wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิวัฒนาการ

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่แนวความคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการ

a)

การเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ แต่ใช้เวลานาน

b)

มิวเทชันทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่

c)

มิวเทชันมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงจำนวนของสิ่งมีชีวิต

d)

การเปลี่ยนแปลงสิ่งมีชีวิตในอดีตมีผลต่อสิ่งมีชีวิตปัจจุบัน

2.

หลักฐานในข้อใดดีที่สุดที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด มีลำดับวิวัฒนาการใกล้เคียงกัน

a)

หลักฐานจากซากดึกดำบรรพ์

b)

หลักฐานจากการเปรียบเทียบโครงสร้าง

c)

หลักฐานจากการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอ

d)

หลักฐานจากการศึกษาในระดับโมเลกุล

3.

ร่องรอยที่แสดงว่าคนมีช่องเหงือกคือ

a)

ช่องหู

b)

ช่องปาก

c)

ทวารหนัก

d)

ท่อยูสเตเชียน

4.

อวัยวะส่วนใดมีกำเนิดแตกต่างจากข้ออื่น

a)

ปีกผีเสื้อ

b)

ปีกค้างคาว

c)

แขนของคน

d)

ครีบโลมา

5.

ข้อใดเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกันระหว่างทฤษฎีวิวัฒนาการของลามาร์ค กับดาร์วิน

a)

การปรับตัวเป็นผลมาจากความสำเร็จในการสืบพันธุ์ที่แตกต่างกัน

b)

วิวัฒนาการเป็นแรงขับให้สิ่งมีชีวิตมีโครงสร้างที่ซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น

c)

การปรับตัวทางวิวัฒนาการเป็นผลมาจากการมีความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

d)

หลักฐานของซากดึกดำบรรพ์ของสิ่งมีชีวิตสนับสนุนแนวคิดว่าสิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการ

6.

ข้อความใดที่สนับสนุนหลักการของวิวัฒนาการตามแนวของดาร์วิน

a)

ยีราฟคอยาวเท่านั้นที่จะดำรงพันธุ์ต่อไปได้พวกที่คอสั้นก็จะสูญพันธุ์ไป

b)

การผสมระหว่างม้ากับลาได้ลูกผสมที่ว่องไวคล้ายม้าแต่มีความอดทนเหมือนลา

c)

เมื่อตัดหางลูกสุนัขหลายช่วงอายุแต่ลูกหลานเหลนก็ยังมีหางยาวเหมือนบรรพบุรุษของมัน

d)

งูเดิมมีขาแต่เมื่อไม่ได้ใช้เลยหดหายไป

7.

"ในอนาคต มนุษย์อาจมีสัดส่วนศีรษะโตขึ้น แต่แขนขาจะลีบเล็กลงเพราะมนุษย์ใช้ความคิดมากและมี เครื่องทุ่นแรงหลายชนิดทำงานแทน" คำกล่าวนี้สอดคล้องกับ

a)

การต่อสู้เพื่อยังชีวิตของ Wallace

b)

กฎแห่งการใช้และไม่ใช้ของ Lamarck

c)

กฎของการเลือกเฟ้นตามธรรมชาติของ Darwin

d)

การแปรผันเพื่อดำรงพันธุ์ของ De Vries

8.

ทฤษฏี natural selection ของชารล์ ดาร์วิน หมายถึง

a)

ธรรมชาติมีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนในการคัดเลือกเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต

b)

ลักษณะผันแปรของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมหนึ่งๆ จะถูกคัดเลือกเอาไว้และสะสมเพิ่ม มากขึ้น

c)

สิ่งมีชีวิตมีทิศทางของการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของธรรมชาติ

d)

เป็นการต่อสู้ดิ้นรนของสิ่งมีชีวิตที่จะปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ

9.

มีผู้ให้ข้อสังเกตว่าผีเสื้อชนิดหนึ่งมีสีกลมกลืนกับสิ่งของเปลือกไม้จะมีจำนวนมากกว่าผีเสื้อชนิดอื่น ๆ ข้อสังเกตนี้จะใช้ข้อความใดมาอธิบายสนับสนุน

a)

กฎการถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นใหม่ของลามาร์ค

b)

ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของดาร์วิน

c)

มิวเทชันเนื่องจากสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป

d)

สัญชาตญาณในการหลบหลีกศัตรูทุกชนิด

10.

หลักฐานทางวิวัฒนาการในข้อใดมีสัดส่วนคล้ายคลึงกับแนวทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของชาร์ลส์ ดาร์วิน มากที่สุด

a)

หลักฐานจากซากดึกดำบรรพ์

b)

หลักฐานการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอ

c)

หลักฐานจากการปรับปรุงพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์

d)

หลักฐานจากโครงสร้างร่างกาย

11.

