wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวนเรื่องกาพย์เห่เรือ ม.6

Total questions: 50

Worksheet time: 14mins

Name
Class
Date
1.

กาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ แต่งขึ้นจุดประสงค์ใด

a)

ขับเห่ในกระบวนเรือเสด็จในการบำเพ็ญพระราชกุศล

b)

ขับเห่ในกระบวนเรือเสด็จในพระราชพิธีทางน้ำ

c)

เพื่อขับเห่ในกระบวนเรือเสด็จประพาสในสถานที่ต่างๆ

d)

เพื่อขับเห่ในกระบวนเรือเสด็จไปพระราชทานผ้าพระกฐิน

2.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องกาพย์เห่เรือ

พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร

a)

กวีทรงพระนิพนธ์วรรณคดีเรื่องนี้ระหว่างเสด็จไปอยุธยาโดยทางเรือ

b)

ลักษณะคำประพันธ์ประกอบด้วย โคลงสี่สุภาพ

กาพย์ยานี 11 และร่ายยาว

c)

เนื้อหาประกอบด้วยบทพรรณนาชมเรือและชมธรรมชาติโดยไม่มีการรำพึงรำพันถึงนางอันเป็นที่รัก

d)

กวีทรงพระนิพนธ์เพื่อใช้เห่เรือพระที่นั่งของพระองค์เองแต่ในยุคต่อมา วรรณคดีเรื่องนี้ใช้ในการเห่เรือหลวง

3.

การที่กวีไทยทั่วไปชมนก ชมไม้ ชมปลา ฯลฯ ในการเดินทางนั้น

เป็นเครื่องช่วยให้เราเข้าใจได้เด่นชัดว่าอย่างไร

a)

คนไทยมีจิตใจอ่อนโยนรักธรรมชาติลึกซึ้ง

b)

ฝูงสัตว์ชุกชุมเป็นอันมากในสมัยนั้น

c)

บ้านเมืองไทยสุขสมบูรณ์ด้วยทรัพยากร

d)

กวีไม่มีสิ่งใดจะกล่าวถึงนอกจากป่าเขาลำเนาไพร

4.

ข้อใดให้ความรู้สึกสะเทือนอารมณ์มากที่สุด

a)

แก้วพี่นี้สุดนวล ดั่งนางฟ้าหน้ายองใย

b)

ตัวเดียวมาพลัดคู่ เหมือนพี่อยู่ผู้เดียวดาย

c)

สร้อยทองย่องเยื้องชาย เหมือนสายสวาทนาดนวยจร

d)

ไพเราะเพราะกังวาน ปานเสียงน้องร้องสั่งชาย

5.

ข้อใดสะท้อนให้เห็นการตกแต่งเรือ

a)

สมรรถไชยไกรกาบแก้ว แสงวับแววจับสาคร

b)

คชสีห์ที่ผาดเผ่น ดูดั่งเป็นเห็นขบขัน

c)

เรือม้าหน้ามุ่งน้ำ แล่นเฉื่อยฉ่ำลำละหง

d)

ดูยิ่งสิงห์ลำพอง เป็นแถวท่องล่องตามกัน

6.

การพรรณนาในข้อใดทำให้เกิดภาพพจน์มากที่สุด

a)

เรือครุฑยุดนาคหิ้ว ลิ่วลอยมาพาผันผยอง

พลพายกรายพายทอง ร้องโห่เห่โอ้เห่มา

b)

สรมุขมุขสี่ด้าน เพียงพิมานผ่านเมฆา

ม่านกรองทองรจนา หลังคาแดงแย่งมังกร

c)

สมรรถไชยไกรกาบแก้ว แสงวับแววจับสาคร

เรียบเรียงเคียงคู่จร ดั่งร่อนฟ้ามาแดนดิน

d)

สุวรรณหงส์ทรงภู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์

เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม

7.

