wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาค 1/64 วิชา ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ

Total questions: 40

Worksheet time: 1hrs 11mins

Name
Class
Date
1.

ค่าจ้างในวันลา จ่ายค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตร ไม่เกินกี่วัน/ครรภ์

a)

30 วัน

b)

45 วัน

c)

90 วัน

d)

120 วัน

2.

การลาเพื่อรับราชการทหารลูกจ้าง มีสิทธิ์ลาเพื่อรับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึก วิชาทหารหรือเพื่อทดสอบความพรั่งพร้อม โดยลาได้เท่ากับจำนวนวันที่ทางการทหารเรียก และได้รับค่าจ้างตลอดเวลาที่ลาแต่ไม่เกิน

a)

15 วันต่อปี

b)

30 วันต่อปี

c)

60 วันต่อปี

d)

90 วันต่อปี

3.

กฎหมายคุ้มครองแรงงาน หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน คือ

a)

เป็นการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำให้สถานประกอบกิจการถือปฏิบัติ เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยที่ดีปราศจากอุบัติเหตุ และโรคเนื่องจากการทำงาน

b)

เป็นกฎหมายที่ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและแรงงานสัมพันธ์ในภาครัฐวิสาหกิจ

c)

เป็นกฎหมายที่กำหนดแนวทางปฏิบัติต่อกันระหว่างบุคคลสองฝ่าย คือ นายจ้างและลูกจ้าง

d)

กฎหมายที่บัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง

4.

วันหยุดตามประเพณี ไม่น้อยกว่ากี่วัน/ปี โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติ

a)

ไม่น้อยกว่า 7 วันต่อปี

b)

ไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปี

c)

ไม่น้อยกว่า 15 วันต่อปี

d)

ไม่น้อยกว่า 17 วันต่อปี

5.

ค่าจ้างในวันลา จ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยไม่เกินกี่วันทำงาน/ปี

a)

ไม่เกิน 10 วันทำงานต่อปี

b)

ไม่เกิน 20 วันทำงานต่อปี

c)

ไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี

d)

ไม่เกิน 60 วันทำงานต่อปี

6.

วันหยุดพักผ่อนประจำปี ไม่น้อยกว่ากี่วันทำงาน/ปี สำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาครบ 1 ปี

a)

ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี

b)

ไม่น้อยกว่า 5 วันทำงานต่อปี

c)

ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี

d)

ไม่น้อยกว่า 7 วันทำงานต่อปี

7.

กฎหมายคุ้มครองแรงงานห้ามมิให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าเท่าใดเป็นลูกจ้าง

a)

13 ปี

b)

15 ปี

c)

17 ปี

d)

18 ปี

8.

กฎหมายคุ้มครองแรงงานห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่ากี่ปีทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด

a)

15 ปี

b)

16 ปี

c)

17 ปี

d)

18 ปี

9.

คำว่า เด็ก ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมายถึงข้อใด

a)

บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี

b)

บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี

c)

บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

d)

บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี

10.

กฎกระทรวงได้กำหนดเวลาทำงานของลูกจ้างไม่เกินกี่ชั่วโมงต่อวัน

a)

4 ชั่วโมงต่อวัน

b)

5 ชั่วโมงต่อวัน

c)

7 ชั่วโมงต่อวัน

d)

8 ชั่วโมงต่อวัน

11.

กฎกระทรวงได้กำหนดเวลาทำงานเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินกี่ชั่วโมง

a)

32 ชั่วโมง

b)

45 ชั่วโมง

c)

48 ชั่วโมง

d)

60 ชั่วโมง

12.

ในกรณีงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างกฎกระทรวงได้กำหนดเวลาทำงานปกติวันหนึ่งต้องไม่เกินกี่

ชั่วโมง

a)

5 ชั่วโมง

b)

6 ชั่วโมง

c)

7 ชั่วโมง

d)

8 ชั่วโมง

13.

ห้ามนายจ้างใช้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลาเท่าไหร่

a)

20.00 - 06.00 น.

b)

21.00 - 07.00 น.

c)

21.00 - 06.00 น.

d)

22.00 - 06.00 น.

