wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การสอบกลางภาค ภาษาไทยพื้นฐาน 1/2564

Total questions: 40

Worksheet time: 2hrs 0mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดบอกความหมายของการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารได้ถูกต้องที่สุด

a)

การใช้ถ้อยคำเพื่อสื่อความของชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

b)

วิธีการนำถ้อยคำ ข้อความ หนังสือของฝ่ายหนึ่งไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง

c)

การใช้ภาษาพูด ภาษาเขียน กริยาท่าทาง ถ่ายทอดความรู้ ความคิด จากฝ่ายหนึ่งไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง

d)

การใช้เสียงหรือกริยาเพื่อทำความเข้าใจติดต่อกัน

2.

ข้อใดเป็นการสื่อสารที่สัมฤทธิผล

a)

ผู้ส่งและผู้รับติดต่อกันโดยตรง

b)

ผู้ส่งและผู้รับมีความเข้าใจตรงกัน

c)

ผู้ส่งสารได้ตรงกับความรู้สึกนึกคิดของตน

d)

ผู้รับสารตอบสนองผู้ส่งด้วยความเข้าใจและพอใจ

3.

ข้อใดสามารถอ่านออกเสียงได้มากกว่า ๑ แบบ

a)

คุณภาพ

b)

คุณวิเศษ

c)

คุณโทษ

d)

คุณค่า

4.

ข้อใดอ่านออกเสียงผิด

a)

อุปโลกน์ อ่านว่า อุป–ปะ–โลก

b)

สมรรถภาพ อ่านว่า สะ–มัด–ถะ–พาบ

c)

โลกทัศน์ อ่านว่า โลก–กะ–ทัด

d)

รัฐสภา อ่านว่า รัด–ถะ–สะ–พา

5.

ข้อใดเขียนผิดทุกคำ

a)

กะโหลก กะลา กะเทย

b)

ขึ้นฉ่าย ไข่มุข โขยกเขยก

c)

ทยอย ทะแยง ทะเลสาป

d)

จักพรรดิ์ จะละเม็ด เจตนารมณ์

6.

ข้อใดใช้คำไม่ถูกต้อง

a)

ผู้อำนวยการเกษียรหนังสือเรื่องการจัดงานเกษียนอายุให้ราชการ

b)

เขามีความเชื่อว่าอานิสงส์จากการช่วยเหลือพระอาพาธจะทำให้เขาหายจากโรคร้าย

c)

นักเรียนต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของวิทยาลัย ส่วนประชาชนต้องเคารพกฎหมาย

d)

ทรวดทรงของเธออะร้าอร่ามทำให้ผู้คนที่เห็นตะลึงไปตาม ๆ กัน

7.

ข้อใดใช้สำนวนผิด

a)

เหตุการณ์มันพาไป ทำให้เขาต้องตกกระไดพลอยโจนไปด้วย

b)

จัดงานแบบนี้ เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ได้ไม่คุ้มเสียเลย

c)

อย่าทำเป็นเตี้ยอุ้มค่อม เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ

d)

จะพูดอะไรคิดเสียก่อน อย่าทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูม

8.

ข้อใดใช้คำผิด

a)

ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากอาการประชวร

b)

หลวงพ่อคูณอาพาธอยู่ที่โรงพยาบาล

c)

ช่วงเข้าพรรษาพระต้องจำวัดอยู่ที่วัดใดวัดหนึ่ง

d)

เด็กวัดฉันอาหารพร้อมหลวงพ่อ

9.

ข้อใดบอกความหมายของการฟัง การดูได้ถูกต้องที่สุด

a)

การได้ยินได้เห็น

b)

การรับสารจากการฟังและการดู

c)

การรับรู้และเข้าใจความหมายจากสิ่งที่ได้ยิน ได้ดู

d)

การแปลความหมายจากการรับฟังเสียงด้วยหูและมองเห็นภาพด้วยตา

10.

ข้อใดอธิบายความสำคัญของการฟังและการดูได้อย่างถูกต้อง

a)

การฟังและการดูทำให้เกิดความรู้และความเข้าใจเท่านั้น

b)

การฟังและการดูส่งผลต่อระบบประสาท ช่วยพัฒนาสมอง

c)

การฟังและการดูมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ทุกด้าน

d)

การฟังและการดูเป็นทักษะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด

11.

ข้อใดไม่ใช่จุดประสงค์ของการฟังและการดู

a)

เพื่อให้เกิดความเข้าใจและจดจำสาระสำคัญไปใช้ประโยชน์

b)

เพื่อผ่อนคลาย และสร้างความเพลิดเพลิน

c)

เพื่อนำมาเปรียบเทียบหาจุดต่างและจุดร่วม

d)

เพื่อยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น

12.

