wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิชา ยุทธการ

Total questions: 31

Worksheet time: 31mins

Name
Class
Date
1.

ลักษณะของการดำเนินการ ซึ่งทำให้การปฏิบัติของหน่วยรองต่าง ๆ ที่ไม่เป็นไปตามความต้องการของผู้บังคับบัญชา ถูกบ่งชี้และแก้ไขให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันเพื่อให้มั่นใจว่า จะไม่เกิดความล้มเหลว คือความหมายของข้อใด

a)

การบังคับบัญชา

b)

การควบคุม

c)

การควบคุมบังคับบัญชา

d)

การสั่งการ

2.

อำนาจที่ถูกต้องตามกฎหมายในการสั่งการต่อผู้ใต้บังคับบัญชาของตน โดยใช้ยศ และตำแหน่งเป็นตัวกำหนด รวมถึงความรับผิดชอบในเรื่อง ขวัญ วินัย การฝึก การใช้ทรัพยากร และประสิทธิภาพการรบ คือ ความหมายของข้อใด

a)

การบังคับบัญชา

b)

การควบคุม

c)

การสั่งการ

d)

การควบคุมบังคับบัญชา

3.

ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยทางสายการบังคับบัญชา เป็นลักษณะการปฏิบัติชั่วคราว ซึ่งดำเนินการเช่นเดียวกับหน่วยในอัตรา เว้น การเลื่อนยศ ปลด ย้าย และสับเปลี่ยน เป็นความสัมพันธ์แบบใด

a)

หน่วยขึ้นสมทบ

b)

หน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ

c)

หน่วยบรรจุมอบ

d)

หน่วยในอัตรา

4.

ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยทางสายการบังคับบัญชา ที่มีลักษณะเหมือนหน่วยขึ้นสมทบ แต่หน่วยรับการควบคุมไม่ต้องรับผิดชอบงานธุรการ ส่งกำลัง การรักษาวินัย รวมทั้งการจัด และการฝึก เป็นความสัมพันธ์แบบใด

a)

หน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ

b)

หน่วยบรรจุมอบ

c)

หน่วยในอัตรา

d)

หน่วยขึ้นสมทบ

5.

ข้อใด ไม่ใช่ ความมุ่งหมายของการจัดฝ่ายอำนวยการ

a)

สนองความต้องการของ ผบ. และหน่วยรองโดยทันที

b)

ลดเวลาที่ใช้ในการควบคุมและประสานการปฏิบัติ

c)

ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา และพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

d)

เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหน่วยรอง

6.

ข้อใด ไม่ใช่ งานในหน้าที่ร่วมของฝ่ายอำนวยการ

a)

การให้ข่าวสาร

b)

การทำประมาณการ

c)

การควบคุมบังคับบัญชา

d)

การกำกับดูแล

7.

ข้อใด ไม่ใช่ วัตถุประสงค์ในการประสานงานของฝ่ายอำนวยการ

a)

เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการปฏิบัติของฝ่ายอำนวยการเป็นไปอย่างสมบูรณ์และมีความสอดคล้อง

b)

เพื่อหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งและการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อน

c)

เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

d)

เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าได้มีการพิจารณาครอบคลุมในทุกประเด็น

8.

ข้อใด เป็นความรับผิดชอบหลักของนายทหารฝ่ายยุทธการในด้าน "การจัด"

a)

การบรรจุมอบ การสมทบ และการแยกหน่วยทหาร

b)

การดำรงรักษาสภาพความพร้อมของหน่วยรองทุกหน่วย

c)

การรักษาประมาณการยุทธ์ให้ทันสมัย

d)

การจัดทำระเบียบปฏิบัติประจำ

9.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะของเอกสารแยกเรื่องของ นายทหารฝ่ายยุทธการ

a)

ไม่สามารถนำมาใช้เป็นแหล่งอ้างอิงในการจัดทำแผนคำสั่งและรายงาน

b)

เป็นเอกสารทางราชการ

c)

จัดทำตามรูปแบบที่กำหนดไว้ในระเบียบงานสารบรรณ

d)

สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือลบล้างข้อมูลได้

10.

ข้อใดคือความมุ่งหมายของ “หลักนิยม”

a)

เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติการรบ

b)

เพื่อจัดความสัมพันธ์หน่วยต่าง ๆ กับภารกิจที่จะต้องปฏิบัติ

c)

เพื่อให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับเข้าใจและปฏิบัติตรงกัน

d)

เพื่อลดการสูญเสียอันเกิดจากการรบ

11.

