Worksheetsสอบบำบัดน้ำเสีย 1
Total questions: 32
Worksheet time: 32mins
Name
Class
Date
1.
น้ำ 1 โมเลกุล ประกอบด้วย
a)
ไฮโดรเจน 2 อะตอม และออกซิเจน 1 อะตอม
b)
ไฮโดรเจน 1 อะตอม และออกซิเจน 2 อะตอม
c)
ไนโตรเจน 1 อะตอม และออกซิเจน 2 อะตอม
d)
ไฮโดรเจน 1 อะตอม และไนโตรเจน 2 อะตอม
2.
พันธะภายในโมเลกุลของน้ำเชื่อมต่อกันด้วยพันธะอะไร
a)
พันธะโควาเลนต์
b)
พันธะโลหะ
c)
พันธะไฮโดรเจน
d)
พันธะไอออนิก
3.
โมเลกุลแต่ละโมเลกุลของน้ำเชื่อมต่อกันด้วยพันธะอะไร
a)
พันธะโควาเลนต์
b)
พันธะโลหะ
c)
พันธะไฮโดรเจน
d)
พันธะไอออนิก
4.
เพราะเหตุใดน้ำแข็งจึงลอยอยู่บนผิวน้ำในทะเลสาบ
a)
น้ำแข็งมีปริมาณน้อยกว่าน้ำ
b)
น้ำแข็งมีความหนาแน่นต่ำกว่าน้ำ
c)
น้ำแข็งเป็นโมเลกุลของน้ำที่จับตัวเป็นรูป octahedral
d)
โมเลกุลของน้ำจับตัวอย่างเป็นระเบียบรูป trigonalplana
5.
ข้อดีของน้ำที่มีความหนาแน่นลดลงเมื่อเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นของแข็ง
a)
ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นมหาสมุทรได้
b)
ทำให้น้ำแข็งจมน้ำ
6.
น้ำมีความร้อนจําเพาะเท่าใด
a)
4.184จูน/กรัม/องศาเซลเซียส
b)
4. 184 แคลอรี/กรัม/องศาเซลเซียส
c)
41.84จูน/กรัม/องศาเซลเซียส
d)
41.84 แคลอรี/กรัม/องศาเซลเซียส
7.
เมื่อน้ำเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็ง ปริมาตรจะ เปลี่ยนแปลงอย่างไร
a)
เท่าเดิม
b)
เพิ่มขึ้น
c)
ลดลง
d)
ไม่มีข้อถูก
8.
น้ำฝนที่ละลายคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ จะให้ น้ำมีสมบัติอย่างไร
a)
เป็นกลาง
b)
เป็นเบสอ่อน
c)
ไม่เปลี่ยนแปลง
d)
เป็นกรดอ่อน
9.
การนําไฟฟ้าของน้ำแสดงถึงข้อใด
a)
การเจือปนของสารละลายในน้ำ
b)
การเจือปนของแคลเซียมคาร์บอเนตในน้ำ
c)
การเจือปนของความเป็นด่างในน้ำ
d)
การเจือปนของสารละลายที่เป็นพิษในน้ำ
10.
น้ำกระด้างหมายถึงข้อใด
a)
น้ำที่มีแคลเซียมและแมกนีเซียมอยู่ในน้ำ
b)
น้ำที่มีคลอรีนอยู่ในน้ำ
c)
น้ำที่ทําให้สบู่เกิดฟองมาก
11.
กรดคือข้อใด
a)
สารที่ละลายน้ำแล้วให้ H3O+
b)
สารที่ละลายน้ำแล้วให้ OH-
c)
สารที่ละลายน้ำแล้วให้ Na+
12.
เบสคือข้อใด
a)
สารที่ละลายน้ำแล้วให้ H3O+
b)
สารที่ละลายน้ำแล้วให้ OH-
c)
สารที่ละลายน้ำแล้วให้ Na+
13.
น้ำมีความหนาแน่นมากที่สุดที่อุณหภูมิใด
a)
0 องศาเซลเซียส
b)
4 องศาเซลเซียส
c)
10 องศาเซลเซียส
d)
30 องศาเซลเซียส
14.
การเก็บตัวอย่างน้ำแบบใดที่เก็บตัวอย่างครั้งเดียว ที่จุดเดียว
a)
การเก็บตัวอย่างแบบจ้วง
b)
การเก็บตัวอย่างแบบผสมรวม
c)
การเก็บตัวอย่างจากบ่อรวม
15.
