wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบกลางภาคเรียน 1/64 30121-2002 คอนกรีตเทคโนโลยี D1,5,6

Total questions: 40

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.

ปูนซีเมนต์ปอร์อตแลนด์ผลิตครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ใด

a)

2409

b)

2456

c)

2469

d)

2478

2.

ปูนซีเมนต์ปอร์อตแลนด์ประกอบด้วยส่วนผสมสำคัญใดบ้าง

a)

หินปูน ซีลิก้า แร่เหล็ก

b)

หินปูน ซิลิก้า แม็กนีเซียม

c)

หินปูน แร่เหล็ก ซิลิก้อน

d)

ซิลีก้า อลูมิน่า โปรแตส

3.

ข้อใดไม่ใช่ออกไซด์หลักของ ปูนซีเมนต์ปอร์อตแลนด์

a)

C3S

b)

C2S

c)

C4A

d)

C4AF

4.

ใครเป็นผู้จดทะเบียนลิขสิทธิ์กระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

a)

John Smeaton

b)

William Wilkinson

c)

Joseph Aspdin

d)

Jean Loius

5.

ใครเป็นผู้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ระบบคอนกรีตเสริมเหล็ก

a)

John Smeaton

b)

William Wilkinson

c)

Joseph Aspdin

d)

Jean Loius

6.

ซีเมนต์เพสต์ เกิดขึ้นจากส่วนผสมใด

a)

น้ำ + ปูนซีเมนต์ + หิน

b)

น้ำ + ปูนซีเมนต์ + หิน + ทราย

c)

น้ำ + ปูนซีเมนต์ + ทราย

d)

น้ำ + ปูนซีเมนต์

7.

มอร์ต้า เกิดขึ้นจากส่วนผสมใด

a)

น้ำ + ปูนซีเมนต์ + หิน

b)

น้ำ + ปูนซีเมนต์ + หิน + ทราย

c)

น้ำ + ปูนซีเมนต์ + ทราย

d)

น้ำ + ปูนซีเมนต์

8.

ปฏิกิริยาทางเคมี Hydration เกิดจากส่วนผสมในข้อใด

a)

น้ำ + ปูนซีเมนต์

b)

ปูนซีเมนต์ + หิน

c)

ปูนซีเมนต์ + ทราย

d)

ปูนซีเมนต์ + หิน + ทราย

9.

ข้อใดไม่ใช่กระบวนการทำคอนกรีตทั่วไป

a)

เลือกหาวัตถุดิบที่เหมาะสม

b)

กำหนดอัตราส่วน

c)

ชั่งตวงส่วนผสมโดยใช้การคาดคะเน

d)

ผสม

10.

C3S ย่อมาจากข้อใด

a)

ไดคัลเซียมซิลิเกต

b)

ไตรคัลเซียมซิลิเกต

c)

ไดคัลเซียมอลูมิเนต

d)

เตตะคัลเซียมอลูมิโนเฟอร์ไรท์

11.

C4 AF ย่อมาจากข้อใด

a)

ไดคัลเซียมซิลิเกต

b)

ไตรคัลเซียมซิลิเกต

c)

ไดคัลเซียมอลูมิเนต

d)

เตตะคัลเซียมอลูมิโนเฟอร์ไรท์

12.

C2S มีปริมาณเท่าใดในปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

a)

35 - 55%

b)

15 - 35%

c)

7 - 15%

d)

5 - 10%

13.

C3A มีปริมาณเท่าใดในปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

a)

35 - 55%

b)

15 - 35%

c)

7 - 15%

d)

5 - 10%

14.

ข้อใดไม่ใช่สารประกอบรองในปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

a)

ยิปซั่ม

b)

ซิลิก้า

c)

Free Lime

d)

แม็กนีเซียมออกไซด์

15.

ข้อใดคือระยะเวลาในการก่อต่อของคอนกรีต

a)

30 นาที

b)

45 นาที

c)

55 นาที

d)

1 ชั่วโมง

16.

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์มีกี่ประเภท

a)

3 ประเภท

b)

4 ประเภท

c)

5 ประเภท

d)

6 ประเภท

17.

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทใดที่ไม่ได้มีการผลิตรในประเทศไทย

a)

ประเภท 1

b)

ประเภท 2

c)

ประเภท 3

d)

ประเภท 5

18.

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทใดเหมาะสำหรับงานก่อสร้างที่อยู่ในพื้นที่ที่มีซัลเฟตสูง

a)

ประเภท 1

b)

ประเภท 2

c)

ประเภท 3

d)

ประเภท 5

19.

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทใดเหมาะสำหรับงานก่อสร้างโครงสร้างทั่วไป

a)

ประเภท 1

b)

ประเภท 2

c)

ประเภท 3

d)

ประเภท 5

20.

ข้อใดจัดเป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์พิเศษ

a)

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา

b)

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ดัดแปลง

c)

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ให้กำลังอัดเร็ว

d)

ปูนซีเมนต์ขาว

21.