การเปรียบเทียบอำนาจกำลังรบ กระทำในขั้นตอนใดของการประมาณการยุทธ

a)

การวิเคราะห์ภารกิจ

b)

สถานการณ์และหนทางปฏิบัติ

c)

วิเคราะห์หนทางปฏิบัติ

d)

เปรียบเทียบหนทางปฏิบัติ

12.

ข้อใดคือความหมายของ “ผู้นำ” ในองค์ประกอบของอำนาจกำลังรบ

a)

ผู้บังคับบัญชาหรือผู้บังคับหน่วยทหาร

b)

วิธีการที่ทหารชักจูงบุคคลอื่นปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ

c)

ความสามารถในการปฏิบัติการรบอย่างมีประสิทธิภาพ

d)

การตกลงใจได้อย่างถูกต้องภายในเวลาอันรวดเร็ว

13.

ผู้บังคับหน่วยจะใช้ปัจจัยในข้อใด สำหรับการพิจารณารายละเอียดการประมาณสถานการณ์หรือการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร

a)

สถานการณ์ข้าศึกและปัจจัยเวลา

b)

ความซับซ้อนและความยากง่ายในการรบ

c)

ความรู้และความคุ้นเคยเกี่ยวกับข้าศึกและภูมิประเทศ

d)

จินตนาการของผู้บังคับบัญชา

14.

ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้จากการประมาณการยุทธคือข้อใด

a)

กิจแถลงใหม่

b)

หนทางปฏิบัติของทั้งสองฝ่าย

c)

คำสั่งยุทธการ

d)

หนทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของฝ่ายเรา

15.

ข้อใด ไม่ใช่ ผลที่ได้จากการวิเคราะห์ภารกิจ

a)

เจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชา

b)

ภารกิจแถลงใหม่

c)

หนทางปฏิบัติ

d)

เวลาในการปฏิบัติ

16.

“กิจแฝง” ที่ไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็น “กิจสำคัญยิ่ง” แต่หน่วยรองทุกหน่วยหรือส่วนใหญ่จะต้องปฏิบัติ

“กิจแฝง” ดังกล่าว จะปรากฏอยู่ในหัวข้อใดของคำสั่งยุทธการ

a)

หน่วยแยกและหน่วยสมทบ

b)

แนวความคิดในการปฏิบัติ

c)

กลยุทธ์

d)

คำแนะนำในการประสาน

17.

ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับ “เจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชา”

a)

เจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชาเป็นการกล่าวเน้นย้ำในภารกิจ (แถลงใหม่) ของหน่วย

b)

องค์ประกอบของเจตนารมณ์ ได้แก่ ความมุ่งหมาย-วิธีการ-ผลลัพธ์ที่ต้องการ

c)

เจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชาเป็นข้อความที่กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่ากำลังทั้งหมดของหน่วยจะต้องกระทำอะไรบ้างต่อข้าศึกและภูมิประเทศ เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่ต้องการ

d)

เจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชาจะต้องถูกถ่ายทอดไปยังหน่วยรองต่ำลงไปสองระดับ และจะต้องสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของผู้บังคับหน่วยเหนือสูงขึ้นไปสองระดับด้วย

18.

องค์ประกอบที่สำคัญของ “หนทางปฏิบัติของข้าศึก” ประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

ทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อใด, อย่างไร

b)

ทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อใด, ทำไม

c)

ใคร, ทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อใด, ทำไม

d)

ใคร, ทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อใด, ทำไม, อย่างไร

19.

องค์ประกอบที่สำคัญของการกำหนดหนทางปฏิบัติของฝ่ายเรา ประกอบด้วย อะไรบ้าง

a)

ทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อใด, ทำไม

b)

ทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อใด, ทำไม, อย่างไร

c)

ใคร, ทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อใด, ทำไม

d)

ใคร, ทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อใด, ทำไม, อย่างไร

20.

ข้อใด ไม่ใช่ ปัจจัยที่ใช้ในการตรวจสอบหนทางปฏิบัติ

a)

ความเหมาะสม

b)

ความอ่อนตัว

c)

ความเป็นไปได้

d)

ความแตกต่างกัน

21.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการควบคุม

a)

การกำหนดมาตรการควบคุมมากเกินไป อาจนำไปสู่ความล้มเหลวของภารกิจได้ในที่สุด

b)

ผู้วางแผนสามารถปรับเปลี่ยน/แก้ไขแนวขั้นการปฏิบัติที่หน่วยเหนือกำหนดได้ เพื่อสะดวกต่อการพัฒนา

แผนดำเนินกลยุทธ์

c)

เขตปฏิบัติการหรือเขตรับผิดชอบของความพยายามหลักควรกำหนดให้กว้างกว่าความพยายามสนับสนุน เพื่อให้หน่วยรองมีเสรีในการปฏิบัติ

d)

ผู้วางแผนควรกำหนดเขตปฏิบัติการโดยใช้กึ่งกลางของภูมิประเทศสำคัญหรือเส้นแบ่งเลนบนพื้นถนน เนื่องจากเป็นภูมิประเทศที่สังเกตได้เด่นชัด

22.