การเก็บตัวอย่างน้ำแบบใดที่เก็บตัวอย่าง ณ จุดใดจุดหนึ่งติดต่อกันตลอดทั้งวัน
a)
การเก็บตัวอย่างแบบจ้วง
b)
การเก็บตัวอย่างแบบผสมรวม
c)
การเก็บตัวอย่างจากบ่อรวม
16.
ข้อเสียของการเก็บตัวอย่างจากบ่อรวม
a)
ไม่สามารถแยกน้ำจากแหล่งที่มีความเข้มข้นน้อยได้
b)
เสียเวลา
c)
ต้องวิเคราะห์หลายตัวอย่าง
17.
ฉลากบนขวดเก็บน้ำเสียควรมีข้อมูลใดบ้าง
a)
ผู้เก็บ
b)
วันที่และเวลาที่เก็บ
c)
สถานที่เก็บ
d)
ถูกทุกข้อ
18.
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะสมบัติทางกายภาพของน้ำที่จะวิเคราะห์
a)
สี
b)
กลิ่น
c)
อุณหภูมิของน้ำ
d)
ค่า pH
19.
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะสมบัติทางเคมีของน้ำที่จะวิเคราะห์
a)
การนําไฟฟ้า
b)
BOD
c)
COD
d)
TS
20.
น้ำอุณหภูมิเท่าใดที่จะทำให้พืชสัตว์น้ำตายได้
a)
35 องศาเซลเซียส
b)
37 องศาเซลเซียส
c)
40 องศาเซลเซียส
21.
ถ้าน้ำที่มีสิ่งเจือปนอยู่สูงจะทำให้
a)
สภาพการนำไฟฟ้าสูง
b)
สภาพการนำไฟฟ้าต่ำ
22.
สีที่แท้จริงคือ
a)
สีของน้ำที่ได้จากการมองเห็นหลังจากที่แยกสารแขวนลอยในน้ำออก
b)
สีของน้ำที่วัดได้หรือมองเห็นจริงๆในตัวอย่างโดยไม่มีการแยกสารแขวนลอยออก
23.
ค่า BOD สูงหมายความว่า
a)
น้ำเสีย
b)
น้ำดี
24.
TDS คืออะไร
a)
ของแข็งที่ละลายอยู่ในน้ำเสีย
b)
ของแข็งทั้งหมดที่อยู่ในน้ำเสีย
25.
VS คือข้อใด
a)
ของแข็งระเหยง่าย
b)
ของแข็งจมได้
26.
ถ้าต้องการวัดปริมาณของแข็งทั้งหมดที่อยู่ในน้ำเสียจะใช้ค่าใด
a)
Total Dissolved Solids
b)
Total Solids
c)
Suspended Solids
d)
Volatile Solids
27.
การกำจัดสิ่งสกปรกวิธีใดที่ใช้กำจัดสิ่งสกปรกที่เป็นสารอินทรีย์ได้อย่างเดียว
a)
วิธีทางเคมี
b)
วิธีทางชีวภาพ
c)
วิธีทางกายภาพ
d)
วิธีทางกายภาพ-เคมี
28.
ถ้าต้องการกำจัดสารพิษ โลหะหนัก ต้องใช้กระบวนการใด
a)
วิธีทางเคมี
b)
วิธีทางชีวภาพ
c)
วิธีทางกายภาพ
d)
วิธีทางกายภาพ-เคมี
29.
ถ้าต้องการกำจัดวัสดุที่มีขนาดใหญ่ที่ติดมากับน้ำเสียจะกำจัดอย่างไร
a)
การตกตะกอน
b)
การทำให้ลอย
c)
การดักด้วยตะแกรง
d)
การดักไขมัน
30.
กระบวนการบำบัดน้ำเสียในขั้นตอนสุดท้ายที่ทำให้น้ำบริสุทธิ์คือ
a)
วิธีทางเคมี
b)
วิธีทางชีวภาพ
c)
วิธีทางกายภาพ
d)
วิธีทางกายภาพ-เคมี
31.
ถ้าต้องการกำจัดสีและกลิ่นควรใช้วิธีใด
a)
การดูดซับด้วยถ่าน
b)
การแลกเปลี่ยนประจุ
32.
ทําไมค่า COD จึงสูงกว่า BOD
a)
เพราะ COD สามารถย่อยสารอินทรีย์ที่แบคทีเรียย่อยได้และ ย่อยไม่ได้
b)
เพราะ BOD สามารถย่อยสารอินทรีย์ที่แบคทีเรียย่อยได้และ ย่อยไม่ได้
c)
เพราะ COD สามารถย่อยสารอินทรีย์ที่แบคทีเรียย่อยได้
d)
เพราะ BOD สามารถย่อยสารอินทรีย์ที่แบคทีเรียย่อยไม่ได้
100 %