ปัจจัยใดที่มีผลกระทบต่อความถี่ของยีน และความถี่ของจีไนไทป์ในประชากรที่อยู่ในสภาวะสมดุลมากที่สุด

a)

การเกิดมิวเทชัน

b)

การคัดเลือกตามธรรมชาติ

c)

การอพยพโยกย้ายของสมาชิก

d)

การผสมพันธุ์แบบเจาะจงของสมาชิก

12.

วิวัฒนาการจะเกิดได้ง่ายที่สุดในประชากรแบบใด

a)

ขนาดเล็กที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

b)

ขนาดเล็กที่มีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

c)

ขนาดใหญ่ที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

d)

ขนาดใหญ่ที่มีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

13.

การเกิดยีนแบบมิวเทชันมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตเพราะทำให้

a)

มีลักษณะดี ๆ เกิดขึ้นมามาก

b)

สิ่งมีชีวิตมีทิศทางทางการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม

c)

เกิดความแปรผันทางกรรมพันธุ์เพื่อการอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

d)

เป็นไปตามความต้องการของการคัดเลือกตามธรรมชาติ

14.

ถ้านกฟินซ์บนหมู่เกาะกาลาปากอสมีหลายสปีชีส์ กลไกใดจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดนกฟินซ์สปีชีส์ต่างๆบนหมู่เกาะเหล่านั้นเป็นสำคัญเริ่มแรก

a)

กลไกการแบ่งแยกโดยสภาพภูมิศาสตร์

b)

กลไกการแบ่งแยกทางการสืบพันธุ์

c)

กลไกการเพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม

d)

กลไกการอพยพย้ายถิ่นเข้ามาถิ่นฐานใหม่

15.

สิ่งมีชีวิตที่เป็นสปีชีส์เดียวกันจะต้องมีลักษณะอย่างไร

a)

มีลักษณะต่าง ๆ เหมือนกันทุกประการ

b)

มีการผสมพันธุ์แล้วให้ลูกได้

c)

มีลูกหลานที่ไม่เป็นหมัน

d)

มีลักษณะทางสรีระเหมือนกัน

16.

ปลา 2 สปีชีส์ ที่มีรูปร่างคล้ายกัน จะปล่อยไข่และสเปิร์มออกมาในน้ำเหมือน ๆ กัน พร้อม ๆ กัน แต่ สเปิร์มของสปีชีส์หนึ่งจะไม่สามารถเข้าผสมกับไข่ของอีกสปีชีส์หนึ่งได้ กลไกนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของ การแบ่งแยกก่อนระยะไซโกตรูปแบบใด

a)

พฤติกรรมเกี้ยวพาราสีต่างกัน (behavioral isolation)

b)

โครงสร้างอวัยวะสืบพันธุ์แตกต่างกัน (mechanical isolation)

c)

สภาพนิเวศที่ต่างกัน (ecological isolation)

d)

สรีระวิทยาของเซลล์สืบพันธุ์ที่แตกต่างกัน (ganetic isolation)

17.

สิ่งมีชีวิตในสปีชีส์เดียวกันจะแยกเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่ก็ต่อเมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้น

a)

การแยกจากกันเนื่องจากมีสภาพภูมิศาสตร์มาขัดขวาง

b)

การเปลี่ยนแปลงจำนวนโครโมโซมไปจากเดิม

c)

การแยกจากกันโดยกลไกทางด้านการสืบพันธุ์

d)

การแยกจากกันโดยมีปัจจัยทางด้านสรีระวิทยาและพฤติกรรม

18.

กล้วยหอมไม่มีเมล็ดอย่างกล้วยป่าและกล้วยตานีเนื่องจาก

a)

สถานที่ปลูกไม่ใช่ป่า จึงปรับตัวตามสภาพแวดล้อมใหม่

b)

เกิดยีนมิวเทชันทำให้เป็นหมัน

c)

เกิดการเปลี่ยนแปลงจำนวนโครโมโซมบางแห่ง

d)

เกิดการเปลี่ยนแปลงจำนวนชุดโครโมโซม

19.

ปัจจัยชนิดใดที่มีผลน้อยที่สุดต่อการเกิดสปีชีส์

a)

จำนวนโครโมโซม

b)

สภาพทางภูมิศาสตร์

c)

พฤติกรรมการผสมพันธุ์

d)

ลักษณะทางสัณฐานวิทยา

20.

พืชที่มีลักษณะพอลิพลอยดี สนับสนุนวิวัฒนาการว่าอย่างไร

a)

สปีชีส์ใหม่เกิดขึ้นได้เมื่อมียีนเพิ่มมากขึ้น

b)

สปีชีส์ใหม่เกิดขึ้นเมื่อโครโมโซมเพิ่มมากขึ้น

c)

สปีชีส์ใหม่เกิดขึ้นได้เมื่อมีการลดโครโมโซม

d)

สปีชีส์ใหม่เกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการลดจำนวนยีน