wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

mid chem M5 1/64

Total questions: 22

Worksheet time: 38mins

Name
Class
Date
1.

แก๊ส ชนิดหนึ่งบรรจุในกระบอกสูบที่มีขนาด 2  cm3cm^3  จะต้องเลื่อนก้านกระบอกสูบให้มีปริมาตรเท่าใด จึงจะทำให้มีความดันลดลง เหลือเพียง 25 %

a)

4.0 cm3

b)

6.0 cm3

c)

8.0 cm3

d)

12.0 cm3

2.

ขวดแก้วปิดสนิทสองใบ ใบที่ 1 บรรจุ แก๊ส A2 1 mol ใบที่ 2 บรรจุ แก๊ส B2 1 mol นำไปแช่น้ำอุณหภูมิ 80 oC ทั้งสองใบ ถ้า B มีมวลอะตอมมากกว่า A ข้อใดถูกต้องบ้าง

ก. ขวดใบที่ 1 มีความดันน้อยกว่าใบที่ 2

ข. โมเลกุลในขวดใบที่หนึ่งเคลื่อนที่เร็วกว่า

ค. พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลในขวดทั้งสองใบเท่ากัน

ง. มวลของแก๊สในขวดทั้งสองใบเท่ากัน

a)

ก และ ข

b)

ข และ ค

c)

ก และ ค

d)

ข และ ง

3.

ขนาดลูกโป่งที่บรรจุแก๊สฮีเลียม 2 g และ 4 g มีขนาดต่างกัน ที่อุณหภูมิเดียวกัน เป็นไปตามกฎใดของแก๊ส

a)

กฎของบอยล์

b)

กฎของชาร์ล

c)

กฎของเกย์ – ลูสแซก

d)

กฎของอาโวกาโด

4.

ถังใบหนึ่ง ขนาด 5.0 dm3dm^3 บรรจุแก๊ส  O2O_2   64 g และแก๊ส  X2X_2   จำนวนหนึ่ง วัดความดันรวมได้ 3 atm เมื่อหาความดันย่อยของออกซิเจนปรากฏว่า มีค่า 2 atm จะคำนวณหาจำนวนโมลของแก๊ส X2X_2    ได้เท่าใด

a)

1.0 mol

b)

1.50 mol

c)

2.0 mol

d)

คำนวณไม่ได้

5.

แก๊ส X ปริมาตร 10.0  dm3dm^3  ที่อุณหภูมิ 27 °C ความดัน 1.5 atm มีมวล 45.0 กรัม สูตรโมเลกุลของ X คือข้อใด (กำหนดค่า R = 0.08  dm3dm^3 . atm / mol .K )

a)

CO2

b)

SO2

c)

NH3

d)

C4H8O

6.

ในการศึกษาอัตราการแพร่ของแก๊ส x และ y ได้ผลการทดลองดังรูป

แก๊ส x และ y ควรเป็นแก๊สใดตามลำดับเมื่อจุด A เป็นตำแหน่งที่แก๊สทั้งสองมาพบกัน

a)

N2 , CO

b)

CO2 , NH3

c)

CH4 , SO2

d)

NH3 , HCl

7.

ไอน้ำ แพร่ได้ระยะทาง 30 cm. ในเวลา 3 วินาที ในขณะที่แก๊ส A แพร่ได้ระยะทาง 90 cm. ในเวลาเท่ากัน แก๊ส A ควรเป็นแก๊สใด

a)

He

b)

H2

c)

NO2

d)

HF

8.

  P+QR+Sให้\ P+Q\Longleftrightarrow R+S    ; ΔH=40kJ\ ;\ ΔΗ=-40kJ   R+SP+Qถ้าR+S\rightarrow P+Q  


มีค่า  Ea = 160 kJ  ดังนั้นปฏิกิริยา   P+QR+SP+Q\rightarrow R+S  จะมีค่า  Ea เท่าไร



a)

240  kJ                                       

b)

200  kJ                  

c)

120  kJ                                    

d)

40  kJ                          

9.

 :พิจารณาสมการ:   P+3Q4R+5SP+3Q\rightarrow4R+5S  
นำสาร P  3 โมล ทำปฏิกิริยากับสาร Q  9 โมล เมื่อเวลาผ่านไป 10 วินาที พบว่ามี R เกิดขึ้น 8 โมล   อัตราการสลายตัวเฉลี่ยของ Q ในช่วงเวลา 0 ถึง 10 วินาที เป็นกี่โมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตร.วินาที

a)

0.6                            

b)

0.8                    

c)

0.9                  

d)

1.2     

10.

สาร A ทำปฏิกิริยากับสาร B  เกิดเป็นสาร C และสาร  D  ถ้าอัตราการเปลี่ยนแปลงของ B เป็น  13\frac{1}{3}    เท่าของอัตราการเปลี่ยนแปลงของ A และเป็นครึ่งหนึ่งของอัตราการเกิด C แต่เป็น 2 เท่าของอัตราการเกิด D จำนวนโมลของสาร  A , B , C และ D ในสมการที่ดุลของปฏิกิริยาเคมีนี้เรียงตามลำดับเป็นอย่างไร

a)

3 , 1 , 2 , 1

b)

1 , 3 , 2 , 1

c)

2 , 6 , 1 , 4

d)

6 , 2 , 4 , 1

11.

จากปฏิกิริยา   H2(g)+Cl2(g)2HCl(g)H_2(g)+Cl_2(g)\rightarrow2HCl(g)  วัดปริมาตรของ  H2H_2   ที่เวลาต่าง ๆ  ได้ผลดังตาราง

ถ้าอัตราการลดลงของ  H2H_2 เฉลี่ยมีค่า  0.44   cm3cm^3 /วินาที   X  มีค่ากี่  cm3cm^3  

a)

28

b)

26

c)

24 

d)

22

12.

 :พิจารณาสมการ:   P+3Q4R+5SP+3Q\rightarrow4R+5S  
นำสาร P  3 โมล ทำปฏิกิริยากับสาร Q  9 โมล เมื่อเวลาผ่านไป 10 วินาที พบว่ามี R เกิดขึ้น 8 โมล   อัตราการเกิดปฏิกิริยาเฉลี่ย มีค่าเท่าใด

a)

0.1  mol/s                

b)

0.2   mol/s                 

c)

0.3  mol/s             

d)

0.4   mol/s                 

13.

จากปฏิกิริยา   H2(g)+Cl2(g)2HCl(g)H_2(g)+Cl_2(g)\rightarrow2HCl(g)  วัดปริมาตรของ  H2H_2                ที่เวลาต่าง ๆ  ได้ผลดังตารางอัตราการลดลงของ   H_2  เฉลี่ย

 ระหว่างวินาทีที่  10 – 40  มีค่าเท่าไร

a)

0.55  cm3cm^3 /วินาที              

b)

0.44  cm3cm^3 /วินาที

c)

0.40  cm3cm^3 /วินาที             

d)

0.33  cm3cm^3 /วินาที

14.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

1. โมเลกุลชนกันทุกครั้งจะเกิดปฏิกิริยาถ้าทิศทางการชนเหมาะสม

2. ปฏิกิริยาที่มีค่าพลังงานก่อกัมมันต์สูงจะเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน

3. โมเลกุลที่ชนกันแล้วได้พลังงานมากกว่าพลังงานก่อกัมมันต์ในบางครั้งก็ไม่เกิดปฏิกิริยา

4. ถ้าโมเลกุลชนกันในทิศทางที่เหมาะสมจะเกิดปฏิกิริยาเสมอ

5. ถ้าพลังงานของสารตั้งต้นสูงอัตราการเกิดปฏิกิริยาก็สูงตามไปด้วย

ข้อสรุปใดไม่ถูกต้อง

a)

ข้อ 4 เท่านั้น

b)

ข้อ 3 , 5

c)

ข้อ 1 , 2 , 3

d)

ข้อ 1 , 2 , 4

15.