ข้อใดกล่าวถึงชื่อพรรณไม้มากที่สุด

a)

สาวหยุดพุทธชาด บานเกลื่อนกลาดดาษดาไป

นึกน้องกรองมาลัย วางให้พี่ข้างที่นอน

b)

เต็งแต้วแก้วกาหลง บานบุษบงส่งกลิ่นอาย

หอมอยู่ไม่รู้หาย คล้ายกลิ่นผาเจ้าตาตรู

c)

พิกุลบุนนาคบาน กลิ่นหอมหวานซ่านขจร

แม้นนุชสุดสายสมร เห็นจะวอนอ้อนพี่ชาย

d)

พุดจีบกลีบแสล้ม พิกุลแกมแซมสุกรม

หอมชวยรวยตามลม เหมือนกลิ่นน้องต้องติดใจ

8.

ปลาในข้อใดมีความงามเทียมเท่านาง

a)

นวลจันทร์เป็นนวลจริง เจ้างามพริ้งยิ่งนวลปลา

b)

คางเบือนเบือนหน้ามา ไม่งามเท่าเจ้าเบือนชาย

c)

เพียนทองงามดั่งทอง ไม่เหมือนน้องห่มตาดพราย

d)

ปลาเสือเหลือที่ตา เลื่อมแหลมกว่าปลาทั้งปวง

เหมือนตาสุดาดวง ดูแหลมล้ำขำเพราคม

9.

ข้อใดสะท้อนภาพการแต่งกายของสตรีไทยในอดีตอย่างชัดเจน

a)

เต็งแต้วแก้วกาหลง บานบุษบงส่งกลิ่นอาย

หอมอยู่ไม่รู้หาย คล้ายกลิ่นผาเจ้าตาตรู

b)

งามทรงวงดั่งวาด งามมารยาทนาดกรกราย

งามพริ้มยิ้มแย้มพราย งามคำหวานลานใจถวิล

c)

เพียนทองงามดั่งทอง ไม่เหมือนน้องห่มตาดพราย

กระแหแหห่างชาย ดั่งสายสวาทคลาดจากสม

d)

ปลาสร้อยลอยล่องชล ว่ายเวียนวนปนกันไป

เหมือนสร้อยทรงทรามวัย ไม่เห็นเจ้าเศร้าบ่วาย

10.

ข้อความต่อไปนี้มีปลากี่ชนิด

ชะแวงแฝงฝั่งแนบ ชะวาดแอบแปบปนปลอม

เหมือนพี่แอบแนบถนอม จอมสวาทนาฏบังอร

a)

2 ชนิด

b)

3 ชนิด

c)

4 ชนิด

d)

5 ชนิด

11.

แต่เช้าเท่าถึงเย็น กล้ำกลืนเข็ญเป็นอาจิณ

ชายใดในแผ่นดิน ไม่เหมือนพี่ที่ตรอมใจ

ข้อใดเป็นประเด็นสำคัญของคำประพันธ์บทนี้

a)

ความทุกข์เพราะความรัก

b)

ความทุกข์ที่มีอยู่ตั้งแต่เช้าจนเย็น

c)

ความโศกเศร้าที่ไม่เคยเสื่อมคลาย

d)

ความทุกข์ระทมใจที่ไม่มีใครเหมือน

12.

ข้อใดไม่ปรากฏชื่อเรือ

a)

สรมุขมุขสี่ด้าน เพียงพิมานผ่านเมฆา

ม่านกรองทองรจนา หลังคาแดงแย่งมังกร

b)

สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลัสินธุ์

เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม

c)

สมรรถชัยไกรกาบแก้ว แสงแวววับจับสาคร

เรียบเรียงเคียงคู่จร ดั่งร่อนฟ้ามาแดนดิน

d)

กรีธาหมู่นาเวศ จากนคเรศโดยสาชล

เหิมหื่นชื่นกระมล ยลมัจฉาสารพันมี

13.

