wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Conflict (Educational Administration)

Total questions: 20

Worksheet time: 11mins

Name
Class
Date
1.

1. พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน ปี พ.ศ.2546 ได้ให้ความหมายของ “คำว่าขัดแย้ง” ไว้ว่าอย่างไร

a)

ก. ไม่ทำตามฝ่าฝืน ขืนไว้

b)

ข. ไม่ลงรอยกัน ต้านไว้

c)

ค. อาการขัดและแย้งคือแต่ละฝ่ายนอกจากจะไม่ทำตามกันแล้ว ยังต้านทานเอาไว้อีกด้วย

d)

ง.ถูกทุกข้อ

2.

2. ข้อใด ไม่ใช่ ความขัดแย้งตามแนวความคิดของ Karl Mark

a)

ก. ความขัดแย้งเป็นกฎพื้นฐานของชีวิต

b)

ข. การแสวงหาผลประโยชน์ และการปฏิวัติ

c)

ค. จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งมาจากการปกครองของรัฐ

d)

ง. ความขัดแย้งเป็นเครื่องมือการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาสังคม

3.

3. ข้อใดคือทฤษฎีความขัดแย้งตามแนวคิดของ Max Weber

a)

ก. ความขัดแย้งระหว่างบุคคลกับบุคคล

b)

ข. ความขัดแย้งเป็นกฎพื้นฐานของชีวิต

c)

ค. ความขัดแย้งของผลประโยชน์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสังคม

d)

ง. ความขัดแย้งเป็นผลมาจากการมีความรู้สึกเข้าข้างตนเองมากกว่า

4.

4. ทฤษฎีความขัดแย้ง ของใครที่มีความเชื่อว่าความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายแสดงความสัมพันธ์กัน โดยจะเกิดความกลมเกลียวภายในกลุ่ม แต่ความกลมเกลียวนี้จะเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง

a)

ก. ทฤษฎีความขัดแย้งของคาร์ล มาร์กซ์

b)

ข. ทฤษฎีการขัดแย้งของยอร์จ ซิมเมล

c)

ค. ทฤษฎีการขัดแย้งของลิวอิส เอ. โคเซอร์

d)

ง. ทฤษฎีการขัดแย้งของราล์ฟ ดาร์เรนดอร์ฟ

5.

5. ข้อใด ไม่ใช่ ความขัดแย้งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดข้อดีตามแนวคิดของ Gaetono Mosca

a)

ก. สร้างความก้าวหน้า

b)

ข. สร้างการเมืองการปกครอง

c)

สร้างเสรีภาพทางการเมือง

d)

สร้างความเป็นระเบียบของสังคม

6.

6. ผู้ที่เสนอแนวคิดว่าความไม่เท่าเทียมกันในสังคมเกิดจากความไม่เท่าเทียมกันเรื่องสิทธิ คือ นักทฤษฎีคนใดต่อไปนี้

a)

ก. Karl Marx

b)

ข. Lewis A.Coser

c)

ค. Georg Simmel

d)

ง. Ralf Dahrendorf

7.

7. ถ้าใช้วิธีจัดการความขัดแย้งในองค์การแบบการบังคับ (Forcing) สอดคล้องกับวิธีการแก้ไขความขัดแย้งใด

a)

ก. วิธีชนะ-แพ้ (Win-lose method)

b)

ข. วิธีแพ้ทั้งคู่ (Lose-lose methods)

c)

ค. วิธีการที่ทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ชนะ (Win-win methods)

d)

ง. ถูกทุกข้อ

8.

8. ข้อใด ไม่ใช่ ความขัดแย้งต่อตนเอง (Individual conflict)

a)

ก. รักพี่เสียดายน้อง

b)

ข. รักพี่เสียดายน้อง

c)

ค. เกลียดตัวกินไข่

d)

ง. น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า

9.

9. ข้อใดเป็นความขัดแย้งระหว่างองค์การ (Inter organization)

a)

ก. ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างองค์กรกับองค์การหรือระหว่างกลุ่มกับกลุ่ม

b)

ข. ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเนื่องจากต้องเลือกทำในสิ่งที่เป็นทั้งผลบวกและผลลบ

c)

ค. ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเนื่องจากต้องเลือกทางเลือกใดทางหนึ่งซึ่งได้ผลไม่น่าพอใจ

d)

ง. ความขัดแย้งขององค์การเป็นการต่อสู้ดื้นรนที่แสดงออกจนเป็นที่สังเกตเห็นด้วยกันได้ทั้งสองฝ่าย

10.

10. ข้อใด ไม่ใช่ ประเภทของความขัดแย้ง

a)

ก. ความขัดแย้งต่อตนเอง

b)

ข. ความขัดแย้งต่อผู้อื่น

c)

ค. ความขัดแย้งในองค์การ

d)

ง. ความขัดแย้งระหว่างองค์การ

11.