14.

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่กี่คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เป็นภาษาไทย ปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้างและ ส่งสำเนาให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

a)

3 คนขึ้นไป

b)

5 คนขึ้นไป

c)

7 คนขึ้นไป

d)

10 คนขึ้นไป

15.

เวลาพักระหว่างการทำงานปกติไม่ น้อยกว่า

a)

2 ชม./วัน หลังจากลูกจ้างทำงานมาแล้วไม่เกิน 2 ชม. ติดต่อกัน

b)

2 ชม./วัน หลังจากลูกจ้างทำงานมาแล้วไม่เกิน 3 ชม. ติดต่อกัน

c)

1 ชม./วัน หลังจากลูกจ้างทำงานมาแล้วไม่เกิน 5 ชม. ติดต่อกัน

d)

1 ชม./วัน หลังจากลูกจ้างทำงานมาแล้วไม่เกิน 8 ชม. ติดต่อกัน

16.

ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกี่วันทำงาน

a)

2 วัน

b)

3 วัน

c)

5 วัน

d)

7 วัน

17.

เป็นการแสดงว่าสินค้าที่จะนำเสนอนั้นสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าเหนือกว่าคู่แข่งขันคุณสมบัติพิเศษเป็นอย่างไร...คือลักษณะของข้อใด

a)

แนวคิดและขอบเขตของธุรกิจ

b)

โอกาสทางธุรกิจ

c)

สภาวะกลุ่มเป้าหมาย

d)

คู่แข่งขัน

18.

วงจรคุณภาพ PDCA คือข้อใด

a)

วางแผน ตรวจสอบ ปรับปรุง ปฏิบัติ

b)

วางแผน ปฏิบัติ ปรับปรุง ตรวจสอบ

c)

วางแผน ตรวจสอบ ปฏิบัติ ปรับปรุง

d)

วางแผน ปฏิบัติ ตรวจสอบ ปรับปรุง

19.

ปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการด้านการผลิตต้องพิจารณาคือข้อใด

a)

ส่งเสริมการตลาด

b)

เลือกกลุ่มลูกค้า/กำหนดราคาขาย

c)

เลือกทำเลที่ตั้ง

d)

บริหารจัดการ

20.

การประกอบธุรกิจควรรู้สภาพการแข่งขันและคู่แข่ง เพราะเหตุใด

a)

ทำให้ทราบระดับความสามารถของตนเอง

b)

เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

c)

เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาสินค้าและบริการของตนเองให้เป็นที่นิยมของลูกค้า

d)

เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการดำเนินธุรกิจ

21.

. แผนธุรกิจ (Business Plan) หมายถึง

a)

.

ก. แผนการดำเนินงานของธุรกิจที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจทั้งระยะสั้น และระยะยาว

b)

ข. ภาพรวมของกิจการที่ต้องการจะเป็นในอนาคต โดยมีพื้นฐานอยู่บนค. งานที่ต้องทำเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของกิจการ โดยจะอธิบายความเป็น

c)

ค. งานที่ต้องทำเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของกิจการ โดยจะอธิบายความเป็นไปได้ของธุรกิจ/โครงการ

d)

ง. สิ่งที่เราต้องการไปให้ถึงมาจากความต้องการความหวัง จินตนาการ ความใฝ่ฝันที่ผู้บริหารสร้างขึ้น แต่ต้องอยู่ในกรอบที่ไม่เพ้อฝัน และสามารถบรรลุได้ด้วยกระบวนการจัดการ

22.