.“ยามสองฆ้องยามย่ำ ทุกคืนค่ำย่ำอกเอง

เสียงปี่มีครวญเครง เหมือนเรียมร่ำคร่ำครวญนาน” จากบทร้อยกรอง ได้แสดงวัฒนธรรมไทยโบราณตรงกับข้อใดมากที่สุด

a)

การบอกเวลา

b)

การผลัดเปลี่ยนเวรยาม

c)

การบอกเวลาเปลี่ยนยาม

d)

การบอกเวลาออกเวรและเข้ารับเวรใหม่

14.

ข้อใดไม่มีการเล่นคำ

a)

1. เรือชายชมมิ่งไม้ ริมท่าไสวหลากหลายพรรณ

เพล็ดดอกออกแกมกัน ส่งกลิ่นเกลี้ยงเพียงกลิ่นสมร

b)

1. น้ำเงินคือเงินยวง ขาวพรายช่วงสีสำอาง

ไม่เทียบเปรียบโฉมนาง งามเรืองเรื่อเนื้อสองสี

c)

1. แก้มช้ำช้ำใครต้อง อันแก้มน้องช้ำเพราะชม

ปลาทุกทุกข์อกกรม เหมือนทุกข์พี่ที่จากนาง

d)

1. ชมดวงพวงนางแย้ม บานแสล้มแย้มเกสร

คิดความยามบังอร แย้มโอษฐ์ยิ้มพริ้มพรายงาม

15.

คำประพันธ์ข้อใดแสดงถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของบุคคลได้แยบยลที่สุด

a)

แก้มช้ำช้ำใครต้อง อันแก้มน้องช้ำเพราะชม

b)

เนื้ออ่อนอ่อนแต่ชื่อ เนื้อน้องหรืออ่อนทั้งกาย

c)

รวยรินกลิ่นรำเพย คิดที่เคยเชยกลิ่นปราง

d)

เหมือนพี่นี้ประคอง รับขวัญน้องต้องมือเบา

16.

เรียมทนทุกข์แต่เช้า ถึงเย็น

มาสู่สุขคืนเข็ญ หม่นไหม้

ชายใดจากสมรเป็น ทุกข์เท่า เรียมเลย

จากคู่วันเดียวได้ ทุกข์ปิ้มปานปี

บทประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์ชนิดใด?

a)

ปฏิพากย์

b)

อติพจน์

c)

อุปลักษณ์

d)

นามนัย

17.

ข้อใดไม่มีคำที่หมายถึง “ผู้หญิง”

a)

1. ชะแวงแฝงฝั่งแนบ ชะวาดแอบแปบปนปลอม

เหมือนพี่แอบแนบถนอม จอมสวาทนาฏบังอร

b)

1. หางไก่ว่ายแหวกว่าย หางไก่คล้ายไม่มีหงอน

คิดอนงค์องค์เอวอร ผมประบ่าอ่าเอี่ยมไร

c)

เพรางายวายเสพรส แสนกำสรดอดโอชา

อิ่มทุกข์อิ่มชลนา อิ่มโศกาหน้านองชล

d)

ประยงค์ทรงพวงห้อย ระย้าย้อยห้อยพวงกรอง

เหมือนอุบะนวลละออง เจ้าแขวนไว้ให้เรียมชม

18.

ข้อใดกล่าวถึงชื่อพรรณไม้มากที่สุด

a)

สาวหยุดพุทธชาด บานเกลื่อนกลาดดาษดาไป

นึกน้องกรองมาลัย วางให้พี่ข้างที่นอน

b)

เต็งแต้วแก้วกาหลง บานบุษบงส่งกลิ่นอาย

หอมอยู่ไม่รู้หาย คล้ายกลิ่นผ้าเจ้าตาตรู

c)

พิกุลบุนนาคบาน กลิ่นหอมหวานซ่านขจร

แม้นนุชสุดสายสมร เห็นจะวอนอ้อนพี่ชาย

d)

พุดจีบกลีบแสล้ม พิกุลแกมแซมสุกรม

หอมชวยรวยตามลม เหมือนกลิ่นน้องต้องติดใจ

19.