11. ข้อใด ไม่ใช่ วิธีแก้ไขลดความขัดแย้งตามแนวคิดของ Johnson David And Johnson Roger

a)

ก. ลักษณะแบบ "เต่า"

b)

ข. ลักษณะแบบ "ฉลาม"

c)

ค. ลักษณะแบบ "เสือโคร่ง"

d)

ง. ลักษณะแบบ "ตุ๊กตาหมี"

12.

12. วิธีการแก้ไขและลดความขัดแย้งลักษณะแบบฉลาม เป็นอย่างไร

a)

ก. หลีกหนีความขัดแย้ง

b)

ข. หลีกเลี่ยงได้เพื่อเห็นแก่ความกลมเกลียว

c)

ค. มองความขัดแย้งว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข

d)

ง. การแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยใช้อำนาจตามตำแหน่ง

13.

13. ความขัดแย้งหลีกเลี่ยงได้เพื่อเห็นแก่ความกลมเกลียว ยอมยกเลิกเป้าหมาย เพื่อรักษาสัมพันธภาพอันดีไว้ เป็นวิธีการแก้ไขและลดการขัดแย้งลักษณะใด

a)

ก. ลักษณะแบบ "เต่า"

b)

ข. ลักษณะแบบ "นกฮูก"

c)

ค. ลักษณะแบบ "ฉลาม"

d)

ง. ลักษณะแบบ "ตุ๊กตาหมี"

14.

14. ทฤษฎีความขัดแย้งของ Gaetano Mosca มีความเชื่อว่าความขัดแย้งเริ่มที่ประเด็นใด

a)

ก. สังคม

b)

ข. เศรษฐกิจ

c)

ค. ความกลมเกลียว

d)

ง. การเมืองการปกครอง

15.

15. เมื่อหัวหน้างานมีอำนาจเท่ากัน แต่ยึดมั่นในเป้าหมายแตกต่างกัน ควรใช้วิธีใดจัดการข้อขัดแย้ง

a)

ก. การร่วมมือซึ่งกันและกัน

b)

ข. การประนีประนอม

c)

ค. การปรองดอง

d)

ง. การหลีกเลี่ยง

16.

16. การแก้ปัญหาร่วมกัน มองว่าความขัดแย้งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตนเองและผู้อื่น เป็นวิธีการแก้ไขและลดการขัดแย้งลักษณะใด

a)

ก. ลักษณะแบบ "เต่า" (ถอนตัว, หดหัว)

b)

ข. ลักษณะแบบ "นกฮูก" (เผชิญหน้ากัน, สุขุม)

c)

ค. ลักษณะแบบ "ตุ๊กตาหมี" (สัมพันธภาพราบรื่น)

d)

ง. ลักษณะแบบ "สุนัขจิ้งจอก" (ประนีประนอม, แก้ปัญหาเฉพาะหน้า)

17.

17. ข้อใดเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในองค์การมากที่สุด

a)

ก. ความขัดแย้งด้านค่านิยม

b)

ข. ความขัดแย้งด้านโครงสร้าง

c)

ค. ความขัดแย้งจากผลประโยชน์

d)

ง. ความขัดแย้งด้านความสัมพันธ์

18.

18. ความขัดแย้งที่ส่งผลในทางบวก ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

ก. การแบ่งเป็นพรรคเป็นพวก

b)

ข. มุ่งเอาชนะกันมากกว่าที่จะมองถึงผลกระทบ

c)

ค. นำไปสู่ความยุ่งเหยิงและไร้ซึ่งเสถียรภาพขององค์การ

d)

ง. เกิดแรงจูงใจในการทำงานและพบแนวทางในการทำงานได้มีประสิทธิภาพ

19.

19. ความขัดแย้งที่ส่งผลในทางบวก สอดคล้องกับข้อใด

a)

ก. ทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรและเวลามากเกินไป

b)

ข. นำไปสู่ความยุ่งเหยิงและไร้ซึ่งเสถียรภาพขององค์การ

c)

ค. องค์การมีการปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงในสังคม

d)

ง. มุ่งเอาชนะกันมากกว่าที่จะมองถึงผลกระทบต่อเป้าหมายองค์กร

20.

20. ความขัดแย้งที่ส่งผลในทางลบ สอดคล้องกับข้อใด

a)

ก. มุ่งเอาชนะกันมากกว่าที่จะมองถึงผลกระทบต่อเป้าหมายองค์การ

b)

ข. ได้ระบายข้อขัดแย้งระหว่างบุคคลหรือกลุ่มซึ่งเก็บกดไว้เป็นเวลานาน

c)

ค. สมาชิกในองค์การได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

d)

ง. ถูกทุกข้อ