพุทธศาสนาและสิกข์

10.

10.การคิดแบบโยนิโสมนสิการ มีความหมายว่าอย่างไร

a)

การคิดวกวน

b)

การคิดซับซ้อน

c)

การคิดโดยแยกคาย

d)

การคิดแบบรวดเร็ว

11.

11.ข้อใดคือลักษณะของวิธีคิดแบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรม

a)

คิดทำสิ่งต่างๆในทันทีทันใด

b)

คิดยั่วยุให้เกิดความต้องการมากขึ้น

c)

คิดในทางที่ดี คิดในเชิงบวก คิดเป็นกุศล

d)

คิดหาเล่ห์กลต่างๆเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ

12.

12.บุคคลใดที่มีวิธีคิดแบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรม

a)

แพงคิดว่าพลอยชอบประจบอาจารย์ จึงทำให้เป็นที่รักของอาจารย์

b)

นุ้กคิดว่านัดแกล้งวิ่งมาชน ขณะที่นัดกำลังรีบร้อนไปส่งงานครูให้ทันเวลา

c)

จอร์จไม่โกรธจั๊มที่ทำให้การแข่งขันแทนนิสชายคู่ต้องแพ้ เพราะคิดว่าการแพ้ชนะเป็นเรื่องเล็กน้อย

d)

โต้งคิดว่าที่ต่อสอบได้คะแนนมาก เพราะลอกข้อสอบของเพื่อน ทั้งๆที่ต่อไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนั้น

13.

13.ถ้านักเรียนถูกพ่อแม่ตำหนิ นักเรียนจะมีวิธีคิดแบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรมอย่างไร

a)

คิดโกรธพ่อแม่ที่ตำหนิตน

b)

ไม่ใส่ใจคำตำหนิของพ่อแม่

c)

คิดว่าพ่อแม่ใจร้าย ไม่รักตน

d)

คิดว่าที่พ่อแม่ตำหนิ เพราะอยากให้ลูกได้ดี

14.

14.การบริหารจิตตามหลักอาณาปานสติ มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

การกลั้นลมหายใจเข้าออก

b)

การผ่อนลมหายใจเข้าออก

c)

การบังคับลมหายใจเข้าออก

d)

การกำหนดลมหายใจเข้าออก

15.

15.คำแผ่เมตตาขึ้นต้นว่าอย่างไร

a)

สัพเพ สัตตา

b)

อิติปิโส ภะคะวา

c)

อิทัง โน ญาตีนัง

d)

อิมินา สักกาเรนะ

16.

16.ข้อใดคือเป้าหมายสำคัญของการเรียนรู้ศาสนพิธีของต่างศาสนา

a)

นำความรู้ไปใช้ในการสอบ

b)

เพื่อเป็นข้อมูลในการเปลี่ยนการนับถือศาสนา

c)

ยอมรับในความแตกต่างและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

d)

เพื่อปฏิบัติตนอย่างมีมรรยาทต่อผู้นับถือต่างศาสนา

17.

17.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะของพิธีกรรมในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

a)

ไม่มีรูปเคารพในการประกอบพิธีกรรม

b)

ทำความสะอาดร่างกายก่อนประกอบพิธี

c)

ลักษณะพิธีแตกต่างกันตามลำดับชนชั้นสังคม

d)

พิธีกรรมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตตั้้งแต่เกิดจนตาย

18.

18.การประกอบพิธีกรรมในข้อใดมีจุดประสงค์คล้ายคลึงกัน

a)

พิธีศราทธ์และพิธีสังคัต

b)

พิธีสังสการและพิธีอมฤตสังสการ

c)

พิธีสังสการและพิธีรับศีลมหาสนิท

d)

พิธีรับศีลล้างบาปและพิธีอมฤตสังสการ

19.

19.การให้ทานในพระพุทธศาสนาสอดคล้องกับหลักปฏิบัติใดของสาสนาอิสลาม

a)

การละหมาด

b)

การถือศีลอด

c)

การบริจาคซะกาต

d)

การประกอบพิธีฮัจญ์

20.