ม่านกรองทองรจนา คำที่พิมพ์ตัวหนาหมายความว่า

a)

ผ้าโปร่งถักด้วยไหมแล้วกรองด้วยไหมทองเป็นลาย

b)

ม่านผ้าโปร่งถักเป็นลายด้วยไหมทอง

c)

ผ้าม่านถักด้วยลวดทองทำเป็นทอง

d)

ผ้าไหมทำเป็นม่านมีลวดลายทอง

20.

กาพย์เห่เรือพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ไม่มีลักษณะใด

a)

บทพรรณนาชมกระบวนเรือ

b)

บทรำพันถึงนางอันเป็นที่รักทำนองนิราศ

c)

บทพรรณนาชมไพร่พล

d)

บทพรรณนาชมนกชมไม้

21.

ข้อใดโดดเด่นด้านการใช้คำบรรยายให้เกิดภาพเคลื่อนไหว

a)

แมลงภู่คู่เคียงว่าย เห็นคล้ายคล้ายน่าเชยชม

คิดความยามเมื่อสม สนิทเคล้าเจ้าเอวบาง

b)

เรือสิงห์วิ่งเผ่นโผน โจนตามคลื่นฝืนฝ่าฟอง

ดูยิ่งสิงห์ลำพอง เป็นแถวท่องล่องตามกัน

c)

นกแก้วแจ้วแจ่มเสียง จับไม้เรียงเคียงคู่สอง

เหมือนพี่นี้ประคอง รับขวัญน้องต้องมือเบา

d)

หางไก่ว่ายแหวกว่าย หางไก่คล้ายไม่มีหงอน

คิดอนงค์องค์เอวอร ผมประบ่าอ่าเอี่ยมไร

22.

ข้อใดสะท้อนภาพการแต่งกายของสตรีไทยในอดีตอย่างชัดเจน

a)

เต็งแต้วแก้วกาหลง บานบุษบงส่งกลิ่นอาย

หอมอยู่ไม่รู้หาย คล้ายกลิ่นผ้าเจ้าตาตรู

b)

งามทรงวงดั่งวาด งามมารยาทนาดกรกราย

งามพริ้มยิ้มแย้มพราย งามคำหวานลานใจถวิล

c)

เพียนทองงามดั่งทอง ไม่เหมือนน้องห่มตาดพราย

กระแหแหห่างชาย ดั่งสายสวาทคลาดจากสม

d)

ปลาสร้อยลอยล่องชล ว่ายเวียนวนปนกันไป

เหมือนสร้อยทรงทรามวัย ไม่เห็นเจ้าเศร้าบ่วาย

23.

ข้อใดไม่มีการพรรณนาแบบนิราศ

a)

เรื่อยเรื่อยมารอนรอน ทิพากรจะตกต่ำ

สนธยาจะใกล้ค่ำ คำนึงหน้าเจ้าตาตรู

b)

ปลายกรายว่ายเคียงคู่ เคล้ากันอยู่ดูงามดี

แต่นางห่างเหินพี่ เห็นปลาเคล้าเศร้าใจจร

c)

มะลิวัลย์พันจิกจวง ดอกเป็นพวงร่วงเรณู

หอมมาน่าเอ็นดู ชูชื่นจิตคิดวนิดา

d)

กรีธาหมู่นาเวศ จากนคเรศโดยสาชล

เหิมหื่นชื่นกระมล ยลมัจฉาสารพันมี

24.

นาวาแน่นเป็นขนัด ล้วนรูปสัตว์แสนยากร

เรือริ้วทิวธงสลอน สาครลั่นคลั่นครื้นฟอง

เรือครุฑยุดนาคหิ้ว ลิ่วลอยมาพาผันผยอง

พลพายกรายพายทอง ร้องโห่เห่โอ้เห่มา

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเด่นของคำประพันธ์ข้างต้น

a)

ภาพ

b)

เสียง

c)

แสง สี

d)

อารมณ์

25.