สภาพใดไม่เอื้อต่อการเกิดปฏิกิริยา

a)

สารตั้งต้นมีโมเลกุลที่มีพลังงานสูงอยู่มาก

b)

ปฏิกิริยามีพลังงานก่อกัมมันต์สูง

c)

โมเลกุลชนกันบ่อยครั้ง

d)

โมเลกุลหันด้านที่เหมาะสมเข้าชนกัน

16.

  A+BC+Dจากปฏิกิริยา\ A+B\rightarrow C+D  ถ้าสาร  A , B  มีพลังงาน  80  kJ   สาร  C  และ  D  มีพลังงาน  108 kJ  ข้อสรุปใดถูกต้องที่สุด

 

a)

ผลิตภัณฑ์มีพลังงานน้อยกว่าสารตั้งต้น

b)

Ea มีค่า 28  kJ   

c)

เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน             

d)

ปฏิกิริยาไปข้างหน้าเกิดช้ากว่าปฏิกิริยาย้อนกลับ

17.

ก. พลังงานที่ใช้สลายพันธะของสาร A และ C  มีค่าน้อยกว่าพลังงานที่ได้จากการสร้างพันธะในสาร B และ D          

ข. ปฏิกิริยา  B + D   \rightarrow   A + C  เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน          

ค. ปฏิกิริยา  B + D    \rightarrow   A + C  เกิดเร็วกว่า   A + C   \rightarrow      B + D  ข้อใดถูกต้อง



a)

ก และ ข                  

b)

ข  และ  ค          

c)

ก และ ค          

d)

ถูกทั้ง ก  ข  และ  ค

18.

จงหามวลของแก๊สอีเทน ( C2H6C_2H_6 ) ที่บรรจุถังขนาด 2,000 cm3cm^3 ที่อุณหภูมิ 87 °C\degree C และมีความดัน 2.4 atm. (กำหนดค่า R = 0.08 dm3dm^3 . atm / mol.K )

4 lines
19.

สาร A และ B ทำปฏิกิริยากันดังสมการ 2A (aq) + B (aq)  \rightarrow   3C (aq) เมื่อใช้สาร A จำนวน 10 โมล ทำปฏิกิริยากับสาร B มากเกินพอ หลังจากเวลาผ่านไป 20 วินาที ปรากฏว่าเกิดสาร C จำนวน 6 โมล จงหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาเฉลี่ย ในหน่วย โมล/วินาที

4 lines
20.

ถังปิดฝาสนิทขนาดไม่เท่ากัน บรรจุแก๊สไฮโดรเจน วางไว้ใกล้กัน ดังภาพข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ถังใบที่ 1 มีความดันสูงกว่าใบที่ 2

b)

โมเลกุลแก๊สถังใบที่ 1 ชนผนังบ่อยกว่าถังใบที่ 2

c)

พลังงานจลน์ของแก๊สในถังใบที่ 2 น้อยกว่าใบที่ 1

d)

จำนวนโมเลกุลของแก๊สในถังทั้งสองใบมีเท่ากัน

21.

การทดลองในข้อใด ที่มีอัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงสุดที่อุณหภูมิเดียวกัน

a)

ใส่แผ่นสังกะสี 1 ชิ้น หนัก 1 กรัมลงในกรด HCl 0.1 mol/L

b)

ใส่สังกะสีผงละเอียด หนัก 1 กรัมลงในกรด HCl 0.2 mol/L

c)

ใส่แผ่นสังกะสี 2 ชิ้น หนัก 0.5 กรัมลงในกรด HCl 0.05 mol/L

d)

ใส่สังกะสีผงละเอียด หนัก 1 กรัมลงในกรด HCl 0.3 mol/L

22.

ข้อใดเป็นวิธีที่ช่วยให้ปฏิกิริยาเคมีเกิดได้เร็วขึ้น

a)

การเพิ่มอุณหภูมิ

b)

การเติมตัวหน่วงปฏิกิริยา

c)

การใส่สารตั้งต้นปริมาณมาก

d)

การทาสีที่ผิวของโลหะ