20.ข้อใดไม่จัดเป็นลักษณะของโยนิโสมนสิการ

a)

ความรู้เกิดจากการใช้ความคิดอย่างมีวิธี

b)

ความรู้เกิดจากการพิจารณาอย่างแยบคาย

c)

ความรู้เกิดจากการไตร่ตรองอย่างมีเหตุผล

d)

ความรู้เกิดจากการเป็นผู้ศึกษาเล่าเรียนมาก

21.

21.พิธีกรรมประจำบ้าน 12 ประการ ของศาสนาพราหณ์-ฮินดู คือพิธีใด

a)

พิธีศารทธ์

b)

พิธีสังสการ

c)

พิธีบูชาเทวดา

d)

พิธีประจำวรรณะ

22.

22.พิธีศารทธ์ของศานาพราหมณ์-ฮินดูคืออะไร

a)

กิจกรรมบูชาเทพเจ้าต่างๆ

b)

การทำบุญให้เปรต และภูตผี

c)

งานรื่นเริงในเทศกาลเกี่ยวกับพระเจ้า

d)

การทำบุญอุทิศในบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ

23.

23.เทศกาลทำบุญสิ้นเดือนสิบ เกี่ยวข้องพิธีกรรมใดในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

a)

พิธีศราทธ์

b)

พิธีสังสการ

c)

พิธีบูชาเทพเจ้า

d)

พิธีประจำวรรณะ

24.

24.หน้าที่ที่สำคัญของพราหมณ์ตามหลักศาสนาฮินดูคือข้อใด

a)

โล้ชิงช้า

b)

จัดบายศรี

c)

ปกครองบ้านเมือง

d)

ประกอบพิธีกรรม

25.

25.คำว่า ศีล ในคริสต์ศาสนาหมายถึงอะไร

a)

ศรัทธา

b)

ข้อห้าม

c)

พิธีกรรม

d)

ข้อควรปฏิบัติ

26.

26.ในศาสนาคริสต์บุคคลที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของศาสนจักรจะต้องผ่านพิธีหรือศีลข้อใด

a)

ศีลแก้บาป

b)

ศีลมหาสนิท

c)

ศีลล้างบาป

d)

ศีลบวชหรือศีลอนุกรม

27.

27.การคิดที่นำเอาประสบการณ์และความรู้เดิมมาคิดปรุงแต่งไปในทางที่ดีและมีประโยชน์เป็นวิธีคิดแบบใด

a)

วิภัชชวาท

b)

สืบสาวเหตุปัจจัย

c)

อรรถธรรมสัมพันธ์

d)

อุบายปลุกเร้าคุณธรรม

28.

28.การสารภาพบาปในศาสนาคริสต์มีจุดประสงค์หลักเพื่ออะไร

a)

เพื่อให้เราสบายใจเมื่อเผลอทำความผิดลงไป

b)

เพื่อให้เราใกล้ชิดศาสนาโดยการไปหาพระที่วัดบ่อย

c)

เพื่อแสดงว่าพระเจ้าทรงรักมนุษย์และพร้อมจะให้อภัยเราเสมอ

d)

เพื่อเป็นการเริ่มต้นทำความดีหลังจากการยอมรับความผิพลาด

29.

29.เพราะเหตุใดพิธีมหาสนิทถือว่าเป็นพิธีกรรมที่สำคัญที่สุดต่อคริสต์ศาสนิกชน

a)

เพราะเป็นการชำระบาปมลทินต่างๆที่ติดตัวมา

b)

เพราะเป็นพิธีที่ทำให้เป็นชาวคริสต์อย่างสมบูรณ์

c)

เพราเป็นพิธีที่ก่อให้เกิดความสามัคคีระหว่างชาวคริสต์

d)

เพราะเป็นการระลึกถึงชีวิตและคำสอนของพระเยซูคริสต์

30.

30.การประกอบพิธีศีลมหาสนิท มีความหมายแสดงให้เห็นถึงอะไร

a)

ความจงรักภักดีต่อพระเจ้า

b)

การได้รับกำลังและล้างบาป

c)

การปฏิญญาณตนเป็นคริสต์สนิกชน

d)

การระลึกถึงชีวิตและคำสอนของพระเยซูคริสต์