wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การเกิดสปีชีส์

Total questions: 15

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

สิ่งมีชีวิตที่เป็นสปีชีส์เดียวกันจะต้องมีลักษณะอย่างไร ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด ?

a)

มีลักษณะต่าง ๆ เหมือนกันทุกประการ

b)

มีการผสมพันธุ์แล้วให้ลูกได้

c)

มีลูกหลานที่ไม่เป็นหมัน

d)

มีลักษณะทางสรีระเหมือนกัน

2.

ปลา 2 สปีชีส์ ที่มีรูปร่างคล้ายกัน จะปล่อยไข่และสเปิร์มออกมาในน้ำเหมือน ๆ กัน พร้อม ๆ กัน แต่สเปิร์มของสปีชีส์หนึ่งจะไม่สามารถเข้าผสมกับไข่ของอีกสปีชีส์หนึ่งได้ จากข้อความดังกล่าวเป็นกลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์ก่อนระยะไซโกตรูปแบบใด

a)

โครงสร้างของอวัยวะสืบพันธุ์ต่างกัน

b)

สรีรวิทยาเซลล์สืบพันธุ์ต่างกัน

c)

พฤติกรรมการผสมพันธุ์ที่ต่างกัน

d)

ถิ่นที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน

3.

กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์ก่อนระยะไซโกต จะป้องกันไม่ให้ กระบวนการใดเกิดขึ้น

a)

การผลิตเซลล์สืบพันธุ์

b)

การปฏิสนธิ

c)

การสืบพันธุ์ของลูกผสม

d)

การเจริญเติบโตของไซโกต

4.

ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมที่เป็นหมัน เกิดจากการผสมระหว่างม้ากับลา ม้ากับลามีความสัมพันธ์กันอย่างไร

a)

เป็นสัตว์สปีชีส์เดียวกัน เพราะผสมพันธุ์กันได้

b)

เป็นสัตว์สปีชีส์เดียวกัน เพราะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน

c)

เป็นสัตว์ต่างสปีชีส์กัน เพราะมีขนาดต่างกัน

d)

เป็นสัตว์ต่างสปีชีส์กัน เพราะล่อไม่สามารถสืบพันธุ์ขยายพันธุ์ต่อไปได้

5.

รหัสวิชาชีววิทยา1 คือรหัสใด

a)

ว30240

b)

ว30241

c)

ช30241

d)

ช30240

6.

จากภาพเป็นกลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์แบบใดและใช้ลักษณะใดในการแยก

a)

กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์ก่อนระยะไซโกต, ถิ่นที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน

b)

กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์หลังระยะไซโกต, สรีรวิทยาเซลล์สืบพันธุ์

c)

กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์ก่อนระยะไซโกต, โครงสร้างของอวัยวะสืบพันธุ์

d)

กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์หลังระยะไซโกต, พฤติกรรมการผสมพันธุ์

7.

จากภาพเป็นกลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์แบบใดและเป็นการแยกโดยใช้ลักษณะใด

a)

กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์หลังระยะไซโกต, ลูกผสมตายก่อนถึงวัยเจริญพันธุ์

b)

กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์ก่อนระยะไซโกต, ลูกผสมเป็นหมัน

c)

กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์หลังระยะไซโกต,ลูกผสมล้มเหลว

d)

กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์หลังระยะไซโกต,ลูกผสมเป็นหมัน

8.

การเกิดสปีชีส์ใหม่ สามารถเกิดได้กี่แนวทางอะไรบ้าง

a)

3 แนวทาง ได้แก่ Allopatric Speciation, Mutationและ Sympatric Speciation

b)

1 แนวทาง คือ การแบ่งแยกทางภูมิศาสตร์ (Allopatric Speciation)

c)

2 แนวทาง ได้แก่ Allopatric Speciation และ Sympatric Speciation

d)

2 แนวทาง ได้แก่ Allopatric Speciation และ Mutation

9.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวทางการเกิดสปีชีส์ใหม่ ดังภาพ

a)

มีภูมิศาสตร์มาขวางกั้น

b)

ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของประชากรดั้งเดิม

c)

เกิดสปีชีส์ใหม่ในถิ่นอาศัยเดียวกับบรรพบุรุษ

d)

เป็นการเกิดสปีชีส์ใหม่ในเขตภูมิศาสตร์เดียวกัน (Sympatric Speciation)

10.

หลักฐานในข้อใดดีที่สุดที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด มีลำดับวิวัฒนาการใกล้เคียงกัน

a)

บรรพชีวินวิทยา

b)

กายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบ

c)

วิทยาเอ็มบริโอเปรียบเทียบ

d)

ชีววิทยาโมเลกุล

11.

จากหลักฐานด้านกายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบ สัตว์คู่ใดที่จะบอกได้ว่ามีวิวัฒนาการสืบทอดจากสายบรรพบุรุษที่ต่างกัน

a)

พะยูนกับสุนัข

b)

คน กับ ค้างคาว

c)

ตั๊กแตน กับ นก

d)

ค้างคาว กับ พะยูน

12.

"ในอนาคต มนุษย์อาจมีสัดส่วนศีรษะโตขึ้น แต่แขนขาจะลีบเล็กลงเพราะมนุษย์ใช้ความคิดมากและมีเครื่องทุ่นแรงหลายชนิดทำงานแทน" คำกล่าวนี้สอดคล้องกับข้อใด

a)

การต่อสู้เพื่อยังชีวิตของ Wallace

b)

กฎแห่งการใช้และไม่ใช้ของ Lamarck

c)

กฎของการเลือกเฟ้นตามธรรมชาติของ Darwin

d)

การแปรผันเพื่อดำรงพันธุ์ของ De Vries

13.

ปัจจัยใดที่ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีล

a)

เจนิติกดริฟต์แบบสุ่ม

b)

การผสมพันธุ์แบบสุ่ม

c)

การคัดเลือกโดยธรรมชาติ

d)

การถ่ายเทยีน

14.

ปัจจัยใดสำคัญที่สุดในการเกิดวิวัฒนาการของนกฟินช์ในหมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งมีหลายสปีชีส์ต่างๆกัน

a)

การเกิดภัยธรรมชาติ

b)

การอพยพย้ายถิ่นตามฤดูกาล

c)

กลไกการแยกทางการสืบพันธุ์

d)

การแยกกันทางสภาพภูมิศาสตร์

15.

ถ้าใช้ประชากรหนึ่งมีแอลลิล A และ a ในอัตราส่วน 0.7 และ0.3 ตามลำดับ ประชากรนี้มีการผสมแบบ สุ่ม (random) หากประชากรนี้มีจำนวน 30,000 คน ผู้ที่มีจีไนไทป์ชนิด Aa จะมีประมาณกี่คน

a)

2,100

b)

4,900

c)

12,600

d)

14,700