การรับสารที่ต้องใช้ความรู้อย่างละเอียด ถูกต้อง ต้องมีความเป็นธรรม ไม่มีอคติต่อผู้ส่งสาร การดูและการฟังในลักษณะนี้มีวัตถุประสงค์ใด

a)

เพื่อความรู้ และความเข้าใจ

b)

เพื่อสร้างความเพลิดเพลิน

c)

เพื่อจรรโลงใจ

d)

เพื่อวิจารณ์และประเมินผล

13.

ข้อใดเป็นหลักการฟังและการดูที่ดี

a)

ฟังเพราะผู้ส่งสารมีบุคลิกดี

b)

ฟังเพราะผู้ส่งสารเป็นผู้มีชื่อเสียง น่าเชื่อถือ

c)

ฟังเพราะผู้ส่งสารมีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัว

d)

ฟังเพราะผู้ส่งสารส่งสารได้ตรงความสนใจของตน

14.

บุคคลในข้อใดปฏิบัติตามมารยาทในการฟัง และการดูได้อย่างเหมาะสม

a)

สุพรรณีใส่เสื้อเกาะอกไปงานเลี้ยงสัมมนาวิชาการ

b)

ปาวีณาไปถึงสถานที่จัดงานก่อนเวลา 10 นาที

c)

กนกวรรณยกมือถามวิทยากรทันที เมื่อมีข้อสงสัย

d)

พรณภัสปิดโทรศัพท์มือถือทุกครั้ง ก่อนเข้าโรงภาพยนตร์

15.

หลักการฟังและการดูจากสื่อมวลชนประการแรกคือข้อใด

a)

กำหนดสิ่งที่คาดว่าจะได้รับจากการฟังและการดูสื่อมวลชน

b)

การเลือกเรื่องและรายการที่จะฟังและดูสื่อมวลชน

c)

การเลือกสื่อมวลชนที่จะฟังและดู

d)

การแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่ฟังและดู

16.

ข้อใดเป็นการเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจก่อนการฟังและการดู

a)

สุนิสาสวดมนต์ก่อนสอบกลางภาค

b)

รุ่งนภาจดจ่อกับเรื่องที่ผีที่ปู่กำลังเล่า

c)

น้ำอ้อยทำสมาธิขณะที่ฟังครูสอน

d)

บุษราคัมตัดความกังวลเรื่องอื่นออกจากความคิด

17.

“ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมบริจาคเงินสมทบทุน โครงการ "ใจต่อใจ" เพื่อซื้อเครื่องตรวจและบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจมอบให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวาระครบรอบสถาปนาโรงพยาบาลฯ 30 ปีกัน” ข้อความข้างต้นจัดเป็นสารประเภทใด

a)

สารให้ความรู้

b)

สารโน้มน้าวใจ

c)

สารให้ความบันเทิง

d)

สารให้ความจรรโลงใจ

18.

“ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมบริจาคเงินสมทบทุน โครงการ "ใจต่อใจ" เพื่อซื้อเครื่องตรวจและบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจมอบให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวาระครบรอบสถาปนาโรงพยาบาลฯ 30 ปีกัน” ผู้ที่ส่งเงินไปบริจาค แสดงผ่านกระบวนการรับสารขั้นใด

a)

ขั้นยอมรับ

b)

ขั้นตีความ

c)

ขั้นเข้าใจ

d)

ขั้นนำไปใช้

19.

ข้อใดให้ความหมายของการอ่านชัดเจนที่สุด

a)

การทำความเข้าใจความหมายตามสารที่ได้รับ

b)

การทำความเข้าใจความหมายตามภาพที่ได้เห็น

c)

การทำความเข้าใจความหมายตามตัวหนังสือ

d)

การทำความเข้าใจความหมายตามสัญลักษณ์

20.

ข้อใดจัดหมู่สารกับจุดประสงค์การอ่านได้ถูกต้องที่สุด

a)

หนังสื่อภาษาไทยพื้นฐาน วารสาร นิตยสาร หนังสือพิมพ์ เป็นสารที่อ่านเพื่อความรู้

b)

นวนิยาย นิทานพื้นบ้าน การ์ตูน เป็นสารที่อ่านเพื่อความบันเทิง

c)

หนังสือสวดมนต์ ข่าวรับบริจาค หรือสารของบุคคลสำคัญ เป็นการอ่านเพื่อความจรรโลงใจ

d)

ข่าวทางวิทยุ ข่าวทางโทรทัศน์ ข่าวประชาสัมพันธ์ เป็นการอ่านเพื่อความรู้

21.

ผู้ใดแสดงออกถึงคุณลักษณ์ของนักอ่านที่ดีได้อย่างเหมาะสม

a)

จิราวรรณมีความจำดี จำได้ทุกตัวอักษร

b)

ทิชาวรรณมีนิสัยชอบจดบันทึก จดรายละเอียดทุกอย่างที่อ่าน

c)

เนตรนภามีเงินซื้อหนังสืออ่านได้ตลอด

d)

ปรานปรียามีความอดทนอ่านหนังสือได้นาน

22.