ปูนซีเมนต์ผสม ซึ่งผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ Type 1 กับทรายโดยมีปริมาณการผสมเท่าใด

a)

15 - 25 %

b)

25 - 30 %

c)

30 - 45 %

d)

35 - 55 %

22.

มวลรวมจัดแบ่งตามขนาด มีกี่ประเภท

a)

2 ประเภท

b)

3 ประเภท

c)

4 ประเภท

d)

5 ประเภท

23.

มวลรวมที่มีขนาดเล็กแบ่งออกได้เป็น 2 ประภทตรงกับข้อใด

a)

Silt Clay

b)

Clay Sand

c)

Sand Rock

d)

Rock Silt

24.

คุณสมบัติข้อใดของมวลรวมมีผลต่อความสามารถเทได้ของคอนกรีตสด

a)

ความแข็งแรง

b)

ความต้านทานต่อแรงกระแทก

c)

ความคงทนต่อปฏิกิริยาเคมี

d)

รูปร่างและลักษณะผิว

25.

ข้อใดคือค่า F.M. ของทราย

a)

2.1 - 3.1

b)

2.3 - 3.2

c)

2.4 - 3.3

d)

2.5 - 3.5

26.

ข้อใดจัดเป็นลักษณะของสภาพความชื้น

a)

อบแห้ง

b)

แห้งในอากาศ

c)

เปียก

d)

ถูกทุกข้อ

27.

ข้อใดคือค่าความถ่วงจำเพาะของมวลรวมหยาบ

a)

2.56

b)

2.65

c)

2.7

d)

2.75

28.

ข้อใดคือค่าความถ่วงจำเพาะของมวลรวมละเอียด

a)

2.56

b)

2.65

c)

2.7

d)

2.75

29.

ข้อใดคือค่าหน่วยน้ำหนักของมวลรวมที่ใช้อยู่ทั่วๆ ไปในประเทศไทย

a)

1,200 - 1,400 กก./ลบ.ม.

b)

1,300 - 1,500 กก./ลบ.ม.

c)

1,400 - 1,600 กก./ลบ.ม.

d)

1,500 - 1,700 กก./ลบ.ม.

30.

การทดสอบความสามารถต้านการเสียดสี นิยมทดสอบโดยการใช้เครื่องทดสอบใด

a)

Size Analysis

b)

Fineness Modulus

c)

Moisture and Absorption

d)

Los Angeles

31.

สิ่งเจือปนในน้ำที่ใช้ในการผสมคอนกรีต ที่ส่งผลต่อคุณภาพคอนกรีต คือข้อใด

a)

ตะกอน

b)

สารละลาย

c)

อนินทรีย์

d)

ถูกทุกข้อ

32.

น้ำที่ใช้ผสมคอนกรีตต้องมีค่าความเป็นกรด - ด่าง (PH) ตรงกับข้อใด

a)

6-8

b)

7-9

c)

8-10

d)

10-12

33.

สารเคมีประสมเพิ่มในคอนกรีตมีกี่ประเภท

a)

4 ประเภท

b)

5 ประเภท

c)

6 ประเภท

d)

7 ประเภท

34.

ข้อใดไม่ใช่สารเคมีประสมเพิ่มในคอนกรีต

a)

สารลดปริมาณน้ำ

b)

สารเฉื่อย

c)

สารนยืดเวลาการก่อตัว

d)

สารเร่งการก่อตัวและแข็งตัว

35.

น้ำส่วนเกินในคอนกรีตถ้ามีมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อคอนกรีตตรงกับข้อใด

a)

เกิดการแยกตัว

b)

เกิดการหดตัว

c)

กำลังอัต่ำลง

d)

ถูกทุกข้อ

36.

Superplasticizer สามารถปริมาณน้ำในส่วนผสมได้เท่าใด

a)

10 - 30 %

b)

15 - 30 %

c)

20 - 40 %

d)

25 - 30 %

37.

Pozzolana จัดเป็นสารในหมวดหมู่ใด

a)

สารกักกระจายฟองอากาศ

b)

สารเคมีผสมคอนกรีต

c)

สารแร่ธาตุผสมเพิ่ท

d)

สารผสมเพิ่มอื่นๆ

38.

Fly Ash เกิดจากข้อใด

a)

อนินทรีย์

b)

แคลเซียมอ็อกไซด์

c)

ขี้เถ้าอนินทรีย์

d)

ฟองอากาศ

39.

สารนชนิดใดมีผลทางอ้อมต่อการเร่งอัตราการพัฒนากำลังอัดในช่วงต้น

a)

สารลดน้ำ

b)

สารเร่ง

c)

สารหน่วง

d)

สารกักกระจายฟองอากาศ

40.

เพราะเหตุใดจึงต้องมีการลดปริมาณน้ำในการผสมคอนกรีต

a)

ประหยัด

b)

ความสามารถเทได้ของคอนกรีต

c)

สะดวก

d)

ป้องกันน้ำส่วนเกิน