ข้อใดกล่าวถึงเวลาเช้า

a)

เพรางายวายเสพรส แสนกำสรดอดโอชา

อิ่มทุกข์อิ่มชลนา อิ่มโศกาหน้านองชล

b)

รอนรอนสุริยโอ้ อัสดง

เรื่อยเรื่อยลับเมรุลง ค่ำแล้ว

c)

ยามสองฆ้องยามย่ำ ทุกคืนค่ำย่ำอกเอง

เสียงปี่มี่ครวญเครง เหมือนเรียมคร่ำร่ำครวญนาน

d)

เรื่อยเรื่อยมารอนรอน ทิพากรจะตกต่ำ

สนธยาจะใกล้ค่ำ คำนึงหน้าเจ้าตาตรู

26.

คำประพันธ์ข้อใดสะท้อนความเชื่อและค่านิยมของคนในสังคมทุกยุคทุกสมัย

a)

เรื่อยเรื่อยมารอนรอน ทิพากรจะตกต่ำ

b)

คิดคะนึงถึงนงราม ผิวเหลืองกว่าจำปาทอง

c)

ม่อยหลับกลับบันดาล ฝันเห็นน้องต้องติดตา

d)

คิดอนงค์องค์เอวอร ผมประบ่าอ่าเอี่ยมไร

27.

นาวาแน่นเป็นขนัด ล้วนรูปสัตว์แสนยากร

เรือริ้วทิวธงสลอน สาครลั่นคลั่นครื้นฟอง

เรือครุฑยุดนาคหิ้ว ลิ่วลอยมาพาผันผยอง

พลพายกรายพายทอง ร้องโห่เห่โอ้เห่มา

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเด่นของคำประพันธ์ข้างต้น

a)

ภาพ

b)

เสียง

c)

แสง สี

d)

อารมณ์

28.

สุวรรณหงส์ทรงภู่ห้อย

งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์

เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์

ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม

คำประพันธ์ดังกล่าวมีการเปรียบเทียบของสิ่งใด

a)

เปรียบเทียบเรือสุวรรณหงส์กับหงส์พาหนะของพระพรหม

b)

เปรียบเทียบเรือสุวรรณหงส์กับความงามของพระพรหม

c)

เปรียบเทียบหงส์ของพระพรหม์กับนางรำ

d)

เปรียบเทียบหงส์กับพระพรหม

29.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องกาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร

a)

กวีทรงพระนิพนธ์วรรณคดีเรื่องนี้ระหว่างเสด็จไปอยุธยาโดยทางเรือ

b)

ลักษณะคำประพันธ์ประกอบด้วย โคลงสี่สุภาพ กาพย์ยานี 11 และร่ายยาว

c)

เนื้อหาประกอบด้วยบทพรรณนาชมเรือและชมธรรมชาติ โดยไม่มีการรำพึงรำพันถึงนางอันเป็นที่รัก

d)

กวีทรงพระนิพนธ์เพื่อใช้เห่เรือพระที่นั่งของพระองค์เอง แต่ในยุคต่อมา วรรณคดีเรื่องนี้ใช้ในการเห่เรือหลวง

30.

ข้อใดไม่มีการเล่นคำ

a)

1. เรือชายชมมิ่งไม้ ริมท่าไสวหลากหลายพรรณ

เพล็ดดอกออกแกมกัน ส่งกลิ่นเกลี้ยงเพียงกลิ่นสมร

b)

1. น้ำเงินคือเงินยวง ขาวพรายช่วงสีสำอาง

ไม่เทียบเปรียบโฉมนาง งามเรืองเรื่อเนื้อสองสี

c)

1. แก้มช้ำช้ำใครต้อง อันแก้มน้องช้ำเพราะชม

ปลาทุกทุกข์อกกรม เหมือนทุกข์พี่ที่จากนาง

d)

1. ชมดวงพวงนางแย้ม บานแสล้มแย้มเกสร

คิดความยามบังอร แย้มโอษฐ์ยิ้มพริ้มพรายงาม

31.

