wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ เรื่อง องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต ม.1

Total questions: 31

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

ส่วนประกอบใดของเซลล์ที่พบเฉพาะในเซลล์พืช แต่ไม่พบเซลล์สัตว์

a)

ไรโบโซม คอลโรพลาสต์

b)

ผนังเซลล์ คลอโรพลาสต์

c)

แวคิวโอล ไมโทคอนเดรีย

d)

ผนังเซลล์ ร่างแหเอนโดพลาซึม

2.

ออร์แกเนลล์ในข้อใดทำหน้าที่สร้างพลังงานให้แก่เซลล์

a)

ไลโซโซม

b)

ไรโบโซม

c)

ไมโทคอนเดรีย

d)

คลอโรพลาสต์

3.

สารประกอบชนิดใดที่ไม่พบอยู่บนเยื่อหุ้มเซลล์

a)

โปรตีน

b)

เซลลูโลส

c)

ไกลโคโปรตีน

d)

ฟอสโฟลิพิด

4.

โครงสร้างในข้อใดไม่พบในเซลล์สัตว์

a)

ไซโทพลาซึม

b)

ผนังเซลล์

c)

เซนทริโอล

d)

ไมโทคอนเดรีย

5.

ถ้าเปรียบเซลล์พืชกับบ้านของคน “ห้องครัวของบ้าน” เปรียบเหมือนกับโครงสร้างใดของเซลล์พืช

a)

เยื่อหุ้มเซลล์

b)

ไซโทพลาซึม

c)

คลอโรพลาสต์

d)

พลาสโมเดสมาตา

6.

ข้อใดกล่าวถึงร่างแหเอนโดพลาซึมได้ถูกต้อง

a)

ร่างแหเอนโดพลาซึมชนิดขรุขระทำหน้าที่กำจัดสารพิษ

b)

ร่างแหเอนโพลาซึมชนิดผิวเรียบจะมีไรโบโซมมาเกาะ

c)

ร่างแหเอนโพลาซึมชนิดผิวขรุขระจะมีไลโซโซมมาเกาะ

d)

ร่างแหเอนโพลาซึมชนิดผิวเรียบทำหน้าที่สังเคราะห์ไขมัน

7.

เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่เซลล์ ออร์แกเนลล์ใดทำหน้าที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้น

a)

ไลโซโซม

b)

ไรโบโซม

c)

นิวเคลียส

d)

ไมโทคอนเดรีย

8.

เซลล์ชนิดใดของสิ่งมีชีวิตที่จะพบไลโซโซมมากที่สุด

a)

เซลล์ตับ

b)

เซลล์สมอง

c)

เซลล์เม็ดเลือดแดง

d)

เซลล์เม็ดเลือดขาว

9.

ข้อใดไม่จัดรวมอยู่ในส่วนของไซโทพลาซึม

a)

แวคิวโอล

b)

นิวเคลียส

c)

ไมโทคอนเดรีย

d)

กอลจิคอมเพล็กซ์

10.

ออร์แกเนลล์ใดพบเฉพาะในเซลล์พืช แต่ไม่พบในเซลล์สัตว์

a)

ไรโบโซม

b)

ไลโซโซม

c)

คลอโรพลาสต์

d)

กอลจิคอมเพล็กซ์

11.

ข้อใดไม่ใช่คุณคุณสมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์

a)

เยื่อหุ้มเซลล์ช่วยแสดงขอบเขตของเซลล์ได้

b)

เยื่อหุ้มเซลล์สามารถควบคุมแรงดันและปริมาณสารต่าง ๆ ภายในเซลล์ได้

c)

เยื่อหุ้มเซลล์มีคุณสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่านที่จะยอมให้สารบางชนิดผ่านเข้า-ออกได้

d)

เยื่อหุ้มเซลล์ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ และช่วยให้เซลล์คงรูปร่างอยู่ได้

12.

ในเซลล์ที่สร้างโปรตีนเพื่อส่งออกนอกเซลล์ควรพบออร์แกเนลล์คู่ใดมากที่สุด

a)

ไมโทคอนเดรียและเซนทริโอล

b)

กอลจิคอมเพล็กซ์และไลโซโซม

c)

ร่างแหเอนโดพลาซึมชนิดเรียบและไมโทคอนเดรีย

d)

กอลจิคอมเพล็กซ์และร่างแหเอนโดพลาซึมชนิดขรุขระ

13.

โครงสร้างที่เกาะอยู่บนร่างแหเอนโดพลาซึมแบบผิวขรุขระคือข้อใด

a)

ไรโบโซม

b)

ไลโซโซม

c)

ไมโทคอนเดรีย

d)

กอลจิคอมเพล็กซ์

14.

ข้อใดไม่ใช่บทบาทของนิวเคลียส

a)

สังเคราะห์สารบางชนิด

b)

กำจัดสารพิษและสิ่งแปลกปลอม

c)

ควบคุมกิจกรรมต่าง ๆ ของเซลล์

d)

กำหนดลักษณะพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต

15.

ความเข้มข้นของสารมีผลต่อกระบวนการแพร่อย่างไร

a)

มีผลต่ออัตราการแพร่

b)

มีผลต่อเยื่อหุ้มเซลล์

c)

มีผลต่อปริมาณน้ำในกระบวนการแพร่

d)

มีผลต่อการเคลื่อนที่ของน้ำในการแพร่

16.

การแพร่แบบฟาซิเทตมีอัตราการแพร่เร็วกว่าหรือช้ากว่าการแพร่แบบธรรมดา

a)

อัตราการแพร่เท่ากัน

b)

ช้ากว่า เพราะสารมีโมเลกุลขนาดใหญ่

c)

เร็วกว่า เพราะสารมีโมเลกุลขนาดใหญ่ แต่มีปริมาณมาก

d)

เร็วกว่า เพราะโปรตีนตัวพาทำให้สารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้เร็วกว่า

17.