แผนการตลาด (Marketing plan) หมายถึง

a)

ก. แผนที่แสดงถึงการบริหารจัดการธุรกิจว่ามีการดำเนินการในลักษณะใด มีโครงสร้างการบริหารจัดการแบบใด โดยต้องทำการศึกษา และรวบรวมข้อมูลต่างๆ

b)

ข. การกำหนดแนวทางและทิศทางในการดำเนินงานทางการตลาดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และสัมพันธ์กับกลยุทธ์ทางการตลาดที่กำหนดไว้

c)

ค. กระบวนการในการแปลงสภาพวัตถุดิบและทรัพยากรการผลิตให้เป็นผลผลิตและผลผลิตนั้น หมายความถึงจำนวนหรือมูลค่าของสินค้าและบริการที่ผลิตได้

d)

ง. รายงานทางการเงินที่ประมาณการ อาจสรุปเป็นงบการเงินที่การดำเนินงานในรอบระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้ทราบว่าที่ผ่านมานั้นกิจการมีฐานะทางการเงินอย่างไร

23.

วิสัยทัศน์ (Vision) หมายถึง

a)

ก. ภาพรวมของกิจการที่ต้องการจะเป็นในอนาคตโดยมีพื้นฐานอยู่บนความ เป็นจริงในปัจจุบัน

b)

ข. งานที่ต้องทำเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของกิจการโดยจะอธิบายความเป็นไป ได้ของธุรกิจ

c)

ค. บทสรุปผู้บริหารเป็นส่วนที่สรุปรายละเอียดของแผนธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจริงได้

d)

ง. แผนการดำเนินงานของธุรกิจที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว

24.

"เครื่องหมายการค้า" หมายความว่า

a)

ก. เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น

b)

ข. เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายบริการนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายบริการของบุคคลอื่น

c)

ค. เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้ หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของบุคคลอื่น เพื่อเป็นการรับรองเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด ส่วนประกอบวิธีการผลิต คุณภาพ

d)

ง. เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ใช้หรือจะใช้โดยบริษัทหรือวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกันหรือโดยสมาชิกของสมาคม สหกรณ์ สหภาพ สมาพันธ์ กลุ่มบุคคลหรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชน

25.

ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์แห่งท้องที่ตามแบบที่กำหนด ในกฎกระทรวง ภายในกี่วันนับแต่วันที่รัฐมนตรีได้ประกาศ

a)

ก. 15 วัน

b)

ข. 20 วัน

c)

ค. 30 วัน

d)

ง. 60 วัน

26.

ระบบเศรษฐกิจ หมายถึง

a)

ระบบเศรษฐกิจที่เอกชนสามารถมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินต่างๆ มีเสรีภาพในการเลือกที่จะประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ไม่ว่าในเรื่องการกำหนดนโยบายในการผลิต ว่าผลิตอะไร ผลิตอย่างไร และผลิตเพื่อใคร

b)

เป็นระบบเศรษฐกิจที่รัฐจะเป็นผู้วางแผนการผลิตจากส่วนกลาง มีการจำกัดกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคล และการทำงานของกลไกราคา แต่เน้นการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมแก่ประชาชน

c)

ระบบเศรษฐกิจที่รัฐบาลเข้าไปเป็นผู้ดำเนินการผลิตโดยเน้นในด้านสวัสดิการของประชาชนในประเทศเป็นหลัก รัฐบาลเป็นผู้กำหนดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

d)

หน่วยเศรษฐกิจที่รวมตัวกันทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้รูปแบบการปกครอง จารีตประเพณี สังคม และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ เพื่อกำหนดว่าจะผลิตอะไร จำนวนมากน้อยเท่าใด ใช้วิธีการผลิตอย่างไร และผลิตเพื่อขายให้ใคร

27.

ระบบเศรษฐกิจแบบผสม คือ

a)

ระบบเศรษฐกิจที่เอกชนสามารถมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินต่างๆ มีเสรีภาพในการเลือกที่จะประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ไม่ว่าในเรื่องการกำหนดนโยบายในการผลิต ว่าผลิตอะไร ผลิตอย่างไร และผลิตเพื่อใคร

b)

ป็นระบบเศรษฐกิจที่รัฐจะเป็นผู้วางแผนการผลิตจากส่วนกลาง มีการจำกัดกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคล และการทำงานของกลไกราคา แต่เน้นการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมแก่ประชาชน

c)