ข้อใดกล่าวถึงเรื่องกาพย์เห่เรือ ของเจ้าฟ้ากุ้งไม่ถูกต้อง

a)

คนไทย เห่เรือเพื่อบูชาเทพเจ้า คือพระราม

b)

เรือพระที่นั่ง ที่พระเจ้าอยู่หัวประทับ ชื่อ เรือกิ่งแก้ว

c)

ลำดับเนื้อเรื่องคือ ชมเรือ ชมปลา ชมไม้ ชมนก

d)

ฉันทลักษณ์ที่ใช้แต่งคือ กาพย์ห่อโคลง

32.

คำประพันธ์ข้อใดให้จินตภาพที่แตกต่างไปจากพวก

a)

เรือสิงห์วิ่งเผ่นโผน โจนตามคลื่นฝืนฝ่าฟอง

ดูยิ่งสิงห์ลำพอง เป็นแถวท่องล่องตามกัน

b)

เรือม้าหน้ามุ่งน้ำ แล่นเฉื่อยฉ่ำลำระหง

เพียงม้าอาชาทรง องค์พระพายผายผันผยอง

c)

เรือชัยไวว่องวิ่ง รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม

เสียงเส้าเร้าระดม ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน

d)

นาคาหน้าดังเป็น ดูเขม้นเห็นขบขัน

มังกรถอนพายพัน ทันแข่งหน้าวาสุกรี

33.

ข้อใดมีคำที่ไม่เข้าพวกปนอยู่ด้วย

a)

สัตวา ดุเหว่า แขกเต้า โนรี

b)

รำเพย กาหลง สุกรม นางแย้ม

c)

มังกร เลียงผา อินทรี วาสุกรี

d)

แก้มช้ำ น้ำเงิน หวีเกศ สร้อยทอง

34.

การพรรณนาเนื้อความข้อใดใช้กลวิธีแตกต่างไปจากพวก

a)

สาลิกามาตามคู่ ชมกันอยู่สู่สมสมร

แต่พี่นี้อาวรณ์ ห่อนเห็นเจ้าเศร้าใจครวญ

b)

มะลิวัลย์พันจิกจวง ดอกเป็นพวงร่วงเรณู

หอมมาน่าเอ็นดู ชูชื่นจิตคิดวนิดา

c)

แมลงภู่คู่เคียงว่าย เห็นคล้ายคล้ายน่าเชยชม

คิดความยามเมื่อสม สนิทเคล้าเจ้าเอวบาง

d)

จำปาหนาแน่นเนื่อง คลี่กลีบเหลืองเรืองอร่าม

คิดคะนึงถึงนงราม ผิวเหลืองกว่าจำปาทอง

35.

กาพย์เห่เรือ ไม่มีเรือชนิดใด

a)

เรือหงส์

b)

เรือครุฑ

c)

เรือสิงห์

d)

เรือนกยูง

36.

ประเพณีการเห่เรือที่มีมาแต่โบราณ แบ่งเป็น ๒ ประเภท คืออะไรบ้าง

a)

เห่เรือพระราชพิธีและเห่สังวาส

b)

เห่สังวาสและเห่ครวญ

c)

เห่เรือพระราชพิธีและเห่เรือเล่น

d)

เห่เรือเล่นและเห่สังวาส

37.

ปลาแมลงภู่เรียกอีกชื่อว่าปลาชนิดใด

a)

ปลาเค้าดำ

b)

ปลาชะโด

c)

ปลาชะวาด

d)

ปลาชะแวง

38.

ดอกไม้ชนิดใดส่งกลิ่นหอมจัดในตอนเช้าตรู่ พอสายกลิ่นจะค่อยๆ ลดลง และหมดกลิ่นเมื่อใกล้เที่ยงวัน

a)

ดอกแก้ว

b)

ดอกนางแย้ม

c)

ดอกพิกุล

d)

ดอกสาวหยุด

39.

นกชนิดใดอยู่ในตระกูลเดียวกันกับนกแก้ว

a)

นกยูง

b)

นกดุเหว่า

c)

นกแขกเต้า

d)

นกนางนวล

40.

“เรือชายชมมิ่งไม้ ริมท่าไสวหลากหลายพรรณ

เพล็ดดอกออกแกมกัน ส่งกลิ่นเกลี้ยงเพียงกลิ่นสมร”

คำประพันธ์ข้างต้น คำใดเป็นคำที่กวี ใช้แทนนางอันเป็นที่รัก

a)

สมร

b)

กลิ่นเกลี้ยง

c)

ดอก

d)

มิ่งไม้

41.

เรือที่พระมหากษัตริย์ประทับในปัจจุบันเมื่อเสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน คือเรือใด

a)

เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ

b)

เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

c)

เรือพระที่นั่งเอกไชยเหินหาว

d)

เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช

42.

“แก้มช้ำช้ำใครต้อง อันแก้มน้องช้ำเพราะชม

ปลาทุกทุกข์อกตรม เหมือนทุกข์พี่ที่จากนาง”

คำประพันธ์ข้างต้นนี้ใช้ศิลปะในการแต่งบทใด

a)

ใช้คำซ้ำ

b)

สัมผัสอักษร

c)

เล่นคำ

d)

สัมผัสสระ

43.

กาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร ได้รับยกย่องว่าเป็นเลิศทางด้านใด

a)

เทศนาโวหาร

b)

สาธกโวหาร

c)

พรรณนาโวหาร

d)

บรรยายโวหาร

44.

“งามทรงวงดังวาด งามมรรยาทนาถกรกราย

งามพริ้มยิ้มแย้มพราย งามคำหวานลานใจถวิล”

บทร้อยกรองข้างต้นนี้ มีใจความตรงกับข้อใด

a)

ลักษณะของผู้หญิงที่งามพร้อม

b)

ลักษณะของผู้หญิงที่ดีพร้อม

c)

ลักษณะของผู้หญิงที่ต้องใจชาย

d)

ลักษณะของผู้หญิงที่มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาไพเราะ

45.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำ

a)

พยุหยาตราสถลมารค

b)

พยุหยาตราชลมารค

c)

พยุหยาตราจักรกลมารค

d)

พยุหยาตราช้างทรงม้าทรง

46.

ข้อใดไม่มีคำที่หมายถึงผู้หญิง

a)

ลมชวยรวยกลิ่นน้อง หอมเรื่อยต้องคลองนาสา

b)

เสียงสรวลเสียงทรามวัย สุดสายใจพี่ตามมา

c)

เห็นฝูงยูงรำฟ้อน คิดบังอรร่อนรำกราย

d)

สนธยาจะใกล้ค่ำ คำนึงหน้าเจ้าตาตรู

47.

ข้อใดแสดงค่านิยม

a)

หอมชวยรวยตามลม เหมือนกลิ่นน้องต้องติดใจ

b)

นึกน้องกรองมาลัย วางให้พี่ข้างที่นอน

c)

เพล็ดดอกออกแกมกัน ส่งกลิ่นเกลี้ยงเพียงกลิ่นสมร

d)

แก้วพี่นี้สุดนวล ดั่งนางฟ้าหน้าใยยอง

48.

ข้อใดแสดงความเชื่อ

a)

เวรามาทันแล้ว จึงจำแคล้วแก้วโกมล

b)

ยามสองฆ้องยามย่ำ ทุกคืนค่ำย่ำอกเอง

c)

ให้แค้นแสนสุดทน ทุกข์ถึงเจ้าเศร้าเสียดาย

d)

แต่เช้าเท่าถึงเย็น กล้ำกลืนเข็ญเป็นอาจิณ

49.

ในตอนใดของกาพย์เห่เรือที่กวีไม่ได้แทรกอารมณ์รักไว้

a)

บทเห่ชมเรือ

b)

บทเห่ชมปลา

c)

บทเห่ชมไม้

d)

บทเห่ครวญ

50.

ภาพนี้คือเรือพระราชพิธีชื่ออะไร

a)

เรือสุพรรณหงส์

b)

เรือครุฑ

c)

เรือชัย

d)

เรือวาสุกรี