การแลกเปลี่ยนแก๊ส O2 และ CO2 เป็นการลำเลียงสารด้วยกลไกใด

a)

การแพร่

b)

การออสโมซิส

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

d)

การลำเลียงแบบใช้พลังงาน

18.

ออร์แกเนลล์ใดมีความสำคัญต่อการลำเลียงสารโดยใช้พลังงาน

a)

ไรโบโซม

b)

คลอโรพลาสต์

c)

ไมโทคอนเดรีย

d)

เอนโดพลาสมิกเรติคูลัม

19.

การลำเลียงสารขนาดใหญ่ออกจากเซลล์ ทำได้โดยใช้สมบัติใดของเยื่อหุ้มเซลล์

a)

มีชั้นไขมันเรียงตัวสองชั้น

b)

สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้

c)

โปรตีนชนิดพิเศษเป็นส่วนประกอบ

d)

มีช่องว่างขนาดใหญ่ให้สารผ่านออกได้

20.

การลำเลียงสารในข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น ๆ

a)

การกินอาหารของอะมีบา

b)

การดูดซึมแร่ธาตุจากดินของรากพืช

c)

การทำลายเชื้อโรคของเซลล์เม็ดเลือดขาว

d)

การหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนเข้าสู่กระแสเลือด

21.

การแพร่แบบฟาซิลิเทตและการลำเลียงแบบแอกทีฟทรานสปอร์ตมีความแตกต่างอย่างไร

a)

การแพร่แบบฟาซิลิเทตจะผ่านเยื่อหุ้มเซลล์บริเวณลิพิด แต่การลำเลียงแบบแอกทีฟทรานสปอร์ตจะผ่านช่องโปรตีนตัวพา

b)

การแพร่แบบฟาซิลิเทตเป็นการลำเลียงสารโมเลกุลเล็ก แต่การลำเลียงแบบแอกทีฟทรานสปอร์ตเป็นการลำเลียงสารโมเลกุลใหญ่

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทตไม่จำเป็นต้องต้องอาศัยพลังงานในการลำเลียง แต่การลำเลียงแบบแอกทีฟทรานสปอร์ตต้องอาศัยพลังงานในการลำเลียง

d)

การแพร่แบบฟาซิลิเทตจะลำเลียงจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำไปสูง แต่การลำเลียงแบบ

แอกทีฟทรานสปอร์ตจะลำเลียงจากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปต่ำ

22.

การลำเลียงสารรูปแบบใดไม่จัดเป็นการลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

a)

การแพร่

b)

ออสโมซิส

c)

การลำเลียงโดยใช้พลังงาน

d)

การลำเลียงสารขนาดใหญ่

23.

เซลล์ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง มีความเข้มข้น 0.56 เมื่อนำไปใส่ในสารละลายที่มีความเข้มข้น 0.78 เซลล์จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)

เซลล์จะเหี่ยวลง

b)

เซลล์จะเต่งออก

c)

เซลล์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง

d)

เริ่มแรกเซลล์จะเหี่ยวแล้วเต่งออก

24.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับพิโนไซโทซิส

a)

การลำเลียงสารขนาดใหญ่เข้าสู่เซลล์

b)

การลำเลียงสารขนาดใหญ่ออกจากเซลล์

c)

การลำเลียงสารโดยผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

d)

การแพร่ของสารละลายเข้าสู่เซลล์

25.

ข้อใดคือวิธีเคลื่อนย้ายสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์แบบไม่อาศัยพลังงานแต่อาศัยตัวพา

a)

diffusion

b)

facilitate diffusion

c)

active transport

d)

endocytosis

26.

การลำเลียง Na+ และ K+ ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทขณะถูกกระตุ้นเกิดโดยวิธีใด

a)

การลำเลียงแบบใช้พลังงาน

b)

การแพร่

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

d)

เอนโดไซโทซิส

27.

จากแผนภาพการลำเลียงสารดังกล่าวเป็นแบบใด และพบในกระบวนการใด

a)

Exocytosis การหลั่งเอนไซม์จากเยื่อบุผนังกระเพาะอาหาร

b)

Receptor-mediated endocytosis การนำคลอเลสเตอรอลเข้าสู่เซลล์ตับ

c)

Pinocytosis การนำสารผ่านเซลล์เยื่อบุผิวลำไส้

d)

Phagocytosis การกินอาหารของอะมีบา

28.

การกินอาหารของเซลล์เม็ดเลือดขาวเป็นการกินอาหารแบบใด

a)

พลาสโมไลซิส

b)

ไซโคลซิส

c)

พิโนไซโทซิส

d)

ฟาโกไซโทซิส

29.

ถ้าแช่เซลล์เม็ดเลือดแดงในสารละลายไอโซโทนิก (Isotonic solution) เซลล์เม็ดแดงจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)

เซลล์เม็ดแดงจะแตก

b)

เซลล์เม็ดเลือดแดงไม่เปลี่ยนแปลง

c)

เซลล์เม็ดแดงจะเหี่ยว

d)

เซลล์เม็ดแดงจะเหี่ยวแล้วกลับมาเต่ง

30.

ปรากฏการณ์ที่ทำให้น้ำออสโมซิสออกสู่ภายนอกเซลล์และทำให้เซลล์เหี่ยว เรียกว่า

a)

Plasmoptysis

b)

Plasmolysis

c)

Hemolysis

d)

Hydrolysis

31.

การลำเลียงสารในข้อใดที่มีความสัมพันธ์กัน

a)
b)
c)
d)