ข้อใดคือสิ่งแรกที่นักเรียนควรคำนึงถึงก่อนซื้อหนังสือ หรือเลือกหนังสือมาอ่าน

a)

ตั้งจุดประสงค์ในการอ่าน

b)

พิจารณาถึงความจำเป็นในการใช้งาน

c)

พิจารณาความน่าสนใจของส่วนประกอบหนังสื่อเล่มนั้น

d)

ความนิยมในกระแสสังคมปัจจุบัน

23.

ข้อใดไม่ใช่หลักเกณฑ์การอ่านในใจ

a)

อ่านย้อนกลับไปมาเพื่อทบทวน

b)

แยกข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็น

c)

จดจ่อกับสิ่งที่อ่าน

d)

กำหนดระยะเคลื่อนไหวของสายตา

24.

ข้อใดหมายถึงวรรณกรรมพื้นบ้าน

a)

งานเขียนที่สร้างสรรค์ขึ้นตามรูปแบบฉันทลักษณ์ที่นิยมในท้องถิ่นนั้น ๆ

b)

งานเขียนที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยชาวบ้านเพื่อชาวบ้านในท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วยภาษาง่าย ๆ

c)

งานเขียนที่สร้างสรรค์ขึ้นตามความเชื่อของคนสมัยก่อนถ่ายทอดต่อเนื่องมาตลอด

d)

งานเขียนที่สร้างสรรค์ขึ้นตามความสามารถของกวีที่มีความสามารถ โดยมีวัดเป็นศูนย์รวม

25.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของวรรณกรรมพื้นบ้าน

a)

แต่งด้วยภาษาถิ่นง่าย ๆ

b)

ภิกษุหรือชาวบ้านเป็นผู้แต่ง

c)

จุดประสงค์เพื่อใช้เป็นอาชีพ

d)

มีหลากหลายรูปแบบ

26.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับประเภทของวรรณกรรมพื้นบ้าน

a)

วรรณกรรมพื้นบ้านที่ถูกบันทึกลงในใบลานด้วยอักษรธรรมเป็นวรรณกรรมลายลักษณ์

b)

วรรณกรรมพื้นบ้านที่บอกเล่าต่อกัน เป็นวัฒนธรรมของวรรณกรรมพื้นบ้าน

c)

อักษรตัวเมืองและอักษรตัวธรรม นิยมใช้บันทึกวรรณกรรมพื้นบ้านของภาคเหนือ

d)

อักษรอาลักษณ์พบเฉพาะการบันทึกวรรณกรรมพื้นบ้านของภาคกลางเท่านั้น

27.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์วรรณกรรมพื้นบ้าน

a)

สร้างความบันเทิงแก่สมาชิกในท้องถิ่น

b)

สร้างรายได้แก่คนในท้องถิ่น

c)

สร้างเป็นเครื่องมือในการปลูกฝั่งความรัก ความหวงแหนถิ่นกำเนิดของตนเอง

d)

สร้างเป็นศูนย์การศึกษาและแหล่งการเรียนรู้ของท้องถิ่น

28.

ข้อใดกล่าวผิดเรื่องการเผยแพร่วรรณกรรมพื้นบ้าน

a)

พระนำนิทานชาดกมาอ่านให้ชาวบ้านฟังในงานบุญ

b)

ชาวบ้านนำเพลงพื้นบ้านมาร้องกันในงานรื่นเริง

c)

ครูนำตำนานมาสอนนักเรียนในห้องเรียน

d)

พ่อแม่นำนิทานมาอ่านให้ลูกหลานฟัง

29.

ข้อใดบอกความหมายของการพูดได้ถูกต้องที่สุด

a)

การพูด คือ การส่งสารไปยังผู้รับสาร โดยใช้เสียง

b)

การพูด คือ การใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง ท่าทาง เพื่อถ่ายทอดความรู้ ไปยังผู้อื่น

c)

การพูด คือ การส่งสารที่สำคัญที่สุด และนิยมใช้กันมากที่สุด

d)

การพูด คือ การสื่อสารที่จำเป็นต้องอาศัยทักษะการอ่านออกเสียง

30.

ข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญในการพูดอย่างมีประสิทธิภาพ

a)

มีการวิเคราะห์ผู้ฟัง

b)

มีบุคลิกดีน่าเชื่อถือ

c)

มีวัตถุประสงค์ชัดเจน

d)

มีความรู้ในเรื่องที่จะพูด

31.