ระบบเศรษฐกิจที่นำลักษณะสำคัญของระบบทุนนิยมและสังคมนิยมมารวมไว้ด้วยกัน กล่าวคือ มีทั้งส่วนที่ปล่อยให้เอกชนตัดสินใจดำเนินการกิจกรรมทางเศรษฐกิจเอง และส่วนที่รัฐบาลเข้าไปควบคุมและวางแผนทางเศรษฐกิจ

d)

ะบบเศรษฐกิจที่รัฐบาลเข้าไปเป็นผู้ดำเนินการผลิตโดยเน้นในด้านสวัสดิการของประชาชนในประเทศเป็นหลัก รัฐบาลเป็นผู้กำหนดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตและกิจการขนาดใหญ่ที่สำคัญ

28.

ระบบคอมมิวนิสต์ คือ

a)

ระบบเศรษฐกิจที่เอกชนสามารถมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินต่างๆ มีเสรีภาพในการเลือกที่จะประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ไม่ว่าในเรื่องการกำหนดนโยบายในการผลิต ว่าผลิตอะไร ผลิตอย่างไร และผลิตเพื่อใคร

b)

เป็นระบบเศรษฐกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตทุกชนิด โดยรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการในการตัดสินใจทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม โดยรัฐบาลจะกำหนดว่า จะให้ประชาชนในประเทศผลิตสินค้าและบริการอะไร ผลิตอย่างไร และเพื่อส่งให้ใครบริโภค

c)

ป็นระบบเศรษฐกิจที่รัฐจะเป็นผู้วางแผนการผลิตจากส่วนกลาง มีการจำกัดกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคล และการทำงานของกลไกราคา แต่เน้นการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมแก่ประชาชน

d)

ระบบเศรษฐกิจที่รัฐบาลเข้าไปเป็นผู้ดำเนินการผลิตโดยเน้นในด้านสวัสดิการของประชาชนในประเทศเป็นหลัก รัฐบาลเป็นผู้กำหนดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตและกิจการขนาดใหญ่ที่สำคัญ

29.

ประเทศส่วนใหญ่ในโลกมีระบบเศรษฐกิจแบบใด

a)

ทุนนิยม

b)

เสรีนิยม

c)

แบบผสม

d)

สังคมนิยม

30.

ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบผสมคืออะไร

a)

รัฐบาลสามารถเข้าไปควบคุมหรืออกกฎหมายเพื่อกำกับถ้าเอกชนดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จนสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน

b)

รายได้ของแรงงานมีจำนวนเท่าเทียมกันทุกคน ส่งผลให้ประชาชนมีความตั้งใจในการทำงาน ในองค์กรธุรกิจอย่างเต็มที่

c)

เอกชนมีกำลังใจในการผลิตสินค้าตามนโยบายของรัฐบาล

d)

การบริหารงานขององค์กรธุรกิจมีประสิทธิภาพ

31.

ข้อความใดสัมพันธ์กับระบบเศรษฐกิจ

a)

การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

b)

การดำเนินงานต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ผลิตจำนวนมาก

c)

การนำปัจจัยการผลิตออกสู่ตลาดในรูปแบบต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อผู้ผลิต แต่คำนึงถึง ความเป็นธรรมของผู้บริโภค

d)

ความร่วมมือกันของมนุษย์ในการสร้างและใช้ทรัพยากร เพื่อสนองความต้องการของสมาชิกใน สังคมที่มีการปฏิบัติคล้ายคลึงกัน

32.

ข้อใดกล่าวถึงธุรกิจได้ถูกต้อง

a)

ก. กิจกรรมการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ

b)

ข. กิจกรรมสร้างความพอใจให้แก่มนุษย์ทุกคน

c)

ค. กิจกรรมที่ใช้กำลังคนจำนวนมาก

d)

ง. กิจกรรมที่ก่อให้เกิดความนิยม

33.

วัตถุประสงค์หลักของธุรกิจคือต้องการกำไรส่วนองค์กรทางภาครัฐ

มีวัตถุประสงค์หลักที่สำคัญที่สุดในข้อใด.

a)

ก. กำไร

b)

ข. ให้บริการกับประชาชน

c)

ค. ต้องการความมั่นคงและเจริญก้าวหน้า

d)

ง. ถูกทุกข้อ

34.