ข้อใด คือช่วงการบังคับบัญชาเพื่อควบคุมหน่วยกำลังที่เหมาะสม

a)

2-5 หน่วย

b)

2-6 หน่วย

c)

3-5 หน่วย

d)

3-6 หน่วย

23.

ข้อใด ไม่ได้ ถูกกล่าวถึงในหัวข้อ “สถานการณ์และหนทางปฏิบัติ” ของการประมาณการยุทธ

a)

ลักษณะพื้นที่ปฏิบัติการ

b)

หนทางปฏิบัติของฝ่ายเรา

c)

ขีดความสามารถของข้าศึก

d)

สมมุติฐาน

24.

ปัจจัยที่ใช้สำหรับกำหนดส่วนปฏิบัติหลัก คือข้อใด

a)

ทิศทางการดำเนินกลยุทธ์

b)

การจัดเฉพาะกิจ

c)

กิจสำคัญยิ่ง

d)

ขนาดของกองหนุน

25.

หนทางปฏิบัติที่กำหนดขึ้น แต่ไม่ได้ถูกเลือกนำมาใช้เป็นการปฏิบัติของหน่วย หนทางปฏิบัตินั้นสามารถนำมาพัฒนาได้ในข้อใด

a)

แผนสำรอง

b)

แผนเผชิญเหตุ

c)

แผนการตรวจภูมิประเทศ

d)

แผนโครง

26.

ข้อใด ไม่ใช่ มาตรการควบคุม

a)

เวลา

b)

คำสั่งยิง

c)

เส้นทางเคลื่อนที่

d)

ภูมิประเทศสำคัญ

27.

ข้อใดคือความมุ่งหมายของการวิเคราะห์หนทางปฏิบัติ

a)

เพื่อระบุว่าหนทางปฏิบัติใดมีโอกาสบรรลุภารกิจมากที่สุด

b)

เพื่อหาความได้เปรียบ-เสียเปรียบ ของแต่ละหนทางปฏิบัติ

c)

เพื่อให้ผู้บังคับหน่วยรองมีความเข้าใจในการปฏิบัติกิจ

d)

เพื่อซักซ้อมการปฏิบัติบนโต๊ะทราย หรือภูมิประเทศจำลอง

28.

แผนในข้อใดถูกพัฒนาขึ้นระหว่างการวิเคราะห์หนทางปฏิบัติฝ่ายเราและฝ่ายข้าศึก

a)

แผนสำรอง

b)

แผนเผชิญเหตุ

c)

แผนการตรวจภูมิประเทศ

d)

แผนโครง

29.

ข้อใดคือความมุ่งหมายของการเปรียบเทียบหนทางปฏิบัติ

a)

เพื่อระบุว่าหนทางปฏิบัติใดมีโอกาสบรรลุภารกิจมากที่สุด

b)

เพื่อหาข้อดี-ข้อเสียของแต่ละหนทางปฏิบัติ

c)

เพื่อให้ผู้บังคับหน่วยรองมีความเข้าใจในการปฏิบัติกิจ

d)

เพื่อกำหนดปัจจัยประเมินค่าหนทางปฏิบัติ

30.

ข้อใดกล่าวถึงข้อ “การเปรียบเทียบหนทางปฏิบัติของฝ่ายเรา” ได้ถูกต้องที่สุด

a)

เป็นการเปรียบเทียบหนทางปฏิบัติของฝ่ายเราและหนทางปฏิบัติของข้าศึก

b)

เป็นการเปรียบเทียบหนทางปฏิบัติของฝ่ายเราในแต่ละหนทางปฏิบัติ

c)

เป็นการใช้ปัจจัยในการหาหนทางปฏิบัติของฝ่ายเรา

d)

เป็นการใช้ปัจจัยในการหาหนทางปฏิบัติทั้งสองฝ่าย

31.

ท่านคิดว่า มีความรู้ในเรื่องยุทธการ อยู่ในระดับใด

a)

น้อย-น้อยมาก

b)

รู้ทุกเรื่อง

c)

เชี่ยวชาญ ประยุกต์ใช้ได้ทุกสถานการณ์