ข้อใดควรกล่าวเป็นอันดับแรกของการพูดในโอกาสต่าง ๆ

a)

กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับเกียรติให้เป็นผู้พูด

b)

กล่าวถึงความดี ความสามารถของเจ้าของงาน

c)

กล่าวถึงความสำคัญของงาน

d)

กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับเจ้าของงาน

32.

ข้อใดเหมาะสมที่สุดในการแนะนำตนเองในที่สาธารณะ

a)

สวัสดีครับ ผม ปัญญา ประธานนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคยโสธร

b)

สวัสดีครับ ผม ปัญญา เรณู ชื่อเล่น วุ่น เรียนอยู่ชั้น ปวช.1 แผนกช่างไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคยโสธร

c)

สวัสดีครับ ผม ปัญญา เรณู

d)

สวัสดีครับ ผม ปัญญา เรณู นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคยโสธร

33.

“ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก จงอำนวยพรให้มีความสุขความเจริญ อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของ

ลูกหลาน อายุยืนยาวตลอดไป” ข้อความนี้ควรใช้อวยพรในโอกาสใด

a)

อวยพรวันปีใหม่

b)

อวยพรวันขึ้นบ้านใหม่

c)

อวยพรวันเกิด

d)

อวยพรวันมงคลสมรส

34.

ข้อใดไม่ควรปฏิบัติในการพูดเพื่อกิจธุระ

a)

แต่งตัวให้ทันสมัยดูดี

b)

แสดงความเคารพนอบน้อม เพื่อผลสำเร็จของธุระที่ต้องการ

c)

พูดธุระแบบตรงไปตรงมา

d)

มาถึงสถานที่นัดหมายช้าไปนิดหน่อย

35.

ข้อใดหมายถึงการอธิบายความ

a)

นำใจความเดิมมาขยายความเพิ่มเติม

b)

นำใจความสำคัญมาเรียบเรียงใหม่

c)

นำพลความมาขยายให้มีความหมายเท่าใจความ

d)

นำความรู้มาเรียบเรียงให้มีความหมายสมบูรณ์

36.

ข้อใดหมายถึงการบรรยาย

a)

นำความรู้ ข้อเท็จจริง มาถ่ายทอดแก่ผู้อื่น

b)

นำข้อมูลข่าวสาร มาขยายความในเรื่องต่าง ๆ

c)

นำเรื่องราวที่เป็นปริศนา มาไขความจริงให้แจ่มเเจ้ง

d)

นำประเด็นข่าวประจำวัน มาประชาสัมพันธ์ให้ผู้อื่นทราบ

37.

ข้อใดหมายถึงการสรุปความ

a)

นำใจความสำคัญมาเรียบเรียงใหม่

b)

นำใจความมาย่อเอาแต่ประเด็นสำคัญ

c)

นำพลความมาสรุปย่อให้ได้ใจความสำคัญ

d)

นำความรู้มาเรียบเรียงให้มีความหมายสมบูรณ์

38.

การเสนอแนวคิดของตนเองเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จัดเป็นการพูดแบบใด

a)

เพื่อแสดงความรู้สึก

b)

เพื่อแสดงความคิดเห็น

c)

เพื่อให้ความรู้

d)

เพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร

39.

ข้อใดคือประโยคสำคัญของสาร

(๑) ร้านตึกแถวธรรมดา ๆ แต่รสชาติถือได้ว่าได้ใจเด็กหอการค้าฯ มาอย่างยาวนาน ด้วยสารพัดเมนู

ข้าวมัน

(๒) ที่มีให้เลือกทั้งแบบอบ ทอด และย่าง

(๓) เมนูมีทั้งข้าวหมูอบ ข้าวมันไก่ ข้าวมันไก่ทอด ข้าวไก่อบ ข้าวหมูทอด ข้าวไก่ทอด ข้าวหมูย่าง

(๔) ตัวข้าวมันหุงมาแบบกำลังพอดี ไม่มันมาก

a)

ประโยคที่ ๑

b)

ประโยคที่ ๒

c)

ประโยคที่ ๓

d)

ประโยคที่ ๔

40.

คนที่เชื่อเรื่องกรรม…ทำดีต้องได้รับผลดีแน่นอน และทำชั่วก็จะได้รับผลชั่วอย่างหนีไม่พ้นกรรมบางอย่างอาจให้ผลในชาตินี้ บางอย่างอาจให้ผลในชาติหน้า หรือชาติต่อ ๆ ไป เช่นเดียวกับการปลูกพืชบางอย่างให้ผลในไม่กี่เดือน บางอย่างเป็นปี ข้อความนี้เป็นการอธิบายด้วยวิธีใด

a)

อธิบายด้วยการชี้แจงเหตุและผล

b)

อธิบายด้วยการเปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง

c)

อธิบายด้วยการให้คำจำกัดความ

d)

อธิบายด้วยการยกตัวอย่าง