แฟรนไชส์ หมายถึงข้อใด

a)

ก. ร้านขายของชำทั่วไป

b)

ข. ร้านสรรพสินค้าขนาดใหญ่

c)

ค. เป็นธุรกิจแบบสัมปทานซึ่งเจ้าของธุรกิจแต่ละคนดำเนินงานเสมือนหน่วยหนึ่งของบริษัทลูกโซ่ขนาดใหญ่ภายใต้ข้อตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆซึ่งระบุไว้ในสัญญาเป็นมาตรฐานเดียวกันรูปแบบร้านและภาชนะอุปกรณ์

d)

ง. เป็นธุรกิจแบบขายตรงโดยบุคคลหรือกลุ่มจะมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน

ดำเนินงานในรูปแบบของการช่วยเหลือแม่ทีมจะช่วยเหลือลูกทีม

และมีคลังกักเก็บสินค้าเพื่อให้ลูกทีมเบิกสินค้าในการนำไปจำหน่ายแก่สมาชิก

35.

เป็นธุรกิจที่มีผู้จัดตั้งตั้งแต่ 7 คนขึ้นไปเข้าชื่อกันจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิด้วยความสมัครใจแบ่งเงินทุนออกเป้นหุ้นๆเท่าๆกันซึ่งผู้ถือหุ้นจะรับผิดชอบจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบตามมูลค่าของหุ้นที่ตนถือหมายถึงข้อใด

a)

สหกรณ์

b)

ห้างหุ้นส่วนจำกัด

c)

รัฐวิสาหกิจ

d)

บริษัทจำกัด

36.

เป็นธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นด้วยทุนทั้งหมดของรัฐบาลหรือรัฐบาลมีทุนมากกว่าร้อยละ 50มีข้อดีช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นเป็นแหล่งรายได้ของรัฐและยังควบคุมสินค้าบางตัวที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพข้อเสียคือภาคเอกชนหมดโอกาสที่จะลงทุนหมายถึงข้อใด

a)

ก. ห้างหุ้นส่วนจำกัด

b)

ข. บริษัทจำกัด

c)

ค. สหกรณ์

d)

ง. รัฐวิสาหกิจ

37.

ถ้านักเรียนมีคู่แข่งทางธุรกิจจะทำอย่างไรเพื่อให้สินค้าและบริการ

ของตนเองเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากกว่า

a)

ก. ปรับปรุงสินค้าและบริการให้เหนือกว่าคู่แข่งทั้งในด้านคุณภาพและราคา

b)

ข. โจมตีคู่แข่งโดยใช้สื่อโฆษณาเปรียบเทียบสินค้าและบริการ

c)

ค. ตั้งร้านค้าที่มีขนาดใหญ่กว่าคู่แข่งและอยู่ในบริเวณเดียวกัน

d)

ง. แจกของที่ระลึกให้แก่ผู้บริโภคมากกว่าคู่แข่ง

38.

จุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดของธุรกิจ คืออะไร

a)

มียอดขายสูง

b)

ให้บริการที่ดีที่สุด

c)

แสวงหารายได้

d)

สร้างสรรค์ผลผลิตที่มีคุณภาพ

39.

รัฐต้องมีหุ้นอยู่ในรัฐวิสาหกิจเท่าไร

a)

เกินกว่า ๒๕% ของหุ้นทั้งหมด

b)

เกินกว่า ๕๐% ของหุ้นทั้งหมด

c)

เกินกว่า ๗๕% ของหุ้นทั้งหมด

d)

หุ้นทั้งหมดเป็นของรัฐ

40.

การประกอบธุรกิจควรรู้สภาพการแข่งขันและคู่แข่ง เพราะเหตุใด

a)

ก. ทำให้ทราบระดับความสามารถของตนเอง

b)

ข. เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

c)

ค. เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาสินค้าและบริการของตนเองให้เป็นที่นิยมของลูกค้า

d)

ง. เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการดำเนินธุรกิจ